- หน้าแรก
- ไม่อยากเป็นฮีโร่ แต่ทัพอากาศดึงตัวไปเป็นตำนานเฉยเลย
- บทที่ 109 - แฟ้มลับระดับ S, แบกเกียรติยศกลับถิ่น! (ฟรี)
บทที่ 109 - แฟ้มลับระดับ S, แบกเกียรติยศกลับถิ่น! (ฟรี)
บทที่ 109 - แฟ้มลับระดับ S, แบกเกียรติยศกลับถิ่น! (ฟรี)
บทที่ 109 - แฟ้มลับระดับ S, แบกเกียรติยศกลับถิ่น!
"พ่อหนุ่ม ขอบคุณนะ"
"เธอช่วยซื้อเวลาให้ประเทศชาติ อย่างน้อยห้าปี"
หลี่เจิ้นกั๋วอึ้งกิมกี่ไปแล้วโดยสมบูรณ์
เขามองภาพตรงหน้า รู้สึกเหมือนโลกทัศน์ของตัวเองกำลังถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วสร้างขึ้นใหม่
จางเว่ยหมินค่อยๆ ยืดตัวขึ้น
บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยนั้น น้ำตาไหลพราก
ฉินเซียวมองชายชราที่อารมณ์พลุ่งพล่านคนนี้ เพิ่งจะอ้าปากเตรียมพูด
"เธอไม่ต้องพูด!"
จางเว่ยหมินคว้าหมับเข้าที่แขนฉินเซียว แรงบีบมหาศาลราวกับคีมเหล็ก
เขาหันขวับไปคำรามใส่ผู้อำนวยการวิทยาลัยที่เพิ่งรีบตามมาถึง ราวกับสัตว์ป่า
"เหล่าสวี! คนคนนี้! ฉันขอ!"
"ตั้งแต่วันนี้ เขาเป็นคนของสถาบัน 601! เขาห้ามไปไหนทั้งนั้น!"
ผู้อำนวยการแซ่สวี เป็นชายชราที่ดูยิ้มแย้มอยู่เสมอ
เขาเดินเข้ามาตรงกลางระหว่างทั้งสองคน แล้วค่อยๆ แยกมือจางเว่ยหมินออกอย่างแนบเนียน
"เหล่าจาง คุณพูดแบบนี้ไม่ถูกนะ"
"คนผมเป็นคนพามา ทหารก็ทหารของผม จะกลายเป็นคนของคุณได้ยังไง?"
"เขาเป็นสมบัติของชาติ!" จางเว่ยหมินเป่าหนวดถลึงตา ชี้ไปที่ฉินเซียว "เอาไปไว้ในโรงเรียนพรรค์นั้นของคุณสอนเดินสวนสนามเหรอ? นั่นมันอาชญากรรม! เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรของชาติ!"
"อยู่ที่ผม เขาเรียนรู้วิธีบิน" ผู้อำนวยการยังคงยิ้ม "ของที่พวกคุณสร้าง สุดท้ายก็ต้องส่งมาถึงมือคนของผม เขาตอนนี้ กำลังปูพื้นฐานเพื่อทำความคุ้นเคยกับพาหนะของตัวเองในอนาคตอยู่"
ทั้งสองคนเถียงกันไปมา แย่งตัวฉินเซียวราวกับเป็นสิ่งของ
หลี่เจิ้นกั๋วยืนอยู่ข้างๆ ไม่กล้าหายใจแรง
เขาที่เป็นแค่หัวหน้าครูฝึก ในบทสนทนาระดับนี้ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแทรกปาก
ในตอนนั้นเอง
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาวุโสที่เคยตกตะลึงจนแข็งทื่อ ก็คืนชีพขึ้นมา
พวกเขาเหมือนฝูงฉลามที่ได้กลิ่นเลือด กรูเข้ามาล้อมทันที
"พ่อหนุ่ม! พ่อหนุ่ม!"
เหล่าจ้าว ผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์ เบียดเข้ามาอยู่หน้าสุดเป็นคนแรก
ใบหน้าที่เคยเขียวคล้ำเมื่อกี้ ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มกระดากอายและเอาอกเอาใจ
"เมื่อกี้... เมื่อกี้ตาแก่อย่างฉันมีตาหามีแววไม่! เธออย่าเก็บไปใส่ใจนะ!"
เขาล้วงเอานามบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ยัดใส่กระเป๋าเสื้อชุดฝึกของฉินเซียว
"นี่เบอร์โทรฉัน! เธอว่างเมื่อไหร่ เรามาคุยเรื่อง 'การผ่อนแรง' นั่นกันอีกนะ! ฉันเลี้ยงข้าว!"
"เหล่าจ้าวแกหลบไป!"
นักวิชาการผมขาวอีกคน ผลักเหล่าจ้าวไปข้างๆ
เขาถืองานสมุดจดบันทึกและปากกาหมึกซึม ยื่นไปตรงหน้าฉินเซียวด้วยท่าทางศรัทธา
"พ่อหนุ่ม เส้นโค้งเมื่อกี้ เธอช่วยวาดให้ฉันอีกรอบได้ไหม? แค่รอบเดียว!"
"วาดอะไรล่ะ! ไม่เห็นเหรอว่าท่านหัวหน้ากับท่านผอ.กำลังคุยธุระสำคัญกันอยู่!"
ผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์โครงสร้างเบียดเข้ามา เขาไม่ได้ยื่นนามบัตร แต่ควักปากกาหมึกซึมยี่ห้อฮีโร่ที่เหน็บอยู่กระเป๋าเสื้อหน้าอกตัวเอง ยัดใส่มือฉินเซียว
"พ่อหนุ่ม ด้ามนี้อยู่กับฉันมาสามสิบปีแล้ว ให้เธอ! ถือว่าผูกมิตรกัน!"
สถานการณ์ ควบคุมไม่อยู่แล้ว
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับสมบัติของชาติ เหมือนลุงป้าในตลาดแย่งซื้อผัก พยายามยัดของใส่ตัว ใส่-มือ ใส่กระเป๋าฉินเซียวอย่างบ้าคลั่ง
นามบัตร
บัตรพนักงาน
ปากกาหมึกซึม
ไม้บรรทัดคำนวณ (Slide rule)
ถึงขั้นมีศาสตราจารย์คนหนึ่ง ถอดแว่นสายตายาวที่ห้อยคออยู่ยัดให้เลย
ฉินเซียวถูกล้อมอยู่ตรงกลาง ขยับตัวไม่ได้
ในมือ ในอ้อมแขน ในกระเป๋า ถูกยัดจนล้น
"พอได้แล้ว!"
ผู้อำนวยการตะโกนเสียงต่ำ
เขามองดูเพื่อนเก่าที่แทบจะบ้าคลั่งพวกนี้ แล้วนวดขมับด้วยความปวดหัว
"ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย!"
เขาหันไปหาจางเว่ยหมิน ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
"เหล่าจาง คน ผมต้องพาไป"
"แต่ว่า ผมเปิดช่องให้คุณได้ ต่อไปถ้าโครงการพวกคุณต้องการ สามารถทำเรื่องขอมา ผมจะอนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้เขามาช่วย"
"นี่เรียกว่า 'การแบ่งปันบุคลากร'"
จางเว่ยหมินยังอยากจะต่อรอง
"ไม่ได้! อย่างน้อยให้เขาอยู่ที่นี่สักอาทิตย์นึง!"
"สามวัน" ผู้อำนวยการชูสามนิ้ว
"อาทิตย์นึง!"
"มากสุดห้าวัน! ไม่ได้มากกว่านี้แล้ว!"
ในที่สุด ทั้งสองฝ่ายก็บรรลุข้อตกลง
หลี่เจิ้นกั๋วถอนหายใจโล่งอก รู้สึกเหมือนเพิ่งรอดกลับมาจากประตูนรก
เขารีบเข้าไป กันฉินเซียว "ฝ่าวงล้อม" ออกมาจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาวุโสที่ยังอาลัยอาวรณ์และอยากจะยัดของให้อีก
...
บนรถออฟโรดสีดำขากลับ
หลี่เจิ้นกั๋วนั่งเบาะหน้า มองกระจกมองหลังบ่อยๆ
ฉินเซียวหลับไปแล้ว
ในอ้อมกอดของเขา ยังกอดกองขนม ผลไม้สะเปะสะปะ ที่พวกผู้เชี่ยวชาญยัดเยียดให้ตอนขึ้นรถ
ที่มุมปาก ยังมีเศษบิสกิตติดอยู่
หลี่เจิ้นกั๋วมองใบหน้าที่ดูเด็กเกินไปยามหลับใหลนี้
เขาไม่สามารถเชื่อมโยงภาพนี้ เข้ากับเงาร่างที่สร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนสถาบัน 601 จนทำให้อาวุธหนักของชาติคลั่งไคล้คนนั้นได้เลย
เขาเงียบไปนาน
จากนั้น ก็พูดกับคนขับรถ ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างที่สุด
"ขับนิ่มๆ หน่อย"
"รถคันนี้ไม่ได้บรรทุกคนธรรมดา"
"แต่อนาคตของกองทัพอากาศเรา อยู่บนรถคันนี้"
คนขับรถตัวเกร็ง มือที่จับพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นทันที
ความเร็วรถ ลดลงอีกระดับโดยไม่รู้ตัว
รถแล่นเข้าสู่มหาวิทยาลัยการบินทหารอากาศอย่างนุ่มนวล
พอผ่านประตูใหญ่ สีหน้าของหลี่เจิ้นกั๋วก็เคร่งขรึมลง
บนถนนสายหลักของมหาวิทยาลัย มีป้ายผ้าสีแดงขนาดใหญ่แขวนอยู่
【ยินดีต้อนรับคณะแลกเปลี่ยนจากสถาบันพี่น้อง —— มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (National University of Defense Technology) มาเยี่ยมเยียนและชี้แนะ!】
"แม่งเอ๊ย"
หลี่เจิ้นกั๋วด่าพึมพำ
ฉินเซียวตื่นพอดี
เขามองป้ายผ้าข้างนอก แล้วมองสีหน้าบูดบึ้งของหลี่เจิ้นกั๋ว
"หัวหน้าครูฝึก นี่คือ?"
"พวกมาถล่มที่"
หลี่เจิ้นกั๋วตอบสั้นๆ ตรงประเด็น
เขาชี้ไปที่ป้ายผ้านั่น อธิบายว่า
"มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (NUDT) เป็นคู่ปรับเก่าของเรา ทุกปีช่วงนี้ พวกเขาจะส่งนักเรียนเตรียมทหารกลุ่มหนึ่งมา 'แลกเปลี่ยน'"
"บอกว่าแลกเปลี่ยน ความจริงคือมาเตะตัดขา"
"จ้องจะเหยียบหัวกะทิของเรา ปีที่แล้ว... ปีที่แล้วเราแพ้ยับเยิน"
รถจอดที่ใต้หอพัก ฉินเซียวเพิ่งผลักประตูลงรถ
"พี่เซียว!"
เสียงตะโกนก้องฟ้าดังสนั่น
พวกจ้าวไห่และหลี่จวิน พุ่งออกมาจากหอพักราวกับฝูงหมาป่าหิวโซ
พวกเขากระโจนเข้าใส่ทันที
"พี่เซียวในที่สุดพี่ก็กลับมา!"
"ถ้าไม่กลับมา ห้อง 303 ของเราจะโดนคนรื้ออยู่แล้ว!"
จ้าวไห่แทบจะร้องไห้ เขาชี้ไปที่ลานฝึกซ้อมไม่ไกล น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคับแค้น
"ไอ้พวกหลานๆ จาก NUDT! โคตรกร่างเลย!"
"พวกเขามาถึงก็ยึดห้องจำลองการบิน! บอกว่าอุปกรณ์ของพวกเราเป็นแค่เศษเหล็ก!"
"แถมยังบอกว่านักบินของ ม.การบินเรา เป็นพวกขยะที่เอาแต่เรียนตายซาก!"
"ยังมีการระบุชื่อ! บอกว่าจะท้าแชมป์ 'หมวกทองคำ' ปีที่แล้ว! นี่มันจงใจเอ่ยชื่อประจานรุ่นพี่เฉินขวงชัดๆ!"
เพื่อนร่วมห้องฟ้องร้องกันระงม
ในตอนนั้นเอง
"ตุ้บ!"
มีเสียงทึบๆ ดังมาจากข้างล่าง พร้อมกับเสียงโห่ร้องอึกทึก
ฉินเซียวเดินไปที่หน้าต่าง
เขาเห็นที่ลานว่างข้างล่าง กลุ่มนักเรียนที่ใส่ชุดฝึกสีน้ำเงินเข้ม กำลังล้อมนักเรียน ม.การบิน ที่ใส่ชุดฝึกสีฟ้าเอาไว้ตรงกลาง
นักเรียน ม.การบินคนนั้นถูกผลักล้มลงกับพื้น กำลังดิ้นรนจะลุกขึ้น แต่กลับถูกเท้าข้างหนึ่งเหยียบไว้ที่กลางหลัง
ในฝูงคน เด็กหนุ่มผมเกรียนคนหนึ่ง กอดอก ยืนอยู่ตรงกลางที่สุด
เขาดูเหมือนจะรู้สึกถึงสายตาจากด้านบน
เขาเงยหน้าขึ้น
สายตาทะลุผ่านระยะทางหลายสิบเมตร ทะลุผ่านหัวคนนับไม่ถ้วน ล็อกเป้ามาที่หน้าต่างห้อง 303 อย่างแม่นยำ
มาที่ตัวฉินเซียว
เด็กหนุ่มผมเกรียนฉีกยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาว
เขาหันไปทางทิศที่ฉินเซียวอยู่ แล้วค่อยๆ ชูนิ้วโป้งขึ้นมา
จากนั้น
ภายใต้สายตาของทุกคน
นิ้วโป้งนั้น ก็พลิกกลับหัวอย่างแรง
คว่ำลง