- หน้าแรก
- บัณฑิตปราบปีศาจระห่ำสะท้านภพ
- ตอนที่ 130 ลิ้มรส(ฟรี)
ตอนที่ 130 ลิ้มรส(ฟรี)
ตอนที่ 130 ลิ้มรส(ฟรี)
ตอนที่ 130 ลิ้มรส
ทุกคนค่อยๆ ซดซุปเนื้อจนหมด ต่างก็หน้าแดงเปล่งปลั่ง ไอความร้อนพวยพุ่งออกจากร่างกาย
จางป๋ออดพูดไม่ได้ "เนื้อสัตว์ปีศาจนี้ไม่ธรรมดา เทียบเท่ากับยาวิเศษบางชนิดเลย"
คนอื่นก็มีความรู้ พอจะสัมผัสได้ว่าเนื้อนี้ไม่ธรรมดา ช่วยเพิ่มพูนพละกำลังให้ร่างกาย
หลี่เจาเลียริมฝีปาก ยังอยากกินอีก
คนอื่นก็เหมือนกัน แต่ทุกคนรู้ว่าเนื้อนี้ล้ำค่า และกินเยอะไม่ได้ เลยไม่กล้าขอเพิ่ม
ก่อนหน้านี้เพราะเรื่องที่หอจันทร์กระจ่าง พวกเขาเคยคิดว่าลู่เจิ้งหยิ่ง จองหอง คบยาก
แต่ตอนนี้ลู่เจิ้งกลับเอาเนื้อสัตว์ปีศาจหายากมาแบ่งปัน ทำให้พวกเขารู้สึกซาบซึ้งใจ
อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่ได้แย่ ลู่เจิ้งเห็นพวกเขาเป็นเพื่อนจริงๆ
จู่ๆ จางป๋อก็ลุกขึ้น สั่งองครักษ์ "เอากระบี่มา ข้าจะฝึกกระบี่!"
องครักษ์รีบวิ่งไปนำกระบี่มาถวาย
จางป๋อชักกระบี่ออกจากฝัก ถือกระบี่ไว้มั่น ตะโกนอย่างตื่นเต้น "เพิ่งกินเนื้อสัตว์ปีศาจของพี่ลู่ เลือดลมพลุ่งพล่าน ขอรำกระบี่ให้ทุกท่านชมสักเพลง!"
จางป๋อก้าวออกไปที่ลานว่างข้างๆ ฟาดฟันกระบี่ ปราณกระบี่พุ่งพล่าน แสงกระบี่คมกริบ
ท่วงท่าสง่างาม ก้าวย่างมั่นคง มองปราดเดียวก็รู้ว่าชำนาญกระบี่
หลี่เจานั่งข้างลู่เจิ้ง ดึงคอเสื้อให้ลมเข้า พูดเนิบๆ "พี่จางมาจากตระกูลขุนศึกและบัณฑิต ที่บ้านมีคนเป็นแม่ทัพในราชสำนัก มีคนเป็นจิ้นซื่อ เขาเรียนมาเยอะ เก่งกว่าข้า"
ลู่เจิ้งยิ้ม "ฟังดูตระกูลใหญ่โต ทำไมมาอยู่ที่อำเภอฉางชวนล่ะ?"
หลี่เจาตอบ "ก็ที่นี่บ้านเกิดเขา เมื่อก่อนเขาเรียนที่เมืองหงโจว แต่ไม่ชอบบรรยากาศที่นั่น เลยกลับมาที่นี่... ว่าแต่ ตอนนี้เขามีปราณอักษร70 นิ้วแล้ว เตรียมตัวจะสอบชิวเหวย ปีนี้ ถ้าโชคดีสอบได้จวี่เหริน ก็จะย่อนระยะทางได้เยอะ"
ถ้าสอบได้จวี่เหริน ปราณอักษรอีก30นิ้วที่ขาดไป จะได้รับการเติมเต็มจากวังอักษรของราชสำนัก ช่วยประหยัดเวลาฝึกไปได้โข
แน่นอน การสอบระดับจังหวัดคัดเลือกเข้มข้นมาก มีเสวียซื่อเป็นคนตรวจข้อสอบ ต้องเห็นว่ามีความสามารถพอจะเป็นจวี่เหรินได้จริง ถึงจะได้รับเลือกให้เลื่อนขั้น
บางครั้งถ้าไม่มีคนเก่งพอ ก็ยอมเว้นว่างไว้ จำนวนคนสอบผ่านอาจจะน้อยกว่าโควตาที่กำหนด แต่กรณีนี้เกิดขึ้นน้อยมาก
และถ้าเกิดกรณีนั้น ทางจังหวัดก็จะจัดสอบซ่อมปลายปี เพื่อให้ครบโควตา
ถ้ายังไม่ครบอีก ก็จะยกยอดโควตาไปสมทบปีหน้า
หลี่เจามองจางป๋อรำกระบี่ด้วยความอิจฉา สถานการณ์ของเขา อย่างเร็วสุดก็ต้องรอสอบรอบหน้า อีกสามปีข้างหน้า
หลี่เจาหายใจฮึดฮัด ขอกระบี่จากองครักษ์บ้าง แล้ววิ่งไปรำกระบี่ข้างๆ
นักเรียนคนอื่นก็ตื่นเต้น กระโดดโลดเต้นไปมา
ลู่เจิ้งคิดในใจ ดีนะที่ไม่ได้ต้มเนื้อเยอะกว่านี้ ไม่งั้นพวกนี้คงคึกจนโดดลงไปว่ายน้ำในแม่น้ำหงเจียงแน่
"ตูม..."
นักเรียนคนหนึ่งถอดเสื้อนอก กระโดดลงน้ำไปแล้ว ว่ายน้ำเล่นอย่างสนุกสนาน
บนฝั่ง พวกองครักษ์และคนรับใช้ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ไม่กล้าห้าม แต่ก็กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ
หลังจากอาละวาดกันพักใหญ่ หลี่เจาและพวกก็สงบลง แต่ทุกคนยังดูกระปรี้กระเปร่า
จางป๋อถือกระบี่ เดินมาหาลู่เจิ้ง "พี่ลู่กินไปตั้งเยอะ แต่ยังนิ่งอยู่ได้นะ"
"ไม่ใช่ครั้งแรกที่กินเนื้อนี่..." ลู่เจิ้งยิ้มอธิบาย
จางป๋อพูดต่อ "พี่ลู่ฆ่าปีศาจมาเยอะ ฝีมือคงไม่ธรรมดา เรามาประลองกันหน่อยไหม?"
ลู่เจิ้งลุกขึ้น "ได้ แต่ใช้ไม้พลองเถอะ เดี๋ยวจะบาดเจ็บ"
จางป๋อโยนกระบี่ให้องครักษ์ แล้วไปหาไม้พลองมาสองอัน
หลี่เจาเตือน "แค่แตะตัวพอนะ อย่าให้เสียเลือดเสียเนื้อ!"
ลู่เจิ้งและจางป๋อยิ้มรับ
จางป๋อประสานมือ "พี่ลู่ เชิญออกกระบวนท่า!"
ลู่เจิ้งไม่ปฏิเสธ แค่ประลองธรรมดา จะเกี่ยงกันไปมาทำไมให้เสียเวลา ดูหัวโบราณเปล่าๆ
ลู่เจิ้งยกไม้พลอง ออกแรงแทงใส่จางป๋อ
จางป๋อตาเป็นประกาย รีบหลบฉาก แล้วหวดไม้พลองใส่แขนลู่เจิ้ง
ลู่เจิ้งขยับเท้า หลบพ้น
ทั้งสองเคลื่อนไหวรวดเร็ว ผลัดกันรุกรับ การโจมตีรวดเร็วจนไม้พลองกลายเป็นภาพติดตา
ผ่านไปสิบกว่ากระบวนท่า เศษไม้ก็ปลิวกระเด็น
ทั้งสองหยุดมือ ไม้พลองในมือจางป๋อหายไปท่อนหนึ่ง
จางป๋อทิ้งไม้พลอง กล่าว "พี่ลู่ฝีมือยอดเยี่ยม จางป๋อยอมแพ้"
เขารู้สึกได้ว่าลู่เจิ้งยังไม่ได้ออกแรงจริงจัง เขาไม่ใช่คู่มือลู่เจิ้งเลย
ลู่เจิ้งยิ้ม "น้องจางชมเกินไป เพลงกระบี่ของท่านก็ไม่เลว"
หลี่เจาวิ่งเข้ามาทำหน้าสงสัย "ท่านพ่อบอกว่าท่านวรยุทธ์ไม่เป็นไม่ใช่เหรอ ยังเคยเป็นห่วงอยู่เลย... ท่านแอบซ่อนคมไว้ รอเวลาฉายแสงใช่ไหมเนี่ย!"
ลู่เจิ้งยิ้มอธิบาย "เพิ่งฝึกมาช่วงนี้แหละ สู้กับพวกปีศาจมาเยอะ ฝีมือกับประสบการณ์เลยเพิ่มขึ้น"