เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 251: แล้วทำไมฉันต้องกลัว

บทที่ 251: แล้วทำไมฉันต้องกลัว

บทที่ 251: แล้วทำไมฉันต้องกลัว


บทที่ 251: แล้วทำไมฉันต้องกลัว?

ใบหน้าของจ้าวเหลยซีดเผือด นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เขาต้องการ

"เดี๋ยวคนของปาซงก็จะมาถึงแล้ว คุณไม่กลัวเหรอ!"

แม้จะจนตรอก แต่จ้าวเหลยก็ยังพยายามขู่หวังฉีอีกครั้ง ยังไงซะรัฐกะฉิ่นก็เป็นถิ่นของปาซง เขาไม่เชื่อหรอกว่าหวังฉีจะกล้าเมินเฉยต่ออิทธิพลของปาซงแล้วทำอะไรบุ่มบ่ามที่นี่

"ทำไมฉันต้องกลัว? คุณคงไม่คิดว่าฉันจะมาหาคุณโดยไม่มีการเตรียมตัวหรอกนะ?" หวังฉีมองจ้าวเหลยที่แสนไร้เดียงสาแล้วยิ้ม "หรือบางทีคุณอาจจะลืมไปแล้วว่า ตอนนี้เหมืองหยกที่รัฐกะฉิ่นปิดทำการอยู่เพราะมีการประท้วง"

ตอนที่ผู้จัดการใหญ่ชุยส่งข้อมูลของจ้าวเหลยให้หวังฉีดู หวังฉีเห็นว่าเขามีประสบการณ์ที่ดีและเคยร่วมงานกับผู้จัดการใหญ่ชุยมาก่อน ดังนั้นเมื่อผู้จัดการใหญ่ชุยแนะนำ เธอจึงตกลงให้จ้าวเหลยมารับตำแหน่งหัวหน้าสาขาของซีหวังจิวเวลรี่ในรัฐกะฉิ่น

ทว่า ทรัพย์สินเงินทองมักสั่นคลอนจิตใจคน

เมื่อความโลภเข้าครอบงำ ก็ยากที่จะปล่อยวางโดยไม่ได้รับการตอบสนอง

แต่พวกเหลือบไรพวกนี้ แค่กำจัดทิ้งก็จบ และยังสามารถใช้เชือดไก่ให้ลิงดูเพื่อโปรโมทกฎระเบียบภายในกรุ๊ปได้อีกด้วย

"ในฐานะหัวหน้าสาขาของซีหวังจิวเวลรี่ในรัฐกะฉิ่น มันเป็นเรื่องปกติมากที่คุณจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ ดังนั้น บทลงโทษทางวินัยใดๆ ที่ทางกรุ๊ปจะดำเนินการกับคุณถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎระเบียบและชอบธรรมทุกประการ"

หวังฉีมองจ้าวเหลยแล้วพูดต่อ "คุณควรขอบคุณฉันนะที่ช่วยปิดข่าวให้ ถ้าปาซงรู้ว่าคุณถูกพวกเราจับได้เพราะทรยศ ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดในการทำงาน เขาคงไม่ปล่อยคุณไว้แน่ ไม่ว่าคุณจะหักหลังเขาหรือไม่ก็ตาม"

หวังฉีเหลือบดูเวลาอีกครั้ง "สายแล้ว ฉันต้องไปดูที่เหมืองหน่อย"

เธอยิ้มให้จ้าวเหลยที่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม "ถ้าคุณไม่พูด ฉันจะถือว่าคุณเลือกทางเลือกที่สองโดยดุษณี"

ขณะที่หวังฉีลุกขึ้นจะเดินออกไป จ้าวเหลยก็พยายามดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซีหวัง เพื่อจะพุ่งเข้าไปกอดขาหวังฉี

แต่ภาพที่เขาพุ่งเข้าใส่หวังฉีกลับไม่เกิดขึ้น ขาของเขาถูกบอดี้การ์ดคว้าไว้ ส่วนศีรษะก็ถูกหวังฉีเตะสวนกลับไปเต็มแรง

มันเป็นการตอบโต้โดยสัญชาตญาณล้วนๆ

คนรอบข้างมองหวังฉีด้วยความประหลาดใจ พวกเขาคาดไม่ถึงว่าปฏิกิริยาตอบสนองของเธอจะรวดเร็วขนาดนี้

หวังฉีวางเท้าลงอย่างใจเย็น เห็นไหมล่ะ ความฟิตของร่างกายเป็นสิ่งจำเป็น เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ

"ผู้จัดการใหญ่หวัง ผมเลือกทางเลือกแรกครับ ผู้จัดการใหญ่หวัง!"

หวังฉีไม่สนใจเสียงตะโกนของจ้าวเหลยไล่หลังอีกต่อไป ด้วยสันดานอย่างเขา พูดดีด้วยก็มีแต่จะทำให้เขาเห็นว่าเราเป็นลูกพลับนิ่มให้เคี้ยวเล่น

ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ใช้ไม้แข็งจัดการเลยดีกว่า

ส่วนทางด้านปาซง หลี่คุนน่าจะจัดการเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้ว

ไม่ว่าปาซงจะมีท่าทียังไง เขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการจัดการพนักงานของซีหวังกรุ๊ป

ก่อนจะแตกหักกันจริงๆ การรักษาหน้าฉากความเป็นมิตรระหว่างสองฝ่ายไว้ก็ยังจำเป็นอยู่

หวังฉีไม่ได้โกหกจ้าวเหลย หลังจากออกจากวิลล่า เธอพาเทียนเกอและคนอื่นๆ มุ่งหน้าไปยังเหมืองหยกในรัฐกะฉิ่นจริงๆ

จนถึงวันนี้ เหมืองหยกที่รัฐกะฉิ่นปิดทำการมาได้สักพักแล้ว

โชคดีที่พนักงานส่วนใหญ่ในเหมืองเป็นคนท้องถิ่น พวกเขาจึงมีช่องทางหาอาหารและเสื้อผ้าประทังชีวิตแม้จะถูกกักบริเวณอยู่ภายในโรงงาน

พวกเขายังแสดงจุดยืนชัดเจนว่า หากทางกรุ๊ปไม่แก้ไขปัญหาที่พวกเขายื่นข้อเสนอไป พวกเขาก็พร้อมจะยืดเยื้อการประท้วงต่อไป

จุดประสงค์หนึ่งของการมาเยือนรัฐกะฉิ่นครั้งนี้ของหวังฉี คือเพื่อจัดการปัญหานี้และทำให้โรงงานกลับมาเปิดสายการผลิตได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ตอนที่เธอมาถึงแรกๆ เธอเตรียมใจรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้วว่า หากหาตัวผู้จัดการใหญ่ชุยไม่เจอ เธอคงต้องเปิดเผยตัวตนเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากพนักงานเหมืองหยก

แต่ในเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่าผู้จัดการใหญ่ชุยยังมีชีวิตอยู่ แค่ถูกคุมขังไว้ ทางเลือกที่ดีที่สุดย่อมเป็นการช่วยผู้จัดการใหญ่ชุยออกมาให้เร็วที่สุดเพื่อจัดการเรื่องนี้ และเธอจะพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันด้วยตัวเองถ้าไม่จำเป็น

ท้ายที่สุดแล้ว 'ตัวเธอในปัจจุบัน' ควรจะกำลังท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอยู่ที่เวียงจันทน์กับหลินหยางต่างหาก

เว้นแต่จะจำเป็นจริงๆ การปิดบังตัวตนไว้ดีที่สุด

ดังนั้น การเดินทางไปเหมืองหยกครั้งนี้ของหวังฉีจึงเป็นเพียงการไปดูลาดเลาเท่านั้น

เหมืองหยกตั้งอยู่ในพื้นที่ชานเมืองห่างไกลของรัฐกะฉิ่น ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมง

เมื่อมาถึงเขตรอบนอกของเหมือง ก็เห็นเจ้าหน้าที่ของซีหวังซีคิวริตี้เดินลาดตระเวนอยู่อย่างเป็นระเบียบวินัย

รถยังไม่ทันจอดสนิท เจ้าหน้าที่ซีหวังซีคิวริตี้ก็เข้ามาตรวจสอบแล้ว

รายชื่อของถังซือและซ่งเหรินได้รับการลงทะเบียนไว้กับเหลียงโหย่วฮุยแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ซีหวังซีคิวริตี้ยืนยันตัวตนของถังซือกับเหลียงโหย่วฮุย หวังฉีและรถจี๊ปของพวกเขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไป

ถังซือไม่ได้เปิดเผยตัวตนของหวังฉี บอกเพียงแค่ชื่อของตัวเองและแจ้งว่ามาตรวจตราตามปกติ

หัวหน้าเจ้าหน้าที่ซีหวังซีคิวริตี้ที่ประจำการอยู่หน้าเหมืองหยกชื่อ ลิตู เขาเป็นคนท้องถิ่นไม่กี่คนที่ไต่เต้าขึ้นมาถึงระดับหัวหน้างานในซีหวังซีคิวริตี้

ลิตูมองถังซือ แล้วกวาดตามองหวังฉีและคนอื่นๆ ด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยว่า "เราไปคุยกันที่อื่นดีไหม?"

ลิตูพูดภาษาจีน และเป็นภาษาจีนที่ค่อนข้างได้มาตรฐาน

ถังซือหันไปมองหวังฉีด้านหลัง แล้วบอกกับลิตูว่า "พวกเขาทุกคนมาจากกรุ๊ป ท่านประธานส่งมาสืบหาสาเหตุของเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องปิดบังหรอก"

ลิตูพยักหน้า นั่งลงในบ้านพักชั่วคราว แล้วเล่าให้ถังซือฟัง "ความจริงเรื่องมันก็ง่ายๆ เยว่หลง เรียกร้องขอพบหัวหน้าของซีหวังจิวเวลรี่ เพื่อขอให้บริษัทปลดจ้าวเหลยออกจากตำแหน่ง สอบสวนเรื่องการทำงานล่วงเวลา การเร่งยอดการผลิต และการกดดันพนักงานในโรงงานอย่างละเอียด รวมถึงจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมือง..."

ยิ่งฟัง หวังฉีก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น

จ้าวเหลยคนนี้จะเรียกว่าแค่เหลือบไรไม่ได้แล้ว เขาเป็นปลิงดูดเลือดชัดๆ

พอลิตูพูดจบ ถังซือและคนอื่นๆ ก็เผลอหันไปมองหวังฉีโดยสัญชาตญาณ

ใครก็ตามที่ขึ้นมาถึงระดับหัวหน้างานได้ย่อมต้องหูตาไว ปฏิกิริยาของคนเหล่านี้บอกลิตูได้ทันทีว่า หวังฉีคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในกลุ่มนี้

"บอกพวกเขาไปก่อนว่าจ้าวเหลยถูกทางบริษัทจัดการเรียบร้อยแล้ว และผู้จัดการใหญ่ชุยจะเข้าไปที่โรงงานอย่างเร็วที่สุดในวันพรุ่งนี้"

หลังจากหวังฉีพูดจบ ถังซือและซ่งเหรินต่างก็หันไปมองลิตู

ลิตูพยักหน้า "ตกลงครับ ผมเข้าใจแล้ว"

เมื่อรู้ว่าสถานการณ์ที่นี่ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงในตอนนี้ หวังฉีก็เดินทางกลับโรงแรม

ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการช่วยผู้จัดการใหญ่ชุยและพนักงานที่หายไป ส่วนเรื่องวัตถุดิบหยกเอาไว้จัดการทีหลังได้ เพราะของมันหนัก จะขนย้ายทีก็ต้องปะทะกับพวกที่เฝ้าอยู่แน่ๆ

และเจ้าหน้าที่ซีหวังซีคิวริตี้ที่เพิ่งมาถึงรัฐกะฉิ่นก็ยังไม่คุ้นเคยพื้นที่ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะคว้าน้ำเหลว แถมอาจจะไปแหวกหญ้าให้งูตื่น จนช่วยใครออกมาไม่ได้เลยสักคน ทั้งผู้จัดการใหญ่ชุยและคนอื่นๆ

พอกลับถึงห้องพัก หวังฉีก็รีบโทรหาหลี่คุน

ตอนที่หลี่คุนรับสายครั้งแรก เสียงรอบข้างค่อนข้างอึกทึก แต่ไม่นานก็เงียบลง

"สะดวกคุยไหม?"

"สะดวกครับ"

"ได้รับที่อยู่หรือยัง?"

จ้าวเหลยเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวแต่ปากเก่ง พอเอาเข้าจริงก็ใจปลาซิว หลังจากหวังฉีออกจากวิลล่าของเขาไม่นาน เขาก็ยอมคายความลับออกมาหมดเปลือก

ตอนนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาออกจากวิลล่าคนเดียว เพราะกลัวจะโดนคนของปาซงตามมาเก็บ อยากจะเกาะติดเจ้าหน้าที่ซีหวังซีคิวริตี้แจเพื่อรักษาชีวิตรอด

จบบทที่ บทที่ 251: แล้วทำไมฉันต้องกลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว