เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20: โรงเรียน

บทที่ 20: โรงเรียน

บทที่ 20: โรงเรียน


บทที่ 20: โรงเรียน

"ฉันดูเหมือนคนพูดเล่นหรือไง?" หวังฉีพูดพลางก้าวเข้าไปตบไหล่จางหลานเบาๆ "ตั้งใจทำให้ดีล่ะ"

"ฉันจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะประธานหวัง!"

"กลับไปทำงานเถอะ"

หวังฉีพูดจบก็พาหนิงเจียงเดินจากไป จ้าวเลี่ยงมองจางหลานด้วยสายตาอิจฉา ก่อนจะเดินตามหวังฉีออกจากโรงงานไปพร้อมกับเหยาจือเจียง

"จ้าวเลี่ยง ช่วงนี้คุณไปปรึกษากับจางหลานเรื่องการรับคนงานเพิ่มให้เต็มอัตรา ส่วนเรื่องแผนผังบุคลากร สวัสดิการ และค่าตอบแทนของโรงงานเสื้อผ้าซีหวัง คุณช่วยทำสรุปมาเสนอฉันด้วย" หวังฉีสั่งงานขณะเดินไปที่รถ "ตั้งใจทำงานให้ดี วันข้างหน้าฉันไม่เอาเปรียบคุณแน่นอน"

"ครับ ประธานหวัง"

จ้าวเลี่ยงแยกตัวออกไป เหลือเพียงเหยาจือเจียงที่ยืนอยู่ข้างกายหวังฉี

"ประธานหวังครับ"

"สองสามวันนี้ปรับตัวเข้ากับชีวิตในโรงงานได้หรือยัง?"

"ดีมากครับ พวกพี่น้องชอบชีวิตที่โรงงานมาก แต่พวกเราไม่ค่อยมีงานให้ทำเท่าไหร่" เหยาจือเจียงตอบตามตรง

เพราะความซื่อสัตย์ของเหยาจือเจียงนี่แหละที่ทำให้หวังฉีวางใจ อย่างไรก็ตาม เธอคงไม่บอกให้พวกเขาพักผ่อนหรือลางานเฉยๆ เพราะการรับเงินโดยไม่ทำงานจะทำให้พวกเขาลำบากใจ และการว่างงานนานเกินไปจะทำให้คนขี้เกียจได้

"ช่วงนี้พวกคุณก็ทำงานที่โรงงานไปก่อน แล้วก็รื้อฟื้นการฝึกซ้อมแบบตอนอยู่ในกองทัพกลับมาด้วย อีกไม่นานฉันจะคัดเลือกพวกคุณบางคนให้ออกไปทำงานกับฉัน ไม่ต้องห่วง รับรองว่าได้ใช้ฝีมือแน่"

"ขอบคุณครับ ประธานหวัง!"

หวังฉีพยักหน้ารับ เปิดประตูรถ แล้วขับออกไปพร้อมกับหนิงเจียงที่นั่งเงียบกริบมาตลอดทาง

หวังฉีนัดเจอกับอู๋คังที่หน้าโรงเรียนมัธยมจินหัว โดยเขาอาสาจะเป็นคนพาแม่ลูกทั้งสองเดินชมโรงเรียนด้วยตัวเอง

ก่อนมาที่นี่ หวังฉีได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนมัธยมจินหัวมาบ้างแล้ว

โรงเรียนมัธยมจินหัวก่อตั้งมาไม่ถึงยี่สิบปี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,600 ไร่จีน มีพื้นที่อาคารเรียนกว่า 460,000 ตารางเมตร และมีพื้นที่สีเขียวถึงร้อยละ 58 ถือเป็นโรงเรียนมัธยมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองเผิง อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและทรัพยากรดีที่สุด

ทั้งโรงเรียนแบ่งออกเป็นฝั่งมัธยมต้นและฝั่งมัธยมปลาย อัตราการสอบเข้ามหาวิทยาลัยและการไปศึกษาต่อต่างประเทศในแต่ละปีสูงจนหาตัวจับยากในเมืองเผิง และโรงเรียนแห่งนี้ยังผลิตศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงมากมาย นักเรียนในฝั่งมัธยมต้นสามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปฝั่งมัธยมปลายได้โดยตรง แต่นักเรียนภายนอกที่ต้องการเข้าเรียนต่อมัธยมปลายที่จินหัวจะต้องผ่านการสอบคัดเลือกที่แข่งขันสูงมาก ยกเว้นแต่จะยอมจ่ายค่าบำรุงการศึกษาก้อนโต

วิธีการเข้าเรียนของหนิงเจียงคือการจ่ายเงินค่าบำรุงการศึกษา ซึ่งจำนวนเงินก็จะแตกต่างกันไปตามห้องเรียนที่เขาจะเข้า

เมื่อหวังฉีขับรถมาถึงหน้าโรงเรียนมัธยมจินหัว อู๋คังก็มารรออยู่ก่อนแล้ว

ทันทีที่เขาเห็นหนิงเจียง ก็ปักใจเชื่อทันทีว่าเป็นลูกชายของหวังฉี เพราะทั้งสองคนมีหน้าตาและบุคลิกท่าทางคล้ายคลึงกันมาก

"ประธานอู๋ รอนานไหมคะ" หวังฉียิ้มทักทายพลางก้าวเข้าไปจับมือกับอู๋คัง

อู๋คังหัวเราะร่าแล้วตอบว่า "ไม่นานครับ ผมเองก็เพิ่งมาถึง นี่คงเป็นลูกชายของประธานหวัง หล่อเหลาเอาการเลยนะครับเนี่ย"

หวังฉียิ้ม ดึงมือหนิงเจียงเข้ามาใกล้แล้วแนะนำ "ใช่ค่ะ นี่หนิงเจียง ลูกชายฉันเอง หนิงเจียง ทักทายคุณลุงอู๋สิลูก"

"สวัสดีครับคุณลุงอู๋" ภาษาจีนกลางของหนิงเจียงโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางบทสนทนาภาษากวางตุ้ง ทำให้อู๋คังมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากสำเนียงกวางตุ้งของหวังฉีมีความเป็นฮ่องกงจ๋า เขาเลยทึกทักไปว่าลูกชายเธอก็น่าจะเป็นคนฮ่องกงเหมือนกัน

"สวัสดีๆ" อู๋คังตอบรับพร้อมรอยยิ้ม

แม้ความประหลาดใจในแววตาของอู๋คังจะเกิดขึ้นเพียงชั่ววูบ แต่หนิงเจียงผู้มีความรู้สึกไวก็สังเกตเห็นได้ เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว พยายามข่มความอึดอัดและหงุดหงิดในใจ

จังหวะนั้นเอง หวังฉีก็หันมามอง กุมมือเขาไว้แล้วยิ้มให้ ราวกับจะบอกทางสายตาว่า 'ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่'

ภายใต้สายตาที่ปลอบโยนของหวังฉี ความหงุดหงิดในใจของหนิงเจียงก็ค่อยๆ สงบลง

"งั้นเราไปกันเถอะครับ ผมติดต่ออาจารย์ฝ่ายรับสมัครของแผนกมัธยมต้นไว้แล้ว"

สิ้นเสียงอู๋คัง ก็มีเสียงกระตือรือร้นดังมาจากด้านในโรงเรียน "ประธานอู๋!"

ชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบห้าปีเดินตรงเข้ามาหาทั้งสามคนอย่างกระฉับกระเฉง

"อาจารย์หยาง ไม่เจอกันนานเลยนะครับ"

"ไม่เจอกันนานครับ" หลังจากทักทายอู๋คัง สายตาของอาจารย์หยางก็สะดุดเข้ากับหวังฉีผู้เลอโฉมและเปี่ยมเสน่ห์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาถามด้วยความแปลกใจ "แล้วท่านนี้คือ?"

"นี่คือประธานหวัง วันนี้เธอพาหนิงเจียง ลูกชายมาดูโรงเรียน ถ้าประธานหวังพอใจ เรื่องค่าบำรุงการศึกษาไม่ใช่ปัญหาแน่นอน"

เรียกว่าประธานหวัง ไม่ใช่คุณหนูหวัง คำเรียกขานนี้มีความสำคัญ

อาจารย์หยางจับน้ำเสียงของอู๋คังได้ทันทีว่าแขกคนนี้เป็นบุคคลสำคัญที่น่าจะปิดดีลได้ เขาจึงรีบยิ้มกว้าง ยื่นมือออกไปแล้วกล่าวว่า "สวัสดีครับประธานหวัง ผมแซ่หยาง ชื่อหยางกั้ว หยางกั้วเดียวกับในนิยายมังกรหยกนั่นแหละครับ"

"สวัสดีค่ะ!"

ยังไม่ทันที่หวังฉีจะยื่นมือออกไปจับตอบ หนิงเจียงก็ดึงเธอเดินตรงไปทางประตูโรงเรียน "รีบไปดูเถอะครับ ดูเสร็จจะได้รีบกลับบ้าน"

เขาไม่ชอบสายตาที่หยางกั้วมองแม่ของเขา มันทำให้เขาอยากจะควักลูกตาอีกฝ่ายออกมา

"นั่นสินะครับ เย็นมากแล้ว งั้นเราไปดูโรงเรียนกันก่อนดีกว่า" อู๋คังกล่าวตัดบท

หยางกั้วไม่ได้แสดงอาการขัดเขิน เขาชักมือกลับแล้วมองไปที่หวังฉีซึ่งเดินนำอยู่ข้างหน้า พลางยิ้มและผายมือ "เชิญทางนี้ครับ"

โรงเรียนมัธยมจินหัวมีประตูหลักทั้งหมดสี่ประตู แต่โดยปกติจะเปิดเฉพาะประตูทิศเหนือ ส่วนอีกสามประตูจะเปิดเฉพาะช่วงวันหยุด

เมื่อเดินผ่านประตูโรงเรียนเข้ามา จะพบกับลานเล็กๆ ที่มีน้ำพุอยู่ตรงกลาง อาคารสีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงข้ามสระน้ำพุคือหอสมุดของโรงเรียนมัธยมจินหัว โดยมีหอสมุดเป็นเส้นแบ่งเขต ด้านทิศตะวันตกคือฝั่งมัธยมต้น และด้านทิศตะวันออกคือฝั่งมัธยมปลาย

"ผังอาคารของฝั่งมัธยมต้นและมัธยมปลายจะเหมือนกันครับ อาคารด้านหน้าสุดคือตึกอำนวยการ ถัดไปเป็นอาคารเรียนของชั้นปีที่ 1 ปีที่ 2 และปีที่ 3 ตามลำดับ คั่นด้วยพื้นที่สันทนาการ สนามบาสเกตบอล และสวนหย่อมครับ"

เนื่องจากโรงเรียนมีขนาดใหญ่มาก หวังฉีและคณะจึงนั่งรถกอล์ฟชมวิวเพื่อสำรวจรอบๆ ซึ่งทั้งสะดวกและรวดเร็ว

เมื่อพิจารณาจากอายุของหนิงเจียง หวังฉีได้ปรึกษากับเขาและตกลงว่าจะให้เขาเข้าเรียนแทรกชั้นในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 หากหนิงเจียงทำคะแนนสอบเลื่อนชั้นขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ดี เขาก็จะได้เลื่อนชั้นไปพร้อมเพื่อน แต่ถ้าคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ก็จะต้องเรียนซ้ำชั้น ม.2 อีกหนึ่งปีเพื่อปูพื้นฐานให้แน่น

หนิงเจียงไม่ได้บอกหวังฉีว่า แม้เขาจะไม่ได้ไปโรงเรียน แต่ตลอดสองปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยทิ้งการเรียนรู้ ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษ วิชาอื่นๆ เขามีความรู้ระดับมัธยมปลายแล้ว

เมื่อมาถึงอาคารเรียนของระดับชั้น ม.2 หยางกั้วก็พาทั้งสามคนเดินขึ้นไปบนตึก

เนื่องจากวันนี้เป็นวันจันทร์ นักเรียนส่วนใหญ่จึงนั่งเรียนอยู่ในห้อง ยกเว้นบางห้องที่มีวิชากิจกรรมกลางแจ้งอย่างวิชาพละ

เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการเรียนการสอน หยางกั้วจึงลดเสียงลงโดยอัตโนมัติ แต่ยังคงให้หวังฉีและคนที่อยู่ใกล้ๆ ได้ยินชัดเจน "แผนกมัธยมต้นมีนักเรียนชั้นปีละประมาณยี่สิบหกห้อง แต่ละห้องมีนักเรียนสี่สิบถึงห้าสิบคน ห้องหนึ่งกับสองเป็นห้องอินเตอร์ ห้องสามถึงสิบเป็นห้องคิง ส่วนห้องสิบเอ็ดถึงยี่สิบหกเป็นห้องเรียนปกติครับ"

หวังฉีพยักหน้ารับเมื่อได้ยิน การแบ่งห้องเรียนคล้ายกับสมัยที่เธอยังเด็ก ต่างกันตรงที่โรงเรียนของเธอไม่มีห้องอินเตอร์

"ถ้าผมจำไม่ผิด ลูกชายประธานอู๋เรียนอยู่ห้องอินเตอร์ ม.5 ใช่ไหมครับ"

อู๋คังยิ้มและพยักหน้า "ใช่ครับ"

หนิงเจียงมองดูนักเรียนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องเงียบๆ ความรู้สึกราวกับผ่านไปเนิ่นนานผุดขึ้นในใจ

"ชอบบรรยากาศที่นี่ไหม?" หวังฉีถามพลางกระชับมือหนิงเจียง

จบบทที่ บทที่ 20: โรงเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว