เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 440 - แดนซากปรักหักพังและความงามที่แตกต่าง

บทที่ 440 - แดนซากปรักหักพังและความงามที่แตกต่าง

บทที่ 440 - แดนซากปรักหักพังและความงามที่แตกต่าง


บทที่ 440 - แดนซากปรักหักพังและความงามที่แตกต่าง

"ไปตายซะ!"

หุ่นเชิดสัมฤทธิ์คำรามลั่น หมัดเหล็กระเบิดพลังทำลายล้างมหาศาล

พลังหมัดนี้รุนแรงขนาดถล่มภูเขาทั้งลูกได้สบายๆ!

"เคล็ดวิชาเหมันต์ลี้ลับ... แช่แข็งสรรพสิ่ง!"

โชคดีที่ยังมียันต์นี้อยู่!

ชั่วพริบตา ไอเย็นยะเยือกก็แผ่กระจายปกคลุมไปทั่ววังใต้ดิน อุณหภูมิลดฮวบจนติดลบ

ลมหนาวพัดกรรโชกจนทุกคนลืมตาไม่ขึ้น

เย่ไป๋นั่งขัดสมาธิลงกับพื้น รวบรวมพลังปราณไว้ที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางของมือซ้าย ก่อตัวเป็นเข็มน้ำแข็งสามเล่มที่แผ่ไอเย็นเฉียบ

เข็มน้ำแข็งใสกระจ่างสามเล่มพุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุกะโหลกของหุ่นเชิดทีละตัว

เพียงชั่วอึดใจ หุ่นเชิดทั้งหมดก็กลายสภาพเป็นเศษเหล็กกองระเนระนาด!

เย่ไป๋ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง กวาดสายตามองไปทั่ววังใต้ดิน

"ที่นี่มันที่ไหนกัน"

เย่ไป๋ระแวดระวังตัวเต็มที่

"หรือว่า... นี่คือวังใต้ดินในตำนาน?"

เขามองไปรอบๆ พบว่าโครงสร้างของวังแห่งนี้ยิ่งใหญ่อลังการราวกับพระราชวังหลวงจริงๆ!

ลึกเข้าไปด้านใน มีโลงศพสีดำสนิทวางเรียงรายเป็นระเบียบ แผ่กลิ่นอายเก่าแก่คร่ำครึ

"หือ?"

เย่ไป๋หรี่ตาลง

ตรงใจกลางวัง มีโลงแก้วคริสตัลวางอยู่หนึ่งโลง!

"คนในโลงนั่นคงไม่ใช่จิ๋นซีฮ่องเต้หรอกนะ?!" เย่ไป๋ชักหวั่นใจ

เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้แล้วเอามือแตะโลงแก้ว

ผิวโลงแก้วเกิดรอยร้าวลามไปทั่วทันที จากนั้นก็ระเบิดออก แตกกระจายเป็นผุยผง!

เย่ไป๋ก้มลงมอง สิ่งที่อยู่ในโลงไม่ใช่ร่างจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่เป็นแค่โครงกระดูกธรรมดาๆ

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจโล่งอก "โชคดีที่ไม่ใช่จิ๋นซี ไม่งั้นที่นี่คงกลายเป็นหลุมฝังศพเราแน่"

"เอ๊ะ ทำไมว่างเปล่าล่ะ"

ทันใดนั้น เย่ไป๋ก็สังเกตเห็นร่องลึกที่ฐานโลง

"ข้างในมีอะไร"

เขานั่งลงแล้วลองเอาของใส่ลงไปในร่องนั้นจนเต็ม

ครืด ครืด ครืด...

แท่นโลงแก้วค่อยๆ เลื่อนขึ้น เผยให้เห็นทางเข้ามืดมิด

ทางเข้านั้นดูลึกสุดหยั่ง ราวกับจะพาไปสู่อีกโลกหนึ่ง

เย่ไป๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจก้าวเท้าลงไป

จู่ๆ ก็มีเสียงฮัมเพลงแผ่วเบาดังมาจากรอบทิศทาง ฟังดูเหมือนเสียงจากยุคโบราณกาลอันไกลโพ้น ชวนให้วังเวงจับใจ

เย่ไป๋หันไปตามเสียงแล้วก็ต้องขนลุกซู่ หนังศีรษะชาวาบ!

ที่เบื้องหน้าไม่ไกล มีภาพวาดหนังมนุษย์แขวนอยู่!

บนผืนหนังวาดรูปหญิงสาวหน้าตางดงามหยาดเยิ้ม กิริยาท่าทางสง่างาม ดูเลอค่าจนน่าหลงใหล

เครื่องหน้าของเธอเป๊ะทุกองศาเหมือนสวรรค์ตั้งใจปั้น ใครเห็นก็ต้องตะลึง

แต่ที่น่าขนลุกคือ... เธอไม่มีลมหายใจ

ภาพวาดลึกลับนี้ดึงดูดความสนใจของเย่ไป๋ไปจนหมดสิ้น

มันเป็นภาพวาดสีน้ำมันที่มีรายละเอียดสมจริงทุกกระเบียดนิ้ว เส้นสายคมชัด ขับเน้นโครงหน้าของหญิงสาวให้โดดเด่น

ผิวขาวดุจหิมะ เนียนนุ่มเหมือนปุยเมฆ แววตาแฝงความเศร้าสร้อย ดูสวยงามแต่ก็น่าสงสาร

แม้จะเป็นแค่ภาพวาดของคนตาย แต่ความงามของเธอก็ยังตราตรึงใจ

"ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน ทำไมถึงมีรูปวาดวิจิตรพิสดารขนาดนี้" เย่ไป๋พึมพำ

เขารู้สึกสนใจภาพนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อยากจะไขปริศนาของมันให้กระจ่าง

เย่ไป๋ค่อยๆ ขยับเข้าไปดูใกล้ๆ จู่ๆ หญิงสาวในภาพก็ลืมตาขึ้น

ในเบ้าตาของเธอมีเปลวไฟสีฟ้าจางๆ เต้นระริก ดูลึกลับน่ากลัวราวกับปีศาจสาว!

"เธอตื่นแล้ว!" เย่ไป๋ชะงัก

พริบตาเดียวภาพวาดก็หายวับไป กลายเป็นชายหนุ่มชุดดำมายืนแทนที่

"คุณ... คุณเป็นใคร?!" เย่ไป๋ตกใจแทบสิ้นสติ ทำไมในดวงตาของหุ่นเชิดถึงมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนมนุษย์ได้ล่ะ?

(หมายเหตุผู้แปล: ต้นฉบับช่วงนี้มีการตัดฉากกระทันหัน)

เย่ไป๋เดินไปสำรวจอีกด้านหนึ่ง แล้วก็เจอห้องลับที่ซ่อนอยู่

ในห้องลับนั้นมีสมบัติกองพะเนินเทินทึก มูลค่านับสิบล้านหยวน!

"รวยเละแล้วงานนี้!" เย่ไป๋หัวเราะร่า กวาดสมบัติใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องลับ

"เอ๊ะ?"

พอก้าวพ้นประตูห้องลับ เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ

"แปลกแฮะ ทำไมสุสานนี้มันโล่งโจ้งขนาดนี้ แถมบนผนังก็ไม่มีช่องเก็บศพเลย" เย่ไป๋สงสัย

คิดอีกที ศพพวกนั้นอาจจะผุพังกลายเป็นฝุ่นไปหมดแล้วก็ได้

"ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าฉันเก็บตกของดีได้ฟรีๆ เลยสิ?" เย่ไป๋แอบดีใจ

ถึงวิชาที่เขาฝึกจะยังไม่สมบูรณ์ แต่ระดับพลังของเขาก็สูงล้ำเหนือคนทั่วไป

ถ้าฟื้นฟูพลังกลับมาได้เต็มร้อยเมื่อไหร่ เขาคงไร้คู่ต่อสู้ในใต้หล้าแน่!

"แถวนี้น่าจะมีทางออกอื่น..."

เย่ไป๋มองหาทางหนีทีไล่

สุสานแห่งนี้สร้างไว้อย่างประณีต โครงสร้างแข็งแรงทนทาน นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษอีก

ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็ลุกวาว

"ทิศทางนี้... มันทางออกสู่โลกภายนอกนี่นา?!" แววตาของเย่ไป๋ไหวระริก "หรือว่าสุสานนี้จะอนุญาตให้คนเป็นเข้าออกได้เท่านั้น?"

"ช่างหัวมันเถอะ ออกไปให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน!" เย่ไป๋ฉีกยิ้มกว้าง เดินดุ่มๆ ไปตามทางเดิน

ครืน ครืน ครืน...

พอเดินมาถึงปากทาง ทั้งสุสานก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!

"เกิดอะไรขึ้น?!" เย่ไป๋หน้าเปลี่ยนสี รีบวิ่งออกไปข้างนอก

ภาพที่เห็นคือแผ่นหินจารึกขนาดยักษ์ตั้งขวางทางอยู่!

"เชี่ย! แผ่นหินบ้าอะไรใหญ่ขนาดนี้!" เย่ไป๋สบถ "นี่กะจะกันไม่ให้ใครเข้ามาเลยหรือไง"

โฮก——

เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังสนั่นมาจากในสุสาน!

ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังตึงตังเหมือนมีสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์กำลังวิ่งควบมา

สิ้นเสียงคำราม แผ่นหินยักษ์ก็สั่นไหวไปมาสองสามทีก่อนจะล้มครืนลงมาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ!

เย่ไป๋สะดุ้งโหยง รีบกระโดดถอยหลัง "หินยักษ์ขนาดนี้ล้มเองได้ไงวะ!"

"แข็งแรงขนาดนั้น ทำไมจู่ๆ ถึงพังลงมาได้"

เย่ไป๋งุนงงและเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

และแล้วพอแผ่นหินพังลงมา พื้นดินก็สั่นสะเทือนรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว

พื้นดินแตกระแหง เศษหินกระเด็นว่อน

เงาทะมึนขนาดมหึมาปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของเย่ไป๋

มันคือสัตว์ประหลาดตัวสูงกว่าสามเมตร!

หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว หัวโต แขนสองข้างล่ำบึ้กเหมือนเสาเข็ม ดูสยดสยองพิลึก

"แรงกดดันมหาศาลจริงๆ!"

เย่ไป๋รูม่านตาหดเกร็ง เจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนี้แผ่รังสีอำมหิตจนน่าขนลุก

"โฮก...!"

มันเงยหน้าคำราม แล้วฟาดฝ่ามือยักษ์ใส่เย่ไป๋

ตู้ม!

ฝ่ามือมหึมาฟาดลงมาจนแผ่นดินสะเทือน ฝุ่นตลบอบอวล

แต่ภาพที่น่าตกตะลึงก็เกิดขึ้น!

ฝ่ามือที่ฟาดใส่หน้าอกเย่ไป๋กลับเหมือนตบใส่แผ่นเหล็กกล้า แรงกระแทกเด้งตัวเย่ไป๋กระเด็นออกไปแทน!

"แข็งขนาดนี้เชียว?!" เจ้าสัตว์ประหลาดตาถลนด้วยความงงงวย

"ไอ้เวรนี่ กล้าลอบกัดฉัน รนหาที่ตาย!"

เย่ไป๋แค่นเสียง แทงกระบี่งูเงินสวนออกไป!

ฉึก!

กระบี่งูเงินพุ่งเร็วปานสายฟ้า ทะลวงเข้าที่คอหอยสัตว์ประหลาดอย่างแม่นยำ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 440 - แดนซากปรักหักพังและความงามที่แตกต่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว