- หน้าแรก
- ระบบสวมบทบาท: โชว์เทพกลางรายการเรียลลิตี้
- บทที่ 31 - ป่าดงดิบมรณะ และผู้มาเยือนกลุ่มที่สาม
บทที่ 31 - ป่าดงดิบมรณะ และผู้มาเยือนกลุ่มที่สาม
บทที่ 31 - ป่าดงดิบมรณะ และผู้มาเยือนกลุ่มที่สาม
บทที่ 31 - ป่าดงดิบมรณะ และผู้มาเยือนกลุ่มที่สาม
"อย่าไปฟังเขาเลย เย่ไป๋ไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก"
หยางมี่พูดจบก็ปรายตามองจางต้าต้ากับไช่สวี่คุนด้วยสายตาเย็นชา
เมื่อก่อนเธอไม่เคยร่วมงานกับสองคนนี้เลยไม่รู้นิสัยใจคอ แต่พอได้มาสัมผัสด้วยตัวเองในรายการนี้ บอกเลยว่าทัศนคติของสองคนนี้แย่เข้าขั้นวิกฤต
เร่อปาหันไปมองจางต้าต้าที ไช่สวี่คุนที แล้วก็หันกลับมามองหยางมี่
พอนึกถึงตอนที่เย่ไป๋ช่วยชีวิตเธอไว้ เธอก็เชื่อมั่นในสัญชาตญาณตัวเองว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้าย
ในขณะเดียวกัน คอมเมนต์ในไลฟ์สดก็เดือดพล่าน
[ฉันว่าพี่คุนพูดถูกนะ! เรื่องนี้น่าสงสัยจริงๆ]
[นั่นสิ! เกิดมาไม่เคยได้ยินว่าเลือดคนใช้แก้พิษได้ แถมเขาก็เป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆ ถ้าเลือดวิเศษขนาดนั้นทำไมไม่ดังไปนานแล้วล่ะ ฉันไม่เชื่อหรอก]
[อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ ยาแก้พิษคงออกฤทธิ์พอดี แล้วเย่ไป๋ก็เนียนเคลมผลงานไป]
[เห็นด้วยกับพี่คุน!]
[พวกแกอย่ามาใส่ร้ายเย่ไป๋นะ! พี่เย่ไป๋เขาช่วยเร่อปาจริงๆ อย่ามาปรักปรำเขานะ!]
[ตาสว่างสักทีเถอะ เย่ไป๋ของพวกเธอน่ะน่าสงสัยจะตาย]
แฟนคลับเริ่มโอนเอียงไปทางความคิดของไช่สวี่คุน ภาพลักษณ์ของเย่ไป๋เริ่มถูกมองในแง่ลบมากขึ้นเรื่อยๆ
...
ตัดภาพมาที่ในป่า
หวงจื่อเทายกมือที่เปรอะเปื้อนโคลนขึ้นมาดูด้วยความรังเกียจ
เขาเอี้ยวตัวไปวักน้ำในแม่น้ำมาล้างมือ
พอคราบโคลนหลุดออกไป เขากำลังจะเช็ดมือให้แห้ง สายตาก็เหลือบไปเห็นเส้นผมสีดำยาวเหยียดพันอยู่ที่นิ้วมือ
เขาทำหน้าขยะแขยง รีบสะบัดผมเส้นนั้นทิ้งแล้วจุ่มมือลงไปล้างในน้ำใหม่อีกรอบแบบรัวๆ
"เป็นอะไรของนาย?"
ฮวาเฉินอวี่เห็นท่าทางแปลกๆ ของเพื่อนก็อดถามไม่ได้
"ไม่มีอะไร แค่น้ำมันสกปรกเฉยๆ"
หวงจื่อเทาส่ายหน้าปฏิเสธ
ฮวาเฉินอวี่หันมองแม่น้ำ ทันใดนั้นเขาก็เห็นกลุ่มผมสีดำลอยตามน้ำผ่านไปวูบหนึ่ง เขาเองก็รู้สึกขนลุกรีบหันหน้าหนีเหมือนกัน
ทางด้านอู๋จิงไม่ได้สนใจบทสนทนาของสองหนุ่ม เขากำลังจ้องมองแผ่นหลังของเย่ไป๋เขม็ง
เย่ไป๋เก่งกาจ ความรู้รอบตัวก็แน่นปึ้ก แต่เรื่องเลือดแก้พิษนี่มัน...
ยอมรับยากจริงๆ
หรือว่าสิ่งที่ไช่สวี่คุนพูดจะเป็นเรื่องจริง?
เร่อปารอดมาได้เพราะยาแก้พิษ? แต่ยาแก้พิษที่ไหนจะซ่อมแซมเซลล์ที่ตายไปแล้วได้?
เป็นไปไม่ได้!
อู๋จิงเริ่มปวดหัว ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน จะบอกว่าเป็นเพราะยาก็ดูไม่สมเหตุสมผล แต่จะบอกว่าเป็นเพราะเลือดเย่ไป๋ ก็ยิ่งดูเหมือนนิยายแฟนตาซีเข้าไปใหญ่
ช่างมันเถอะ คิดไปก็ปวดกบาล เอาเป็นว่าเร่อปาปลอดภัยก็พอแล้ว เรื่องอื่นช่างหัวมัน
คิดได้ดังนั้นเขาก็จ้วงพายพาเรือมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึกต่อไป
...
ในขณะเดียวกัน บนท้องฟ้าเหนือป่าดงดิบ
เฮลิคอปเตอร์หลายลำค่อยๆ ร่อนลงจอดอย่างเงียบเชียบ
กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำพร้อมอาวุธครบมือกระโดดลงมาจากเครื่อง
พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ที่ซากงูยักษ์ไททันโอโบอาที่เย่ไป๋เพิ่งจัดการไป ซากมหึมาของมันยังคงนอนนิ่งอยู่ที่เดิม
หัวหน้าทีมทหารรับจ้างมองซากงูยักษ์ด้วยความสนใจ
รายการนี้ดังระเบิดระเบ้อ เขาเองก็เคยดูผ่านๆ เห็นฝีมือเย่ไป๋ในไลฟ์สดก็ว่าเจ๋งแล้ว พอมาเห็นผลงานของจริงกับตา เนื้อตัวยิ่งสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
ถ้ามีโอกาสได้วัดฝีมือกับเย่ไป๋สักตั้งคงจะมันพิลึก
หัวหน้าทีมกวาดสายตาสำรวจซากงู จนไปสะดุดตาที่รอยแผลรูโหว่สองรูตรงตำแหน่ง "เจ็ดนิ้ว" หรือหัวใจของงู เขาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
พอมองไล่ลงมาตามลำตัว ก็เจอรอยมีดผ่าท้องอีกหนึ่งแผล
"หือ? นี่มันอะไรกัน?"
หัวหน้าทีมขมวดคิ้วมุ่น
"มีอะไรเหรอครับหัวหน้า?" ลูกน้องคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ฉันจำได้ว่าพอกลุ่มเย่ไป๋ฆ่างูเสร็จก็รีบหนีไปเลยนี่หว่า แล้วรอยผ่านี่มาจากไหน? แถมดีงูก็ถูกควักออกไปแล้วด้วย หรือว่า..."
สีหน้าของหัวหน้าทีมเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
"หัวหน้าจะบอกว่ามีคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วยเหรอครับ?"
ลูกน้องเริ่มเอะใจ
"ข้ามไปดูฝั่งนู้นซิ"
หัวหน้าทีมสังหรณ์ใจไม่ดี
คนของต้าเซี่ยไม่มีทางเข้ามาในเขตนี้แน่ เส้นทางนี้มีแต่พวก "ค้าแป้ง" เท่านั้นที่ใช้กัน
หรือว่า... พวกนั้นจะผ่านมาทางนี้?
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง กลุ่มของเย่ไป๋กำลังตกอยู่ในอันตราย
...
กลับมาที่ฝั่งอู๋จิง
เขาพายเรือลัดเลาะไปตามลำน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศวังเวง ในน้ำเต็มไปด้วยโครงกระดูกสัตว์ลอยตุ๊บป่อง
โครงกระดูกพวกนี้ดูสยองพอกันกับพวกที่อยู่บนฝั่ง
รอยฟันแทะเกลื่อนกลาด เศษเนื้อเน่าเปื่อยยังติดคาอยู่ตามซี่โครง
[เชี่ย! เจอโครงกระดูกพวกนี้อีกแล้ว ขยะแขยงชะมัด! เห็นเศษเนื้อเน่านั่นแล้วนึกถึงดงแมลงศพเมื่อกี้เลย]
[ที่นี่มันอันตรายเกินไปไหมเนี่ย?]
[อันตรายเหรอ? นี่มันแค่น้ำจิ้ม! พวกเขายังอยู่แค่รอบนอก ยังไม่ได้เข้าเขตใจกลางแดนต้องห้ามด้วยซ้ำ ก็เจอของดีขนาดนี้แล้ว?]
[พวกแกสังเกตไหม ซากพวกนั้นสภาพดูไม่ได้เลย บางตัวหัวขาด บางตัวขาหาย บางตัวเหลือแค่ครึ่งท่อน ตัวบ้าอะไรมันกัดกินได้สยองขนาดนี้?]
[สมกับเป็นแดนต้องห้าม น่ากลัวชิบหาย!]
...
ชาวเน็ตพากันสูดปากด้วยความสยองเมื่อเห็นสภาพศพสัตว์ในน้ำ
แดนต้องห้ามแห่งนี้ไม่ใช่แค่ลึกลับ แต่มันคือโรงฆ่าสัตว์ชัดๆ
ยิ่งตอนนี้ฟ้ามืดสนิท เมฆดำปกคลุมจนไร้แสงจันทร์ มีเพียงแสงไฟฉายวูบวาบจากเรือลำน้อยที่ดูริบหรี่เหลือเกินท่ามกลางความมืดมิดของป่าใหญ่
ป่าดงดิบยามค่ำคืนเปรียบเสมือนปากของอสูรร้ายที่พร้อมจะกลืนกินพวกเขาได้ทุกเมื่อ
ทุกคนบนเรือนั่งตัวเกร็ง ประสาทสัมผัสตื่นตัวเต็มที่
ตึง!
จู่ๆ เรือก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่างจนโคลงเคลง ร่างของทุกคนเซถลา
ไฟฉายในมือจางต้าต้าเกือบหลุดร่วงลงน้ำ
"โอ๊ย!"
"เจ็บนะเว้ย!"
"พี่อู๋จิง! พายเรือภาษาอะไรเนี่ย? อันตรายนะ เดี๋ยวก็คว่ำตายกันหมดหรอก!"
จางต้าต้าหน้านิ่วคิ้วขมวด หันไปแว้ดใส่อู๋จิงทันที
อู๋จิงมองกลับด้วยสายตาเย็นเยียบ เขาอยู่ท้ายเรือ แสงไฟส่องไปไม่ถึง ถ้าเขามองเห็นทางข้างหน้าได้ก็คงเป็นผีแล้ว
"ฉันพายไม่ดี งั้นนายมาพายไหมล่ะ?"
จางต้าต้าถึงกับสะอึก เขาเบ้ปากมองบนแต่ไม่กล้าเถียงต่อ ได้แต่นวดคอตัวเองป้อยๆ แรงกระแทกเมื่อกี้ทำเอาคอเคล็ด
"พี่จิงมองไม่เห็นข้างหน้า มันก็ต้องมีชนบ้างแหละน่า จางต้าต้าถ้านายทำไม่ได้ก็หุบปากไปเลย อย่ามาบั่นทอนกำลังใจคนอื่น"
หยางเชาเยว่ทนฟังเสียงบ่นของจางต้าต้าไม่ไหว เลยสวนกลับแทนอู๋จิง
"นี่มันอะไรเนี่ย? เราชนอะไรเข้า?"
หวงจื่อเทาไม่สนดราม่า เขาฉายไฟขึ้นไปมองวัตถุ่ยักษ์ที่เรือชน
"นั่นมัน... ต้นไม้เหรอ?"
[จบแล้ว]