- หน้าแรก
- ระบบรถบ้านผ่าวิกฤตวันสิ้นโลก
- บทที่ 210 - คนไร้มารยาท
บทที่ 210 - คนไร้มารยาท
บทที่ 210 - คนไร้มารยาท
บทที่ 210 - คนไร้มารยาท
"นายท่านคะ คุยอะไรกับตาฉินเซียวตั้งนานสองนานคะ?"
มู่เสี่ยวอวี๋ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเบาะข้างคนขับในรถบ้าน เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่คุยเรื่องเขาอวิ๋นเฟิง กับนิทานเรื่องพระเจ้าของพวกเขาน่ะ"
ซูเป่ยเอนหลังพิงเบาะหนังแท้อย่างเกียจคร้าน ยกมือป้องปากหาวหวอดใหญ่ วันนี้เจอเรื่องวุ่นวายมาทั้งวัน ชักจะเพลียๆ เหมือนกันแฮะ เดี๋ยวหาอะไรกินแล้วรีบนอนดีกว่า
"เอ๋? นายท่าน หรือว่าจะมีเทพเซียนอยู่จริงๆ?"
พอได้ยินคำว่าพระเจ้า สาวน้อยช่างจ้อก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือเรียวนุ่มนิ่มลงบนหน้าขาของซูเป่ยพลางทำตาโต
"เทพเซียนที่ไหนกันเล่า ก็แค่สัตว์ประหลาดในคราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นแหละ ถ้าโลกนี้มีเทพเจ้าจริง ป่านนี้โลกคงไม่เละเทะแบบนี้หรอก"
ซูเป่ยส่ายหน้า แค่นหัวเราะในลำคอ
พอมองเห็นแววตาผิดหวังเล็กๆ บนใบหน้าสวยหวานของมู่เสี่ยวอวี๋ เขาก็อดแหย่เล่นไม่ได้
"ทำไม? สนใจเรื่องเทพนิยายเหรอเราน่ะ?"
"ก็แหม... นิยายที่หนูเคยอ่านตอนเด็กๆ เทพเซียนพวกนั้นเท่จะตาย มีอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศ เสกของวิเศษได้สารพัด หนูเลยฝังใจน่ะสิคะ!"
"อ๋อออ..."
"แต่ถึงโลกนี้จะมีเทพเจ้าจริงๆ ก็สู้เจ้านายของหนูไม่ได้หรอก! นายท่านของหนูทั้งเก่ง ทั้งมีพลังวิเศษ แถมยังทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ!"
ว่าแล้วแม่สาวขี้อ้อนก็โถมตัวเข้ากอดซูเป่ยเต็มรัก แขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้ แล้วซุกหน้าถูไถอย่างออดอ้อน
"ที่สำคัญ... นายท่านหล่อกว่าพวกเทพพวกนั้นตั้งเยอะ!"
"ยัยเด็กบ้า ปากหวานจริงๆ นะเรา"
ซูเป่ยยิ้มขำ บีบแก้มยุ้ยๆ ของเธออย่างหมั่นเขี้ยว
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นขัดจังหวะหวานแหวว พร้อมกับเสียงของกานเฟิง
"ท่านซูเป่ยครับ ข้างหน้านี้คือที่พักที่ท่านศาสดาจัดเตรียมไว้ให้ครับ"
"โอเค ขอบใจมาก"
ซูเป่ยขานรับ สายตามองไปยังวิลล่าหรูหราที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดถนน
นั่นคือบ้านพักรับรองระดับวีไอพีที่ฉินเซียวจัดไว้ให้ ตัวบ้านสร้างจากไม้เนื้อดีที่ผ่านกาลเวลาจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ดูคลาสสิกและภูมิฐาน โอ่อ่าไม่แพ้บ้านพักในเขตทหารเมืองเจียงไห่เลยทีเดียว
"ว้าว! พวกผู้นำนี่ใจป้ำจังแฮะ ไปที่ไหนก็มีบ้านหรูๆ ให้อยู่ตลอดเลย"
มู่เสี่ยวอวี๋ชะโงกหน้าออกไปมองตาวาว
"นายท่านคะ เราจะอยู่ที่นี่นานไหมคะ?"
"คงสักพักแหละ เดินทางมาเหนื่อยๆ ก็พักผ่อนกันให้เต็มที่หน่อย" ซูเป่ยยิ้มบางๆ
"เย้! ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ อยู่กับนายท่านสบายจะตาย มีของกินของใช้เพียบ!"
"นั่นสินะ"
ซูเป่ยพยักหน้าเบาๆ พลางยกมือขึ้นลูบคางอย่างใช้ความคิด
ตั้งแต่ตอนที่ขับรถออกมาจากบ้านของฉินเซียว หางตาของเขาก็จับสังเกตความผิดปกติบางอย่างได้ตลอด
มีเงาดำสายหนึ่ง แฝงตัวอยู่ในเงามืดของตรอกซอกซอย คอยสะกดรอยตามรถบ้านของเขามาเงียบๆ ตั้งแต่ต้น
เป้าหมายชัดเจนว่าคือรถคันนี้... หรือพูดให้ถูกคือตัวเขาเอง
มุมปากของซูเป่ยกระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัย
"นายท่าน... เป็นอะไรไปคะ? ยิ้มแปลกๆ" มู่เสี่ยวอวี๋ที่จับสังเกตได้เอียงคอถาม
"ไม่มีอะไรหรอก... จริงสิ เสี่ยวอวี๋ เดี๋ยวผมต้องออกไปทำธุระข้างนอกแป๊บนึงนะ เรื่องจัดของในบ้าน ฝากคุณกับเวินหลานจัดการที"
"อ้อ... อย่าลืมเช็คระบบความปลอดภัยรอบบ้านด้วยล่ะ"
"รับทราบค่า!"
ถึงจะงงว่าเจ้านายจะออกไปไหนตอนมืดค่ำแบบนี้ แต่มู่เสี่ยวอวี๋ผู้แสนรู้ความก็ไม่เซ้าซี้ เธอรู้ดีว่าถ้าซูเป่ยอยากบอกเขาจะบอกเอง หน้าที่ของเธอคือทำตามคำสั่งให้ดีที่สุด
...
ตัดภาพมาที่วิลล่าหรูอีกหลังหนึ่งในเมืองอวิ๋นเฟิง
เจ้าหญิงหลาน นอร์ นั่งเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอนด้วยแววตาเหม่อลอย บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ดูไร้พิษภัย
แต่สำหรับคนที่รู้จักเธอดี รอยยิ้มแบบนี้แหละที่น่าขนลุกที่สุด
เพราะยิ่งเธอยิ้มหวานเท่าไหร่ แปลว่าพายุกำลังจะมามากเท่านั้น
เจ้าหญิงกำลังอารมณ์บ่จอย
"สรุปคือ... แกไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับ 'ประมุขแห่งหวงเฉวียน' มาเลยสักอย่าง แล้วก็ซมซานกลับมามือเปล่าแบบนี้เนี่ยนะ?"
หลาน นอร์ เปล่งเสียงเย็นยะเยือก จ้องมองลูกน้องด้วยสายตาคมกริบราวกับน้ำแข็ง
ซัคส์ องครักษ์หนุ่มผู้โชคร้าย นั่งคุกเข่าก้มหน้าสำนึกผิดจนแทบจะจูบพื้น
เมื่อครู่ เขาได้รับคำสั่งให้ไปสะกดรอยตามรถบ้านของซูเป่ย เพื่อสืบหาข้อมูลเชิงลึก แต่ผลลัพธ์คือล้มเหลวไม่เป็นท่า แม้แต่ชื่อจริงของเป้าหมายก็ยังไม่รู้
"...ขอประทานอภัยพะยะค่ะองค์หญิง! กระหม่อมไร้ความสามารถ! สมควรตาย!"
ซัคส์ละล่ำละลักขอโทษเสียงสั่น
"แต่ว่า... กระหม่อมไม่ได้กลับมามือเปล่านะพะยะค่ะ! กระหม่อมสืบรู้ตำแหน่งที่พักที่ฉินเซียวจัดไว้ให้หมอนั่นแล้ว!"
"โห?"
ดูเหมือนข้อมูลนี้จะพอช่วยชีวิตเขาได้บ้าง รอยยิ้มของหลาน นอร์ ดูเป็นธรรมชาติขึ้นเล็กน้อย
"แน่ใจนะว่าไม่โดนจับได้?"
"มั่นใจพะยะค่ะ! ไม่มีใครรู้ตัวแน่นอน!"
"ดีมาก ซัคส์... งั้นพรุ่งนี้เช้า แกนำทางฉันไป เราจะไป 'เยี่ยมเยียน' ท่านประมุขแห่งหวงเฉวียนผู้นั้นกันสักหน่อย"
"พะยะค่ะ!"
ซัคส์เงยหน้าขึ้นรับคำสั่งด้วยความโล่งอก
"ออกไปได้แล้ว"
หลาน นอร์ โบกมือไล่ ซัคส์รีบถอยกรูดออกไปจากห้องทันที
"องค์หญิงเพคะ ได้เวลาสรงน้ำแล้วเพคะ"
ลิอาและสาวใช้อีกคนเดินเข้ามาเตือนเมื่อเห็นเจ้านายเงียบไป
หลาน นอร์ ไม่ตอบแต่ลุกขึ้นยืนเงียบๆ ปล่อยให้สาวใช้ช่วยกันปลดเปลื้องอาภรณ์หรูหราออกจากร่างกาย เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะที่กลมกลืนไปกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา
ตึก ตึก ตึก...
เสียงฝีเท้ากระทบพื้นกระเบื้องดังก้องในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยไอน้ำสีขาว
"เฮ้อ... ถ้ากลับไปช้า ท่านแม่ต้องเป็นห่วงแน่เลย"
หลาน นอร์ ในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันกาย ค่อยๆ หย่อนตัวลงแช่ในอ่างน้ำร้อนขนาดใหญ่ พึมพำกับตัวเองเบาๆ
"แต่มาคราวนี้ก็ได้เห็นอะไรดีๆ เยอะเหมือนกันแฮะ"
"สมแล้วที่เป็นประเทศมังกรอันยิ่งใหญ่ ถึงจะไม่มีผู้ใช้อัญเชิญระดับจ้าวบรรพกาลเหมือนท่านแม่ แต่ก็มียอดฝีมือเพียบเลย ทั้งจ้านอี้ ทั้งฉินเซียว... แล้วก็ตาประมุขหวงเฉวียนคนนั้น..."
"คิดถูกจริงๆ ที่ไม่เลือกเป็นศัตรูกับประเทศนี้ กลับไปต้องรีบบอกท่านแม่ให้ผูกมิตรกับพวกเขาไว้ ช่วยกันตบพวกซอมบี้กับไอ้พวกคนเถื่อนสองเผ่อนั้นดีกว่า"
ขณะที่เจ้าหญิงกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความสบายของน้ำอุ่น จู่ๆ ก็มีเสียงประตูดัง 'ครืดดด'
"ลิอา บอกแล้วไงว่าตอนอาบน้ำฉันไม่ชอบให้ใครเข้ามากวน"
หลาน นอร์ ขมวดคิ้ว พูดเตือนโดยไม่หันไปมอง
ทว่า... ไร้เสียงตอบรับ
"ลิอา? ทำไมไม่ตอบ?"
เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ เธอจึงหันขวับกลับไปมองฝ่าม่านหมอกไอน้ำ
ร่างสูงใหญ่กำยำของใครบางคนค่อยๆ ปรากฏขึ้นเลือนราง รูปร่างแบบนี้... ไหล่กว้างแบบนี้...
ผู้ชาย!
มีผู้ชายกล้าบุกเข้ามาในห้องน้ำของเธอ!
หัวใจของเจ้าหญิงกระตุกวูบ เธอรีบยกมือขึ้นปิดป้องหน้าอกโดยสัญชาตญาณ
"ไอ้คนไร้มารยาท! ที่นี่ไม่ใช่ที่ให้แกเข้ามานะ!"
"งั้นเหรอ?"
สายหมอกจางลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาพร้อมรอยยิ้มขี้เล่นอันคุ้นตา
"นึกไม่ถึงว่าเป็นคุณ!"
หลาน นอร์ ตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อจำเจ้าของเสียงได้
[จบแล้ว]