- หน้าแรก
- ระบบรถบ้านผ่าวิกฤตวันสิ้นโลก
- บทที่ 190 - วิธีรักษาเมืองหนานโจว
บทที่ 190 - วิธีรักษาเมืองหนานโจว
บทที่ 190 - วิธีรักษาเมืองหนานโจว
บทที่ 190 - วิธีรักษาเมืองหนานโจว
"อะไรนะ? ผู้หญิงสวยระดับนางฟ้าสองคนนี้ เป็นลูกน้องของซูเป่ย เจ้าแห่งหวงเฉวียนคนนั้นเหรอเนี่ย"
"บ้าชิบ ทำไมสาวสวยถึงไปกระจุกอยู่กับไอ้หมอนั่นหมดเลยวะ! ฉันเองก็อยากได้ลูกน้องสวยๆ แบบนี้บ้างเหมือนกันนะโว้ย"
"ก็เขาเป็นถึงหัวหน้ากองกำลังระดับท็อปนี่หว่า แกเป็นใคร? เลิกเพ้อเจ้อแล้วตื่นได้แล้ว!"
เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ
"เฮ้ยๆ! ประเด็นที่พวกแกควรสนใจมันผิดเรื่องแล้วมั้ง? พวกเธอมายืนยันนะเว้ยว่าเรื่องซอมบี้บุกน่ะเป็นเรื่องจริง!"
"เออว่ะ ขนาดพวกเธอยังพูดแบบนี้ แสดงว่ามีซอมบี้ห้าหมื่นตัวจริงๆ เหรอเนี่ย"
"ถ้าจริงก็ต้องรีบเผ่นแล้วสิวะ! ห้าหมื่นตัวนะโว้ย ใครจะไปกันอยู่!"
"อย่าเพิ่งตื่นตูมสิวะ ท่านผู้นำยังไม่ได้สั่งอะไรเลย จะรีบหนีไปไหน?"
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เฉินหยวนหยวนรอจังหวะจนเสียงรอบข้างเริ่มซาลง แล้วจึงหันไปกระพริบตาถามซูเป่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ท่านซูเป่ยคะ พวกเธอเป็นลูกน้องของท่านจริงๆ เหรอคะ"
"อืม คนที่ผมบอกว่าทิ้งไว้เฝ้านอกเมืองก็คือพวกเธอนี่แหละ"
ซูเป่ยพยักหน้ารับโดยไม่ปฏิเสธ
"อ๋อ... เป็นแบบนี้นี่เอง... แถมยังสวยเหมือนคุณมู่ไม่มีผิดเลยนะคะ..."
เฉินหยวนหยวนขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ซูเป่ยพลางกระซิบเสียงเบา แม้ใบหน้าจะยังประดับด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยเช่นเคย แต่ไม่รู้ทำไมซูเป่ยถึงรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา
"พวกเธอก็คงเหมือนกับคุณมู่สินะคะ... คงมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้องธรรมดา... ใช่ไหมเอ่ย?"
"เก่งนี่ ดูออกด้วยเหรอเนี่ย"
ซูเป่ยแกล้งทำหน้าตกใจใส่เฉินหยวนหยวน
"ถ้าดูไม่ออกก็แปลกแล้วค่ะ! เมื่อกี้สายตาที่คุณมู่มองหนู แทบจะกินเลือดกินเนื้อกันอยู่แล้ว!"
เฉินหยวนหยวนกลอกตามองบนอย่างน่าเอ็นดู ก่อนจะปั้นยิ้มที่มีเลศนัยขึ้นมาบนใบหน้าสวย
"แต่ท่านซูเป่ยออกจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ การจะมีสาวงามล้อมหน้าล้อมหลังก็สมเหตุสมผลดีนะคะ"
"ฮะๆ..."
ซูเป่ยยิ้มรับบางๆ โดยไม่ได้ตอบโต้
แม้เสียงซุบซิบของฝูงชนจะไม่ดังมาก แต่ทุกถ้อยคำกลับลอยเข้าหูเฉินอวี่หนิงอย่างชัดเจน
"ท่านผู้นำครับ ต้องขอบคุณพวกเธอจริงๆ เราถึงจับเป็นหลี่หัวซานกลับมาได้"
ทหารองครักษ์กระซิบรายงานเฉินอวี่หนิง
เฉินอวี่หนิงไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงมองไปที่หญิงสาวทั้งสองก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ
"ที่แท้ก็เป็นคนของท่านซูเป่ย ขอบคุณมากที่ยื่นมือเข้าช่วย"
"แค่ทางผ่านน่ะค่ะ ท่านผู้นำเฉินไม่ต้องเกรงใจหรอก"
ซูอวี่เวยที่ยืนอยู่ข้างเวินหลานเป็นคนตอบรับ
"ระหว่างทางพวกเราช่วยคนคนหนึ่งไว้ได้ เขาบอกว่ามีข้อมูลสำคัญมากต้องแจ้งให้คุณทราบ"
สิ้นเสียงของซูอวี่เวย ชายคนหนึ่งก็พุ่งตัวออกมาจากด้านหลังของเธอ แล้วถลันเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าเฉินอวี่หนิงพร้อมตะโกนลั่น
"ท่านผู้นำ! ท่านผู้นำ! แย่แล้วครับ เมืองหนานโจวของเรากำลังเจวิกฤตใหญ่หลวง!"
ชายคนนี้คือคนที่ถูกกองทัพกู้โลกไล่ล่าและได้รับการช่วยเหลือจากซูอวี่เวยนั่นเอง
สาเหตุที่เขารอดชีวิตมาได้และมายืนอยู่ตรงนี้ ก็เพราะเวินหลานและพรรคพวกกลับมาช่วยได้ทันเวลา และเบื้องหลังความช่วยเหลือที่ทันท่วงทีนั้นก็มาจากคำเตือนของซูเป่ย
ทันทีที่ระบบรถบ้านตรวจจับการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ ซูเป่ยที่มีระบบอยู่ในมือก็รับรู้สถานการณ์ได้ในเวลาเดียวกัน
เมื่อเห็นว่าศัตรูล้วนเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับสามดาวยกแก๊ง ซูเป่ยจึงฟันธงว่าพวกมันต้องเป็นคนของกองทัพกู้โลกแน่ๆ
เขาจึงรีบส่งกระแสจิตบอกเวินหลานให้ย้อนกลับไปจัดการหน่วยลาดตระเวนกลุ่มนั้น และรีดข้อมูลแผนการของกองทัพกู้โลกออกมาให้ได้
ด้วยการประสานงานของเวินหลานที่เป็นถึงระดับสี่ดาว ร่วมกับไป๋ถิงถิงและซูอวี่เวย ทหารกองทัพกู้โลกกลุ่มนั้นจึงถูกจัดการจนอยู่หมัดในพริบตา
น่าเสียดายที่พอพวกมันรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ ก็ชิงระเบิดหัวใจปลิดชีพตัวเองไปเสียก่อน
รวดเร็วเสียจนซูอวี่เวยไม่มีโอกาสได้ใช้พลังควบคุมจิตใจ
พอรู้เรื่องสถานการณ์นอกเมือง ซูเป่ยจึงสั่งให้ทีมของเวินหลานพาสายสืบของเมืองหนานโจวกลับมารวมพล
เขาสังหรณ์ใจว่าที่มาของฝูงซอมบี้พวกนี้ไม่ธรรมดา
ส่วนเรื่องการช่วยจับตัวหลี่หัวซานระหว่างทาง ก็เป็นแค่ผลพลอยได้ตามที่ซูอวี่เวยบอกจริงๆ
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ชายผู้รอดชีวิต
เฉินอวี่หนิงจำเขาได้ทันที เพราะนี่คือสายสืบมือดีที่เขาส่งไปสืบข่าวที่เมืองอวิ๋นเฟิงเมื่อไม่นานมานี้
ในเมื่อกองทัพกู้โลกแห่งเมืองอวิ๋นเฟิงประกาศตัวเป็นศัตรูกับทุกขั้วอำนาจ เมืองหนานโจวเองก็หนีไม่พ้น การรู้ความเคลื่อนไหวของศัตรูจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
เฉินอวี่หนิงส่งสายสืบระดับสามดาวไปไม่ต่ำกว่าสามสิบคน
แต่ตอนนี้กลับเหลือรอดกลับมาแค่คนเดียว
แถมยังอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเจียนตาย แค่เห็นสภาพเฉินอวี่หนิงก็รู้แล้วว่าข่าวที่นำมาต้องเป็นข่าวร้ายแน่นอน
"ทะ... ท่านผู้นำ! กองทัพกู้โลกที่เมืองอวิ๋นเฟิงมีการเคลื่อนไหวครับ! เมื่อเช้านี้พวกมันเคลื่อนพลกว่าสองพันนาย มุ่งหน้ามาทางเมืองหนานโจวของเรา!"
"ว่าไงนะ?"
"แน่ใจนะว่าเป้าหมายของพวกมันคือเมืองหนานโจว"
"แน่ใจครับ!"
ชายที่หมอบอยู่กับพื้นพยักหน้ายืนยันหนักแน่น
"กองทัพกู้โลกสองพันนาย? พวกมันกะจะก่อสงครามเต็มรูปแบบเลยหรือไง!"
"ดันมาบุกเอาตอนนี้ หรือว่าพวกมันจะรู้เรื่องซอมบี้ห้าหมื่นตัวนั่นด้วย?"
สมองของเฉินอวี่หนิงประมวลผลอย่างรวดเร็ว เวลาไม่คอยท่า เขาไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว
"ทหาร"
"ครับ!"
"ส่งคนไปที่สมาคมการค้าจี๋เล่อ เขตสามสิบหก และพันธมิตรทุกกลุ่มของเรา เดี๋ยวนี้! แจ้งข่าวเรื่องซอมบี้และกองทัพกู้โลกให้พวกเขารู้ บอกให้พวกเขารีบส่งกำลังเสริมมาช่วยด่วนที่สุด!"
ชัดเจนว่าลำพังแค่กองกำลังป้องกันเมืองหนานโจว ไม่มีทางต้านทานทั้งกองทัพซอมบี้และกองทัพกู้โลกพร้อมกันได้
ทางรอดเดียวคือต้องยืมมือพันธมิตร
"รับทราบครับ!"
ขณะที่ทหารรับคำสั่งและกำลังจะวิ่งออกไป เฉินอวี่หนิงที่กำลังจะสั่งการต่อก็ถูกเสียงของหลี่หัวซานขัดขึ้น
"เปล่าประโยชน์! ท่านผู้นำ ลำพังแค่ไอ้พวกขยะพรรค์นั้น ไม่มีทางต้านทานกองทัพซอมบี้นับหมื่นได้หรอกครับ! ต่อให้พวกมันมากันหมด ก็แค่มาเพิ่มจำนวนศพให้ซอมบี้เคี้ยวเล่นเท่านั้นแหละ!"
"แกต้องการจะสื่ออะไร หลี่หัวซาน?"
เฉินอวี่หนิงถามเสียงเย็น
"ผมต้องการจะสื่ออะไรมันยังไม่ชัดเจนอีกเหรอครับท่าน ท่านผู้นำครับ ทางเดียวที่จะรักษาเมืองหนานโจวไว้ได้ คือต้องร่วมมือกับกองทัพกู้โลกเท่านั้น!"
"เหอะ ความคิดโง่เขลา! ต่อให้มีกองทัพกู้โลกสองพันคน ก็สู้ซอมบี้ห้าหมื่นตัวไม่ได้หรอก!"
"พวกเขาคือผู้ที่ได้รับพรจากพระเจ้า ไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษกระจอกงอกง่อยทั่วไปนะครับ"
หลี่หัวซานส่ายหน้า พลางมองเฉินอวี่หนิงด้วยสายตาที่เหมือนกำลังสมเพชคนโง่
"อีกอย่าง การรักษาเมืองหนานโจวไม่ได้หมายความว่าต้องฆ่าล้างซอมบี้ให้หมดสักหน่อยนี่ครับ!"
[จบแล้ว]