เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 - เขาคือเจ้าแห่งหวงเฉวียน

บทที่ 180 - เขาคือเจ้าแห่งหวงเฉวียน

บทที่ 180 - เขาคือเจ้าแห่งหวงเฉวียน


บทที่ 180 - เขาคือเจ้าแห่งหวงเฉวียน

"อย่ามาทำเก่งเพราะแก่กว่าหน่อยเลยน่า!"

มู่เสี่ยวอวี๋ผู้เปี่ยมด้วยความมั่นใจปลดปล่อยพลังต้านรับการโจมตีของกวนรุ่ยซือแบบซึ่งๆ หน้าทันที

คลื่นพลังมหาศาลแผ่กระจายออกจากร่างของมู่เสี่ยวอวี๋ ไม่ถึงห้าวินาที หอกยาวสีแดงในมือของกวนรุ่ยซือก็ถูกดีดสะท้อนกลับ

แรงปะทะส่งร่างของกวนรุ่ยซือพร้อมหอกคู่ใจกระเด็นลอยไปไกลกว่าสิบเมตร ก่อนที่เธอจะพลิกตัวลงสู่พื้นได้อย่างสวยงาม

ในขณะที่มู่เสี่ยวอวี๋เพียงแค่เซถอยหลังไปไม่กี่ก้าว

"ชิ ไม่นึกเลยว่าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเธอ จะเป็นถึงระดับสี่ดาวขั้นกลาง ยอมรับก็ได้ว่าเมื่อกี้พี่สาวประเมินเธอต่ำไปหน่อย"

กวนรุ่ยซือจ้องมองมู่เสี่ยวอวี๋ด้วยดวงตาคู่สวย ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนระบายความหงุดหงิด

ยกแรกของการปะทะกันระหว่างสองยอดฝีมือระดับสี่ดาว จบลงด้วยผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายของทุกคน

"อะไรนะ? แม่หนูคนนั้นอยู่ระดับสี่ดาวขั้นกลางแล้วเหรอ กวนรุ่ยซือสู้ไม่ได้อย่างนั้นเหรอ"

"เธอทำได้ยังไง! เลื่อนระดับได้รวดเร็วปานสัตว์ประหลาดขนาดนี้!"

"ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งขนาดครองความเป็นใหญ่ในวันสิ้นโลกได้สบายๆ เลยนะ แต่ทำไมเธอถึงมาอยู่กับเจ้าซูเป่ยได้ล่ะ"

"แถมเมื่อกี้ฉันยังเห็นเธอทำตัวสนิทสนมกับซูเป่ยมากด้วย หรือว่า..."

"ถ้ายอมแพ้ตอนนี้ ฉันจะปล่อยป้าไปก็ได้นะ"

มู่เสี่ยวอวี๋ก้าวเท้าไปข้างหน้า ข่มขู่กวนรุ่ยซือด้วยน้ำเสียงเหนือกว่า

"ยอมแพ้? ไม่มีทางซะหรอก"

กวนรุ่ยซือส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน ผมยาวสลวยพลิ้วไหวไปตามสายลม ราวกับท่วงท่าร่ายรำอันงดงาม

"ถ้าฉันยอมแพ้ผู้บุกรุกที่จะมาทำลายเมืองหนานโจวง่ายๆ แบบนี้ ต่อไปฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะให้อยู่ที่นี่ต่อคงลำบากแย่ สาวน้อยช่วยเห็นใจพี่สาวหน่อยเถอะนะ~"

"จะให้เห็นใจอะไร ก็ป้าเป็นคนเสนอหน้าออกมาเองนี่"

มู่เสี่ยวอวี๋กลอกตามองบนอย่างเอือมระอา

"ก็ใครใช้ให้สาวน้อยน่ารักขนาดนี้ล่ะจ๊ะ พี่สาวทำใจปล่อยให้พวกผู้ชายสกปรกมาแตะต้องเธอไม่ได้หรอก"

"อี๋..."

คำพูดของกวนรุ่ยซือทำเอามู่เสี่ยวอวี๋ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

ยัยป้านี่ หรือจะเป็นพวกเล่นดนตรีไทย?

"จะว่าไป—"

กวนรุ่ยซือปักหอกลงพื้น แล้วปรายตามองไปด้านหลังของมู่เสี่ยวอวี๋ เลียริมฝีปากเบาๆ

"พ่อหนุ่มรูปหล่อที่ยืนดูอยู่ตรงนั้นน่ะ แน่ใจเหรอว่าจะปล่อยให้แฟนตัวน้อยรับมือฉันคนเดียว ถ้าเกิดน้องเขาบาดเจ็บขึ้นมา พ่อหนุ่มจะปวดใจเอานะ?"

"ยัยป้านี่ สู้ฉันไม่ได้แท้ๆ ยังจะมาทำปากดี หน้าไม่อายจริงๆ!"

คำยุแหย่ของกวนรุ่ยซือทำให้มู่เสี่ยวอวี๋โกรธจนกัดฟันกรอด

อุตส่าห์จะได้โชว์ฝีมือต่อหน้าเจ้านายทั้งที ยัยปบ้านี่ยังกล้ามาพูดจาดูถูกว่าเธอจะแพ้อีก

หน้าด้านที่สุด!

"คอยดูนะ ฉันจะ..."

เสียงตะคอกของมู่เสี่ยวอวี๋ยังไม่ทันจบดี รูม่านตาของเธอก็หดเกร็งฉับพลัน

เพราะร่างของกวนรุ่ยซือที่เคยยืนอยู่ตรงนั้น บัดนี้ได้หายวับไปแล้ว

ทันใดนั้น ความหนาวเหน็บยะเยือกพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาของหญิงสาวก็ดังขึ้นจากด้านหลังใบหูอย่างไม่คาดฝัน

"ลืมเตือนไปเลยสาวน้อย พี่สาวน่ะ เป็นผู้มีพลังความเร็วนะจ๊ะ!"

"แย่แล้ว..."

มู่เสี่ยวอวี๋ไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบโต้ ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองหอกยาวสีเลือดที่กำลังจะแทงทะลุหน้าอกของเธอ

เคร้ง!

เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวานจนแสบแก้วหู

ภาพที่มู่เสี่ยวอวี๋เห็นคือ ในวินาทีสุดท้าย กวนรุ่ยซือรีบชักหอกกลับไปป้องกันที่ข้างเอวของตัวเอง

เมื่อตั้งสติได้ มู่เสี่ยวอวี๋ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เธอรีบใช้พลังควบคุมแรงโน้มถ่วง กดร่างของกวนรุ่ยซือและหอกยาวเล่มนั้นให้แนบสนิทไปกับพื้นทันที

"เจ้านาย ขอบคุณที่ช่วยเค้า..."

"ไม่เป็นไร จำไว้เป็นบทเรียนก็พอ"

ซูเป่ยเก็บปืนกลับเข้าเอว แล้วเดินเข้าไปนั่งยองๆ ตรงหน้ากวนรุ่ยซือ

"ว้าว พ่อหนุ่มรูปหล่อ ปฏิกิริยาตอบสนองไวเวอร์อะไรขนาดนี้ ฉันโจมตีเร็วขนาดนั้น เธอยังเป็นคนแรกเลยนะที่แก้ทางได้ทัน"

กวนรุ่ยซือที่ถูกแรงโน้มถ่วงกดทับจนขยับตัวลำบาก พยายามเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้

"อ๊าย ชุดใหม่ของฉันเปื้อนหมดเลย เพิ่งซื้อมาเมื่อวานแท้ๆ"

"หึ เธอคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะไม่ฆ่าเธอหรือไง"

"...น่ากลัวจัง พ่อหนุ่มหน้าตาออกจะหล่อเหลา ทำไมพออ้าปากพูดถึงได้โหดร้ายนักล่ะ!"

กวนรุ่ยซือถอนหายใจ ก่อนจะฟุบหน้าลงกับพื้นอย่างจำนน

"ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว จะฆ่าจะแกงก็เชิญพ่อหนุ่มตามสบายเลยจ้ะ"

"เตรียมใจมาดีนี่? จะฆ่าจะแกงยังไงก็ได้งั้นสิ?"

"ถ้าเป็นไปได้ ขอแบบไม่เจ็บจะดีที่สุดนะจ๊ะ~"

กวนรุ่ยซือร้องขอเสียงอ่อย

"ฝันไปเถอะ"

ซูเป่ยหัวเราะในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนกวาดสายตามองไปรอบๆ

ไม่ใช่แค่ทหารยามที่ตัวสั่นงันงก แม้แต่พวกไทยมุงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ก็เริ่มเกิดความหวาดกลัว

เป็นไปตามคาด ผู้ชายที่ชื่อซูเป่ยคนนี้แข็งแกร่งกว่าผู้หญิงคนนั้นเสียอีก!

"ซู... ซูเป่ย แก... แกเป็นใครกันแน่"

หลังจากที่กวนรุ่ยซือผู้เป็นถึงระดับสี่ดาวพ่ายแพ้ สายตาที่หัวหน้าชุดมองซูเป่ยก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

แม้ซูเป่ยจะยังไม่ได้โชว์พลังอะไรมาก แต่แค่ปฏิกิริยาตอบสนองอันน่าเหลือเชื่อ การชักปืนเล็งยิงที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติราวกับหายใจ ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจเอื้อมถึง

บวกกับเมื่อคืนที่ทหารยามหน้าประตูถูกจัดการในพริบตา ความแข็งแกร่งของซูเป่ย... มันน่าสะพรึงกลัวเกินจินตนาการ!

ดีไม่ดีแม้แต่ท่านหัวหน้าก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของเขา!

"เดี๋ยวก่อน!"

ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะขาดผึง เสียงตะโกนจากมุมถนนก็ดังขัดจังหวะขึ้น

รถกระบะคันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบ จากนั้นชายคนหนึ่งก็ก้าวลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ

ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือผู้นำค่ายผู้รอดชีวิตเมืองหนานโจว เฉินอวี่หนิง

"เยี่ยมไปเลย ท่านหัวหน้ามาแล้ว!"

"ท่านหัวหน้า!"

หัวหน้าชุดและเหล่าทหารยามต่างดีใจราวกับเห็นพระมาโปรด รีบวิ่งกรูเข้าไปหาเฉินอวี่หนิง

แต่เฉินอวี่หนิงกลับไม่สนใจพวกเขาสักนิด เขาเดินจ้ำอ้าวด้วยสีหน้าเร่งรีบตรงเข้ามา

เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของซูเป่ย หัวใจของเขาก็เต้นแรงผิดจังหวะ

ซูเป่ยเมื่อเห็นเฉินอวี่หนิงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

"หัวหน้าเฉิน ในที่สุดเราก็ได้เจอกันสักที"

"หรือว่าท่านก็คือเจ้าแห่งหวงเฉวียนเมืองเจียงไห่ คุณซูเป่ย? ได้ยินชื่อเสียงมานาน!"

เฉินอวี่หนิงประสานมือคารวะซูเป่ยด้วยความนอบน้อม และทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกจากปาก บรรยากาศโดยรอบก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า

ทุกคนต่างจ้องมองชายหนุ่มที่เฉินอวี่หนิงแสดงความเคารพอย่างสูงสุดด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด

"ล้อกันเล่นใช่มั้ย? หมอนี่ยังหนุ่มยังแน่นขนาดนี้ จะเป็นเจ้าแห่งหวงเฉวียนผู้โด่งดังคนนั้นได้ยังไง"

"เหลือจะเชื่อ... ซูเป่ยยอดคนผู้รวบรวมเมืองเจียงไห่ เมืองเทียนสุ่ย และเมืองชิงสุ่ยเข้าด้วยกัน แล้วก่อตั้งองค์กรหวงเฉวียนขึ้นมา คือคนคนเดียวกับซูเป่ยคนนี้งั้นเหรอ?"

"ฉิบหายแล้ว! นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไป... สั่งคนทั้งเมืองไล่ล่าเจ้าแห่งหวงเฉวียนเนี่ยนะ!"

หัวหน้าชุดอ้าปากค้าง มองดูท่าทีนอบน้อมของหัวหน้าเฉินที่มีต่อซูเป่ย แล้วย้อนนึกถึงวีรกรรมที่ตัวเองทำลงไป ก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

"จบเห่... จบเห่กันหมดแล้ว..."

เขาทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ปากพึมพำอย่างคนสิ้นหวัง

เรื่องที่เขาก่อไว้ ต่อให้ซูเป่ยไม่ลงมือเอง ท่านหัวหน้าเฉินอวี่หนิงก็คงไม่ปล่อยเขาไว้แน่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 180 - เขาคือเจ้าแห่งหวงเฉวียน

คัดลอกลิงก์แล้ว