- หน้าแรก
- ระบบรถบ้านผ่าวิกฤตวันสิ้นโลก
- บทที่ 170 - วิกฤตการณ์มังกร
บทที่ 170 - วิกฤตการณ์มังกร
บทที่ 170 - วิกฤตการณ์มังกร
บทที่ 170 - วิกฤตการณ์มังกร
"ท่านนายพลซ่างกวน ท่านรัฐมนตรีหลิน ผมขอให้พวกท่านพิจารณาให้รอบด้านกว่านี้หน่อยเถอะ!"
ฉินเฟิงมองหน้าผู้คัดค้านทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดร้อนรน
"สายข่าวที่เชื่อถือได้รายงานมาว่า มิคเคน จาเรีย แห่งราชวงศ์นิพพาน ได้ส่งกองกำลังแทรกซึมเข้ามาในประเทศมังกรแล้ว และมีแผนจะตั้งสาขาของราชวงศ์นิพพานบนแผ่นดินของเรา นี่มันฉวยโอกาสกันชัด ๆ!"
"ตอนนี้แผ่นดินมังกรกำลังแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า ผู้มีพลังพิเศษต่างตั้งตนเป็นใหญ่ แย่งชิงอำนาจกันเอง ถ้าเรายังไม่ออกโรงตอนนี้ ต่อไปรัฐบาลจะหมดความน่าเชื่อถือ! ประเทศมังกรจะถึงคราวล่มสลายจริง ๆ ก็คราวนี้แหละ!"
"รัฐมนตรีฉิน ท่านมองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้ว ราชวงศ์นิพพานของมิคเคน จาเรีย ก็แค่เสือกระดาษ เขาเพิ่งจะขึ้นมามีอำนาจใหม่ ๆ กว่าจะรวบอำนาจเบ็ดเสร็จได้คงต้องใช้เวลาอีกหลายปี! ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองตัวเองก็ยังวุ่นวายแบบนี้ เขาจะมีปัญญาแบ่งกำลังคนมาบุกประเทศมังกรได้ยังไง?"
"หลายปี? นายพลซ่างกวน ท่านพูดเล่นหรือเปล่า? ท่านไม่รู้หรือไงว่ามิคเคน จาเรีย สร้างราชวงศ์นิพพานขึ้นมาท่ามกลางฝูงซอมบี้ได้ยังไง? ตอนนี้เผลอ ๆ พลังของเขาอาจจะแตะระดับหกดาว หรือเกือบเจ็ดดาวแล้วด้วยซ้ำ!"
ได้ยินความคิดอันตื้นเขินของซ่างกวนเฉี่ยน ฉินเฟิงถึงกับกัดฟันกรอด
"ตอนนี้ทั่วโลกมีแค่สองคนเท่านั้นที่พอจะงัดข้อกับมิคเคน จาเรีย ได้ นั่นคือ จูอี ฮาลิค กับ อาคาลิน นอร์ ซึ่งเป็นผู้มีพลังสายอัญเชิญเหมือนกัน! ส่วนเกาะมังกรของเรา ผู้มีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดยังอยู่แค่สี่ดาวช่วงกลางเท่านั้น!"
"ถ้าจะวัดกันที่อัตราการเติบโต เราไม่มีทางสู้สามคนนั้นได้เลย!"
ฉินเฟิงพูดจบก็ล้วงเอาแผ่นดิสก์แผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แล้วใส่เข้าไปในเครื่องฉายภาพตรงหน้า
ไม่นานภาพจากวิดีโอที่มีความคมชัดไม่มากนักก็ปรากฏขึ้นบนจอ งูยักษ์ห้าสีขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากพลังงานกำลังพ่นไฟพิษหลากสีออกจากปาก เผาทำลายเมืองทั้งเมืองอย่างโหดเหี้ยม!
ทุกที่ที่มันเลื้อยผ่าน ไม่ว่าจะเป็นซอมบี้ สัตว์อสูร หรือสิ่งปลูกสร้าง ล้วนถูกเปลวเพลิงสีม่วงแผดเผาจนมอดไหม้กลายเป็นจุณ
ไม่เหลือซาก!
เมืองทั้งเมืองถูกสัตว์ประหลาดตัวนี้ทำลายล้างจนราบเป็นหน้ากลองภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
เมื่อเจ้างูยักษ์ชูคอขึ้น ความสูงของมันเทียบเท่าตึกแปดชั้น!
และบนหัวของงูยักษ์ตัวนั้น มีร่างของคนคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่
คนทั้งห้าในห้องประชุมคุ้นเคยกับร่างนั้นเป็นอย่างดี
เขาคือผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งทวีปตะวันตก ผู้มีพลังทัดเทียมกับมิคเคน จาเรีย ผู้ก่อตั้งอาณาจักรราตรี... จูอี ฮาลิค เขาคือผู้บัญชาการงูยักษ์พลังงานตัวนั้นให้ทำลายล้างเมืองที่เต็มไปด้วยซอมบี้และสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่ง
"วิดีโอนี้พวกท่านคงเคยเห็นกันแล้ว!"
ฉินเฟิงขยับแว่นสายตา วิดีโอนี้ถูกส่งมาจากจูอี ฮาลิคโดยตรง จุดประสงค์ของการส่งมานั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการข่มขวัญ
"แม้จะไม่รู้สาเหตุ แต่พวกเขาทั้งสามคนต่างเรียกตัวเองว่า 'จ้าวบรรพกาล' และพลังของแต่ละคนก็เพียงพอที่จะถล่มประเทศมหาอำนาจได้สบาย ๆ เผลอ ๆ แม้แต่นิวเคลียร์ที่เราเก็บรักษาไว้ก็อาจจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ!"
"ถ้าเรายังไม่เร่งมือ รอให้พวกเขาจัดการปัญหาในบ้านตัวเองเสร็จ เป้าหมายต่อไปของพวกเขาต้องเป็นทั้งโลกแน่นอน!"
คำพูดของฉินเฟิงดังก้องไปทั่วห้อง
มนุษย์เป็นสัตว์ที่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น ก่อนหน้านี้ต่อให้ฉินเฟิงพูดจนปากเปียกปากแฉะ กลุ่มของซ่างกวนเฉี่ยนก็มีท่าทีเบื่อหน่าย แต่พอมีภาพวิดีโออันน่าสะพรึงกลัวมาประกอบ น้ำหนักคำพูดของฉินเฟิงก็เพิ่มขึ้นทันตาเห็น
"รัฐมนตรีฉิน ของแบบนี้มันทำปลอมกันได้ บางทีจูอี ฮาลิค อาจจะสร้างวิดีโอนี้ขึ้นมาเพื่อลวงตาเรา ทำให้เรากลัวจนหัวหดก็ได้ใครจะไปรู้?"
รัฐมนตรีหลินเก็บอาการเย่อหยิ่งลงเล็กน้อย หันมาโต้แย้งฉินเฟิง
"ต่อให้ผู้มีพลังพิเศษจะเก่งแค่ไหน แต่การทำลายเมืองได้ง่ายดายขนาดนี้มันก็ออกจะเกินจริงไปหน่อย อีกอย่างในประเทศมังกรของเราก็ไม่เคยมีผู้มีพลังระดับนี้ปรากฏตัวขึ้นเลย ยิ่งน่าสงสัยว่าเป็นของปลอมที่พวกฝรั่งทำขึ้นมาหลอกเรา"
"ทำไมท่านถึงมีความคิดแบบนี้?"
ฉินเฟิงมองรัฐมนตรีหลินด้วยสายตาเหลือเชื่อ
"บนศิลาจารึกที่เมืองมัวตูก็มีชื่อของพวกเขาสามคนขึ้นโชว์หราอยู่ แค่นั้นยังยืนยันไม่ได้อีกเหรอ!"
"รัฐมนตรีฉิน"
ซ่างกวนเฉี่ยนยกมือห้ามรัฐมนตรีหลินไม่ให้พูดต่อ แล้วเป็นฝ่ายพูดเอง
"สมมติตามแนวคิดของท่าน ต่อให้เราส่งกองทัพที่ดีที่สุดกลับไปที่แผ่นดินใหญ่ รวบรวมผู้รอดชีวิตได้ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? สำหรับจ้าวบรรพกาล... หรือผู้มีพลังระดับสูงที่สามารถทำลายเมืองได้ด้วยตัวคนเดียว ต่อให้มีผู้มีพลังระดับต่ำเป็นพันเป็นหมื่นคนก็ไร้ความหมายไม่ใช่เหรอ? ก็แค่ตบยุงตายเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง"
"เรื่องนี้..."
"อย่างที่ท่านว่า ศิลาจารึกมีแค่ชื่อสามคนนั้น มันพิสูจน์แล้วว่าพลังของพวกเขาอยู่ในระดับที่ทิ้งห่างคนอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น แทนที่จะเอาชีวิตไปทิ้ง สู้เราเอาเวลาและทรัพยากรไปทุ่มเทให้กับการวิจัยคริสตัล วิจัยพลังพิเศษ วิจัยซอมบี้ เพื่อสร้างเทคโนโลยีมาต่อกรกับพวกเขาไม่ดีกว่าเหรอ!"
"อีกอย่าง สามคนนั้นก็ไม่ได้เป็นศัตรูกับเราไปซะทุกคน อาคาลิน นอร์ ก็แสดงท่าทีเป็นมิตรกับเราแล้วไม่ใช่หรือไง? ถึงขนาดส่งลูกสาวคนโตมาเป็นทูตประจำอยู่ที่เกาะมังกร ตราบใดที่ลูกสาวเขายังอยู่ อีกสองคนก็คงต้องเกรงใจเราบ้างแหละ!"
ซ่างกวนเฉี่ยนกวาดสายตามองอีกสี่คนที่เหลือด้วยแววตาเด็ดขาด
"ตอนนี้เราเป็นกลุ่มที่มีเทคโนโลยีสมบูรณ์และล้ำหน้าที่สุดในโลก ทำไมไม่ใช้จุดแข็งของเราให้เป็นประโยชน์ จะไปเอาจุดอ่อนของเราไปชนกับจุดแข็งของคนอื่นทำไมจริงไหมครับ รัฐมนตรีฉิน?"
"งานวิจัยต้องใช้เวลา! อาคาลินเจ้าเล่ห์เพทุบายไว้ใจไม่ได้หรอก เวลาของวันสิ้นโลกเหลือน้อยเต็มที ลำพังแค่เทคโนโลยีช่วยประเทศมังกรไม่ได้หรอก! มีแต่ผู้มีพลังพิเศษเท่านั้น..."
ฉินเฟิงเถียงสุดใจ
"เหอะ! เทคโนโลยีช่วยไม่ได้? ไร้สาระสิ้นดี! ในเมื่อพลังพิเศษมีอยู่จริง วิทยาศาสตร์ก็ต้องอธิบายและสร้างมันขึ้นมาได้ การที่รัฐมนตรีหลินวิจัย 'ผลไม้เหนือโลก' ได้สำเร็จ ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"ส่วนเรื่องจุดประสงค์ของอาคาลินกับเรื่องเวลา ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีต่างประเทศไปจัดการสิ ด้วยความสามารถของรัฐมนตรีจ้าน ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว จริงไหมครับ รัฐมนตรีจ้าน?"
สายตาของซ่างกวนเฉี่ยนไปหยุดอยู่ที่ชายผู้เงียบขรึมมาตลอดการประชุม
"ในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศ นี่เป็นความรับผิดชอบของผมครับ"
"เห็นไหมล่ะ? งั้นเรามาโหวตกันอีกรอบเถอะ!"
นายพลซ่างกวนลุกขึ้นยืนประกาศเสียงดัง
"ใครคัดค้านข้อเสนอของรัฐมนตรีฉินเฟิง ยกมือขึ้น!"
รวมซ่างกวนเฉี่ยนด้วย มีคนยกมือสามคน รัฐมนตรีจ้านงดออกเสียงเหมือนเดิม
"รัฐมนตรีหลิน... รัฐมนตรีเฉิน... พวกท่าน..."
ข้อเสนอถูกปัดตกอีกครั้ง ฉินเฟิงตบโต๊ะด้วยความเจ็บใจ
"ใครคัดค้านข้อเสนอของซ่างกวนเฉี่ยน ยกมือขึ้น!"
ไม่มีใครยกมือ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคาดเดาผลลัพธ์ได้อยู่แล้วหรือเปล่า แม้แต่ตัวฉินเฟิงเองก็ไม่ได้ยกมือคัดค้าน
"ดีมาก งั้นการประชุมวันนี้จบเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่เหนื่อยยาก"
สิ้นเสียง ซ่างกวนเฉี่ยนก็เดินนำออกจากห้องประชุมไป
คนอื่น ๆ ทยอยเดินตามออกไป
...
เมื่อเดินออกมาจากห้องประชุม จ้านอี้แหงนหน้ามองท้องฟ้ามืดมิด ส่ายหัวไปมาอย่างอดไม่ได้
"ท่านรัฐมนตรีจ้าน ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะคะ? การประชุมไม่ราบรื่นเหรอ?"
เสียงหวานใสของผู้หญิงดังมาจากด้านหลัง
ภายใต้แสงจันทร์สลัว หญิงสาวผมเงินผู้เลอโฉมยืนสงบนิ่งด้วยท่วงท่าสง่างาม
เธอสวมชุดสูทกระโปรงสไตล์ตะวันตกสีดำขลิบทองแบบเดียวกับทหารกองเกียรติยศ รองเท้าบูทหนังยาวแบบผูกเชือก ที่เอวคาดเข็มขัดห้อยปืนลูกโม่ลวดลายวิจิตรบรรจง
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรูหราดุจขุนนาง หรือปืนพกสีทองอร่าม ล้วนบ่งบอกว่าเธอคือเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์
และในความเป็นจริง เธอก็เป็นเช่นนั้น
"เจ้าหญิงหลาน มาทำอะไรที่นี่ครับ?"
จ้านอี้ปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว เอ่ยถามด้วยความนอบน้อม
[จบแล้ว]