- หน้าแรก
- ระบบรถบ้านผ่าวิกฤตวันสิ้นโลก
- บทที่ 80 - ความพยายามที่สูญเปล่า
บทที่ 80 - ความพยายามที่สูญเปล่า
บทที่ 80 - ความพยายามที่สูญเปล่า
บทที่ 80 - ความพยายามที่สูญเปล่า
"อู๋ฮ่าวหยาง ตายซะ!"
เพื่อเร่งความเร็วให้ถึงขีดสุด อันจิ้นเอวี้ยยอมเสี่ยงด้วยการไม่สร้างเกราะโลหะหุ้มแขนและลำตัวเหมือนทุกครั้ง เมื่อเข้าสู่ระยะประชิด เธอดีดตัวกระโดดลอยตัวขึ้นสูง ง้างดาบโลหะในมือสุดแรงเกิดหมายจะฟันผ่ากะโหลกของอู๋ฮ่าวหยางให้แยกเป็นสองเสี่ยง
แน่นอนว่าอู๋ฮ่าวหยางย่อมไม่ยอมยืนเป็นเป้านิ่ง เขาตวัดแขนยาวเหยียดที่มีกรงเล็บแหลมคมสวนกลับไปปะทะอาวุธของหญิงสาว
เคร้ง!
ดาบโลหะของอันจิ้นเอวี้ยปะทะเข้ากับกรงเล็บอันแข็งแกร่งของหมีสมิง เกิดเสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้มือของเธอชาหนึบ
"หัวหน้าอัน แค่นี้มันยังห่างไกลคำว่าพออยู่นะ!"
อู๋ฮ่าวหยางแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ก่อนจะเหวี่ยงแขนอีกข้างเข้าใส่อันจิ้นเอวี้ยอย่างรวดเร็ว หญิงสาวสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงรีบดีดตัวหลบฉากออกไปด้านข้าง รอดพ้นกรงเล็บมรณะไปได้อย่างหวุดหวิด ทว่าอู๋ฮ่าวหยางกลับมีสายตาอำมหิต เขาฉวยโอกาสในช่วงเสี้ยววินาทีที่อันจิ้นเอวี้ยลอยตัวอยู่กลางอากาศและเสียหลัก กำหมัดหมีขนาดมหึมาทุบเข้าใส่ร่างของเธอเต็มแรง
"ไปตายซะ!"
อันจิ้นเอวี้ยกัดฟันเปลี่ยนดาบในมือให้กลายเป็นโล่โลหะมาบังหน้าอกเพื่อรับแรงกระแทก เสียงปะทะหนักหน่วงดังสนั่นราวกับหินถล่ม ร่างบางของหญิงสาวปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลก่อนจะร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง โล่โลหะที่สร้างขึ้นอย่างเร่งรีบถูกหมัดของอู๋ฮ่าวหยางทำลายจนแตกละเอียดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
"แค่ก... แข็งแกร่งชะมัด!"
อันจิ้นเอวี้ยพยายามยันกายลุกขึ้น เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก พละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นจากการกลายร่างสัตว์นั้น เป็นสิ่งที่ผู้ใช้พลังสายควบคุมธาตุยากจะจินตนาการถึง
"หัวหน้าอัน คุณมีน้ำยาแค่นี้เองเหรอ?"
อู๋ฮ่าวหยางแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ก้าวเท้าหนักๆ เดินย่างสามขุมเข้ามาหาเหยื่อที่บาดเจ็บ แต่ทันใดนั้น สัญชาตญาณสัตว์ป่าก็ร้องเตือนภัย เขาหมุนตัวกลับหลังไปอย่างรวดเร็ว
ฉึก!
เสียงมีดแทงทะลุเนื้อดังขึ้น มีดสั้นในมือของชายคนหนึ่งปักเข้าที่หน้าอกของอู๋ฮ่าวหยางอย่างแม่นยำ มือสังหารผู้นั้นคือหลินเย่นั่นเอง เขาซุ่มรอจังหวะนี้มาตั้งแต่เริ่มการปะทะ แต่ไม่คาดคิดว่าอันจิ้นเอวี้ยจะพ่ายแพ้เร็วขนาดนี้ หากเขายังรอต่อไป หัวหน้าทีมคงไม่รอดชีวิตแน่ หลินเย่จึงตัดสินใจเสี่ยงตายลอบโจมตีจากด้านหลัง
ทว่าเสียงปลายมีดที่กระทบกับอะไรบางอย่างจนแตกหัก กลับฟังดูเหมือนเสียงกระซิบจากยมทูตในหูของหลินเย่ อู๋ฮ่าวหยางก้มลงมองชายที่ลอบกัดด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย
เหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน หลินเย่ตัวสั่นสะท้านรีบหันหลังกลับหมายจะหนีสุดชีวิต แต่อู๋ฮ่าวหยางไม่คิดจะเปิดโอกาสให้ศัตรูรอดไปได้ ด้วยความเร็วที่ขัดกับร่างกายอันเทอะทะ เขาพุ่งประชิดตัวหลินเย่แล้วตวัดกรงเล็บยาวเหยียดฟันเข้าใส่
หลินเย่สัมผัสได้ถึงความตายที่ไล่หลังมา จึงอาศัยความปราดเปรียวของแมวบิดตัวหลบคมเขี้ยวเล็บที่มาพร้อมกับแรงลมกรรโชก ในสายตาของอันจิ้นเอวี้ย ดูเหมือนหลินเย่จะรอดพ้นจากการโจมตีนั้นไปได้ แต่ทว่า...
หลังจากวิ่งหนีไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ร่างของหลินเย่ก็หยุดชะงักกึก ท่ามกลางสายตาที่เบิกโพลงด้วยความตระหนกของอันจิ้นเอวี้ย ร่างกายของเด็กหนุ่มค่อยๆ แยกออกจากกันในแนวเฉียง เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ ก่อนที่ร่างท่อนบนและท่อนล่างจะร่วงลงกองกับพื้นแยกจากกัน
อู๋ฮ่าวหยางหัวเราะเยาะ "ต่อหน้าพลังที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้น แผนการกระจอกๆ ก็เป็นแค่เรื่องไร้สาระ!"
"เสี่ยวหลิน!"
อันจิ้นเอวี้ยกรีดร้องอย่างคนเสียสติ เธอพุ่งตัวเข้าหาอู๋ฮ่าวหยางพร้อมระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย ควบคุมท่อเหล็ก แท่งเหล็ก และมีดทำครัวที่ตกอยู่เกลื่อนพื้นให้พุ่งโจมตีใส่ศัตรูพร้อมกัน ด้วยจำนวนอาวุธที่มากมายมหาศาล อู๋ฮ่าวหยางจึงทำได้เพียงใช้หมัดปัดป้องและกระโดดหลบฉากออกไป
"เสี่ยวหลิน! ไม่นะ!"
อันจิ้นเอวี้ยถลาเข้าไปคุกเข่าข้างร่างที่ขาดครึ่งของหลินเย่ น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม แม้ร่างกายท่อนล่างจะขาดหายไป แต่ด้วยพลังชีวิตของผู้มีพลังพิเศษ หลินเย่จึงยังเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย เขาสำลักลิ่มเลือดออกมาจำนวนมาก ปากขยับพึมพำเสียงแผ่วเบา
"ขอ... ขอโทษครับ... หัวหน้าอัน... แม่... แม่ของผม... ฝาก... ฝากดูแล..."
ท้ายที่สุด หลินเย่ก็สิ้นใจไปโดยที่ยังพูดประโยคสุดท้ายไม่จบ
"ไม่!!!"
อันจิ้นเอวี้ยกอดศพไร้วิญญาณของเด็กหนุ่มไว้แน่น ร่ำไห้จนแทบขาดใจ เป็นเธอเองที่พาเขามาตาย หลิวหยางและหวางซานเจี๋ยที่วิ่งตามมาสมทบเห็นสภาพศพเพื่อนร่วมทีม ต่างก็โกรธจนตาแดงก่ำ
"อู๋ฮ่าวหยาง ไอ้ชาติชั่วเอ๊ย!"
ทั้งสองคนวิ่งเข้าใส่อู๋ฮ่าวหยางอย่างบ้าคลั่ง แต่ยังไม่ทันถึงตัวก็ถูกเสาน้ำแรงดันสูงพุ่งเข้ากระแทกจนล้มกลิ้ง
"พี่หยาง! ผมมาช่วยแล้ว!"
เฉินอี้เต๋อและหลี่เฟยพาลูกน้องกลุ่มหนึ่งเข้ามายืนขนาบข้างอู๋ฮ่าวหยาง ในมือของพวกเขามีมู่ชิงที่ถูกจับเป็นตัวประกัน คนที่ลอบทำร้ายมู่ชิงก็คือซุนเหว่ย ไส้ศึกที่อู๋ฮ่าวหยางวางตัวไว้ ฝั่งของอันจิ้นเอวี้ยที่เหลือรอดอย่างฝิงก่งและกู้ซินอี๋ต่างถอยกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง
หลังผ่านการปะทะอันดุเดือด ทั้งสองฝ่ายกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ฝั่งอู๋ฮ่าวหยางเหลือคนนับสิบ ในขณะที่ฝั่งอันจิ้นเอวี้ยเหลือเพียงเจ็ดแปดคนเท่านั้น
"หัวหน้าอัน รองหัวหน้าฝิง เราจะเอายังไงกันดี?" กู้ซินอี๋ประคองอันจิ้นเอวี้ยเอ่ยถามเสียงสั่น อาการบาดเจ็บเก่ากำเริบผสมกับความเสียใจจากการตายของหลินเย่ ทำให้อันจิ้นเอวี้ยอ่อนแอจนแทบยืนไม่ไหว
ฝิงก่งถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความแค้นเคือง "โธ่เว้ย! ไม่นึกเลยว่าไอ้อู๋ฮ่าวหยางกับเฉินอี้เต๋อมันจะเก่งขึ้นขนาดนี้! คุณกู้ รีบพาหัวหน้าอันหนีไปซะ ผมจะระวังหลังให้เอง!"
อันจิ้นเอวี้ยกัดฟันฝืนยืนขึ้น แววตาเย็นชาจ้องเขม็งไปที่อู๋ฮ่าวหยาง "ถ้าไม่ฆ่ามัน ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!"
"อันจิ้นเอวี้ย ยอมแพ้ซะเถอะ บอกตามตรงนะ คนของเขตทหารเป็นคนสั่งให้ฉันมาจัดการพวกแกเอง ใครใช้ให้เธอไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ปฏิเสธคำเชิญของเขาดื้อๆ ล่ะ?"
อู๋ฮ่าวหยางมองอันจิ้นเอวี้ยด้วยสายตาเย้ยหยัน ก่อนจะพล่ามต่อ "เรื่องมันมาถึงขั้นนี้ ก็โทษตัวเองเถอะที่เป็นผู้นำไม่ได้เรื่อง ตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ เธอไปแหย่คนที่ไม่ควรแหย่เข้าให้แล้ว!"
พูดจบ อู๋ฮ่าวหยางก็โบกมือเบาๆ เป็นสัญญาณ "ฆ่าพวกมันซะ!"
ทว่าทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่ง เสียงระเบิดกัมปนาทก็ดังสนั่นขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา เปลวเพลิงและกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นปกคลุมเส้นทางด้านหลัง ทุกคนต่างหันขวับไปมองทางต้นเสียงด้วยความตกตะลึง ไม่นานนักเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์ก็ตามมา
"หรือจะเป็นผู้การหยาง?"
มีทั้งรถ ทั้งระเบิด สิ่งแรกที่อู๋ฮ่าวหยางนึกถึงคือลูกน้องของหยางไจ้ซิง ทันใดนั้น เงาร่างสามสายก็พุ่งทะลุกลุ่มควันออกมาปรากฏตรงหน้าพวกเขา
"พี่หยาง! นั่นมันไอ้ฟู่เฉียงไม่ใช่เหรอ?" เฉินอี้เต๋อทักขึ้นด้วยความแปลกใจ
อู๋ฮ่าวหยางเพ่งมองแล้วก็ต้องอุทาน "เออจริงด้วย! มันนั่นแหละ!"
ภาพที่ปรากฏคือทหารอาวุธครบมือสองนายของหยางไจ้ซิง กำลังหิ้วปีกฟู่เฉียงที่หน้าตาตื่นตระหนกเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา และเมื่อม่านควันจางลง รถบ้านสีดำทมึนคันยักษ์ที่มีทหารกว่าสี่สิบนายยืนคุ้มกันอยู่สองฟากฝั่ง ก็ปรากฏสู่สายตาของอู๋ฮ่าวหยางและพวกของฝิงก่ง
เมื่อเห็นรถบ้านคันนั้นชัดๆ ฝิงก่งก็เบิกตากว้างและอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"นั่นมัน... รถบ้านของคนคนนั้นนี่นา!"
[จบแล้ว]