เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ความจอมปลอมของเจียงฝาน และการยิ้มเยาะตัวเองของหลินอวี่หาน

บทที่ 18 - ความจอมปลอมของเจียงฝาน และการยิ้มเยาะตัวเองของหลินอวี่หาน

บทที่ 18 - ความจอมปลอมของเจียงฝาน และการยิ้มเยาะตัวเองของหลินอวี่หาน


บทที่ 18 - ความจอมปลอมของเจียงฝาน และการยิ้มเยาะตัวเองของหลินอวี่หาน

ภายในซากปรักหักพังของหอประชุม

เจียงฝานและพรรคพวกนำอาหารที่กวาดมาจากร้านสะดวกซื้อออกมาแจกจ่ายให้นักศึกษาทุกคนเพื่อประทังชีวิต

"พี่หลาน ขอบคุณมากนะครับ!" จ้าวปินกล่าวขอบคุณหน้าแดงแปร๊ด ขณะที่หลานโย่วเอ๋อร์ช่วยทำแผลให้อย่างเบามือ

"ไม่เป็นไรจ้ะ เพื่อนกันต้องช่วยกันอยู่แล้ว" หลานโย่วเอ๋อร์ยิ้มหวานหยดย้อย

หวังอี้ที่นั่งพักเหนื่อยอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย "ว่าแต่พี่หลานรู้จักซูเป่ยด้วยเหรอครับ? แถมสาวสวยสองคนที่มากับเขาก็คือเวินหลานกับมู่เสี่ยวอวี๋ด้วย!"

ซ่งเจ้าทำตาโต "จริงด้วย! นั่นมันระดับมู่เสี่ยวอวี๋กับน้องใหม่ตัวท็อปอย่างเวินหลานเลยนะ! เห็นไหมว่าพวกเธอเอาใจซูเป่ยแจเลย ไอ้หมอนั่นทำบุญด้วยอะไรวะ โชคดีชะมัด!"

"เฮ้อ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย เมื่อกี้ฉันเห็นหลินอวี่หานเดินตามซูเป่ยไปเข้าห้องน้ำด้วย นายไม่เห็นสายตาที่หลินอวี่หานมองซูเป่ยตอนเขาเปิดตัวเหรอ? หวานหยดซะขนาดนั้น... สงสัยลูกพี่เจียงเราจะอกหักดังเปาะซะแล้ว..." จางอวี้ถอนหายใจ

"เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าดาวมหาลัยทั้งสี่คน เสร็จไอ้ซูเป่ยไปแล้วสอง?"

"เหลือใครอีกนะ?"

"โธ่เอ๊ย เรียนที่นี่มาได้ไงเรื่องแค่นี้ไม่รู้ นอกจากหลินอวี่หาน ก็มีมู่เสี่ยวอวี๋ เซี่ยฉาน แล้วก็กู้ซินอี๋ไง"

หูอวี่ขยับแว่นเสริมข้อมูล "ว่าแต่รถบ้านข้างล่างนั่นของซูเป่ยชัวร์ ดูวัสดุก็รู้ว่าเกรดทหาร ซอมบี้กัดไม่เข้าแน่ๆ"

"ได้ไปซ่อนในรถแบบนั้นคงปลอดภัยน่าดู!" เหวินมั่ว นักศึกษาสาวมองลอดรูโหว่ของกำแพงลงไปที่รถบ้านด้วยสายตาละห้อย

"ก็จริง แต่รถแค่นั้นจะขนพวกเราไปหมดได้ไง" ฟางหลิงหลิงเดินเข้ามาพร้อมกับเซี่ยฉาน

เห็นเซี่ยฉาน ดาวมหาลัยอีกคนเดินเข้ามา เหยียนฮ่าวเซวียนรีบยืดอกคุยโว

"ฮ่าๆ ไม่ต้องห่วงครับคุณเซี่ย ถึงซูเป่ยจะดูโหด แต่สมัยเรียนผมเคยเลี้ยงน้ำเขาขวดนึง เราซี้กันมาก ขอแค่ผมเอ่ยปาก เขาต้องยอมพาพวกเราไปด้วยแน่นอน"

"จริงเหรอ? ฉันไม่ยักรู้ว่านายสนิทกับซูเป่ย?" หูอวี่ย้อนถามเสียงเรียบ

"..."

ขณะที่ทุกคนกำลังเม้าท์มอยกันอย่างออกรส ซูเป่ยก็เดินกลับเข้ามาในโถงประชุม

เวินหลานกับมู่เสี่ยวอวี๋รีบปรี่เข้าไปหาทันที

เวินหลานเห็นหลินอวี่หานส่ายหน้าเบาๆ ก็รู้ทันทีว่าการเจรจาล้มเหลว เธอจึงรู้งานสงบปากสงบคำ

เฉินซูถิงที่ได้สติแล้ว ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหาซูเป่ย

ชายหนุ่มผู้ที่เธอไม่เคยสนใจตลอดสองปีที่ผ่านมา

"นาย... มีอะไรรึเปล่า?"

"ฉันอยากถามเรื่องแผลนาย... ขอโทษนะ! ฉันผิดเองที่ทำให้นายบาดเจ็บ!"

เฉินซูถิงก้มหน้าสำนึกผิด น้ำตาคลอเบ้า

แม้ร่างกายจะถูกควบคุม แต่สติสัมปชัญญะของเธอรับรู้ทุกอย่าง

เธอรู้ดีว่ามือคู่นี้แหละที่แทงมีดทะลุอกเขา

"ฉันจำได้ว่ามีดแทงทะลุไปเลย... นายไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ..."

"ไม่ต้องมาใส่ใจ"

ซูเป่ยโบกมือปัดรำคาญ ทำท่าจะเดินหนี

"เดี๋ยวสิ... ฉันมีพลาสเตอร์ยา ถึงจะไม่ช่วยอะไรมาก แต่อาจจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น..."

เฉินซูถิงกัดริมฝีปาก หยิบพลาสเตอร์ยาแผ่นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้ซูเป่ย

แต่ซูเป่ยกลับเดินผ่านเธอไปหน้าตาเฉย ราวกับเธอไม่มีตัวตน

เวินหลานกับมู่เสี่ยวอวี๋มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะรีบเดินตามเจ้านายไป

หลานโย่วเอ๋อร์ที่รักษาคนอื่นเสร็จแล้ว ชั่งใจอยู่พักหนึ่งก็ตัดสินใจเดินตามไปสมทบ

ตั้งแต่วินาทีที่ซูเป่ยลั่นไกสังหารจางเล่ยเคอ เธอถึงได้รู้ซึ้งว่าผู้ชายคนนี้โหดเหี้ยมแค่ไหน ขืนทำตัวงี่เง่าอีก มีหวังศพไม่สวย

เฉินซูถิงยืนเก้อ มือที่ถือพลาสเตอร์ยาค้างอยู่กลางอากาศ หน้าชาจนทำอะไรไม่ถูก

เห็นท่าทางเย่อหยิ่งจองหองของซูเป่ย เจียงฝานที่นั่งเก็บกดมานานก็ระเบิดอารมณ์

เขาผุดลุกขึ้น ตะโกนเรียกซูเป่ยเสียงดังลั่น

"เฮ้ย! ซูเป่ย นายมันจะเกินไปแล้วนะ! ฆ่าเพื่อนร่วมชั้นอย่างเลือดเย็นไม่พอ ยังจะมาเหยียบย่ำน้ำใจของซูถิงอีก จิตใจนายทำด้วยอะไร! ยังมีความเป็นคนอยู่บ้างไหม!"

เสียงตะโกนของเจียงฝานดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความโมโห เขาถึงกับเผลอปลดปล่อยพลังไฟออกมา

"ซูเป่ย! ตอบฉันมาสิ!"

คราวนี้ซูเป่ยยอมหยุดเดิน หันกลับมามองตามคำขอ

"เจียงฝาน ฉันไม่มีหน้าที่ต้องตอบคำถามแก นอกจากเวินหลานกับมู่เสี่ยวอวี๋ คนอื่นในที่นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน"

"เหอะ! ไม่เกี่ยวเหรอ? นั่นมันข้ออ้างของฆาตกรชัดๆ!"

เห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของซูเป่ย เจียงฝานยิ่งของขึ้น เถียงกลับทันควัน

"เลิกสร้างภาพเถอะว่ะ เจียงฝาน"

"แก..."

"ที่แกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ไม่ใช่เพราะฉันฆ่าจางเล่ยเคอหรอก แต่แกโกรธที่ฉันฆ่าคนที่แกประกาศปาวๆ ว่าจะปกป้องต่อหน้าต่อตาแกต่างหาก มันทำให้แกเสียหน้าใช่ไหมล่ะ?

ถึงฉันจะไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ที่แน่ๆ จางเล่ยเคอมันสมคบคิดกับพวกนักเลงเกือบจะฆ่าพวกแกทิ้งทั้งหมดไม่ใช่หรือไง? แล้วตอนนี้แกกลับมาด่าฉันที่ฆ่ามันเนี่ยนะ? ไม่รู้สึกว่าตัวเองตลกบ้างเหรอ?"

"เป็นไปไม่ได้! จางเล่ยเคอไม่สมควรตาย เขาแค่..."

"อย่ามาทำตัวเป็นพ่อพระนักบุญหน่อยเลย เจียงฝาน แกมันก็ยังจอมปลอมน่าขยะแขยงเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด"

"มะ... ไม่ใช่! อย่ามาพูดมั่วๆ นะ! แกฆ่าเพื่อนที่ไม่มีทางสู้มันคือเรื่องจริง!"

"ฆ่าศัตรูมันผิดตรงไหน?"

"หา!? ยังจะถามอีกเหรอว่าผิดตรงไหน นั่นเพื่อนร่วมชั้นนะเว้ย! ผิดเต็มประตูอยู่แล้ว!"

"ฉันขี้เกียจเถียงกับแก สรุปง่ายๆ ใครที่เป็นศัตรู ฉันฆ่าไม่เลี้ยง ไม่สนว่าจะเป็นคนดีหรือคนเลว มีทางสู้หรือไม่มี ถ้าแกข้องใจอยากจะขวางฉันละก็..."

พริบตาเดียว ซูเป่ยพุ่งตัวเข้าประชิดเจียงฝาน ปืนลูกโม่เย็นเฉียบจ่อกลางหน้าผาก

พร้อมเปิดใช้งานสกิล 'เกราะอสนีบาต'

จิตสังหารรุนแรงราวกับคลื่นสึนามิถาโถมเข้าใส่จนทุกคนในห้องหายใจไม่ออก

เฉินซูถิงยืนตัวสั่นงันงก ทำอะไรไม่ถูก

"ต่อให้เคยเป็นเพื่อนร่วมห้อง ฉันก็เป่าสมองแกกระจุยได้เหมือนกัน"

"ก...แก..."

"อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ใช่พวกเดียวกับแก ที่มานี่ก็เพราะเวินหลานขอร้อง ออกจากที่นี่เมื่อไหร่ ทางใครทางมัน"

พูดจบ ซูเป่ยปรายตามองเจียงฝานที่ยืนหน้าซีดเถียงไม่ออกด้วยสายตาเหยียดหยาม แล้วลดปืนลง เดินจากไป

จ้าวปินและคนอื่นๆ มองซูเป่ยด้วยสายตาซับซ้อน ส่วนเหยียนฮ่าวเซวียนที่เมื่อกี้คุยโวไว้เยอะ ตอนนี้หดหัวแทบจะมุดลงดิน

เจียงฝานยังคงทำใจยอมรับไม่ได้ กำลังจะอ้าปากเถียงต่อ

แต่มู่เสี่ยวอวี๋ที่รำคาญเต็มทน สวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือน

"ไม่นึกเลยว่าเดือนมหาลัยอย่างเจียงฝานจะโง่บัดซบขนาดนี้! เจ้านายอุตส่าห์มาช่วยชีวิตพวกแกไว้ สำนึกบุญคุณกันบ้างสิยะ มัวแต่แอ็คอาร์ตเป็นพ่อพระอยู่ได้"

"นี่เธอ..."

"เจียงฝาน พอได้แล้ว!"

หลินอวี่หานตะโกนห้ามทัพ

"อวี่หาน..."

ถูกสายตาผิดหวังของหลินอวี่หานจ้องมอง เจียงฝานรู้สึกอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี เขาได้แต่กระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ แล้วเดินหนีไปอีกทาง

มองแผ่นหลังของเจียงฝาน หลินอวี่หานขมวดคิ้วแน่น

เธอได้เห็นความอ่อนหัดและโลกสวยของเจียงฝาน เพื่อนสมัยเด็กที่ทุกคนยกย่องให้เป็นผู้นำอีกครั้ง

หลินอวี่หานยิ้มเยาะตัวเอง

ไม่สิ อย่างที่ซูเป่ยพูดนั่นแหละ ตัวเธอเองก็ด้วยเหมือนกัน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - ความจอมปลอมของเจียงฝาน และการยิ้มเยาะตัวเองของหลินอวี่หาน

คัดลอกลิงก์แล้ว