- หน้าแรก
- ถูกด่าว่าดับในวาไรตี้ ขอโทษทีงานนี้พี่เกิด
- บทที่ 41: แหล่งบันเทิงแหล่งใหม่มาแล้ว
บทที่ 41: แหล่งบันเทิงแหล่งใหม่มาแล้ว
บทที่ 41: แหล่งบันเทิงแหล่งใหม่มาแล้ว
บทที่ 41: แหล่งบันเทิงแหล่งใหม่มาแล้ว
รอยยิ้มการค้าจอมปลอมของเฉินเฟิงแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามขมับจนแทบจะเอาไปนวดแป้งได้
เขาเคยเป็นพิธีกรงานกาล่าตรุษจีน เคยสัมภาษณ์บุคคลสำคัญระดับโลก เคยรับมืออุบัติเหตุหน้างานที่เลวร้ายที่สุดมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องเจอกับคำขอส่วนตัวแบบนี้ ซึ่งเอ่ยออกมาจากปากแขกรับเชิญด้วยน้ำเสียงที่โคตรจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา
แถมยังพูดถึงสองรอบ!
นี่มันออกอากาศทั่วประเทศอยู่นะเว้ย!
"อาจารย์อี้เหมียน เรื่องนี้... ฮ่าๆ รายการเรากำลังอัดอยู่นะครับ ดูสิ..." เฉินเฟิงพยายามหัวเราะกลบเกลื่อนและเปลี่ยนเรื่อง
แขกรับเชิญคนอื่นในสตูดิโอก็อึ้งกิมกี่ไปเหมือนกัน
คิ้วของเจียงเสี่ยวก็โวเลิกสูงจนแทบจะบินเข้าไปในไรผม
หลินอี้เหมียน ไอ้เจ้าปลาเค็มนี่สนใจผู้หญิงเป็นด้วยเหรอ?
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง?
ซูจิงจิงกับโจวเสี่ยวหม่านมองหน้ากัน สายตาสื่อความหมายว่า "ฉันไม่เข้าใจ แต่ฉันตกใจมาก"
มีเพียงศาสตราจารย์เสิ่นจือเหยียนที่มองหลินอี้เหมียนอย่างครุ่นคิด สลับกับมู่อวี่ซานที่กลับสู่ท่าทาง "ชีวิตไร้ความหมาย" บนหน้าจอ ราวกับพยายามวิเคราะห์ปรากฏการณ์ "ศีลเสมอกัน" นี้จากมุมมองทางสังคมวิทยา
คอมเมนต์ในไลฟ์สตรีมบันเทิงยิ่งกว่าสีหน้าของแขกรับเชิญเสียอีก
【??? เมื่อกี้ฉันได้ยินอะไรนะ? หลินปลาเค็มขอ WeChat ออกอากาศ? สองรอบเลยเหรอ?】
【นี่มันการพัฒนาขั้นเทพแบบไหนกัน! เรือที่ฉันจิ้นยังไม่ออกจากท่า ก็จะล่มแล้วเหรอ?】
【เม้นบน หลินอี้เหมียนกับมู่อวี่ซานนี่แหละคู่แท้! คนขี้เกียจจับคู่กับคนซึมเศร้า—กิ่งทองใบหยกชัดๆ!】
【พิธีกร: ตอนนั้นผมกลัวแทบตาย】
หลินอี้เหมียนเมินบรรยากาศอึดอัดโดยสิ้นเชิง แล้วพูดย้ำอีกครั้ง:
"เดี๋ยวนี้"
สองคำนี้หนักแน่นและกังวาน แฝงพลังกดดันระดับ "ถ้าไม่ให้ ฉันจะนอนประท้วงอยู่ตรงนี้จนโลกแตก"
เฉินเฟิงหมดหนทาง
เขาส่งสายตาเว้าวอนไปหาหัวหน้าผู้กำกับหวังเฮ่อ ซึ่งตะโกนใส่หูฟังด้วยน้ำเสียงเหมือนคนใกล้หัวใจวาย:
"ให้เขาไป! ให้เขาไปซะ! พ่อคุณทูนหัวอยากได้อะไรก็ยอมๆ ไปเถอะ!"
"ได้ครับ ได้ครับ อาจารย์อี้เหมียน"
เฉินเฟิงปาดเหงื่อ หยิบโทรศัพท์ออกมา ขณะที่ปากก็สรุปช่วงของมู่อวี่ซาน นิ้วก็รัวบนหน้าจออย่างรวดเร็ว
"คุณมู่อวี่ซานใช้ความจริงใจและพรสวรรค์ แสดง 'การแก้เกมประชาสัมพันธ์' อันยอดเยี่ยมให้เราได้ชม... เรียบร้อยครับอาจารย์อี้เหมียน ผมส่งให้แล้วครับ"
สิ้นเสียงเขา แอนิเมชันคั่นรายการก็เริ่มเล่นบนจอใหญ่
โทรศัพท์ของหลินอี้เหมียนส่งเสียงเตือน เขาได้รับนามบัตรติดต่อที่เฉินเฟิงส่งมา
【จุดสิ้นสุดของจักรวาล】
รูปโปรไฟล์เป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดสนิท มีตัวอักษรสีขาวเล็กๆ ตรงกลางเขียนว่า: อย่ามายุ่งกับฉัน
หลินอี้เหมียนกด "เพิ่มเพื่อน"
อีกฝ่ายตอบรับแทบจะทันที
ทางนั้นไม่ได้ส่งคำว่า "สวัสดี" หรือสติกเกอร์มา แต่ส่งประโยคตรงไปตรงมาประโยคเดียว
【จุดสิ้นสุดของจักรวาล】: "ปฏิเสธการจิ้น เริ่มต้นที่ตัวฉัน"
หลินอี้เหมียนขำ
【แบตเตอรี่เหลือ 1%】: "เหมาะกับผมพอดี งั้นเราข้ามช่วงอวยกันตามมารยาททางสังคมไปเลยได้ไหม? มันเปลืองแบตฯ เกินไป"
【จุดสิ้นสุดของจักรวาล】: "ได้ งั้นคุณแอดมาทำไม? จะหาเสียงล่วงหน้าเหรอ?"
【แบตเตอรี่เหลือ 1%】: "เปล่า ผมมีข้อสงสัยทางวิชาการเกี่ยวกับนิยามคำว่า 'ขี้เกียจ' อยากจะหารือกับคุณหน่อย"
อีกฝ่ายเงียบไปประมาณครึ่งนาที ดูเหมือนกำลังประมวลผลวิธีจีบสาว (หรือชวนคุย) ที่ไม่เหมือนใครนี้
【จุดสิ้นสุดของจักรวาล】: "ว่ามา อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ปริญญาโทของฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ในการสื่อสาร บางทีฉันอาจให้คำแนะนำตื้นๆ ได้บ้าง"
สวิตช์บางอย่างในตัวหลินอี้เหมียนถูกเปิดออก
【แบตเตอรี่เหลือ 1%】: "ผมเชื่อว่า 'ความขี้เกียจ' เป็นปรัชญาการใช้ชีวิตเชิงบวกและเชิงรุก ที่มุ่งเน้นการได้รับผลประโยชน์สูงสุดในการดำรงชีวิตด้วยการใช้พลังงานให้น้อยที่สุด"
"มันไม่เท่ากับ 'ความเสื่อมโทรม' และยิ่งไม่เท่ากับ 'ไร้ประโยชน์'"
"ตัวอย่างเช่น ผมเลือกที่จะนอน ไม่ใช่เพราะผมลุกไม่ไหว แต่เพราะการนอนมีพลังงานศักย์ต่ำที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับกฎการเพิ่มขึ้นของเอนโทรปีในจักรวาลได้ดีที่สุด"
"คุณคิดว่าไง?"
【จุดสิ้นสุดของจักรวาล】: "เห็นด้วยในภาพรวม แต่ฉันคิดว่านิยามของคุณยังไม่แม่นยำพอ"
"หัวใจสำคัญของ 'ความขี้เกียจ' อยู่ที่ 'ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าเริ่ม'"
"ตัวอย่างเช่น เงินตกอยู่บนพื้น: ถ้าต่ำกว่าสิบหยวน แคลอรี่ที่ต้องใช้ในการก้มเก็บ เมื่อแปลงเป็นค่าอาหารแล้ว มันไม่คุ้ม"
"ดังนั้น การไม่เก็บเงินที่ต่ำกว่าสิบหยวนไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่มันคือเศรษฐศาสตร์"
【แบตเตอรี่เหลือ 1%】: "มีเหตุผล"
"ถ้าจะขยายความ เวลาสั่งเดลิเวอรี ให้สั่งจากร้านโปรดเสมอ แทนที่จะหาร้านใหม่ๆ"
"นี่ก็ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่มันคือการบริหารความเสี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนของการลองผิดลองถูกและความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจ"
【จุดสิ้นสุดของจักรวาล】: "ถูกต้องที่สุด"
"ในทำนองเดียวกัน การไม่เป็นฝ่ายจบทวนสนทนาก่อนและรอให้อีกฝ่ายบอก 'บ๊ายบาย' ไม่ใช่โรคกลัวสังคม แต่มันคือการโอนความรับผิดชอบในการจบบทสนทนาที่ต้องใช้พลังงานสูงไปให้อีกฝ่าย ซึ่งเป็นการบริหารจัดการพลังงานที่ชาญฉลาด"
【แบตเตอรี่เหลือ 1%】: "เนื้อคู่!"
【จุดสิ้นสุดของจักรวาล】: "สหายรู้ใจ!"
ทั้งสองคุยโต้ตอบกันไปมาทาง WeChat ไล่ตั้งแต่ความเป็นไปได้ทางทฤษฎีของ "วิธีปิดไฟด้วยพลังจิต" ไปจนถึง "ผลกระทบเชิงบวกของการกินข้าววันละมื้อต่อความมั่นคงทางอาหารโลก" ประกายทางปัญญาระหว่างพวกเขาปะทะกันเสียงดังสนั่น ราวกับพี่น้องที่พลัดพรากจากกันมานานได้กลับมาพบหน้า
โจวพู่พู่มองอยู่ข้างๆ เห็นหลินอี้เหมียนแสดงสีหน้าเหมือนเจอเนื้อคู่ ตกใจจนไม่กล้าหายใจแรง
พี่เมี่ยนยิ้ม?
พี่เมี่ยนยิ้มไม่ใช่เพราะเห็นคนอื่นซวยเหรอ?
โลกจะแตกแล้วหรือไง?
ขณะที่หลินอี้เหมียนและมู่อวี่ซานกำลังจะเริ่มถกเถียงเรื่อง "ผลกระทบของการนอนหลับต่อหลักความไม่แน่นอนของกลศาสตร์ควอนตัม" ช่วงพักเบรกก็จบลง
เสียงเพลงปลุกใจดังขึ้น และวิดีโอแนะนำแขกรับเชิญคนที่สองที่จะถูกพิพากษาในวันนี้ก็เริ่มฉายบนจอใหญ่
หนุ่มหล่อหน้าใสในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว นั่งอยู่ริมหน้าต่างห้องสมุด ปรากฏตัวบนหน้าจอ ในมือถือหนังสือ The Republic ฉบับภาษาอังกฤษ ตรงหน้ามีสมุดจดแคลคูลัสที่เต็มไปด้วยสูตรซับซ้อนกางอยู่
กล้องซูมไปที่สมุดจด—ลายมือเป็นระเบียบ ตรรกะชัดเจน
เสียงบรรยายเต็มไปด้วยความหลงใหลและจังหวะจะโคน: "เขาคือสายลมแห่งความสดชื่นในวงการไอดอล คือตู้หนังสือเดินได้!"
"ห้าปีหลังจากเดบิวต์ เขาติดอาวุธให้ตัวเองด้วยความรู้ และนิยามคำว่าไอดอลด้วยความสำเร็จของเขา!"
"เขาคือ—'ไอดอลสายวิชาการตัวจริง' จ้าวสึเซวียน!"
ในวิดีโอ จ้าวสึเซวียนกำลังให้สัมภาษณ์
"ผมรู้สึกว่าในฐานะไอดอล ผมควรนำทางแฟนคลับไปในทางที่ดีครับ"
"ผมชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะปรัชญาและฟิสิกส์ ซึ่งทำให้ผมได้ใคร่ครวญถึงแก่นแท้ของโลก"
เขายิ้มให้กล้องอย่างอ่อนโยนและดูมีการศึกษา
คอมเมนต์ในไลฟ์สตรีมถูกคลื่นคำอวยยศของแฟนคลับถล่มทลายทันที
【กรี๊ดดด! เกอเกอสุดยอด! นี่สิไอดอลคุณภาพ!】
【ร้องไห้แล้ว เกอเกอของฉันอ่านหนังสือจริงจังมาก! สมุดจดนั่นของเด็กเรียนตัวจริงชัดๆ!】
【รอดูจ้าวสึเซวียนใช้สมองบดขยี้ทั้งเวที! บางคนที่เอาแต่นอนไม่รู้สึกอายบ้างเหรอ?】
【อย่าพาดพิงคนอื่นสิ แต่ฉันตั้งตารอเกอเกอสายวิชาการฉีกหน้าพวก 'คนไร้ประโยชน์' จริงๆ!】
หลินอี้เหมียนถูกดึงกลับสู่โลกความเป็นจริงอย่างไม่เต็มใจจากการ "ถกเถียงทางวิชาการ" กับมู่อวี่ซาน เขาค่อยๆ เลิกเปลือกตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน
มองดูจ้าวสึเซวียนที่กำลังโชว์รูปอ่านหนังสือต้นฉบับภาษาอังกฤษและสมุดจดแคลคูลัสบนหน้าจอ หลินอี้เหมียนไม่รู้สึกอะไรเลย แถมยังอยากจะหาวอีกต่างหาก
【ติ๊ง! การตรวจจับจุดบกพร่องของคาแรคเตอร์ ทำงาน!】
【เป้าหมาย: จ้าวสึเซวียน】
【คาแรคเตอร์: ไอดอลสายวิชาการตัวจริง】
【ระดับความบกพร่อง: 65%】
【ตัวตนจริง: นักเรียนนอกชุบตัว ที่เรียนจบมาได้อย่างทุลักทุเลด้วยการอ่านหนังสือโต้รุ่งและให้อาจารย์ช่วย 'ปัดเกรด'】
【ชอบเก๊กท่าถ่ายรูปถือหนังสือ ประวัติย่อของกาลเวลา ในที่สาธารณะ แต่จริงๆ แล้วจำสูตรฟิสิกส์พื้นฐานยังสับสน】
【ใช้คำคมคนดังที่ท่องจำมาเพื่อถ่วงเวลาตอนสัมภาษณ์ แต่ในมือถือส่วนตัวเต็มไปด้วยรูปสาวๆ ในผับ】
【ชิ้นส่วนภาพที่เกี่ยวข้อง ทำงาน...】
【อพาร์ตเมนต์ในลอนดอนคืนฝนตก จ้าวสึเซวียนห่อตัวด้วยผ้าห่ม นั่งขดตัวอยู่ที่โต๊ะ เกาหัวยิกๆ อย่างบ้าคลั่ง มองหน้าจอที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายกากบาทสีแดงบนการบ้านแคลคูลัส】
ภาพตัด
【จ้าวสึเซวียนจ้อง Google Translate อ่านวิทยานิพนธ์ทีละประโยคอย่างยากลำบาก ภาพพื้นหลังหน้าจอแล็ปท็อปโชว์รูปเขากอดสาวสวยที่หน้าผับใหญ่ที่สุดในลอนดอนอย่างเด่นหรา】
ภาพตัดอีกครั้ง
【ตีสาม จ้าวสึเซวียนยัดหน้าบรรณานุกรมแผ่นสุดท้ายใส่วิทยานิพนธ์ แล้วอ้อนวอนอาจารย์ผ่านกล้องด้วยภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ: "Please give me one more chance, I really need to pass this course..." (ขอโอกาสผมอีกครั้งเถอะครับ ผมต้องผ่านวิชานี้จริงๆ...)】
หลินอี้เหมียนขยับปรับองศาเก้าอี้เอนอย่างสบายอารมณ์ หาจัดท่าใหม่ที่นอนหลับได้สงบกว่าเดิม
จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดหน้าแชต "จุดสิ้นสุดของจักรวาล" แล้วพิมพ์ข้อความบรรทัดหนึ่งอย่างช้าๆ
"แหล่งบันเทิงแหล่งใหม่... มาแล้ว"