เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - เป้ใบจิ๋วของฮาร์ปี้

บทที่ 37 - เป้ใบจิ๋วของฮาร์ปี้

บทที่ 37 - เป้ใบจิ๋วของฮาร์ปี้


ปกติฉินจื่อเหวินออกเช้ากลับค่ำ ไม่ค่อยได้เจอเพื่อนบ้านชั้นบนชั้นล่าง

ถือโอกาสวันนี้ได้เจอหน้ากันพอดี

ชั้นบนเป็นคู่สามีภรรยาวัยกลางคน ผู้ชายผมสั้นท้วมหน่อยๆ ภรรยาใส่แว่นดูท่าทางเป็นผู้ดี ข้างหลังผู้ชายมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เกาะเอวอยู่ ชะโงกหน้ามามองข้างล่างอย่างกล้าๆ กลัวๆ

สงสัยเมื่อกี้ฉินจื่อเหวินกับน้องชายดุไปหน่อย พอสบตากัน เด็กน้อยก็รีบมุดหน้าหนีไปซ่อนหลังพ่อ

ชั้นล่างเป็นชายผมดอกเลารูปร่างสันทัด ลูกชายข้างๆ ตัวพอๆ กัน หน้าตายังดูเด็ก น่าจะอยู่มัธยมปลาย พอสบตาฉินจื่อเหวินก็หลบตา

ห้อง 501 ประตูปิดสนิท ห้องตรงข้ามไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

เพื่อนบ้านชั้นล่างพาลูกชายกลับเข้าห้อง ฟังจากเสียงปิดประตูน่าจะอยู่ 401

ฉินจื่อเหวินกำลังจะปิดประตู เพื่อนบ้านชั้นบนก็เอ่ยขึ้น "เอ่อ... น้องชาย ที่บ้านพอมีอาหารเหลือไหม? ผมขอแลกหน่อยได้ไหม"

ฉินจื่อเหวินส่ายหน้า "ไม่ค่อยเหลือแล้วครับ"

เสียงผู้ชายเบาลง เจือความเว้าวอน "วันก่อนที่ล่าจระเข้ ผมก็ยืนดูอยู่ข้างๆ ถ้าเป็นสมัยหนุ่มๆ ผมคงลงไปลุยด้วยแล้ว แต่อายุขนาดนี้ แถมมีลูกมีเมีย..."

"คุณจะเอาอะไรมาแลก?"

แววตาผู้ชายมีความหวังขึ้นมา "กระดาษชำระ เอาไหม? ที่บ้านผมมียาสามัญประจำบ้านด้วย ยาแก้หวัด ยาแก้อักเสบ ยาผงยูนนาน ได้หมดเลย"

ฉินจื่อเหวินเลิกคิ้ว "ของพวกนี้คุณเอาไปแลกข้างล่างก็ได้นี่ครับ ยาพวกนี้เป็นของมีค่า"

ผู้ชายยิ้มขมขื่น "มีค่าจริง แต่มันไม่ใช่ปัจจัยสี่สำหรับคนแข็งแรง คนถามหาไม่เยอะ แต่ราคาดันสูง หลายคนคิดว่าเป็นหวัดนิดหน่อยทนๆ เอา กินน้ำร้อนเดี๋ยวก็หาย แถมหลายบ้านก็มียาติดบ้านกันอยู่บ้างแล้ว"

ฉินจื่อเหวินมองเขา "ราคารับซื้อผมก็ไม่ได้สูงนะ"

ผู้ชายหน้าอูมฝืนยิ้ม "ผมรู้ ผมเข้าใจ ขอแค่ไม่กดราคาจนน่าเกลียดผมรับได้"

ฉินจื่อเหวินถาม "มีปรอทวัดไข้ไหม?"

ผู้ชายรีบพยักหน้า "มีครับ มีปรอทแก้วอันหนึ่ง"

"ขอปรอทอันหนึ่ง ยาแก้หวัดสองกล่อง ยาแก้อักเสบสองกล่อง วันหมดอายุอีกนานไหม?"

"อย่างน้อยก็อีกปีหนึ่งครับ"

"เนื้อสามจิน"

รอยยิ้มบนหน้าผู้ชายแข็งค้าง

ภรรยาเขาหน้าเปลี่ยนสี ราคานี้ต่ำกว่าที่คาดไว้มาก

ตอนนี้ในหมู่บ้าน แม้เนื้อสดจะหายาก แต่ถ้าตั้งใจจริงๆ ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้

ข้างๆ ก็มีแม่น้ำ ตกปลาได้ ริมน้ำจับกุ้งจับปูได้ ตามซอกหินถ้าโชคดีก็เจองูเจอไหล ตามพงหญ้ารอบหมู่บ้านก็มีหนูนา แมลง

ถ้าใจกล้าหน่อย ก็รวมกลุ่มออกไปวางกับดักล่าสัตว์ไกลๆ

ยิ่งถ้าข้ามกำแพงในใจได้ แมลงต้มสุกก็เป็นโปรตีนชั้นดี

แต่ปัญหาจริงๆ คือประชากรในหมู่บ้านเยอะเกินไป พอหารเฉลี่ยแล้ว เนื้อที่ตกถึงปากท้องแต่ละคนก็น้อยนิด

สองสามีภรรยาไม่ใช่ไม่เคยพยายามออกไปหาอาหาร แต่ลูกสาวสิบขวบกำลังโต กินจุ ที่บ้านมีผู้ใหญ่กินดุอีกสองคน ผ่านไปไม่กี่วันเสบียงก็ร่อยหรอ ใกล้จะอดตายกันแล้ว

"ขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหมครับ" เขาเป็นสามี เป็นพ่อ ต่อหน้าคนที่รักที่สุดสองคน ชายคนนี้แทบจะอ้อนวอน

ลูกสาวจับแขนพ่อ กระซิบเสียงเบา "พ่อ หนูไม่หิว..."

ฉินจื่อเหวินมองชายคนนั้น "สี่จิน เนื้อสดผมก็เหลือไม่เยอะแล้ว เสี่ยวอู่ ไปเอาเนื้อเส้นนั้นออกมา"

ฉินจื่ออู่รู้ใจพี่ชาย วันก่อนล่าจระเข้ได้เนื้อมาสิบกว่าจิน

กินไปบ้าง แลกไปบ้าง เนื้อสดเหลือแค่สี่ห้าจิน นอกนั้นเป็นเนื้อรมควัน

เขาหิ้วเนื้อแดงๆ ออกมา ชั่งน้ำหนักต่อหน้าครอบครัวชั้นบน แบ่งออกมาสี่จิน

มองดูเนื้อสี่จินที่แบ่งออกมา ชายคนนั้นรู้สึกเหมือนฝัน ถ้าเป็นก่อนทะลุมิติ ซื้อหมูสี่จินง่ายนิดเดียว ที่บ้านกินสองวันก็หมด

แต่ตอนนี้ ต้องใช้วิธีนี้แลกมา

ฉินจื่อเหวินกำชับ "เนื้อนี่ต้องรีบกินนะครับ ตัดมาวันกว่าแล้ว เดี๋ยวจะเน่า"

ชายคนนั้นรีบพยักหน้า "ครับๆ"

แลกของเสร็จ ฉินจื่อเหวินเอายากับปรอทวัดไข้ไปเก็บ

ของพวกนี้เป็นผลผลิตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ใช้แล้วหมดไป หาเพิ่มไม่ได้ เว้นแต่จะสุ่มได้จากระบบ เก็บตุนไว้ที่บ้านไม่เสียหาย เพิ่งย้ายบ้านมาไม่กี่วัน เขาเองก็ไม่ได้เตรียมยาไว้

จัดการเรื่องแลกเปลี่ยนเสร็จ ฉินจื่อเหวินกลับเข้าห้องนอน ฮาร์ปี้กินปลาเสร็จกำลังไซ้ขนตัวเองอยู่

"พี่ วันนี้เราจะไปวาดแผนที่เหรอ?"

"อื้ม"

ฉินจื่ออู่ชูนิ้วขึ้นมา "ผมมีไอเดียเด็ด"

"ว่ามา"

ฉินจื่ออู่เอามือล้วงกระเป๋า "ฮี่ๆ เจ้านกนี่มันบินได้ใช่ไหม เราก็เอากล้องไปแขวนคอมัน แล้วให้มันบินวนรอบๆ พื้นที่ ก็จะได้คลิปวิดีโอมาดูแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"เฮ้ย... รู้จักใช้สมองแล้วนี่หว่า" ฉินจื่อเหวินทึ่ง ไอเดียน้องชายฟังดูเข้าท่ามาก ช่วยลดงานลดความเสี่ยงไปได้เยอะ ไม่ต้องเอาตัวไปเสี่ยงในป่า

แต่มีประเด็นสำคัญสองข้อ

หนึ่ง เขาไม่มีกล้องวิดีโอ

สอง จะติดกล้องกับตัวนกยังไงไม่ให้หล่น

ข้อแรกไม่ยาก ฉินจื่อเหวินนึกถึงมือถือตัวเอง

ใช้มือถือถ่ายเอาก็ได้ ยังไงมือถือก็แทบจะไร้ประโยชน์แล้ว เอามาใช้ให้คุ้ม

ข้อสอง จะยึดมือถือยังไงไม่ให้ร่วง

ฉินจื่อเหวินครุ่นคิด "จะกันไม่ให้มือถือร่วง..."

ฉินจื่ออู่เสนอแบบซื่อๆ "ให้มันถือไว้ได้ไหม?"

ฉินจื่อเหวินมองบน "...ฉันว่าให้มันหิ้วแกบินไปถ่ายยังดูเป็นไปได้มากกว่า"

ฉินจื่ออู่ยิ้มแห้ง ก็แค่เสนอไอเดียเฉยๆ

มองดูกรงเล็บยักษ์ของฮาร์ปี้

ยาวและคมกริบ จะให้จับมือถือลื่นๆ คงไม่มั่นคง แถมบินบนฟ้าต้องเจอลมเจอฝน เปลี่ยนท่าบินไปมา

"ทำเป้สะพายรูปตัว X ให้มัน เอาเป้ไว้ตรงหน้าอก เจาะรูให้เลนส์กล้องโผล่ออกมา อืม แบบนี้น่าจะได้ แต่ต้องเย็บให้แน่นหนาหน่อย"

ฉินจื่อเหวินยิ่งคิดยิ่งเห็นภาพ แต่เขาเย็บผ้าไม่เป็น ต้องหาคนทำเป็น

ไม่ยากหรอก ไม่ได้ต้องการงานประณีตสวยงาม ขอแค่ขนาดพอดี แข็งแรงทนทานก็พอ

เขาขึ้นไปหาเติ้งกวง ถามดูแล้วโชคดีที่พี่สะใภ้พอเย็บปักถักร้อยเป็น และที่บ้านมีเข็มด้าย

ฉินจื่อเหวินบอกความต้องการ

เซียวเสวี่ยเหมยรับปากทันที แล้วตามฉินจื่อเหวินลงมาที่ห้อง พอเห็นฮาร์ปี้ในห้องนั่งเล่นก็ตกใจ

แม้จะแปลกใจที่มีนกยักษ์ แต่เธอก็ไม่ได้โวยวาย แค่ทำตามที่ฉินจื่อเหวินบอก เอาเศษกางเกงยีนและเสื้อผ้าเก่ามาตัดเย็บเป็นเป้ใบจิ๋วสำหรับคล้องคอฮาร์ปี้

"เสร็จแล้ว ลองดูซิว่าต้องแก้ตรงไหนไหม?" เซียวเสวี่ยเหมยปาดเหงื่อ

"ขยับตัวหน่อยซิ" ฉินจื่อเหวินตบตัวฮาร์ปี้ มันกระโดดไปมาในห้องนั่งเล่น มือถือที่หน้าอกยังติดแน่นไม่ขยับเขยื้อน

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 37 - เป้ใบจิ๋วของฮาร์ปี้

คัดลอกลิงก์แล้ว