- หน้าแรก
- คอนโดของฉัน ทะลุมิติไปอีกแล้ว
- บทที่ 24 - กระท่อมช่างไม้
บทที่ 24 - กระท่อมช่างไม้
บทที่ 24 - กระท่อมช่างไม้
ในที่สุด การ์ดใบนั้นก็ตกเป็นของหวงเทา
เพราะเขาพวกเยอะ
เทียบกับคนอื่นที่หนึ่งครอบครัวส่งผู้ชายออกมาได้อย่างมากก็สองคน หวงเทาคนเดียวมีทีมชายฉกรรจ์ถึงสี่คน รปภ. สามคนคอยประกบซ้ายขวาตลอด
แถมตอนล่าจระเข้ หวงเทาก็แสดงออกอย่างกระตือรือร้น
แม้ทุกคนจะไม่ได้ลงมติยกให้เขาเป็นผู้นำ แต่กระบวนการทั้งหมดทำให้เขาคุ้นหน้าคุ้นตากับคนส่วนใหญ่
ความคุ้นเคยคือพื้นฐานของการเจรจา
บวกกับการแย่งชิงที่กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ทุกคนเริ่มเหนื่อย
แถมมีคนตายไปสามศพ หลายคนเริ่มถอดใจ
สุดท้ายหวงเทายอมแลกด้วยการแบ่งเนื้อให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์คนละหนึ่งจิน
หวงเทามองศพสามศพบนพื้น สีหน้าซับซ้อน "สามคนนี้บ้านไหนบ้าง?"
"คนเสื้อขาวนี่ผมรู้จัก อยู่ตึกสิบยูนิตหนึ่งชั้นสี่"
"ไอ้จมูกเหยี่ยวนั่นน่าจะตึกแปดยูนิตหนึ่งชั้นสาม เหมือนจะหย่าแล้ว อยู่บ้านคนเดียว"
คนตายคนสุดท้ายใบหน้าบวมช้ำเขียวม่วง ตาถลน ตามตัวเต็มไปด้วยรอยเท้าเปื้อนโคลน
หมอหลินจับชีพจร แล้วเอานิ้วอังจมูก ส่ายหน้าอย่างเสียใจ "ขาดอากาศหายใจจากการถูกกดทับครับ"
เห็นภาพนี้แล้ว ฉินจื่อเหวินบอกไม่ถูก ฆ่าจระเข้จ่าฝูงตายไปแค่สามคน แต่พอแย่งการ์ดกันเอง จำนวนคนตายดันเท่ากับตอนสู้จระเข้ แถมคนเจ็บยังมากกว่าอีก
นอกจากคนตายสามคน
หลายคนหน้าตาเนื้อตัวเขียวช้ำไปหมด
เห็นสภาพนี้ ฉินจื่ออู่รู้สึกหดหู่ เขาคิดถึงความเปลี่ยนแปลงในบ้านพี่ชาย ในใจยิ่งตั้งมั่นว่าจะให้ตายยังไงก็บอกความลับของที่บ้านให้ใครรู้ไม่ได้
คนพวกนี้เพื่อการ์ดใบเดียวยังฆ่าแกงกันได้ขนาดนี้ ถ้าพวกมันรู้ว่าบ้านพี่ใหญ่มีการ์ดตั้งหลายใบ คงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่
คิดได้ดังนั้น ฉินจื่ออู่ก็แอบมองสีหน้าพี่ชาย เห็นฉินจื่อเหวินสีหน้าเรียบเฉย ก็อดชมในใจไม่ได้ว่าพี่ใหญ่ช่างเก็บความรู้สึกเก่งจริงๆ
มีคนตะโกนแซว "พี่หวง ได้การ์ดแล้วก็เอาออกมาโชว์หน่อยสิ?"
"ใช่ๆ พวกเราเพิ่งเคยเห็นของแบบนี้ ขอเปิดหูเปิดตาหน่อย"
คนยุเยอะเข้า หวงเทาก็ปฏิเสธลำบาก เขารู้ว่าวันนี้คงเลี่ยงไม่ได้
เลยยิ้มรับ "ได้สิ ทุกคนตามผมมา"
ฉินจื่อเหวินเองก็แปลกใจ กระท่อมช่างไม้นี่ฟังดูเป็นสิ่งปลูกสร้างจริงๆ ไม่เหมือนกรงสัตว์หรือห้องใต้ดินที่เขาเคยใช้
ทุกคนพากันไปที่บ้านหวงเทา
ตึกเจ็ดยูนิตหนึ่งห้อง 701
เปิดประตูบ้าน หวงเทาเดินนำเข้าไป เขาหยิบการ์ดออกมา
เดินวนไปวนมาในบ้าน เพื่อนบ้านก็เร่งยิกๆ
หวงเทาอธิบาย "เมื่อกี้ระบบบอกว่าการ์ดนี้ต้องใช้พื้นที่ว่าง 4 คูณ 4 เมตร บ้านผมไม่มีที่ว่างขนาดนั้น เพื่อนๆ มาช่วยผมยกโซฟากับโต๊ะในห้องนั่งเล่นออกหน่อย"
ทุกคนช่วยกันลงมือ แป๊บเดียวก็เคลียร์พื้นที่กลางห้องนั่งเล่นได้ขนาด 4 คูณ 4 เมตร
เห็นหวงเทาถือการ์ดเปลี่ยนเป็นลำแสงสีขาวพุ่งออกไป ครอบคลุมพื้นที่ว่างนั้น
ปรากฏการณ์นี้เรียกเสียงฮือฮาได้อีกรอบ
สุดท้าย เมื่อแสงจางหาย
กลางห้องก็ปรากฏบ้านไม้สี่เหลี่ยมหลังเล็ก หลังคาสูงเกือบชนเพดาน ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส
รูปแบบเป็นแบบกึ่งเปิดโล่ง ผนังไม้สามด้าน เปิดโล่งด้านหนึ่ง
ข้างในมีโต๊ะทำงาน บนโต๊ะมีปากกาจับชิ้นงาน กบไสไม้ เลื่อยโครง บนผนังด้านหลังแขวนเลื่อยลันดา ค้อน สิ่ว กบไสไม้ ฉากวัดไม้ และเต้าตีเส้น
ฉากเสกบ้านกลางอากาศทำเอาทุกคนตะลึงตาค้าง
คนที่เบียดอยู่หน้าประตูถึงกับเขย่งเท้า "ขอดูหน่อย"
"มหัศจรรย์ชะมัด ที่แท้กระท่อมช่างไม้ก็คือสร้างห้องทำงานช่างไม้ออกมาจริงๆ ด้วย"
"แล้วแกนึกว่าเป็นอะไรล่ะ?"
"ไหนๆ ก็มีห้องทำงานช่างไม้แล้ว น่าจะแถมช่างไม้มาให้สักคนนะ"
คำพูดนี้เรียกเสียงหัวเราะครืน
ถ้าเสกช่างไม้ออกมาได้ นั่นมันเล่นกลเสกคนแล้ว
หวงเทาก็เสียดาย เขาเองก็คิดว่าถ้ามีช่างไม้เพิ่มมาสักคนคงดี คนที่อัญเชิญออกมาแบบนี้น่าจะเป็น "ผู้ภักดี" ของเขาแน่ เขาตระหนักดีว่า ในระยะนี้ ถ้ามีผู้ชายวัยฉกรรจ์ที่เชื่อฟังคำสั่งแถมยังมีฝีมือช่างไม้สักคน มูลค่าจะมหาศาลขนาดไหน
ได้ยินบทสนทนา ฉินจื่อเหวินครุ่นคิด เขาจำได้ว่าข้อมูลที่ระบบให้มาตอนแรกมี 【การ์ดรับสมัคร】 อยู่ด้วย
การ์ดชื่อนี้เดาได้ไม่ยากว่าเอาไว้ทำอะไร อนาคตอาจจะเสกคนออกมาได้จริงๆ ก็ได้
พอได้เห็นการใช้งานกระท่อมช่างไม้กับตา ความตื่นเต้นของหลายคนก็ลดลง
แม้จะดูวิเศษ แต่ก็ไม่ได้มหัศจรรย์พันลึกอย่างที่จินตนาการ
ก็แค่ห้องทำงานช่างไม้กินที่ห้องหนึ่ง
พอหายสงสัย ทุกคนก็กลับไปที่ประตูทิศใต้ ช่วยกันกู้ซากรถสามคันและลากจระเข้ขึ้นมาจากหลุม
แม้จระเข้ตัวนี้จะใหญ่กว่า แต่ตัวหารก็เยอะตาม
หารกันร้อยกว่าคน ตกคนละ 10 จิน
หิ้วเนื้อสิบเจ็ดจินกลับบ้าน ฉินจื่อเหวินกะว่าจะพาน้องชายกลับก่อน
เนื้อแค่นี้ไม่จำเป็นต้องรมควัน รมควันยืดอายุได้จริง แต่ก็เสียรสชาติเนื้อสดไปพอสมควร
"เอ่อ พ่อหนุ่ม เดี๋ยวก่อน"
ในหมู่บ้าน ป้าคนหนึ่งร้องเรียกฉินจื่อเหวิน
ป้ามองเนื้อเส้นในมือฉินจื่อเหวิน กลืนน้ำลายเอือก ทำเสียงอ่อนเสียงหวาน "พ่อรูปหล่อทั้งสอง อายุเท่าไหร่กันจ๊ะ? ดูจากหน้าตาแล้วน่าจะยังไม่เยอะ คงยังไม่แต่งงานใช่ไหม?"
ฉินจื่อเหวินหยุดเดินอย่างระแวดระวัง ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ฉินจื่ออู่พูดอย่างรำคาญ "เกี่ยวอะไรกับป้า"
ป้ารีบแก้ตัว "เปล่าจ้ะเปล่า คืออย่างนี้ ป้ามาช่วยเพื่อนบ้านทาบทามน่ะ บ้านเขามีลูกสาวสองคน คนโตจบมหาลัยแล้ว เพิ่งจะยี่สิบสี่ กำลังเตรียมสอบราชการ คนเล็กยังเรียนมัธยมปลาย ปีนี้ ม.6 ใกล้จะเอนท์แล้ว"
"เมื่อตอนกลางวัน พวกเขาไปดูที่ประตูทิศใต้ อยากจะหาที่พึ่งดีๆ ให้ลูกสาวสองคน หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่น่ะนะ ก็ต้องคิดเผื่อลูก แล้วก็เห็นว่าพวกเธอสองคนดูเหมาะสมดี"
ฉินจื่ออู่โพล่งออกมา "นี่มันขายลูกกินชัดๆ"
ฉินจื่อเหวินส่ายหน้า "ขอโทษครับ เราไม่มีความคิดเรื่องนี้"
ความลับเขาเยอะเกินไป เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน
ได้ยินทั้งสองปฏิเสธ ป้าแกก็ไม่ยอมแพ้ ตื้อต่อไม่เลิก "จะเรียกว่าขายลูกได้ยังไง บ้านเขาลูกสาวสวยทั้งคู่เลยนะ ป้าเคยเห็น แถมเป็นเด็กดี มีมารยาท ลองไปดูตัวก่อนก็ได้ ถือว่าทำความรู้จักกัน ถ้าไม่ถูกชะตาจริงๆ ก็ค่อยว่ากัน"
ฉินจื่อเหวินโบกมือปัด เดินหนีไปดื้อๆ
ฉินจื่ออู่วิ่งเหยาะๆ ตามพี่ชาย
เขาส่ายหน้า ไม่เข้าใจ "พี่ แบบนี้มันประหลาดเกินไป ผมว่าต้มตุ๋นชัวร์"
ภาพของหวังเสี่ยวลี่แวบเข้ามาในหัวฉินจื่อเหวิน
นี่วันที่หกของการข้ามมิติแล้ว
ต่อให้เป็นคนหัวช้าแค่ไหนก็น่าจะรู้ตัวกันหมดแล้ว ทุกคนต่างพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ในแบบของตัวเอง
ร้อยเล่ห์เพทุบาย พันวิธีการ สุดท้ายก็เพื่อ... มีชีวิตรอด
"อาจจะใช่"
(จบแล้ว)