- หน้าแรก
- สมรภูมิระดับโลก ผมมีระบบสุ่มการ์ดไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 10 การสุ่มการ์ดครั้งที่สอง
บทที่ 10 การสุ่มการ์ดครั้งที่สอง
บทที่ 10 การสุ่มการ์ดครั้งที่สอง
บทที่ 10 การสุ่มการ์ดครั้งที่สอง!
ร่างไร้หัวของหัวหน้าหน่วยย่อยเกราะดำยืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นเสียงดังสนั่น
ชาวบากาตันที่เหลืออยู่สองตนสุดท้าย ซึ่งเป็นสองตนที่เหลือจากกลุ่มห้าตนแรกที่ลงจอด ต่างหันมาสบตากัน ดวงตาของพวกมันฉายแววหวาดกลัวอย่างลึกซึ้ง
ความกลัวนี้ช่างแตกต่างจากความตื่นเต้นบ้าคลั่งยามที่พวกมันเพิ่งลงจอดและเริ่มการไล่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างสิ้นเชิง
ทันใดนั้น...
ชาวบากาตันที่เหลือตนหนึ่งก็แผดเสียงคำราม "บุก!"
สิ้นเสียงคำราม ชาวบากาตันที่เหลือก็พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง ขาแมงมุมที่ส่วนล่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง พุ่งพรวดเข้าไปในโถงทางเดินของตัวอาคารทันที
การตัดสินใจสู้ยิบตาแบบสุนัขจนตรอกของพวกมันทำให้หลินฉวินตกใจไม่น้อย เขาเพิ่งจะสังหารหัวหน้าหน่วยย่อยเกราะดำตนนั้นไป พอเขาหันสายตากลับมา ชาวบากาตันสองตนนั้นก็แทบจะหายลับไปจากสายตาของเขาแล้ว
เขากำลังจะเสียระยะการมองเห็นเป้าหมาย
หากเป็นเช่นนั้น พลังของหลินฉวินก็ไม่อาจใช้งานได้
เขามีเวลาเพียงพอที่จะระเบิดหัวได้เพียงตนเดียวเท่านั้น และชาวบากาตันตนก็จะสามารถพุ่งขึ้นตึกได้สำเร็จอยู่ดี
ด้วยความสามารถของหลี่ซิงเหอ หากต้องเผชิญหน้ากับชาวบากาตันตนนี้ในทางเดินแคบๆ เขาไม่มีทางรอดแน่
บ้าเอ๊ย!
หลินฉวินลังเลอยู่เพียงอึดใจเดียวก่อนจะกัดฟันวิ่งออกจากที่ซ่อน มุ่งหน้าตามเข้าไปในโถงทางเดิน
ไม่ว่าจะเป็นการทำเพื่อตัวเองหรือไม่ แต่หลี่ซิงเหอก็ให้ความร่วมมือกับเขาเป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นเขาไม่มีทางสังหารชาวบากาตันรวดเดียวสิบสามตนได้อย่างง่ายดายขนาดนี้แน่ เขาจะปล่อยให้หลี่ซิงเหอตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้เด็ดขาด
ทว่าก่อนที่หลินฉวินจะเข้าใกล้ตัวตึก...
เขาก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น "ตูม!" มาจากชั้นสามของอาคาร
หลินฉวินถึงกับยืนอึ้งตาค้าง
เขาเห็นผนังตรงทางเดินชั้นสามพังทลายลงมาเป็นแถบ ร่างของชาวบากาตันตนนั้นถูกซัดกระเด็นออกมาจากชั้นสาม ร่วงลงมากระแทกพื้นด้านล่าง มันชักกระตุกอยู่สองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป—ใบหน้าและหน้ากากของมันถูกหมัดหนักๆ ซัดจนแหลกละเอียด
ดูเหมือนว่ามันจะถูกต่อยจนตายด้วยพละกำลังมหาศาล
หลี่ซิงเหอมีพลังต่อสู้ขนาดนี้เลยเหรอ? ถึงขั้นฆ่าชาวบากาตันได้ในพริบตา?
หลินฉวินแหงนหน้ามองขึ้นไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่บนนั้น
"เป็นเธอเองเหรอ?"
เธอคือหญิงสาวเพียงคนเดียวที่มีค่าร่างกายเกิน 16 แต้มที่เขาพบเมื่อหลายชั่วโมงก่อน
ขณะนี้เธอยืนอยู่ที่ชั้นสาม สวมชุดสีขาวที่เน้นสัดส่วนสมบูรณ์แบบ ผมหางม้าสูงมัดรวบไว้ด้านหลัง ใบหน้าสวยคมและแววตาเย็นชาทำให้เธอมีสง่าราศีของผู้อยู่เหนือกว่าโดยธรรมชาติ
เธออื้อมมือไปดึงตัวหลี่ซิงเหอที่นั่งหน้าเหวออยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น พร้อมกับเอ่ยว่า "ขอโทษทีที่เมื่อกี้ฉันไม่ได้ลงมือ เพราะความสามารถของฉันใช้ได้แค่ในการต่อสู้ระยะประชิด... ต้องรอให้พวกมันบุกขึ้นมาฉันถึงจะแสดงฝีมือได้ นายเก่งมากนะที่ฆ่าไปได้เยอะขนาดนี้ สิ่งมีชีวิตบากาตันพวกนี้มีค่าร่างกายเฉลี่ยสูงถึง 14 แต้มขึ้นไปเลยทีเดียว"
หลี่ซิงเหอนับว่าดวงดีมาก แถมความว่องไวยังสูงพอที่จะหลบหลีกได้ทันท่วงที เขาดูเหมือนจะไม่มีส่วนใดของร่างกายบุบสลาย มีเพียงรอยถลอกตามตัวเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังคงฉายแววขวัญเสียที่ยังไม่จางหาย
ส่วนด้านล่าง หลินฉวินที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางซากศพชาวบากาตันเกลื่อนกลาดและการพึมพำเบาๆ เมื่อครู่ ดูเหมือนจะดึงดูดความสนใจของเธอ หญิงสาวผู้นั้นก้มลงมองหลินฉวินพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
เธอเริ่มจะจำเขาได้ลางๆ แล้ว
แม่สาวคนนี้ คงจะเป็นยอดฝีมือที่ตื่นรู้พรสวรรค์สายต่อสู้ระยะประชิดระดับสูงแน่ๆ!
หลี่ซิงเหอเริ่มได้สติกลับมาบ้างแล้ว เขารู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันที่ทุกอย่างจบลงกะทันหัน เขาหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณเพราะอยากเห็นว่าจอมยุทธ์ผู้ลึกลับคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร
แต่น่าเสียดาย เมื่อเขามองลงไป หลินฉวินก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
หลี่ซิงเหอไม่ตายก็นับว่าเพียงพอต่อหลินฉวินแล้ว การปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าหลี่ซิงเหอคือยอดฝีมือก็เป็นผลดีต่อตัวเขาเองด้วย
เพราะหลังจากการต่อสู้เมื่อครู่ เขายิ่งมั่นใจในแนวทางของตัวเองมากขึ้น
หากอยากรอดชีวิต...
ต้องทำตัวเป็นพวกสายซุ่ม
ถ้าซุ่มโจมตีสามรถปลิดชีพศัตรูได้ ก็ไม่ควรอย่าเอาตัวเข้าแลกในการต่อสู้ซึ่งๆ หน้า
สิ่งที่หลินฉวินรู้สึกเสียดายคือ อุปกรณ์บนร่างของชาวบากาตันดูเหมือนจะใช้งานไม่ได้ พวกมันมีระบบตรวจสอบทางเทคโนโลยีบางอย่าง หากไม่ใช่ชาวบากาตันใช้งานมันจะระเบิดทันที
ปืนของพวกบากาตันนั้นมีขนาดใหญ่เกินไป หลินฉวินไม่สนใจมันเท่าไหร่ แต่ชุดเกราะของหัวหน้าหน่วยย่อยเกราะดำนั้นทำให้เขาแอบหวั่นไหวอยู่บ้าง ทว่าสุดท้ายเขาก็จำต้องตัดใจละทิ้งมันไป
ในตอนนั้นเอง หลี่ซิงเหอที่เพิ่งได้สติก็จ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะวางมาดทำตัวเป็นฮีโร่: "เอ่อ... ขอบคุณครับ... ผะ... ผมชื่อหลี่ซิงเหอ..."
"ฉู่อิ่วเวย..."
หญิงสาวพูดอย่างไร้เยื่อใย
อีกด้านหนึ่ง หลินฉวินรีบเดินอย่างรวดเร็ว
ขณะนี้ ข่าวเรื่องการต่อสู้ได้แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านแล้ว
ฟ่านเหวินฉวนวิ่งลงมาด้านล่างอีกครั้ง เขากำลังปลอบใจลูกน้องตัวผอมแห้งของตนพลางพูดอย่างตื่นเต้นว่า "เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าถ้าเชื่อฉัน พวกเราจะรอดชีวิตกันหมด!"
หลินฉวินทำเพียงเหลือบมองเขาแวบเดียว ก่อนจะเดินเลี่ยงกลุ่มฝูงชนเพื่อขึ้นตึกไป
ทว่าเขาไม่ได้สังเกตเลยว่า ที่มุมหนึ่งมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเขาเขม็งโดยไม่กะพริบตา
นั่นคือหญิงสาวเจ้าของทักษะ "เนตรทิพย์"
เธอมองตามหลังหลินฉวินที่รีบเดินขึ้นตึกไปอย่างรวดเร็ว ในดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิดบางอย่าง
เธอ... เห็นอะไรเข้ากันแน่?
หลินฉวินกลับมาถึงห้องพักของตนเรียบร้อยแล้ว
ในตอนนี้ พลังจิตของเขาเหลือเพียง 6 แต้ม สภาพร่างกายยังคงรู้สึกเหมือนถูกสูบวิญญาณออกไปจนหมดสิ้น
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นจนตัวสั่นคือ...
เลเวลของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 4 แล้ว แผงหน้าต่างคุณสมบัติถูกยกระดับขึ้น!
เขาระเบิดเลเวลรวดเดียวสองขั้น!
แผงคุณสมบัติ
【ชื่อ: หลินฉวิน】
【เลเวล: 4 (150/800)】
【พละกำลัง: 11】
【ความว่องไว: 9】
【ร่างกาย: 11】
【พลังจิต: 6/18】
【คำแนะนำ: ค่ามาตรฐานของมนุษย์ปกติในข้อมูลข้างต้นทั้งหมดคือ 10】
【พรสวรรค์: ความสามารถสุ่มการ์ด】
【จำนวนการสุ่มการ์ดปัจจุบันคงเหลือ: 0】
【ทักษะ:】
【1. "ปัง" (เลเวลทักษะ: 1)】
【ประเภท: การ์ดทักษะ (รูปแบบติดตัว/ถาวร)】
【คำอธิบาย: ภายในรัศมี 10 เมตรรอบตัว เมื่อเพ่งสายตาไปที่เป้าหมาย สามารถใช้ทักษะนี้เพื่อทำลายส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสิ่งมีชีวิตที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบพื้นฐานได้โดยตรง】
【คำแนะนำ: เมื่อติดตั้งการ์ดทักษะนี้ จะได้รับค่าร่างกายเพิ่มขึ้น 1 แต้ม (ขีดจำกัดสูงสุดของค่าร่างกายเป้าหมายที่สามารถระเบิดได้ทันที: 22 หากใช้ทักษะนี้กับศัตรูที่มีค่าร่างกายเกินกว่าที่กำหนด ประสิทธิภาพจะลดลง)】
ครั้งนี้ หลินฉวินสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายได้อย่างชัดเจน
พละกำลังของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปแล้ว เขาได้รับความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้านี้เตียงนอนที่เขาไม่สามารถยกคนเดียวได้ ตอนนี้เขาสามารถงัดมันขึ้นมาได้ด้วยมือข้างเดียว!
พละกำลังที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย!
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ความว่องไวของเขาจะยังไม่ถึงเกณฑ์เฉลี่ย แต่เมื่อเขาลองวิ่งดูในห้อง เขาก็พบว่าความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาตื่นเต้นมาก
เมื่อสมรรถภาพทางกายดีขึ้น ความสามารถในการเอาตัวรอดโดยรวมของเขาจะก้าวกระโดด เขาไม่ใช่เจ้าไก่อ่อนที่ไร้กำลังวังชาอีกต่อไปแล้ว!
คราวก่อนตอนซ่อนตัวหลังพุ่มไม้เพื่อฆ่าชาวบากาตันสามตน แม้จะแทบไม่ได้เคลื่อนไหวเขาก็หอบแทบตาย แต่เมื่อกี้เขาต้องทั้งวิ่งและคอยหลบซ่อน กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าทางกายมากนัก ความเหนื่อยล้าที่มีในตอนนี้ล้วนมาจากทางจิตใจทั้งสิ้น
ไม่เพียงเท่านั้น...
หลินฉวินพบว่าอันดับของเขาในสมรภูมิเขตพื้นที่ก็ขยับขึ้นด้วย
การใช้แต้มผลงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อการคำนวณอันดับ
หลินฉวินสังหารชาวบากาตันไปทั้งหมดสิบหกตน
เขาได้รับแต้มผลงานมาสิบหกแต้ม
ด้วยตัวเลขนี้เอง เขาจึงทะยานขึ้นไปอยู่อันดับสี่ของ เขตตะวันออก!
หากเขาสามารถรักษาอันดับนี้ไว้ได้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง เขาจะได้รับรางวัลเพิ่มอีก 6 แต้มผลงาน!
สายตาของหลินฉวินเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ช่องรวมแต้มผลงานของเขา
พอดีเป๊ะ
สิบแต้มผลงาน
เขาสังหารชาวบากาตันไปสิบหกตน และเพิ่งจะใช้ไป 6 แต้มเพื่อแลกยาฟื้นฟูพลังจิต จึงเหลือแต้มผลงานอยู่ 10 แต้มพอดี
ในขณะที่เขาลงมือต่อสู้ หลินฉวินคอยคำนวณอยู่ตลอดเวลา
เขาต้องเก็บแต้มผลงานไว้ให้เพียงพอสำหรับการสุ่มการ์ด
นี่คือเหตุผลที่เขายอมลากสังขารโดยเหลือพลังจิตเพียง 6 แต้มกลับมาที่ห้อง
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อโอกาสในการสุ่มการ์ดครั้งนี้
การอัปเลเวลให้เพียงค่าสถานะเท่านั้น แต่การด้การ์ดดีๆ มาครอบครอง มันจะช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของเขาได้อย่างมหาศาล
หลินฉวินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เขาตัดสินใจแลกแต้มเพื่อรับสิทธิ์สุ่มการ์ดทันที
ในพริบตา แผงหน้าต่างความสามารถสุ่มการ์ดไร้ขีดจำกัดของเขาก็เปลี่ยนไป
จำนวนการสุ่มการ์ด กลายเป็น 1!
ด้านล่างอาคาร ความปลอดภัยที่ได้รับมาในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้หลายคนเริ่มเบาใจและพากันออกมาข้างนอก
มีเสียงพูดคุยดังจอแจ บ้างก็โอบกอดซากศพของคนในครอบครัวพลางร้องไห้ด้วยความเสียใจ
หลี่ซิงเหอกลายเป็นบุคคลสำคัญที่ถูกห้อมล้อม ส่วนฉู่อิ่วเวยที่ดูจะเก่งกาจไม่แพ้กันกลับไม่ปรากฏตัว หลังจากลงมือเสร็จเธอก็กลับเข้าห้องพักทันที เห็นได้ชัดว่าเธอไม่อยากแบกรับภาระใดๆ ทั้งสิ้น
บนท้องฟ้าไกลออกไป แสงอรุณเริ่มสาดส่องทีละน้อย
ยานรบเรือสำเภายักษ์ที่ปกคลุมเหนือน่านฟ้าโม๋ตู กำลังเคลื่อนพลอย่างพร้อมเพรียงไปทางทิศตะวันตกของเมือง...
ดูเหมือนว่ากำลังจะเกิดมหาสงครามขึ้นที่นั่น
ชาวบากาตันซึ่งเป็นนักรบทั้งอารยธรรมยังคงเคลื่อนพลอย่างต่อเนื่อง
ยุทโธปกรณ์และกำลังพลจำนวนมหาศาลยังคงหลั่งไหลมาจากอีกฟากหนึ่งของโลกไม่หยุดหย่อน
สถานการณ์ในมหานครโม๋ตู แม้จะเช้าแล้ว แต่ดูเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ล้ำลึกยิ่งกว่าเดิม
ทว่าในวินาทีนี้ ความสนใจทั้งหมดของหลินฉวินจดจ่ออยู่ที่ความสามารถในการสุ่มการ์ดของเขาเท่านั้น
เขาหวังว่าจะได้รับความสามารถใหม่เพิ่มขึ้นอีก
คนอื่นตื่นรู้พรสวรรค์ได้เพียงอย่างเดียว แต่เขามีความสามารถสุ่มการ์ด ซึ่งเหมือนกับการเปิดโปรแกรมช่วยเล่นที่ทำให้เขาสามารถมีพลังได้นับไม่ถ้วน!
แค่คิดหลินฉวินก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้นแล้ว
เพื่อให้ได้ของดี เขาถึงกับยอมเสียสละน้ำแร่ที่แสนล้ำค่ามาล้างมือเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการสุ่มการ์ด!
"ขอของดีๆ! ขอของดีๆ!"
หลินฉวินพึมพำกับตัวเองราวกับกำลังร่ายเวทมนตร์ แล้วเริ่มการสุ่มการ์ดทันที!
ไม่นานนัก การ์ดใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมา
ทว่าในจังหวะที่เขาเห็นภาพบนการ์ดใบนั้นชัดๆ สีหน้าของหลินฉวินก็เปลี่ยนไปทันที
กลายเป็นไอ้นี่ไปได้ยังไงเนี่ย?