- หน้าแรก
- ปั๊มเลเวลไวทะลุพิกัด เริ่มจัดตั้งแต่ช่วงเบต้า
- บทที่ 8 - ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ตัวตนก็ต้องเมคขึ้นเองทั้งนั้นแหละ
บทที่ 8 - ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ตัวตนก็ต้องเมคขึ้นเองทั้งนั้นแหละ
บทที่ 8 - ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ตัวตนก็ต้องเมคขึ้นเองทั้งนั้นแหละ
บทที่ 8 - ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ตัวตนก็ต้องเมคขึ้นเองทั้งนั้นแหละ
โลกกุยซู, หมู่บ้านเสี่ยวสือถาน
ภายในหมู่บ้าน ทหารยามฝ่ายข่าวกรองวิ่งกระหืดกระหอบไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน
"รายงานท่านผู้ใหญ่บ้าน มีกลุ่มผู้ลี้ภัยกลุ่มเล็กๆ มาถึงที่ประตูพยัคฆ์ จำนวน 15 คนขอรับ"
"มีผู้ลี้ภัยมาอีกแล้วรึ?"
ชายชราผมดอกเลาที่กำลังพลิกดูเอกสารอยู่ถอนหายใจเบาๆ
"ไม่นึกเลยว่าคลื่นภัยพิบัติเพิ่งจะเริ่ม ก็มีพี่น้องเผ่าพันธุ์เดียวกันต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเยอะขนาดนี้"
ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ลังเลนาน รีบสั่งการ "15 คนงั้นรึ แจ้งหัวหน้าเถียนให้จัดการตามระเบียบเดิมได้เลย"
"อ้อ อย่าลืมพาพวกเขาไปตรวจที่ 'เตาผิงบรรพกาล' ก่อนนะ เพื่อป้องกันพวกภูตผีปีศาจปะปนเข้ามา"
ในโลกที่เต็มไปด้วยความสยองขวัญและภัยพิบัติแบบนี้ ชีวิตคนอาจจะไม่มีค่า แต่ 'แรงงาน' นั้นมีค่ามาก
ผู้ลี้ภัยที่สามารถข้ามน้ำข้ามทะเล หลบหนีภัยพิบัติมาจนถึงหมู่บ้านเสี่ยวสือถานได้ ถ้าไม่เป็นคนหนุ่มสาว ก็ต้องเป็นคนมีประสบการณ์โชกโชน
ดังนั้นต่อให้ไม่มีใจอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ผู้นำของกลุ่มอิทธิพลใดๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ 'วัวงานชั้นดี' พวกนี้ เว้นแต่ว่าที่นั่นจะเอาตัวเองไม่รอดอยู่แล้ว
"ท่านผู้ใหญ่บ้าน ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้มีจุดที่แตกต่างจากปกตินิดหน่อยขอรับ"
ทหารยามรายงานต่อ "ในกลุ่มมีผู้ฝึกตนคนหนึ่ง เลเวลน่าจะไม่สูงและยังดูหนุ่มมาก แต่เขาแบกศพมนุษย์ปลอมมาด้วย"
"มนุษย์ปลอม?"
ผู้ใหญ่บ้านแปลกใจเล็กน้อย เขาจำได้ว่าหลังจากปฏิบัติการกวาดล้างมนุษย์ปลอมที่นำโดย 'เมืองเบญจธาตุ' เมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็แทบไม่เห็นไอ้ตัวพวกนี้อีกเลย
นี่พวกมันฟื้นคืนชีพกลับมาพร้อมกับคลื่นภัยพิบัติแล้วงั้นรึ?
เรื่องนี้ทำให้ผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้ว รู้สึกว่าต้องเตรียมการรับมือภัยพิบัติที่จะมาถึงให้รัดกุมกว่าเดิม
"ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์สินนะ งั้นบอกหัวหน้าเถียนให้ดูแลเป็นพิเศษหน่อย"
ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้า "แล้วก็เรื่องมนุษย์ปลอม แจ้งท่านอาจารย์เจียงด้วย"
"รับทราบ!"
ทหารยามรับคำสั่งแล้วรีบไปแจ้งข่าวคนอื่นต่อ
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูพยัคฆ์ หมู่บ้านเสี่ยวสือถาน
ชายหน้าตาธรรมดาๆ แต่ดูมีอัธยาศัยดีคนหนึ่งเดินนำทีมเข้ามาหาพวกหลินอัน
"ทุกท่าน ผมคือหัวหน้ากองล่าสัตว์ของหมู่บ้านเสี่ยวสือถาน ชื่อ 'เถียนเซิ่ง' ครับ"
เถียนเซิ่งมองกลุ่มผู้ลี้ภัย พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "ก่อนอื่น ในนามของคนทั้งหมู่บ้าน ผมขอยินดีต้อนรับทุกคน และทราบดีว่าพวกคุณต้องเจอความยากลำบากและอันตรายมามากขนาดไหนกว่าจะมาถึงที่นี่"
"แต่ตอนนี้... พวกคุณปลอดภัยแล้ว!"
คำว่า 'ปลอดภัย' สำหรับคนในโลกกุยซู ถือเป็นคำที่หรูหราฟุ่มเฟือยมาก
เพราะในโลกนี้ ไม่มีใครรู้ว่าภัยพิบัติหรือสิ่งลี้ลับจะโผล่มาหาตัวเองหรือครอบครัวเมื่อไหร่ หลายเรื่องแม้แต่ยอดฝีมือก็ยังจนปัญญา
พอกลุ่มผู้ลี้ภัยได้ยินคำพูดของเถียนเซิ่ง หลายคนก็กลั้นอารมณ์ไม่อยู่ ร้องไห้โฮออกมา
อาจจะร้องไห้ให้ความลำบากของตัวเอง หรือร้องไห้ให้ญาติพี่น้องที่พลัดพรากหรือตายจากไป
เพราะไม่มีใครเกิดมาเป็นผู้ลี้ภัย พวกเขาเคยเป็นสมาชิกของหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งมาก่อน
แน่นอน ยกเว้นหลินอันที่เป็นผู้เล่นจากต่างโลก
แต่พอเห็นภาพนี้ เขาก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้
'ไม่รู้ว่าอนาคตของดาวโลก จะกลายเป็นแบบนี้เหมือนกันไหมนะ?'
นึกถึงไวรัสที่ระบาดและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งช่วงนี้ หลินอันรู้สึกกดดันขึ้นมาทันที
ฝ่ายเถียนเซิ่งที่มองดูฉากนี้ กลับดูชินชาไปแล้ว เขาแค่ยืนรอเงียบๆ ให้ทุกคนระบายอารมณ์จนพอ
เพราะช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตแบบแขวนบนเส้นด้าย จิตใจย่อมตึงเครียด พอได้ผ่อนคลายในที่ปลอดภัย จะแสดงอารมณ์แบบไหนออกมา เถียนเซิ่งก็ไม่แปลกใจ
กลับกัน คนที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยนี่สิ ดูผิดปกติกว่าเยอะ
คิดได้ดังนั้น เถียนเซิ่งก็ลอบสังเกตหลินอันที่ยืนหน้านิ่งอย่างแนบเนียน
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ตอนนี้หลินอันก็กำลังส่องข้อมูลเขาอยู่เหมือนกัน
[เถียนเซิ่ง, เลเวล: ???]
'ตัวตึงของจริงแฮะ รอบนี้มองไม่เห็นเลเวลเลย'
หลินอันใจหายวาบ ก่อนหน้านี้แค่มนุษย์ปลอมเลเวล 3 เขาก็สู้แทบแย่แล้ว ถ้าเจอระดับเถียนเซิ่ง เขาคงลากเข้าโลกภาพลวงตาไม่ได้แน่
ค่าพลังมันต่างกันเกินไป
โชคดีที่รอบนี้เป็นฝ่ายเดียวกันจริงๆ ถ้าเป็นมนุษย์ปลอมอีกล่ะก็ หลินอันคงต้องขอสรรเสริญบุพการีทีมพัฒนาเกมแน่ๆ
"เอาล่ะครับทุกคน ตอนนี้มืดแล้ว อยู่นอกหมู่บ้านไม่ปลอดภัย"
เถียนเซิ่งดูเวลาแล้วรีบพูด "เราจัดเตรียมที่พักให้แล้ว แต่ก่อนอื่นเชิญทุกคนไปนั่งพักทานอะไรให้อิ่มท้องที่หน้า 'เตาผิงบรรพกาล' ก่อนครับ"
ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ปลอดภัย 100% จึงพยักหน้าตกลง
หลินอันสงสัยว่า 'เตาผิงบรรพกาล' ที่เถียนเซิ่งพูดถึงคืออะไร
แต่เห็นคนรอบข้างทำท่าเหมือนเป็นเรื่องปกติ หลินอันเลยรู้ว่านี่คงเป็นความรู้พื้นฐานของโลกกุยซู ขืนถามออกไปเดี๋ยวคนจะสงสัยเอา
'ถ้าความแตก จะเป็นยังไงนะ?'
หลินอันอดสงสัยไม่ได้
แต่เดาว่าจุดจบคงไม่สวยเท่าไหร่ เพราะคนโลกนี้เกลียดชังภัยพิบัติเข้าไส้ และผู้เล่นอย่างเขาก็ถูกเรียกว่า 'ภัยพิบัติที่สี่' (The Fourth Scourge) ซะด้วยสิ
เดินตามเถียนเซิ่งเข้าหมู่บ้าน ผ่านบ้านเรือนไปจนถึงใจกลางหมู่บ้าน ทุกคนก็หยุดอยู่ที่หน้าเตาผิงขนาดยักษ์สูงเท่าตึก 3 ชั้น!
[เตาผิงบรรพกาล
ประเภท: สิ่งก่อสร้างพิเศษ
ระดับ: 1
ฟังก์ชัน: แผ่ความร้อนและแสงสว่างขับไล่ความมืด ข่มขวัญภูตผีปีศาจ และลดผลกระทบจากภัยพิบัติสุดขั้ว เช่น ความหนาวเหน็บ
คำอธิบาย: สิ่งจำเป็นสำหรับทุกฐานที่มั่นและกลุ่มอิทธิพล และเป็นแนวป้องกันแรกในค่ำคืนอันไร้สิ้นสุด]
'สิ่งก่อสร้างโคตรเทพ!'
เห็นเตาผิงแค่อันเดียวส่องสว่างได้เกือบทั้งหมู่บ้าน หลินอันก็ตะลึง
และเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเถียนเซิ่งถึงพามาที่นี่ก่อน คงกะจะเช็กว่ามีพวกมนุษย์ปลอมหรือสิ่งลี้ลับปะปนมาด้วยหรือเปล่า
แต่ผลลัพธ์ย่อมไม่มีปัญหา เพราะก่อนหน้านี้หลินอันสแกนคนกลุ่มนี้ครบหมดแล้ว
เถียนเซิ่งและชาวบ้านเห็นว่าผู้ลี้ภัยทุกคนปกติ ก็ถอนหายใจโล่งอก
"เอาล่ะ เสี่ยวอู่ เสี่ยวหลิว พวกนายพาทุกคนไปพักผ่อนก่อนนะ"
สั่งงานลูกน้องเสร็จ เถียนเซิ่งก็เดินมาหาหลินอัน
"น้องชายนี่อนาคตไกลจริงๆ สามารถจัดการมนุษย์ปลอมเลเวล 3 ได้ด้วยตัวคนเดียว ต้องรู้นะว่าไอ้พวกนี้มันเหมือนแมลงสาบ ฆ่ายากชะมัด"
เถียนเซิ่งยิ้มแย้ม ถามต่อ "ยังไม่ทราบชื่อเลย เรียกว่าอะไรดีครับ?"
"หัวหน้าเถียนชมเกินไปแล้วครับ เรียกผมว่า 'หลินเฉวียน' ก็ได้"
ปลอดภัยไว้ก่อน (หลิน-อัน-เฉวียน) หลินอันไม่ลังเลที่จะสร้างชื่อปลอมขึ้นมาหน้าตาเฉย
ก็นะ ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ตัวตนก็ต้องเมคขึ้นเองทั้งนั้นแหละ