- หน้าแรก
- ปั๊มเลเวลไวทะลุพิกัด เริ่มจัดตั้งแต่ช่วงเบต้า
- บทที่ 6 - ข่มขู่มนุษย์ปลอม
บทที่ 6 - ข่มขู่มนุษย์ปลอม
บทที่ 6 - ข่มขู่มนุษย์ปลอม
บทที่ 6 - ข่มขู่มนุษย์ปลอม
"แก่นมนุษย์ปลอม?"
หลินอันเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบผลึกใสทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสองชิ้นที่ได้จากการชำแหละ
[แก่นมนุษย์ปลอม: ไอเทมใช้แล้วทิ้ง เมื่อกดใช้จะสามารถปลอมแปลงรูปลักษณ์เป็นผู้อื่นได้ ระยะเวลาแสดงผล 1 ชั่วโมง]
"ดูเหมือนจะไม่เลวแฮะ อาจจะมีประโยชน์มากในสถานการณ์พิเศษ"
"เผลอๆ อาจจะได้ใช้เร็วๆ นี้เลยด้วยซ้ำ!"
เหมือนจะคิดอะไรออก ดวงตาของหลินอันเป็นประกายวาวโรจน์
แต่เขาก็ยังไม่ตัดสินใจทำอะไรทันที หันไปมองดาบยาวที่เพิ่งยึดมาได้เป็นของแถม
[ดาบยาว: ไอเทมระดับ 1 คุณภาพทั่วไป นอกจากความคมแล้วก็ไม่มีอะไรพิเศษ]
ดาบยาวเป็นแค่อาวุธธรรมดา ถึงจะเป็นระดับ 1 เหมือนกัน แต่คุณภาพต่ำกว่าหน้ากากหน้าแมวถึงสองขั้น
ดังนั้นมันจึงไม่มีสเตตัสบวกเพิ่ม และไม่มีสกิลให้กดใช้
แต่นี่ก็ถือเป็นเรื่องดีในมุมกลับกัน เพราะหลินอันจำได้ว่าไอ้มนุษย์ปลอมเลเวล 3 ตัวนั้นก็ใช้ดาบยาวแบบนี้เหมือนกัน
การที่อาวุธคู่กายยังเป็นแค่ของเกรดทั่วไป แสดงว่าเจ้านั่นคงไม่ได้รวยอะไรมาก ไอเทมหรือไพ่ตายก้นหีบก็คงมีไม่เยอะเท่าไหร่
อีกอย่าง ด้วยค่ากายภาพของเขาตอนนี้ ถ้าไปดวลดาบซึ่งๆ หน้ากับสัตว์ประหลาดเลเวล 3 มีหวังเสียเปรียบแน่นอน
ดังนั้นกลยุทธ์ของหลินอันยังคงเป็นการ 'ใช้จุดแข็งโจมตีจุดอ่อน' พยายามใช้หน้ากากหน้าแมวคุมเกมจากเบื้องหลังให้ได้มากที่สุด
น่าเสียดายที่ไอ้ผีตัวนี้มีค่าพลังจิตสูงถึง 8 แต้ม ไม่เหมือนพวกมนุษย์ปลอมเลเวล 2 ที่มีพลังจิตแค่ 5-6 แต้ม ซึ่งน้อยกว่าเขาเกือบครึ่ง
บวกกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ปลอมมีสติปัญญาไม่เบา ถ้าภาพลวงตาไม่สมจริงพอ ก็มีโอกาสสูงที่จะโดนจับไต๋ได้
แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็แค่ถอยทัพเชิงกลยุทธ์ หลบเลี่ยงการปะทะไปก่อน
เพราะหลังจากถามพี่ชายช่างจ้อคนนั้น เขาก็รู้วิธีไปหมู่บ้านเสี่ยวสือถานแล้ว บวกกับค่าความคล่องตัวที่ได้จากหน้ากากหน้าแมว ถ้าจะอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปก็คงไม่ยากเกินมือ
วางแผนเสร็จสรรพ หลินอันเก็บของทุกอย่างยกเว้นหน้ากากหน้าแมวลงกระเป๋า
ตอนนี้ในกระเป๋ามียาฟื้นฟูระดับต้น, หนังกระต่าย, เนื้อกระต่าย, แก่นมนุษย์ปลอม และดาบยาว รวม 5 อย่างพอดี เต็มทุกช่อง
"เหอะๆ นี่สินะความทุกข์ของคนรวย ได้สัมผัสกับเขาบ้างสักที"
มองดูกระเป๋าที่แน่นเอี๊ยด หลินอันแซวตัวเองขำๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าวิ่งเหยาะๆ มุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านเสี่ยวสือถาน
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง
ขบวนผู้ลี้ภัยที่เดิมมีประมาณ 30 คน ตอนนี้เหลือไม่ถึง 20 คน
ลู่เฉิงที่เดินนำอยู่หน้าสุดกวาดตามองเหล่าผู้ลี้ภัยที่หมดเรี่ยวหมดแรง พลางคำนวณระยะทางในใจ
เดินไปอีกหน่อยก็จะเข้าเขตหมู่บ้านเสี่ยวสือถานแล้ว
ถ้าไปเจอกับหน่วยกวาดล้างของหมู่บ้านเข้า แผนของมันคงพังไม่เป็นท่า
"เฉินเหว่ยกับอีกตัวทำไมยังไม่ตามมาอีก?"
ลู่เฉิงเริ่มหงุดหงิด พึมพำเสียงเบา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจว่ารอไม่ได้แล้ว
ยังไงซะพวกผู้ลี้ภัยพวกนี้ก็เหมือนตะเกียงขาดน้ำมัน ไม่มีทางต่อต้านมันได้อยู่แล้ว ที่สำคัญคือต่อให้หนีก็หนีไปไหนได้ไม่ไกล
คิดได้ดังนั้น ลู่เฉิงจึงตะโกนบอกคนด้านหลัง "ข้างหน้าดูเหมือนจะมีปัญหา พวกเจ้าพักรออยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวข้าจะไปดูลาดเลาให้!"
"เจ้า, เจ้า, แล้วก็เจ้า สามคนนั้นน่ะ ตามข้ามาหน่อย"
พูดไปลู่เฉิงก็ชี้ไปที่ผู้ลี้ภัย 3 คนที่ดูยังมีแรงเหลืออยู่ ให้เดินตามมันเข้าไปในป่า
ทั้ง 3 คนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ถึงจะไม่อยากไปแต่ก็จำใจต้องตามไป
เพราะผู้ฝึกตนเลเวล 3 มีค่าร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะพวกที่เน้นอัปค่ากายภาพอาจจะมากกว่านั้นอีก
และการที่พลังรบต่างกันขนาดนี้ ไม่ใช่แค่ 1+1=2 แต่ถ้าสู้กันจริงๆ คือหมัดเดียวจอด
เดินลึกเข้าไปในป่า ตอนนี้ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสว่างเริ่มเลือนหาย ต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงอาทิตย์จนป่าตกอยู่ในความมืดสลัว
ผู้ลี้ภัยทั้งสามเริ่มหวาดกลัว หนึ่งในนั้นรวบรวมความกล้าถามลู่เฉิง "ท่านลู่เฉิง ไม่ทราบว่าเส้นทางข้างหน้ามีปัญหาอะไรหรือขอรับ?"
"ปัญหาเหรอ... เดี๋ยวพวกเจ้าก็รู้เอง"
ลู่เฉิงหันกลับมามองทั้งสามคน ปากส่งเสียงหัวเราะประหลาด "หึหึหึ..."
วินาทีต่อมา ใบหน้าของลู่เฉิงก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นปากแสยะกว้างขนาดมหึมาที่กินพื้นที่ทั้งหัว!
"ว้าก!!!!"
ผู้ลี้ภัยทั้งสามยืนตัวแข็งทื่อ นึกไม่ถึงเลยว่าผู้ฝึกตนที่นำทางพวกเขามาตลอดจะเป็นมนุษย์ปลอม!
"กร้วม!"
คนหนึ่งที่อยู่ใกล้สุดถูกลู่เฉิงงับกลืนเข้าไปทันที อีกสองคนที่เหลือเพิ่งได้สติ ต่างคนต่างวิ่งหนีไปคนละทิศละทางอย่างไม่คิดชีวิต!
แต่ต่อหน้าลู่เฉิงที่มีค่ากายภาพเป็นเลขสองหลัก การวิ่งหนีแบบนี้ก็เหมือนการออกกำลังกายเรียกน้ำย่อยให้มันเท่านั้น
ไม่นานนัก อีกคนก็ตามไปอยู่ในท้อง
มองดูเหยื่อคนสุดท้ายที่กำลังวิ่งหนี มนุษย์ปลอมแสยะยิ้มสยอง
วิ่งสิ วิ่งเข้าไป มันชอบที่สุดเวลาเห็นอาหารดิ้นรนด้วยความสิ้นหวัง เพราะมันทำให้รสชาติเนื้อหวานหอมขึ้นเป็นกอง
ลู่เฉิงเดินตามเหยื่อรายสุดท้ายไปอย่างไม่รีบร้อน แต่สิ่งที่มันไม่ทันสังเกตคือ... ท้องฟ้ามืดสนิทลงอย่างกะทันหัน
สายลมพัดหวีดหวิว ต้นไม้โยกไหว
ในป่าลึก เงาของวัตถุนับไม่ถ้วนทับซ้อนกัน ก่อตัวเป็นรูปร่างประหลาดน่าขนลุก
เสียงแมลงและนกที่เคยร้องระงมเงียบหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เหลือเพียงเสียง สวบสาบ ดังขึ้นเป็นระยะ
"เด็กดี อย่าดิ้นรนเลย"
"ข้าเคยบอกแล้วไง ว่าพวกเจ้าเมื่ออยู่ต่อหน้ามนุษย์ปลอม ก็เป็นได้แค่... สเต๊กเนื้อ"
ลู่เฉิงที่กลับคืนร่างไร้หน้าเดินทอดน่อง แต่เดินไปเดินมา มันเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ
คนล่ะ?
หันไปมองรอบตัว ลู่เฉิงกลับรู้สึกว่าป่าที่คุ้นเคยแห่งนี้ดูแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง
"หรือว่าวันนี้มืดเร็วกว่าปกติ?"
เหมือนนึกถึงความสยองขวัญบางอย่างได้ หัวใจของลู่เฉิงกระตุกวูบ
ตอนนี้มันไม่สนใจผู้ลี้ภัยที่หนีไปแล้ว สัญชาตญาณสั่งให้รีบกลับไปที่ถนนเล็กเมื่อกี้
หนึ่งก้าว สิบก้าว ร้อยก้าว...
ลู่เฉิงเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ พอคิดว่าจะพ้นชายป่า สีหน้าของมันกลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก!
"ทำไมข้า... กลับมาที่เดิม?"
มองดูสภาพแวดล้อมที่เหมือนเดิมเป๊ะ ลู่เฉิงรูม่านตาขยาย
ผีบังตา?
นี่มันเจอผีเข้าแล้วเหรอ?
ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงบางอย่างก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ
สวบสาบ... สวบสาบ...
เหมือนมีบางอย่างกำลังคลานมา และความเร็วนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียงก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ลู่เฉิงกลืนน้ำลายเอือก ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัว บทบาทระหว่างผู้ล่ากับผู้ถูกล่าสลับกันอย่างแนบเนียนในวินาทีนี้
และจังหวะที่มันหันหลังจะวิ่งหนี สิ่งของบางอย่างที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ก็ดึงดูดสายตามันทันที
ใยแมงมุม... ใยแมงมุมขนาดมหึมา
แต่ประเด็นไม่ใช่ใยแมงมุม แต่เป็นศากศพไร้วิญญาณที่ติดหนึบอยู่บนนั้น
"เฉินเหว่ย?!!"
ลู่เฉิงตะโกนลั่น ในที่สุดก็รู้แล้วว่าทำไมลูกน้องถึงตามมาไม่ทัน
ที่แท้... ก็กลายเป็นศพให้ปีศาจกินไปแล้ว!
ในขณะเดียวกัน เงาทะมึนขนาดเท่าภูเขาย่อมๆ ก็ทาบทับร่างของลู่เฉิงจนมิด
ลู่เฉิงตัวแข็งทื่อ ค่อยๆ หันกลับไปมอง ถึงได้เห็นแมงมุมหน้าผีตัวใหญ่เท่าบ้านกำลังใช้ดวงตานับร้อยจ้องลงมาที่มัน พร้อมส่งเสียงคำรามชวนขนลุก!
"โฮก!!!"