- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ผมดันมีทะเลเป็นสวนหลังบ้าน
- บทที่ 22 หน่วยเก็บของทะเลซื่อไห่ก่อตั้ง
บทที่ 22 หน่วยเก็บของทะเลซื่อไห่ก่อตั้ง
บทที่ 22 หน่วยเก็บของทะเลซื่อไห่ก่อตั้ง
เย่ซื่อไห่ทอดสเต็กเนื้อไปทั้งหมดสามชิ้น
น้าเหมยจัดโต๊ะอาหารชุดใหญ่ไว้เรียบร้อยแล้ว
เย่ซื่อไห่พาเจ้าทึ่มหลิวไปอาบน้ำที่หลังบ้าน พอกลับเข้ามา น้าเหมยก็ยิ้มพลางยื่นโทรศัพท์มือถือให้เขา
ทันทีที่รับสาย เสียงแว้ดของน้องเฉี่ยวฮวาก็ดังลอดออกมา
“เย่ซื่อไห่ เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งนะ กล้าไม่รับสายฉันเหรอ?”
“ฉันอาบน้ำอยู่”
“อ้อ ตอนนี้ฉันกำลังออกจากบ้าน มารอรับที่หน้าประตูด้วย”
“รับทราบครับ”
ปลายสายหัวเราะคิกคัก
“น้องชายคนที่เธอพามาด้วย เขาเรียกฉันว่าอะไรนะ?”
เย่ซื่อไห่เผลอหลุดปากตอบไปตามความรู้สึก
“ก็เรียกพี่สะใภ้ไง”
เฉี่ยวฮวาหัวเราะร่าอย่างชอบใจ
แต่เสียงอาโม่อก็แทรกเข้ามาอย่างเย็นชา
“หลินเฉี่ยวฮวา รักษายางอายหน่อย ขายขี้หน้าตระกูลหลินจะแย่แล้... โอ๊ย! เจ้กล้าตบผมเหรอ?”
เฉี่ยวฮวาส่งเสียงฮึดฮัดใส่ ก่อนจะวางสายไปอย่างอารมณ์ดี
เย่ซื่อไห่วางหู แล้วชะโงกหน้าเข้าไปในครัว
“ซินปิง ตามฉันมา”
เจ้าทึ่มหลิวร้องรับเสียงดัง แล้วเดินต้อยๆ ตามก้นเย่ซื่อไห่ออกไปรับแขกหน้าบ้านด้วยท่าทางซื่อบื้อ
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ภายใต้แสงไฟถนนหน้าบ้าน เย่ซื่อไห่เอารองเท้าแตะรองก้น นั่งพิงแผ่นหลังกว้างๆ ของเจ้าทึ่มหลิวอย่างสบายใจ พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า
“ซินปิง ได้เจอนายอีกครั้งนี่มันดีจริงๆ”
เจ้าทึ่มหลิวโก่งตัวลงมาอย่างระมัดระวัง ตอบด้วยเสียงอู้อี้ในลำคอ
“ผมก็เหมือนกันครับ เจ้านาย”
“นายคิดถึงเรื่องในชาติที่แล้วบ้างไหม?”
“ไม่คิดครับ เจ้านาย”
“แล้วนายอยากกลับไปไหม?”
“ไม่กลับครับ เจ้านาย”
เย่ซื่อไห่ตัวเล็กนิดเดียว ส่วนเจ้าทึ่มหลิวตัวใหญ่ยักษ์ พอสองคนมานั่งพิงกัน ภาพที่ออกมาเลยดูตลกพิลึก
“ฉันก็ไม่อยากกลับไป ชาตินี้ฉันจะใช้ชีวิตให้สบายที่สุด ฉันจะพานายไปเที่ยวรอบโลก แล้วก็จะหาเมียให้นายสักคน ปั๊มลูกทึ่มตัวน้อยๆ ออกมาวิ่งเล่น”
เจ้าทึ่มหลิวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“ไม่เอาเมียครับ เจ้านาย”
“ทำไมล่ะ?”
เจ้าทึ่มหลียกนิ้วขึ้นมานับ
“แย่งของกินผม ไม่เอาครับ”
เย่ซื่อไห่แทบจะพ่นน้ำลายออกมาด้วยความขำ
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังกระหึ่มมาจากไกลๆ
“มากันแล้ว!”
เย่ซื่อไห่กระเด้งตัวลุกขึ้น สวมรองเท้าแตะ แล้วทำท่าชะเง้อคอรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
อาโม่อขี่รถออกัสต้ามาอย่างเท่ โดยมีพี่สาวซ้อนท้าย ส่วนหลิวเสี่ยวเอ้อร์ หวังเหอ และเพื่อนคนอื่นๆ ขี่รถไฟฟ้าตามมาอีกสามคัน ส่งเสียงหวีดหวิวมาแต่ไกล
แต่พอได้เห็นตัวจริงของหลิวซินปิง อาโม่อและพรรคพวกถึงกับเงียบกริบ
มีแค่หลินเฉี่ยวฮวาที่ร้องเฮเสียงใส กระโดดลงจากรถวิ่งดุ๊กดิ๊กเหมือนลูกกวางเข้าไปหา โบกไม้โบกมือให้เจ้าทึ่มหลิว
“ซินปิง รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”
เจ้าทึ่มหลิวเกาหัว แสยะยิ้มกว้าง
“เจ้านายบอกแล้วครับ คุณคือชามข้าว!”
อาโม่อและแก๊งเด็กหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
สีหน้าของเฉี่ยวฮวาเปลี่ยนจากยิ้มแย้มเป็นบูดบึ้งในพริบตา เธอเอื้อมมือไปบิดหูเย่ซื่อไห่อย่างแรง กระทืบเท้าด้วยความโมโห
“เย่ซื่อไห่!!”
เย่ซื่อไห่ร้องโอดโอยด้วยความเซ็ง
“เจ็บๆๆ!”
เฉี่ยวฮวาหยุดมือ แต่ยังทำหน้ายักษ์ใส่
“บอกมาเดี๋ยวนี้ ทำไมฉันถึงเป็นชามข้าว? ฉันกินเยอะตรงไหนฮะ?”
เย่ซื่อไห่หัวเราะแห้งๆ รีบอธิบาย
“ความหมายของชามข้าว ก็คือคนที่จะให้ข้าวน้องมันกินในวันข้างหน้าไงเล่า”
เฉี่ยวฮวาถึงบางอ้อ เปลี่ยนจากโกรธเป็นยิ้มแก้มปริทันที เธอปล่อยมือจากหูเย่ซื่อไห่ แล้วหันไปพูดกับเจ้าทึ่มหลิวด้วยรอยยิ้มหวานหยด
“ถูกต้องแล้ว ต่อไปพี่สาวคนนี้แหละคือชามข้าวของเธอ เพราะฉะนั้นเธอต้องเชื่อฟังพี่ทุกอย่าง เข้าใจไหม?”
เจ้าทึ่มหลิวทำหน้ายุ่ง ยกนิ้วขึ้นมานับด้วยความสับสน
“เจ้านายบอกว่า ผมต้องเชื่อฟังชามข้าว แล้วก็ต้องเชื่อฟังแม่”
เขานับนิ้วอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหันไปพูดกับหลินเฉี่ยวฮวาด้วยสีหน้าจริงจัง
“เจ้านายสั่งให้ผมเชื่อฟังคุณ ผมก็จะเชื่อฟังคุณครับ”
หลินเฉี่ยวฮวาเบะปากอย่างหมั่นไส้เย่ซื่อไห่นิดๆ
ส่วนอาโม่อนั้นอิจฉาตาร้อนสุดขีด แม้เจ้าทึ่มหลิวจะดูเอ๋อๆ ไปหน่อย แต่รูปร่างใหญ่โตมโหฬารแบบนี้ มันช่างน่าเกรงขามสุดๆ
ลองมองดูหมอนี่ แล้วหันกลับมามองลูกน้องตัวเองแต่ละคน
คนเทียบคนมีแต่ช้ำใจ ของเทียบของมีแต่ต้องทิ้ง
อิจฉาโว้ย อิจฉา
เย่ซื่อไห่ไปหลอกลูกน้องแบบนี้มาจากไหนเนี่ย?
ฉันอยากไปหลอกมาบ้างสักคน
เลี้ยงไม่ไหว?
ก็โยนให้หลินเฉี่ยวฮวาเลี้ยงสิ
เย่ซื่อไห่แนะนำหลิวซินปิงให้พวกเด็กหนุ่มรู้จัก เพื่อให้พวกเขาทำความคุ้นเคยกันไว้
ถือเป็นการหาเพื่อนใหม่ให้เจ้าทึ่มหลิวที่เพิ่งย้ายมาด้วย
เด็กหนุ่มกลุ่มนี้เย่ซื่อไห่คัดกรองมาอย่างดีแล้ว ทุกคนจิตใจดี ถึงจะมีกระทบกระทั่งกันบ้างก็คงไม่รุนแรงอะไร
“ป่ะ เข้าไปกินข้าวกัน กินเสร็จฉันมีเรื่องจะประกาศ”
กลุ่มวัยรุ่นกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
อาโม่อค้นพบความจริงอันน่าเศร้าว่า ดูเหมือนเขาจะสูญเสียตำแหน่งลูกพี่ใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว
พอเข้าบ้าน เฉี่ยวฮวาก็ทำตัวได้น่าประทับใจ วางตัวประหนึ่งเป็นนายหญิงของบ้าน ยิ้มหวานหยดเห็นฟันแค่แปดซี่ตามตำราเป๊ะ เกินกว่านั้นแม้แต่ครึ่งซี่ก็ไม่มี
รอยยิ้มแบบนี้มีชื่อเรียกว่า 'กุลสตรีผู้อ่อนหวาน'
เล่นเอาน้าเหมยแทบจะกลายเป็นตัวประกอบไปเลย
ทุกคนล้อมวงรอบโต๊ะกลม หยอกล้อเฮฮาและเริ่มลงมือทานอาหารกันอย่างดุเดือด
คืนนี้เป็นคืนที่คึกคักที่สุดนับตั้งแต่เย่ซื่อไห่เกิดใหม่
รวมทั้งหมดสิบคน พอดีกับคำว่าสิบเต็มสิบสมบูรณ์แบบ
แต่พอเย่ซื่อไห่ยก 'กะละมัง' ข้าวส่วนตัวของเจ้าทึ่มหลิวออกมา
อาโม่อ: “...!”
หวังเหอ, หลิวเสี่ยวเอ้อร์, เฉิงเจียซู่: “...!”
อาโม่อกำลังจะอ้าปากทัก แต่โดนสายตาพิฆาตของพี่สาวกดดันจนต้องหุบปากฉับ แพ้ทางสายเลือดอย่างสมบูรณ์
“ซินปิง กินเยอะๆ นะจ๊ะ กินเยอะๆ จะได้โตไวๆ”
เฉี่ยวฮวาคีบน่องห่านชิ้นโตใส่ลงไปในกะละมังข้าวของหลิวซินปิง
หลิวซินปิงยิ้มเขินๆ อ้าปากกว้างโชว์หลุมดำในลำคอให้ทุกคนดู
ซู้ดดด!
น่องห่านทั้งน่องหายวับเข้าไปในปาก
“กรุบ! กรับ!”
“เอือก!”
“แม่เจ้าโว้ย หลิวซินปิง กระเพาะนายใหญ่ขนาดไหนเนี่ย?”
หลิวเสี่ยวเอ้อร์ทนไม่ไหว ร้องอุทานออกมา
แต่เฉี่ยวฮวากลับลุกขึ้นยืน เอื้อมมือไปลูบหัวโตๆ ของเจ้าทึ่มหลิว พูดด้วยน้ำเสียงสงสารจับใจ
“น่าเอ็นดู เด็กดีจริงๆ กินเข้าไปเยอะๆ นะซินปิง พี่สะ... พี่สาวคนนี้จะเลี้ยงเธอให้อ้วนท้วนสมบูรณ์เอง พี่มีค่าขนมเยอะแยะ เดี๋ยวให้เธอเอาไปใช้ให้หมดเลย”
อาโม่อแทบจะขว้างเนื้อห่านในมือทิ้ง
พี่สาวคนนี้... ตัดทิ้งจากกองมรดกได้ไหม?
อาโม่อรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจนน้ำตาตกใน
พี่สาวบ้านอื่นเขามีแต่จะโอ๋น้องชายตัวเองที่สุด
แต่พี่สาวบ้านเขากลับจ้องแต่จะไถเงินค่าขนมน้อง
ตัวเองเก็บเงินไว้เป็นล้านๆ แต่แค่เขาขอสามหมื่นซื้อเครื่องเกมกลับไม่ยอมให้
ทีตอนนี้ดันใจป้ำจะเอาเงินค่าขนมมาเลี้ยงเจ้าทึ่มนี่ซะงั้น
ไอ้ทึ่มนี่ตัวใหญ่กว่าเขาตั้งสี่เท่า มันยังต้องรีบโตไปไหนอีก?
ผมนี่สิที่ต้องรีบโต!
มีเจ้าทึ่มหลิวอยู่ด้วย ที่บ้านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องกับข้าวเหลืออีกต่อไป
เด็กหนุ่มหลายคนกินจนพุงกาง สุดท้ายก็นั่งมองตาค้าง ดูเจ้าทึ่มหลิวจัดการเก็บกวาดสนามรบ
กับข้าวที่เหลือทุกจาน ถูกเทรวมลงในกะละมังของเขา คลุกกับข้าวสวยอีกสองถ้วยใหญ่
พายุลงวูบเดียว เกลี้ยงเกลา
สีหน้าของน้าเหมยกับหลินเฉี่ยวฮวาดูเหมือนกันเปี๊ยบ
ยิ้มสู้เสือ
แต่ในใจกังวลสุดขีด
เย่ซื่อไห่จะโดนกินจนล่มจมไหมเนี่ย?
แต่เย่ซื่อไห่กลับมองเจ้าทึ่มหลิวด้วยรอยยิ้ม
“อิ่มไหม? ให้ทอดสเต็กเพิ่มอีกสองชิ้นเอาเปล่า?”
เจ้าทึ่มหลิวแจ๊บปาก แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“อิ่มมากครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยกิน”
พวกเด็กหนุ่มได้ยินถึงกับอ้าปากค้าง
เย่ซื่อไห่หัวเราะอย่างไม่ทุกข์ร้อน ก่อนจะตบโต๊ะดังปัง
“เอาล่ะ ตอนนี้ขอเปิดประชุม”
“ขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า... หน่วยเก็บของทะเลซื่อไห่ ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว!”
จบบท