- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ผมดันมีทะเลเป็นสวนหลังบ้าน
- บทที่ 19 หลิวซินปิงและเซอร์เกย์
บทที่ 19 หลิวซินปิงและเซอร์เกย์
บทที่ 19 หลิวซินปิงและเซอร์เกย์
เมื่อฟังเย่ซื่อไห่เล่าจบ เซียวเจี้ยนกั๋วก็ทำหน้าประหลาดใจ
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”
เย่ซื่อไห่แสร้งทำเป็นโกรธจัด
“ใช่ครับ อาเซียว อาว่าผมควรทำยังไงดี? แจ้งตำรวจดีไหม?”
เซียวเจี้ยนกั๋วขมวดคิ้วส่ายหน้า แล้วเอ่ยช้าๆ
“แจ้งตำรวจไปก็เปล่าประโยชน์ โดนคนพาลสันดานหยาบแบบนั้นตามรังควาน มันจะยุ่งยากมาก”
เย่ซื่อไห่แกล้งทำหน้าตื่นกลัว
“อาเซียว ผมอายุแค่สิบแปด พ่อแม่ก็ไม่มี เจอเรื่องแบบนี้ถ้าไม่แจ้งตำรวจแล้วจะให้ไปพึ่งใครครับ? อาพอจะมีวิธีช่วยผมหน่อยได้ไหม?”
เซียวเจี้ยนกั๋วได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบไป
เย่ซื่อไห่ก็ไม่เกรงใจ เดินไปเปิดตู้เย็นในร้าน หยิบน้ำแร่เย็นเจี๊ยบออกมาดื่มอึกๆ แก้กระหาย
เซียวเจี้ยนกั๋วครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะมองหน้าเย่ซื่อไห่แล้วถามว่า
“ซื่อไห่ เธอกับลูกสาวตระกูลหลินคนนั้น ตกลงว่าเป็น...!”
“อาเซียว ผมบอกตามตรงเลยนะ ผมจะต้องแต่งงานกับเธอให้ได้”
เย่ซื่อไห่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาด
“ต่อให้ผมไม่ได้แต่งกับเธอ ผมก็ไม่มีวันยอมให้คนอย่างจ้าวข่ายเข้าใกล้เธอเด็ดขาด”
เซียวเจี้ยนกั๋วอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฮ่าๆๆ ซื่อไห่ปณิธานแน่วแน่ดีนี่ แต่ฉันเชื่อนะ ด้วยความสามารถของเธอ อนาคตต้องรุ่งโรจน์แน่นอน ดีไม่ดีตระกูลหลินอาจจะเทียบเธอไม่ติดด้วยซ้ำ”
เขาเปลี่ยนน้ำเสียงจริงจังขึ้น
“แต่ตระกูลจ้าวมีอิทธิพลมาก แล้วพ่อของจ้าวข่ายที่ชื่อจ้าวอี้หู่ ก็สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยธุรกิจสีเทา ตอนนี้เธอยังไปงัดข้อกับพวกมันไม่ได้”
“งั้นผมควรทำยังไงดีครับ?”
เซียวเจี้ยนกั๋วดูพอใจมากที่เย่ซื่อไห่ให้ความไว้วางใจเขา
อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ เรื่องสำคัญหลายเรื่อง เย่ซื่อไห่ก็ไหว้วานให้เขาจัดการให้
ทั้งเรื่องฟอสซิลหอยมือเสือ และเรื่องหาดีไซเนอร์
“ซื่อไห่ ที่บ้านเธออยู่คนเดียวใช่ไหม แล้วความสัมพันธ์กับตระกูลเหมยข้างบ้าน...!”
“เหมือนญาติแท้ๆ ครับ น้าเหมยก็เหมือนแม่ของผม มีอะไรผมไม่เคยปิดบังแกอยู่แล้ว”
เซียวเจี้ยนกั๋วลูงเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า
“ถ้าที่บ้านเธอจะมีคนเพิ่มมาอีกสักคน น้าเขาจะว่าอะไรไหม?”
เย่ซื่อไห่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
“อาเซียว อาจะหาบอดี้การ์ดให้ผมเหรอ? อย่าล้อเล่นน่า พูดไปคนเขาหัวเราะเยาะตายเลย”
เซียวเจี้ยนกั๋วยิ้มอย่างมีเลศนัย พลางส่ายหน้า
“ไม่ถือว่าเป็นบอดี้การ์ดหรอก แต่เก่งกาจยิ่งกว่าบอดี้การ์ดเสียอีก”
เย่ซื่อไห่เริ่มสนใจขึ้นมาทันที
“อาลองเล่ามาสิครับ”
“เรื่องนี้ต้องเล่ากันยาวหน่อย”
เซียวเจี้ยนกั๋วมองออกไปที่หน้าร้าน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปลงตกเล็กน้อย
“ฉันน่ะ... หลายปีมานี้พอจะหาเงินได้บ้าง ร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อนฝูงก็หลายอย่าง ชีวิตคนเรานะ บางทีก็พูดยาก เมื่อปีก่อนๆ เกิดเรื่องบางอย่างขึ้นกับตัวฉัน ทำให้ฉันปลงตกและเข้าใจชีวิตมากขึ้น ตั้งแต่นั้นมาฉันเลยบริจาคเงินให้สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าทุกปี”
เซียวเจี้ยนกั๋วเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับสถานสงเคราะห์แห่งนั้นให้ฟัง
“เด็กคนนั้นมีปัญหาเรื่องพัฒนาการทางสมองนิดหน่อย แต่ร่างกายกลับเติบโตน่าตกใจ ทางโรงพยาบาลเคยตรวจแล้วพบว่า ปฏิกิริยาตอบสนองและประสาทสัมผัสของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปมาก จิตใจขาวสะอาดเหมือนผ้าขาว ปีนี้เพิ่งจะสิบห้า แต่สูงปาเข้าไปร้อยเก้าสิบเซ็นฯ แล้ว”
ดวงตาของเย่ซื่อไห่เป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที
ในชาติก่อน ข้างกายเขามีบอดี้การ์ดคู่ใจที่ซื่อสัตย์ที่สุดอยู่คนหนึ่ง
คนคนนั้นเป็นชาวต่างชาติ ชื่อ 'เซอร์เกย์' สูงถึงสองเมตรยี่สิบ มีปัญหาเรื่องระดับสติปัญญาเหมือนกัน แต่ประสาทสัมผัสทางร่างกายเป็นเลิศ
สมัยนั้นเซอร์เกย์เป็นนักสู้ทาสในสังเวียนมวยเถื่อน ถูกทารุณกรรมอย่างโหดร้าย ท้ายที่สุดเย่ซื่อไห่ใช้เงินห้าล้านดอลลาร์ซื้อตัวเขาออกมา
นับแต่นั้นมา เซอร์เกย์ก็เทิดทูนบูชาเย่ซื่อไห่ประดุจพระเจ้า ช่วยชีวิตเขาจากสถานการณ์เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน
ต่อมาเคยมีคนเสนอเงินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ขอซื้อตัวเซอร์เกย์ แต่เย่ซื่อไห่ปฏิเสธ
“อาเซียว เขาชื่ออะไรครับ?”
“หลิวซินปิง อยู่ที่สถานสงเคราะห์เขตใต้เมืองฝูเฉิง ถ้าเธอ...!”
เย่ซื่อไห่ชูกำปั้นขึ้นฟ้า ร้องบอกด้วยความตื่นเต้น
“ผมเอาครับ! ให้เขามาอยู่บ้านผม จะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม หรือจะให้มาอาศัยอยู่เฉยๆ ก็ได้ สรุปคือผมจะไม่ให้เขาลำบากแน่นอน อาเซียว... ผมไม่พูดอย่างอื่นแล้วนะ ผมบอกความลับให้อาอย่างหนึ่ง ผมได้รับสืบทอดวิชาจากพรานทะเลรุ่นเก่ามา ขอแค่มีของดี ผมหาเจอแน่นอน ไม่มีพลาด ให้หลิวซินปิงมาอยู่กับผม แล้วอาจะเป็นคนรับซื้อของจากผมแต่เพียงผู้เดียว”
เซียวเจี้ยนกั๋วเดิมทีก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้อยู่แล้ว
พอได้ยินเย่ซื่อไห่พูดแบบนี้ ก็ยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีก
เขาเองก็เป็นคนตัดสินใจเด็ดขาดอยู่แล้ว
จึงลุกขึ้นยืนแล้วพูดทันที
“ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสอง เธอไม่มีธุระอะไรใช่ไหม?”
“ผมว่างครับ”
เย่ซื่อไห่รีบลุกตาม
“ถ้าขับรถไปเมืองฝูเฉิงตอนนี้ ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว”
ระยะทางจากเมืองเล่อเฉิงไปเมืองฝูเฉิง จริงๆ แล้วไม่ถึงห้าสิบกิโลเมตร
สนามบินของเมืองฝูเฉิงก็ตั้งอยู่ที่เล่อเฉิงนี่แหละ
เมืองจินเฟิงตั้งอยู่เป็นรูปสามเหลี่ยมกับเมืองทั้งสอง โดยขึ้นตรงต่อเขตการปกครองของเมืองเล่อเฉิง
ถ้าจะไปเมืองฝูเฉิง โดยขับอ้อมจากเล่อเฉิง ระยะทางรวมก็แค่ร้อยกิโลเมตร
ขึ้นทางด่วนชั่วโมงเดียวก็เหลือเฟือ
“งั้นจะรออะไรล่ะ?”
เซียวเจี้ยนกั๋วเดินนำออกไป พลางตะโกนสั่งลูกน้อง
“อาเซิง มาเฝ้าร้าน เฮียจะออกไปทำธุระ”
ไม่กี่นาทีต่อมา เย่ซื่อไห่ก็นั่งรถเบนซ์เอสยูวีของเซียวเจี้ยนกั๋วออกจากท่าเรือ
ใช้เวลาเพียงสี่สิบกว่านาที ทั้งสองก็มาถึงเมืองฝูเฉิง
“ซื่อไห่ เธอนั่งรอในรถนะ เดี๋ยวฉันลงไปซื้อของหน่อย”
เซียวเจี้ยนกั๋วจอดรถริมถนน
เย่ซื่อไห่เปิดประตูลงตามมา พูดอย่างใจป้ำว่า
“ไม่ครับอาเซียว ผมควรเป็นคนซื้อเอง”
เซียวเจี้ยนกั๋วยิ้มแล้วพยักหน้า
ทั้งสองคนช่วยกันกวาดสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตข้างทาง ไม่นานรถเข็นก็เต็มพูน
ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมันพืช ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มต่างๆ คำนวณแล้วเย่ซื่อไห่จ่ายไปเกือบหนึ่งหมื่นหยวน ของเยอะจนแทบจะยัดใส่รถเบนซ์ของเซียวเจี้ยนกั๋วไม่หมด
สถานสงเคราะห์ตั้งอยู่แถบชานเมือง ดูจากสภาพตึกแล้วคงสร้างมานานพอสมควร อาคารหลักเป็นตึกห้าชั้น มีตึกปีกซ้ายขวา ดูทรงแล้วน่าจะดัดแปลงมาจากโรงเรียนเก่า
ผู้อำนวยการเป็นหญิงชราวัยเกือบเจ็ดสิบปี หน้าตาใจดีมีเมตตา แต่แววตากลับคมกริบราวกับมองทะลุจิตใจคนได้
พอฟังเซียวเจี้ยนกั๋วแนะนำเย่ซื่อไห่ คุณยายผู้อำนวยการก็ยิ้มออกมา
“คุณชายเย่ เธอเป็นคนมีน้ำใจ อาซินปิงได้ไปอยู่กับเธอ ยายก็วางใจ ช่วงก่อนหน้านี้แกจู่ๆ ก็ไข้ขึ้นสูงจนช็อกหมดสติไป แต่ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงดีแล้ว เดี๋ยวยายไปตามแกมาให้นะ”
เด็กในสถานสงเคราะห์ที่หน้าตาน่ารักและว่าง่าย มักจะถูกรับเลี้ยงไปหมดแล้ว
ส่วนที่เหลืออยู่ มักจะมีปัญหาทางร่างกายหรือสติปัญญาไม่มากก็น้อย
สถานที่แห่งนี้ จริงๆ แล้วก็เปรียบเสมือนโรงเรียนการศึกษาพิเศษนั่นเอง
เมื่อได้เห็นตัวจริงของหลิวซินปิง ดวงตาของเย่ซื่อไห่ก็ลุกวาว
หลิวซินปิงเพิ่งอายุสิบห้า ใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์ไร้เดียงสา
แต่ส่วนสูงปาเข้าไปตั้งหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร กล้ามเนื้อแน่นปึ้ก
ลำแขนของเขาใหญ่เท่าต้นขาของเย่ซื่อไห่เลยทีเดียว
ใบหน้าดูซื่อๆ บื้อๆ แต่แววตากลับใสซื่อบริสุทธิ์
เย่ซื่อไห่พอใจจนไม่รู้จะพอใจยังไง
ขอแค่ฝึกให้ดี นี่มันว่าที่บอดี้การ์ดระดับเทพผู้พิทักษ์ชัดๆ
ตอนนี้เขาอาจจะยังไม่มีเงิน แต่ในอนาคตล่ะ?
เขารีบหยิบขนมที่เตรียมไว้ เดินยิ้มแฉ่งเข้าไปหา
“นายชื่อหลิวซินปิงสินะ? ฉันชื่อเย่ซื่อไห่ ต่อไปนายเรียกฉันว่าพี่ใหญ่นะ เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”
หลิวซินปิงก้มหน้ามองเย่ซื่อไห่ด้วยสายตาซื่อบื้อ ปากก็พึมพำเสียงอู้อี้
“เย่ซื่อไห่คือเจ้านายของฉัน”
“คุณคือเจ้านาย”
“ผมคือเซอร์เกย์ไง...”
ชั่วพริบตานั้น เย่ซื่อไห่รู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง
จู่ๆ หลิวซินปิงก็ร้องไห้โฮออกมาเสียงดังลั่น แล้วโผเข้ากอดเย่ซื่อไห่แน่นราวกับหมีตะปบเหยื่อ ปากก็พร่ำตะโกนเป็นภาษารัสเซียรัวเร็ว
“เจ้านาย! ผมคือเซอร์เกย์ไงครับ!”
“ผมเจอเจ้านายแล้ว”
“ในที่สุดเซอร์เกย์ก็หาเจ้านายเจอแล้ว”
“ดีใจจังเลย...”
จบบท