- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ผมดันมีทะเลเป็นสวนหลังบ้าน
- บทที่ 7 ครับพี่เขย
บทที่ 7 ครับพี่เขย
บทที่ 7 ครับพี่เขย
เมื่อตื่นนอน
เย่ซื่อไห่รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ร่างกายเบาสบายไปทั้งตัว
ดูเหมือนว่าการทำสมาธิจะได้ผลดีเกินคาด
เขาลุกจากเตียง เดินไปเข้าห้องน้ำที่หลังบ้าน แล้วโยกน้ำบาดาลขึ้นมาหนึ่งถังใหญ่ ราดรดตั้งแต่ศีรษะลงมาจนชุ่มโชก
“น้าเหมยออกไปรับจ้างอีกแล้วสินะ”
เมื่อเห็นอาหารเช้าวางเตรียมไว้บนโต๊ะ เย่ซื่อไห่ก็นั่งกินไปพลางวางแผนชีวิตวันนี้ไปพลาง
อย่างแรกต้องซื้อรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันใหม่ให้น้าเหมย แล้วก็ซื้อเสื้อผ้าดี ๆ ให้แกสักหลายชุดหน่อย
ส่วนตัวเขาเองไม่มีอะไรต้องซื้อเป็นพิเศษ
อ้อ จริงสิ พี่สาวของเจ้าว่าที่น้องเมียกำลังจะไปเรียนต่อที่เมืองฝูเฉิงแล้ว สมควรจะมีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เธอสักชิ้น
แต่จะให้อะไรดีล่ะ?
นี่สิปัญหาโลกแตก
เมื่อจัดการมื้อเช้าและเก็บกวาดบ้านเรียบร้อย เขาก็ล็อกกุญแจบ้านเตรียมเดินไปที่ท่าเรือ
ระยะทางไม่ไกล เดินแค่สามสิบนาทีก็ถึง
เดินไปตามถนนหินได้ไม่ไกลนัก ก็บังเอิญเจอ หลิวเสี่ยวเอ้อร์ เด็กหนุ่มที่เมื่อคืนบอกจะให้พี่สาวทำน้ำแข็งไสมาเลี้ยง
เด็กหนุ่มขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีถุงใส่เนื้อหอยนางรมแขวนพะรุงพะรัง ขับส่ายไปส่ายมามาจอดตรงหน้าเขา
“พี่ซื่อไห่ จะไปท่าเรือเหรอครับ? ซ้อนท้ายผมไปไหม?”
“ขอบใจมาก แต่ฉันอยากเดินออกกำลังกายหน่อย”
“งั้นก็ได้ครับ ไว้รอบหน้าผมจะไปช่วยพี่ถือถังอีกนะ”
เย่ซื่อไห่ยิ้มรับ พยักหน้าส่งเด็กหนุ่มขี่รถจากไป
ทันใดนั้น รถเก๋งเบนซ์สีดำคันหนึ่งก็ค่อย ๆ ขับเข้ามาจอดเทียบข้างหลัง
ปิ๊น ปิ๊น!
เย่ซื่อไห่หันกลับไปมอง ก็พบกับใบหน้าของ พี่เจ็ด หรือ หลินชี
หลินชีมองเขาพลางยิ้มกว้าง
“นึกไม่ถึงเลยนะ ว่าเย่ซื่อไห่จะซ่อนคมไว้ลึกขนาดนี้”
พูดจบเขาก็หยิบบุหรี่ออกมาส่งให้มวนหนึ่ง
“สักมวนไหม?”
เย่ซื่อไห่ส่ายหน้า ในใจสงสัยว่าหลินชีมาหาเขาทำไม
หรือจะเป็นเรื่องหลินเฉี่ยวฮวา?
“ไม่สูบบุหรี่จะเป็นลูกผู้ชายได้ยังไง”
หลินชีจุดบุหรี่สูบเอง พ่นควันสีเทาออกมาแล้วเอียงคอพยักเพยิด
“ขึ้นรถสิ มีเรื่องจะคุยด้วย”
เย่ซื่อไห่ลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับ
เมืองจินเฟิงไม่ได้ใหญ่โตนัก ตัวเมืองเก่า ท่าเรือ และโรงงานย้อมผ้าของตระกูลหลิน ตั้งอยู่เป็นรูปสามเหลี่ยมพอดี
บ้านของเย่ซื่อไห่อยู่ใกล้เขตเมืองเก่า ซึ่งคนละเส้นทางกับบ้านตระกูลหลินโดยสิ้นเชิง
ชัดเจนว่าอีกฝ่ายตั้งใจขับอ้อมมาดักรอเขา
“ปูมันเหลืองที่นายจับได้คุณภาพดีจริง ๆ ฉันไปขอซื้อต่อจากเซียวเจี้ยนกั๋วมาแพงเอาเรื่อง สรุปว่าจับยังไง? มีเคล็ดลับอะไรไหม?”
เย่ซื่อไห่ส่ายหน้า
“แค่โชคดีครับ”
หลินชีมองเขาอย่างมีความนัย
“ฉันเดินเก็บของทะเลมาตั้งแต่อายุแปดขวบยันสิบแปด ไม่เคยมีโชคแบบนายเลยสักครั้ง”
เย่ซื่อไห่ยิ้มไม่ตอบคำ ในใจแอบกระหยิ่ม
ผมมันเทพทรู เปิดโปรโกง จะให้บอกเหรอ?
“เอาเป็นว่าวันหลังถ้านายจับปูมันเหลืองได้อีก ให้เอามาส่งบ้านฉัน ฉันให้จินละพันสอง ส่วนทางเซียวเจี้ยนกั๋วเดี๋ยวฉันไปคุยเอง”
เย่ซื่อไห่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับไป
“ราคารับซื้อทั่วไปอยู่ที่แปดร้อย ของที่ผมจับได้เกรดดีกว่าและตัวใหญ่กว่า ผมคิดแค่หนึ่งพันถ้วนก็พอครับ คุณอยากได้เท่าไหร่บอกมา ส่วนทางเซียวเจี้ยนกั๋ว ผมก็ยังจะส่งให้เขาเหมือนเดิม”
หลินชีเหยียบเบรกกะทันหัน ถอนหายใจด้วยความทึ่ง
“นายมีของดีจริง ๆ สินะ ฉันต้องการสองร้อยจิน ไหวไหม?”
เย่ซื่อไห่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มโดยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
หลินชีพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะถามต่อ
“แล้วของดีอย่างอื่นล่ะ นายพอจะหาได้ไหม?”
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากได้อะไร”
เย่ซื่อไห่ไม่ได้โม้ น้ำเสียงของเขาเรียบง่ายและใจเย็น
“แต่การเดินเก็บของตามชายหาดกับการออกเรือมันต่างกัน ของบางอย่างต้องออกเรือไปกลางทะเลถึงจะได้มา ตอนนี้ผมเน้นแค่ปูมันเหลืองก่อนครับ”
หลินชีตบพวงมาลัยฉาดใหญ่
“เอาล่ะ ตกลงตามนี้ เดือนหน้าฉันกับเพื่อนจะเช่าเรือออกทะเล นายไปด้วยกันไหม?”
เย่ซื่อไห่ลองถามดู
“ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ครับ?”
หลินชีหันมามองเขา สายตาดูขบขันปนระอา
“ขืนฉันเก็บเงินนาย น้องเฉี่ยวฮวาได้มาทุบรถฉันพังแน่”
เย่ซื่อไห่... พูดไม่ออก
คนบ้านตระกูลหลินมีเงินมีอำนาจ แต่ไม่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกใคร
ถึงแม้จะเป็นฝ่ายหลินเฉี่ยวฮวาที่ตามจีบเย่ซื่อไห่ แต่ทางบ้านก็วางตัวสบาย ๆ ปล่อยให้เป็นเรื่องของเด็ก ๆ
“จริง ๆ แล้วผมกับน้องสาวพี่ไม่ได้มีอะไรกันเลยนะครับ พี่เชื่อไหม?”
หลินชีส่ายหน้า
“ฉันไม่สนหรอก อีกอย่าง นายยังห่างไกลจากคุณสมบัติการเป็นน้องเขยฉันอีกเยอะ ฉันไม่ได้เชียร์นายนะบอกก่อน”
แล้วเขาก็หัวเราะหึ ๆ
“แต่ตอนนี้... ฉันเริ่มคาดหวังในตัวนายนิดหน่อยแล้ว รู้สึกว่าพอนายโดดทะเลไปทีนึง กลับมาแล้วเหมือนคนละคนเลยแฮะ”
หัวใจเย่ซื่อไห่กระตุกวูบ ขมวดคิ้วถาม
“ไม่เหมือนยังไงครับ?”
“บอกไม่ถูก แค่ความรู้สึกน่ะ”
เย่ซื่อไห่รีบเปลี่ยนเรื่อง
“ปูมันเหลืองที่คุณอยากได้ รีบใช้ไหมครับ?”
หลินชีพยักหน้าทันที
แน่นอนว่ารีบ ช่วงนี้เขาต้องวิ่งเต้นสร้างคอนเนกชันกับผู้ใหญ่หลายท่าน กำลังกลุ้มใจเรื่องของขวัญอยู่พอดี
ของทะเลเกรดพรีเมียมที่หาได้เฉพาะฤดูกาลแบบนี้แหละ คือของกำนัลที่หน้าบานที่สุด
การให้ของขวัญคืออะไร?
คือหน้าตาไงล่ะ
ของที่ฉันหาได้ แต่คนอื่นหาไม่ได้ ย่อมสร้างความประทับใจได้ลึกซึ้งกว่า
“งั้นคืนนี้สักสี่ทุ่ม รอรับโทรศัพท์ผมแล้วกัน ผมจะพาอาโม่ไปลุยอีกรอบ”
หลินชีตกตะลึงของจริง
นั่นมันปูมันเหลืองนะเว้ย
เซียนหาของทะเลทั่วไปจับได้คืนละสองสามตัวก็เก่งแล้ว แต่นี่เล่นจับทีละหลายสิบจิน มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
นี่มันทะเลธรรมชาติ ไม่ใช่บ่อเลี้ยง จะมาเสกได้ดั่งใจนึกได้ยังไง?
“พูดจริงดิ? คืนนี้หาได้เลยเหรอ?”
“เยอะมากผมไม่กล้ารับปาก”
เย่ซื่อไห่บอกอย่างมั่นใจ
“แต่ห้าสิบจินยืนพื้น ผมมั่นใจว่าหาได้”
“เชี่ย...”
หลินชีแทบจะขับรถตกคูน้ำ
เขาจอดรถข้างทาง หันมาจ้องสำรวจเย่ซื่อไห่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“นายไปโดดน้ำแล้วเจอพญามังกรเจ้าสมุทรมาจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?”
เย่ซื่อไห่พยักหน้าหน้าตาย
“ชิ!”
หลินชีสตาร์ตรถอีกครั้ง เหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่ท่าเรือ แล้วทิ้งเย่ซื่อไห่ไว้ตรงนั้นก่อนขับออกไป
ผู้คนที่ท่าเรือพอเห็นเย่ซื่อไห่ก็พากันกรูเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง
“ซื่อไห่ เมื่อคืนรวยเละเลยนี่นา”
“น้องชาย รับศิษย์ไหม? พี่น้อมถวายค่าครูเลยนะ”
“ปูมันเหลืองธรรมชาติห้าสิบจิน ไซซ์จินครึ่งทุกตัว ท่าเรือเราไม่เจอของแบบนี้มาหลายปีแล้วนะ”
“นั่นสิ ซื่อไห่ต้องมีเคล็ดลับอะไรแน่ ๆ”
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าฝูงชนเข้ามา เบียดคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างร้อนรน
“ถอยไป ถอยไป พวกลุงถอยไปให้หมด เย่ซื่อไห่ร่วมมือกับฉันคนเดียว ต่อไปนี้ฉันคือผู้จัดการส่วนตัวของเขา”
คนรอบข้างได้ยินดังนั้นก็หัวเราะครื้นเครง แซวว่า
“อาโม่ ที่บ้านจะรับเย่ซื่อไห่เป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านจริง ๆ เหรอเนี่ย?”
“นั่นสิ เมื่อกี้เห็นซื่อไห่ลงมาจากรถเบนซ์ของพี่เจ็ดด้วยนี่นา”
อาโม่หน้าตื่น รีบหันขวับมาถามเย่ซื่อไห่
“เย่ซื่อไห่ พี่เจ็ดคุยอะไรกับนาย? ฉันบอกไว้ก่อนนะ ตอนนี้ฉันเป็นตัวแทนของนาย เราเป็นหุ้นส่วนกัน เขาต้องซื้อของผ่านฉันเท่านั้น”
เย่ซื่อไห่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
ไอ้เด็กนี่
มิน่าล่ะถึงได้รีบร้อนขนาดนี้
ที่แท้ก็กะจะกินรวบสองทาง ทั้งฝั่งพี่เขยและฝั่งพี่ชายตัวเอง
มีอนาคตนะเราน่ะ
แต่เล่นกินหัวคิวเงินที่บ้านตัวเองแบบนี้ มันจะดีเหรอ?
เย่ซื่อไห่ลากอาโม่เดินเลี่ยงออกมาจากฝูงชน แล้วถามยิ้ม ๆ
“อยากได้เงินมากกว่านี้ไหม?”
อาโม่พยักหน้าหงึกหงักเป็นไก่จิกข้าวสาร
“อยากสิ”
เย่ซื่อไห่หัวเราะ
“ถ้าอยากได้ก็ต้องใจกว้างหน่อย อย่ามัวมองแค่เศษเงินเล็กน้อย เราจะทำการใหญ่กัน”
อาโม่เบะปาก ก่อนจะบ่นกระปอดกระแปด
“เย่ซื่อไห่ นายช่วยจัดการหลินเฉี่ยวฮวาหน่อยเถอะ เมื่อคืนยัยนั่นรีดไถเงินฉันไปตั้งสี่พันหยวน ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว”
เย่ซื่อไห่ถามกลับ
“เครื่องเกมนายยังขาดอีกเท่าไหร่?”
อาโม่ตอบทันควัน
“สองหมื่น”
“แล้วคืนนี้ อยากหาให้ได้ครบสองหมื่นไหม?”
ดวงตาของอาโม่ลุกวาวเป็นแสงสีเขียวทันที
“จริงเหรอ?”
เย่ซื่อไห่พยักหน้าเพยิดไปทางชายหาด
“งั้นตอนนี้ตามฉันมา ให้ทำอะไรก็ทำ เข้าใจไหม?”
“รับทราบครับ พี่เขย!”
“……!”
ไม่มีเงินเรียกเย่ซื่อไห่ พอมีเงินเรียกพี่เขยเชียวนะ
ใช้ได้เลยไอ้หนู
ร้ายนักนะ
จบบท