- หน้าแรก
- วิถียุทธ์สายชิลล์
- ตอนที่ 37 ศักยภาพแฝง
ตอนที่ 37 ศักยภาพแฝง
ตอนที่ 37 ศักยภาพแฝง
ตอนที่ 37 ศักยภาพแฝง
จางหลิงเฟิงเข้าสู่การจับคู่อีกครั้ง
"ขอแสดงความยินดีที่คุณชนะติดต่อกันสามครั้ง ได้รับเงินรางวัลหนึ่งหมื่น"
ในขณะนั้นเอง ระบบโลกดาราก็แสดงความยินดีกับจางหลิงเฟิง
"หนึ่งหมื่น"
จางหลิงเฟิงรู้สึกเกินคาด
ครั้งที่แล้วชนะติดต่อกันห้าครั้งถึงจะได้รับเงินรางวัลรวมสองหมื่น ครั้งนี้ชนะติดต่อกันสามครั้งก็ได้เงินรางวัลหนึ่งหมื่นแล้ว ดูท่าแล้วยิ่งค่าพลังต่อสู้เพิ่มขึ้น เอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขึ้น รางวัลที่ได้รับก็จะยิ่งมากขึ้น
ภายในห้องไลฟ์สด
หยางลี่หรูและหงลี่ซิน รวมถึงหม่าหย่งและคนอื่น ๆ ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้
"ทวนเมื่อกี้นี้ พวกคุณเห็นไหม"
"ความเร็วพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน หรือว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของทักษะ"
"ความเชี่ยวชาญในเพลงทวนพื้นฐานของจางหลิงเฟิงเหนือกว่าที่พวกเราทุกคนจินตนาการไว้มาก"
"เขาทำได้ยังไงกันแน่ ปกติอยู่ที่สำนักศึกษา ไม่เคยเห็นเขาตั้งใจฝึกเพลงทวนเลย หรือว่านอกสำนักศึกษาจะมียอดฝีมือคอยชี้แนะ"
ทั้งสามคนมองหน้ากันไปมา
จางหลิงเฟิงสามารถเอาชนะตัวตนที่มีค่าพลังต่อสู้ 16.7 ได้ เมื่อพิจารณาไปทั่วทั้งการแข่งขันจัดอันดับของโลกดารา ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงอย่างยิ่ง
ในขณะนั้นการจับคู่ของจางหลิงเฟิงก็สิ้นสุดลง
"นักเรียนสายวรยุทธ์จากเมืองวงแหวนใน" มีคนอุทานขึ้น
"ค่าพลังต่อสู้ 17.0 แต่กลับจัดคู่ต่อสู้แบบนี้ให้เขา"
"ดูท่าแล้วระบบโลกดาราคงจะคิดว่าฝีมือที่แท้จริงของจางหลิงเฟิงเหนือกว่าผลค่าพลังต่อสู้ที่เขาทำได้มาก"
ผู้คนอุทานขึ้น
"เขาทำได้ยังไง"
เถิงชิงซานกำหมัดแน่น ในห้องไลฟ์สดเขาเห็นกับตาว่าทวนที่จางหลิงเฟิงแทงเข้าใส่เฮยหู่นั้น เหมือนกับติดเครื่องขับดัน ความเร็วและพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน โจมตีจนเฮยหู่ไม่ทันตั้งตัว
ทั้งที่มีค่าพลังต่อสู้เพียง 15.6 แต่ระบบโลกดารากลับจับคู่คู่ต่อสู้ที่มีค่าพลัง 17.0 ให้เขา
ในขณะนั้นเอง ค่าพลังต่อสู้บนหัวของจางหลิงเฟิงก็เปลี่ยนจาก 15.6 เป็นสีแดง 17.0 หมายความว่าค่าพลังต่อสู้ของเขาถูกประเมินไว้ที่จุดนี้ แต่เพราะความไม่แน่นอน ระบบโลกดาราจึงไม่สามารถกำหนดค่าพลังต่อสู้ของเขาเป็น 17.0 ได้อย่างสมบูรณ์
ในลานประลอง
ในการแข่งขันจัดอันดับ มักจะมีคนที่แสดงฝีมือเกินความสามารถ ระเบิดพลังที่ไม่ได้อยู่ในระดับค่าพลังต่อสู้ของตนเองออกมา ชั่วขณะหนึ่งจะปรากฏข้อมูลสีแดงที่สูงกว่าค่าพลังต่อสู้ที่แท้จริงบนหัวของคนเช่นนี้
เห็นได้ชัดว่าระบบโลกดาราตัดสินว่ากระบวนการที่จางหลิงเฟิงเอาชนะเฮยหู่เมื่อครู่นี้เป็นการแสดงฝีมือเกินความสามารถ
นักเรียนสายวรยุทธ์จากเมืองวงแหวนในคนนั้นชื่อหลินฉวนหลง อาวุธคือดาบใหญ่ผ่าภูผา เมื่อเห็นข้อมูลสีแดงบนหัวของจางหลิงเฟิง เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ประสานหมัดคารวะจางหลิงเฟิง
หลังจากที่จางหลิงเฟิงประสานหมัดคารวะตอบ เขาก็บุกโจมตีก่อนอีกครั้ง แทงทวนเข้าใส่ลำคอของอีกฝ่าย
"เคร้ง!"
อีกฝ่ายป้องกันอย่างรวดเร็ว ตอนที่ดาบยาวและทวนยาวของจางหลิงเฟิงปะทะกัน ไม่เพียงแต่จะมีพลังสะท้อนกลับส่งผ่านมา แต่ระหว่างที่โคจรเพลงดาบ ก็ราวกับจะสามารถพันธนาการเพลงทวนของจางหลิงเฟิงไว้ได้
เห็นได้ชัดว่าหลินฉวนหลงได้ปลุกพลังพลิกแพลงระดับแรกและระดับที่สองขึ้นมาแล้ว
ประการที่สอง ในฐานะนักเรียนสายวรยุทธ์จากเมืองวงแหวนใน มีฐานะครอบครัวดี ทรัพยากรการฝึกฝนก็อุดมสมบูรณ์ พลังโจมตีของเขาเหนือกว่านักเรียนสายวรยุทธ์จากเมืองวงแหวนนอกมาก
จางหลิงเฟิงต้องการจะรีบสู้รีบจบ แต่กลับถูกกดดันอย่างรวดเร็ว
ปัง!
ในที่สุดทวนยาวก็ถูกสะท้อนจนกระเด็น ลำคอถูกฟันด้วยดาบ ร่างก็หายไปจากโลกดาราอย่างรวดเร็ว
ทุกคนยังรู้สึกไม่จุใจ รู้สึกเสียดายแทนจางหลิงเฟิง
"จางหลิงเฟิง น่าสนใจดี" หลินฉวนหลงพึมพำ
นักเรียนสายวรยุทธ์จากเมืองวงแหวนนอกคนหนึ่ง ที่มีค่าพลังต่อสู้เพียง 15.6 แต่สามารถสู้กับเขาได้กว่าสามสิบกระบวนท่า และหลายครั้งเพลงทวนก็เกือบจะทะลวงผ่านการป้องกันของเขา ทำให้เขาจำได้ขึ้นใจ
"จางหลิงเฟิงคงจะไม่ใช่แค่มีพรสวรรค์เหนือคนอื่นธรรมดา ฉันมักจะรู้สึกว่าเบื้องหลังมียอดฝีมือคอยชี้แนะการฝึกฝนให้เขาอยู่ ไม่อย่างนั้นทักษะเพลงทวนของเขาคงจะไม่เปลี่ยนแปลง และสำนักศึกษาก็ไม่เคยสอนเขามาก่อน"
หงลี่ซินกล่าว ในฐานะอาจารย์ชั้นเรียนผู้มีพรสวรรค์ เขามีสีหน้ามั่นใจ ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าทัศนคติในการฝึกฝนที่เหลวไหลของจางหลิงเฟิงอาจจะเป็นเพียงแค่การแสดงออกต่อหน้าพวกเขาเท่านั้น ต่อหน้ายอดฝีมือบรรลุเต๋าอาจจะมีท่าทีอีกอย่างหนึ่ง
"หรือว่าที่เขาทำเป็นไม่ใส่ใจต่อหน้าพวกเรา เป็นเพราะดูแคลนพวกเรา" หม่าหย่งคาดเดา
"ไม่น่าจะถึงขนาดนั้นนะคะ"
หยางลี่หรูสงสัย ถ้าความจริงเป็นเช่นนั้นล่ะก็เธอคงจะคลั่งแน่ จางหลิงเฟิงมีสิทธิ์อะไรมาดูแคลนพวกเขา
"ดูสิว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่ ถ้ามียอดฝีมือบรรลุเต๋าชี้แนะเขาจริง ๆ ตอนนี้เขาจะต้องไปหาคนคนนั้นแน่"
หงลี่ซินกล่าว
"ที่คุณพูดมาถูกแล้วค่ะ"
หยางลี่หรูรู้สึกว่ามีเหตุผล
ทั้งสามคนก็ออกจากโลกดาราเช่นกัน ใช้สิทธิ์ของสำนักศึกษาเพื่อระบุตำแหน่งกำไลข้อมือของจางหลิงเฟิง ขณะเดียวกันก็คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวในแอปพลิเคชันโซเชียลของจางหลิงเฟิงและอื่น ๆ
ผลคือพบว่าตำแหน่งกำไลข้อมือของจางหลิงเฟิงอยู่ที่ชุมชนยุ้งฉางตะวันตก บนแอปพลิเคชันโซเชียลปรากฎร่องรอยความเคลื่อนไหวของจางหลิงเฟิงอย่างรวดเร็ว
"พี่สาวเสี่ยวยาครับ เมื่อกี้นี้ผมไม่ได้ตั้งใจ"
ทั้งสามคนเห็นว่าหลังจากที่จางหลิงเฟิงออกจากโลกดาราแล้ว เขาก็เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับเสี่ยวยาจอมหัวร้อนบนแพลตฟอร์มไลฟ์สดทันที อธิบายว่าทำไมคืนนี้ถึงเอาชนะเธอ และชื่นชมว่าเธอเก่งมาก การที่ได้พบกันในห้องไลฟ์สดถือเป็นเกียรติของเขา
สรุปคือการกระทำต่อเนื่องเหล่านี้ทำให้ความดันโลหิตของพวกหยางลี่หรูทั้งสามคนพุ่งสูงขึ้น
"ยอดฝีมือบรรลุเต๋าบ้าบออะไรกัน บำเพ็ญเพียรแบบนี้ จะมีใครมาสนใจเขาได้ยังไง" หงลี่ซินกล่าวอย่างโกรธแค้น
"แต่ฝีมือของเขา"
หม่าหย่งคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ในยุคหลังที่ขาดแคลนทรัพยากรและทรัพยากรการฝึกฝนสำคัญอย่างยิ่งเช่นนี้ พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่างจางหลิงเฟิงจะยังสามารถมีฝีมือขนาดนี้ด้วยทัศนคติในการฝึกฝนเช่นนี้ได้อย่างไร
"บางที..." หยางลี่หรูกัดฟันแล้วพูดอย่างกล้าหาญว่า "บางทีอาจจะเป็นการระเบิดของศักยภาพแฝง ไม่ใช่พรสวรรค์ชั้นยอดอย่างที่เราคิด เมื่อใดที่ศักยภาพแฝงหมดไป จางหลิงเฟิงก็จะกลายเป็นเหมือนคนธรรมดา"
"ศักยภาพแฝง?" หงลี่ซินและหม่าหย่งพูดขึ้นพร้อมกัน
"ตอนที่เขาอยู่ชั้นเรียนธรรมดา ฉันเป็นอาจารย์ประจำชั้นของเขา เมื่อก่อนเขาก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียรเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่พรสวรรค์ไม่ดี ประกอบกับทรัพยากรไม่เพียงพอ ฝีมือในชั้นเรียนจึงอยู่ระดับกลางค่อนไปล่าง ต่อมายังเพราะฝึกฝนหนักเกินไปจนหมดสติไป ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนหรือการเรียนรู้ ล้วนทำอย่างไม่ใส่ใจ ปล่อยไปตามกระแส แต่ฝีมือของเขากลับก้าวกระโดด ฉันคาดว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะการหมดสติครั้งนั้นที่ทำให้ร่างกายของเขาปลุกศักยภาพแฝงบางอย่างขึ้นมา ค่าพลังต่อสู้ถึงได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ จางหลิงเฟิงอาจจะไม่ได้มีพรสวรรค์เหนือคนอื่นถึงได้บำเพ็ญเพียรก้าวกระโดดเป็นอย่างที่เราจินตนาการไว้ ต่อให้พรสวรรค์จะเก่งกาจแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเพิ่มค่าพลังต่อสู้ได้มากขนาดนั้นในเวลาอันสั้น แถมยังเป็นเมืองวงแหวนนอก" หยางลี่หรูกล่าวอย่างจริงจัง
"นี่..."
หงลี่ซินและหม่าหย่งต่างก็กำลังครุ่นคิด
"ผมเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ในเมืองวงแหวนในจริง ๆ มีจอมยุทธ์ดั้งเดิมคนหนึ่งชื่ออ๋าวต้ากัง เดิมทีไม่มีชื่อเสียงอะไร ต่อมาศักยภาพแฝงก็ตื่นขึ้น ในเวลาไม่ถึงสองสามเดือนก็กลายเป็นจอมยุทธ์โฉมหนังในทันที ตอนนี้ว่ากันว่าได้บรรลุถึงระดับโฉมกระดูกแล้ว เป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของมณฑลนทีเหนือ" หม่าหย่งกล่าว
"ผมก็เคยได้ยินเรื่องราวของคนคนนี้มาเหมือนกัน ถ้าจางหลิงเฟิงเป็นการปลุกศักยภาพแฝงจริง ๆ แล้วอนาคตของจางหลิงเฟิงล่ะ" หงลี่ซินมองทั้งสองคน
"ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือศักยภาพแฝง พวกเราทั้งสามคนก็ไม่เหมาะที่จะสอนจางหลิงเฟิงต่อไปแล้ว ฉันแนะนำให้แจ้งผู้บริหารระดับสูง ให้ผู้บริหารระดับสูงจัดการเอง" หยางลี่หรูกล่าวแนะนำ
"ผมเห็นด้วย"
"ผมก็เห็นด้วย"
หงลี่ซินและหม่าหย่งไม่มีความเห็น