- หน้าแรก
- มอนสเตอร์อัลทาร์
- บทที่ 20 วงล้อม
บทที่ 20 วงล้อม
บทที่ 20 วงล้อม
บทที่ 20 วงล้อม
"แย่แล้ว มันรู้ตัวแล้ว!"
"ตามไป! อย่าปล่อยให้มันหนีรอดไปได้!"
เมื่อเห็นฟางผิงหันหลังกลับและวิ่งหนีไปยังทางออกอีกฝั่งของสวนสาธารณะ เหอชงและโป๋กังก็รู้ทันทีว่าพวกตนถูกพบตัวแล้ว ทั้งสองจึงไม่จำเป็นต้องซ่อนเร้นอำพรางกายอีกต่อไป รีบสับเท้าวิ่งไล่ตามไปในทันที
เสียงลมหวีดหวิวพัดวนรอบกายของเหอชง แม้สายลมจะไม่สามารถทำให้เขาบินได้ แต่มันก็ช่วยผลักดันแผ่นหลัง ส่งผลให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาเพิ่มสูงขึ้น
ส่วนโป๋กังนั้น แม้จะแบกขวานยักษ์ที่มีน้ำหนักมาก แต่ความเร็วกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าเหอชงเลย ขาของเขาดูราวกับติดสปริง ทุกย่างก้าวที่กระโจนออกไปกินระยะทางได้หลายเมตร
พลังจากผลเปลวเพลิงช่วยเสริมสมรรถภาพทางกายได้ค่อนข้างจำกัด อีกทั้งฟางผิงก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านความเร็วเป็นพิเศษ ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงลดลงอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวพวกมันก็ไล่จี้เข้ามาเหลือระยะห่างไม่ถึงยี่สิบเมตร
ครืด!
ในขณะที่เหอชงไล่กวดมาติดๆ โป๋กังก็เร่งความเร็วแซงขึ้นไปดักหน้า เขาพุ่งไปปรากฏตัวเบื้องหน้าฟางผิงในระยะสิบกว่าเมตร ร่างอันกำยำบิดตัวกลับอย่างรุนแรงจนเท้าไถลไปกับพื้นเกิดเสียงดังสนั่น ขวางทางฟางผิงไว้อย่างจังพร้อมกับขวานศึกในมือ
"แย่ล่ะ!"
เมื่อเส้นทางถูกปิดกั้น ฟางผิงจำต้องเบรกตัวโก่ง หัวใจดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ไหนๆ ก็คนกันเอง จะรีบไปไหนล่ะ?"
เสียงของเหอชงดังไล่หลังมา น้ำเสียงเจือไปด้วยความเย้ยหยัน
"พวกแกหาที่นี่เจอได้ยังไง?"
สีหน้าของฟางผิงเคร่งเครียด
"จะว่าไปแกนี่ก็ทำพวกเราลำบากไม่ใช่เล่น พวกเราตามหาแกมาสิบวันเต็มๆ แต่ไม่เจอเบาะแสอะไรเลย สุดท้ายเลยต้องยอมควักเนื้อจ่ายเงินซื้อข่าวจาก เฮลไฟร์"
น้ำเสียงของเหอชงฟังดูขี้เล่น แต่แฝงความอำมหิต
"เฮลไฟร์? องค์กรอะไรกัน?"
ฟางผิงถามด้วยความระแวดระวัง
เขาไม่เคยได้ยินชื่อองค์กรนี้มาก่อน เป็นไปได้ว่าเขาเพิ่งเข้าวงการผู้ตื่นรู้ได้ไม่นาน หรือไม่ก็องค์กรนี้ทำงานอย่างลับๆ และปกปิดข้อมูลของตนเองเป็นอย่างดี
"องค์กรที่ทำทุกอย่างเพื่อเงินไงล่ะ ขอแค่มีเงินจ้าง พวกมันทำให้ได้หมด"
พูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของเหอชงกระตุกเล็กน้อยด้วยความเสียดายเงิน
"แม่งเอ๊ย พวกมันเรียกราคาโคตรโหด แค่หาคนคนเดียวล่อไปห้าหมื่น แต่ฝีมือพวกมันก็ของจริง แค่ไม่กี่วันก็หาแกเจอแล้ว"
ค่าข่าวห้าหมื่นหารสองก็ตกคนละสองหมื่นห้า แม้เขาจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่ก็มีแค่แสนกว่าๆ การต้องควักเงินก้อนโตขนาดนี้จ่ายออกไปย่อมทำให้รู้สึกปวดใจไม่น้อย
"จะไปพล่ามกับมันทำไม? เกิดมันหนีไปได้จะทำยังไง?"
โป๋กังกระชับขวานยักษ์ในมือแน่น สายตาจับจ้องฟางผิงเขม็ง เริ่มหมดความอดทน
"ใจเย็นน่า ความเร็วระดับมันไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก"
เหอชงโบกมืออย่างไม่ยี่หระ
เขาชอบเห็นเหยื่อตื่นตระหนกและหวาดกลัวก่อนตาย เขาเคยทำแบบนี้กับนักล่าปีศาจคนหนึ่งที่เคยลอบสังหาร การได้เห็นความหวาดผวาของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกสะใจและพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก
"เอาล่ะ ได้เวลาส่งแกไปลงนรกแล้ว ไม่ใช่แค่แกที่จะต้องตาย สวีเว่ยกับสวีชิงก็ไม่รอดเหมือนกัน โดยเฉพาะนังผู้หญิงที่ชื่อสวีชิง... ฉันจะทำให้มันได้ลิ้มรสความสุขจนลืมความตายเลยล่ะ"
วูบ!
เหอชงเลียริมฝีปากพร้อมยื่นมือทั้งสองข้างออกไป พายุหมุนลูกย่อมๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างฝ่ามือ ก่อนจะซัดออกไปในแนวขนานกับพื้น พุ่งตรงเข้าใส่ฟางผิง
เปรี้ยะ!
อีกด้านหนึ่ง โป๋กังที่รอไม่ไหวแล้วก็เริ่มลงมือเช่นกัน
กระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วขวานยักษ์ราวกับอสรพิษสายฟ้า เมื่อเขาเหวี่ยงขวาน อสรพิษสายฟ้าเหล่านั้นก็พุ่งทะยานออกไปพร้อมกัน
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
เมื่อเผชิญกับการกลุ้มรุมจากผู้ตื่นรู้สองคน สีหน้าของฟางผิงเคร่งขรึมถึงขีดสุด เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นทำท่านิ้วปืน เล็งไปยังคนทั้งสอง
ลูกไฟที่อัดแน่นด้วยความร้อนระอุถูกยิงออกจากปลายนิ้ว พุ่งเข้าปะทะกับพายุหมุนและอสรพิษสายฟ้าที่ดาหน้าเข้ามา
หลังจากผ่านการพัฒนาและขัดเกลาในช่วงที่ผ่านมา พลังของผลเปลวเพลิงก็แข็งแกร่งขึ้นอีกระดับ
ผลเปลวเพลิงคือผลปีศาจสายโลเกียจากเรื่อง วันพีซ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสายที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผลปีศาจทั้งสามสาย มีพลังทำลายล้างเหนือกว่าความสามารถทั่วไป
หากให้เวลาเขามากกว่านี้ เขามั่นใจว่าสามารถรับมือสองคนนี้ได้สบายๆ แต่น่าเสียดายที่พวกมันดันเจอที่นี่เร็วกว่าที่คิด เขาจึงไม่มีเวลาเหลือแล้ว
ตูม ตูม ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงแตกกระจายงดงามราวกับดอกไม้ไฟ การปะทะอย่างรุนแรงเกิดขึ้นทั้งทางซ้ายและขวาของฟางผิง
ทางด้านซ้าย ลูกไฟระเบิดใส่พายุหมุน รูปร่างของพายุเริ่มบิดเบี้ยวและยุบตัวลง หลังจากต้านทานได้เพียงครู่เดียว มันก็แตกสลายไป ลูกไฟที่เหลือพุ่งทะลุแนวป้องกันตรงเข้าไปหาเหอชงที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ทางด้านขวา ลูกไฟปะทะกับสายฟ้าและเกิดการระเบิด แต่สายฟ้านั้นมีความเหนียวแน่นผิดปกติ มันฝ่าดงระเบิดเข้ามาได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จนเกือบจะถึงตัวฟางผิง
"แย่ล่ะ"
สีหน้าของฟางผิงเปลี่ยนไป ในเมื่อพายุหมุนถูกทำลายแล้ว เขาจึงรีบชักมือซ้ายกลับมาช่วยโจมตีทางด้านขวาทันที
ตูม ตูม ตูม!
เมื่อเผชิญกับลูกไฟที่ระดมยิงเข้ามาหนาแน่นขึ้น ในที่สุดอสรพิษสายฟ้าที่เกาะเกี่ยวกันมาก็ไม่อาจต้านทานไหวและระเบิดออกก่อนจะถึงตัวฟางผิง
เศษสายฟ้าที่แตกกระจายฟาดลงบนพืชพรรณรอบข้าง ทำให้พวกมันไหม้เกรียมเป็นตอตะโกในพริบตา
"แพ้ทางจริงๆ ด้วยสินะ!"
เหอชงอาศัยแรงลมผลักดันร่างกายให้เคลื่อนที่หลบลูกไฟไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
อานุภาพพายุหมุนของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าสายฟ้าของโป๋กังเลย แต่ที่ดูเหมือนอ่อนกว่าเป็นเพราะความสามารถของเขาถูกข่ม
พลังธาตุไฟย่อมชนะทางพลังธาตุลมโดยธรรมชาติ ในการต่อสู้ที่ระดับพลังใกล้เคียงกัน ผู้ใช้ไฟย่อมได้เปรียบผู้ใช้ลมเสมอ และสถานการณ์ตอนนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดี
ตึง!
เมื่อเห็นสายฟ้าถูกทำลาย โป๋กังก็ถีบตัวพุ่งเข้าใส่ฟางผิงทันที กระแสไฟฟ้ากลับมาแล่นพล่านบนขวานยักษ์อีกครั้ง พร้อมกับกลิ่นอายอันน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากร่าง
ปัง ปัง ปัง!
ฟางผิงหน้าเครียด เขาไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด จึงไม่กล้าปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ ได้แต่ยิงลูกไฟสกัดกั้นอย่างต่อเนื่อง
ตูม ตูม ตูม!
ลูกไฟลูกแล้วลูกเล่าระเบิดออก เศษดินและกิ่งไม้ปลิวว่อน
แม้โป๋กังจะถือขวานยักษ์และดูอุ้ยอ้าย แต่ด้วยผลของการเสริมสมรรถภาพร่างกาย ทำให้เขามีความเร็วสูงมาก สามารถหลบหลีกดงลูกไฟได้ทุกครั้ง
แม้จังหวะไหนที่หลบไม่พ้น เขาก็จะใช้ด้านกว้างของขวานเป็นโล่กำบังปัดป้อง การฟาดฟันเพียงครั้งเดียวสามารถทำลายลูกไฟได้หลายลูก
อย่างไรก็ตาม การเผชิญหน้ากับลูกไฟที่หนาแน่นขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา ร่างกายของเขาถูกคลื่นกระแทกจากการระเบิดกระแทกใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเมื่อเข้ามาถึงระยะหนึ่ง ก็ดูเหมือนจะยากที่จะรุกคืบเข้าไปใกล้กว่านี้
หากเป็นการดวลตัวต่อตัว ฟางผิงมั่นใจเต็มร้อยว่าจะกดดันและเอาชนะได้ แต่คู่ต่อสู้ของเขาไม่ได้มีแค่โป๋กัง ยังมีเหอชงอยู่อีกคน
วูบ!
พายุหมุนที่หมุนวนด้วยความเร็วสูงและคมกริบพุ่งเข้าโจมตีฟางผิงจากด้านหลัง
ไม่ต้องสงสัยในอานุภาพของการโจมตีนี้เลย หากโดนเข้าไปจังๆ ด้วยร่างกายที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากนักของฟางผิง เขาต้องบาดเจ็บสาหัสแน่นอน
ฟึ่บ!
ในเสี้ยววินาทีที่พายุหมุนกำลังจะปะทะร่าง ฟางผิงก็เบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายอย่างกะทันหัน ราวกับมีตาหลัง
และเขาก็มีจริงๆ ด้วยฮาคิสังเกตแบบรอบทิศทาง เขาไม่มีจุดบอดในการมองเห็น แม้การโจมตีจะมาจากด้านหลังที่ตามองไม่เห็น เขาก็ยังสัมผัสได้
ฉว๊ะ!
แขนเสื้อด้านขวาของฟางผิงขาดกระจุย พร้อมกับรอยบาดลึกหลายรอยปรากฏขึ้นบนผิวหนัง
นี่เป็นผลจากการถูกพายุหมุนเฉี่ยว แม้จะมีฮาคิสังเกต แต่การต้องรับมือกับโป๋กังซึ่งหน้าพร้อมกับหลบพายุหมุนจากด้านหลัง ทำให้เขาทหลบไม่พ้นทั้งหมดในที่สุด