เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 คู่ฟัดคู่กัด!

บทที่ 12 คู่ฟัดคู่กัด!

บทที่ 12 คู่ฟัดคู่กัด!


จิงหยาเดินกระหืดกระหอบไปตลอดทางด้วยความโมโห

เพราะความโกรธ เธอเลยไม่ทันสังเกตเห็นว่าเธอกำลังเดินหนีเย่หัวจนไปเจอทางตันเข้าให้

ขณะกำลังกลับหลังหันเพื่อเดินย้อนกลับไป

เธอจึงเห็นว่าเย่หัวกำลังจ้ำอ้าวไล่ตามเธอมา

ถึงจะคลายความโกรธลงไปบ้างแล้ว แต่เธอทำเป็นไม่สนใจผู้ชายคนนี้

จิงหยารีบเดินหนีไปอีกทาง จนกระทั่งมาถึงยังศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง

เมื่อเข้าไปในช็อปปิ้งมอลล์ จิงหยาเดินเข้าเดินออกร้านรวงต่างๆ

โดยไม่สนใจสามีของเธอแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เธอออกมาจากแต่ละร้าน

เธอก็จะเห็นเย่หัวยืนเก๊กหล่อสูบบุหรี่รอเธออยู่ทุกครั้ง

เธอนึกในใจว่าผู้ชายคนนี้คงสำนึกผิดแล้วสินะ

แต่เมื่อเธอเดินออกมาจากร้านสุดท้ายที่เธอเดินเข้าไป

เย่หัวกลับกลับหายหัวไปเสียอย่างงั้น

ผู้ชายงี่เง่าคนนี้หายไปไหน? จิงหยามองหาเย่หัวด้วยอาการหงุดหงิด

เธอนึกในใจว่า อีตานี่คงเห็นสาวสวยสักคนเดินผ่านมา

แล้วคงเดินตามต้อยๆ ผู้หญิงคนนั้นไป

“คุณซื้อของเสร็จแล้วเหรอ” เย่หัวเอ่ยทักจิงหยาจากด้านหลังที่เธอยืนอยู่

หญิงสาวหันกลับไปมองตามเสียงนั้น

เธอเห็นเย่หัวเดินมาอย่างสบายใจไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ ทั้งนั้น

จิงหยาขมวดคิ้วก่อนจะถามสามีของเธอด้วยน้ำเสียงดุดันว่า

“คุณหายไปไหนมา”

“ผมไปเข้าห้องน้ำ” เย่หัวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

แต่ดูน่าหมั่นไส้เกินไปสำหรับจิงหยา

“รับนี่ไปถือเลย” จิงหยายื่นถุงช็อปปิ้งในมือเธอไปยังฝ่ายชายให้ช่วยถือ

“ผมไม่ถือ” เย่หัวมองถูถุงช็อปปิ้งเล็กบ้างใหญ่บ้างในมือภรรยาสาวสวย

จอมราชันย์เทพอสูรอย่างเขาจะลดเกียรติตัวเองมาถือของให้ผู้หญิงเนี่ยนะ

ฝันไปเถอะ! รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น!

จิงหยาโกรธจนควันออกหู เธอรู้สึกคิดผิดที่เอาเย่หัวมาเป็นสามี

การต้องใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายแบบเย่หัว คงทำให้เธออายุสั้นลงอย่างแน่นอน

อายุขัยของเธอคงหายไปสักครึ่งหนึ่ง จิงหยาคิด!

จิงหยาเลือกจะไม่พูดตอบโต้ เธอกลับหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

แล้วกดโทรออกหาใครบางคน

“สวัสดีครับท่านประธานจิง ไม่ทราบมีอะไรให้ผมรับใช้ท่านครับ”

เสียงปลายสายพูดตอบรับ

“ส่งรถมารับฉันที่เฟิร์สเรทช็อปปิ้งเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้เลย เร็วๆ นะ”

จิงหยาสั่งผู้ช่วยของเธอผ่านทางโทรศัพท์

“ได้ครับท่านประธาน รอสักครู่นะครับท่าน”

เสียงปลายสายรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

หลังจากวางหูโทรศัพท์

จิงหยามองดูเย่หัวที่เดินนำหน้าเธอด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์

เธอพูดพึมพำว่า “ทำไมถึงไม่ยอมช่วยถือของ แถมยังเดินเร็วขนาดนั้น ลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันท้องไส้อยู่”

“ใช่... ฉันกำลังท้อง ทำไมฉันลืมเรื่องนี้ไปนะ ฉันคือผู้หญิงที่กำลังตั้งท้อง

ฉันต้องสำคัญที่สุดสำหรับผู้ชายคนนี้สิ” จิงหยาคิด

“อั๊ยยะ!” จู่ๆ จิงหยาก็ร้องออกมาเสียงดัง

แล้วเธอก็แกล้งทำเป็นล้มลงไปกองอยู่บนพื้น

เอามือขึ้นมากุมหน้าท้องทำทีเหมือนปวดท้องมาก

เย่หัวถึงกับชะงักหยุดเดิน แสงสีแดงวาบขึ้นในดวงตาสีดำสนิทของเขา

มันเหมือนแสงเลเซอร์ที่กำลังสแกนบางสิ่งบางอย่าง

เย่หัวกำลังสแกนดูเด็กในท้องของจิงหยาด้วยอำนาจพิเศษของเขา

เมื่อเห็นว่าเด็กปลอดภัยดี เขาถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยอาการโล่งอก

ผู้หญิงคนนี้เกือบฆ่าลูกของเขา เย่หัวโกรธมาก

ความโกรธของเขากำลังทะลุจุดเดือด และส่งแรงสั่นสะเทือนออกมาเหมือนภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ

พลังแห่งความโกรธของมหาราชันย์ ถึงขั้นทำให้ศูนย์การค้าถึงกับสั่นไหวเล็กน้อย

ผู้คนในห้างถึงกับตื่นตระหนกตกใจ เพราะคิดว่าเกิดแผ่นดินไหว

แต่แรงสั่นสะเทือนนั้นอันตรธานไปอย่างรวดเร็ว จนทุกคนโล่งใจที่ปลอดภัย

อันที่จริงๆ คนในศูนย์การค้าแห่งนี้ต้องขอบคุณเย่หัวเลยทีเดียว

ที่เขาสามารถระงับความโกรธเอาไว้ได้

ไม่งั้นพวกเขาคงตายอยู่ใต้ซากอาคารนี้เป็นแน่แท้

“เป็นบ้าอะไรของคุณ ทำไมเดินไม่ระวัง!”

เย่หัวตะคอกใส่จิงหยาด้วยความโกรธ

เสียงของเขาดังราวกับเสียงคำราม จนทุกคนในห้างต่างก็ได้ยิน

ทุกคนสงสารฝ่ายหญิง แต่ใครล่ะจะกล้าเข้าไปช่วย

จิงหยาถึงกับอึ้ง กับการที่เธอโดนเย่หัวตะคอกใส่หน้า

เธอคิดในใจว่าเธอกำลังท้องอยู่นะ และเด็กในท้องก็ลูกเขา

เธอผิดตรงไหน ที่ขอให้เขาช่วยถือของให้

แล้วที่เธอแกล้งทำเป็นปวดท้องล้มลงไปเนี่ย

ก็เพื่อพิสูจน์ดูว่าผู้ชายคนนี้จะตอบสนองยังไงก็เท่านั้นถ้าเธอเป็นอะไรไป

ตอนนี้จิงหยาหมดความอดทนอีกต่อไป นัยน์ตาของเธอร้อนผ่าว

แล้วน้ำตาก็ไหลลงมาเป็นทาง

มันคือน้ำตาที่ผสมปะปนไปด้วยอารมณ์โกรธและอารมณ์เศร้า

เธอคิดว่าเย่หัวจะมีหัวใจมากกว่านี้ เขาไม่ต่างอะไรจากสัตว์เลือดเย็น

“ใช่! ฉันเดินไม่ระวังแล้วไง! ไสหัวไปเลย!

อย่ามายุ่งกับฉันและเด็กที่อยู่ในท้อง ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก...”

จิงหยาร้องไห้อย่างหนักหน่วง

ใครเห็นก็คงรู้สึกใจหายกับภาพความเปราะบางของผู้หญิงคนนี้

จิงหยาเองรู้สึกสิ้นหวัง เธอคงพึ่งพาผู้ชายคนนี้ไม่ได้

ทำไมเธอต้องพาตัวเองมาเจอความขื่นขมแบบนี้

ไม่ใช่เฉพาะเย่หัวที่ทำกับเธอแบบนี้ ผู้ชายคนอื่นๆ

ที่เข้ามาในชีวิตเธอก็ล้วนไม่ได้ดีไปกว่าเขา

มีแต่ผู้ชายเส็งเคร็ง จ้องแต่จะหลอกลวง

ฉากดราม่าระหว่างชายหญิงคู่นี้ ดึงดูดความสนใจของคนในศูนย์การค้ามิใช่น้อย

ผู้คนในห้างต่างสงสารในชะตากรรมของสาวงามคนนี้

ผู้ชายดูเป็นสิ่งมีชีวิตเลือดเย็น เขาตะคอกใส่ผู้หญิงที่ล้มลงกับพื้น

ไม่ได้แสดงความรู้สึกห่วงใยเธอแม้แต่น้อย

แถมยังต่อว่าเธออีกว่าเธอไม่รู้วิธีเดินหรืออย่างไร

จะว่าไป นี่เป็นครั้งแรกที่จิงหยาเสียการควบคุมอารมณ์ตัวเองแบบนี้

เธอถึงขั้นร้องไห้อย่างไม่อายใครในที่สาธารณะอันพลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา

แต่ทันใดนั้นเอง เมื่อเธอเงยหน้ามองไปยังเย่หัว

เธอรู้สึกว่ามีพลังบางอย่างกำลังดึงดูดเธอ ให้จับจ้องไปยังใบหน้าของผู้ชายคนนี้

ใบหน้าของเย่หัวดูงดงามราวรูปสลักหินอ่อนของทวยเทพ

เขาดูดึงดูดมาก...

“คุณไม่คิดเหรอว่ามันน่าอาย ผมว่ามันน่าอาย...”

เย่หัวพูดกับจิงหยาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

จิงหยากวาดตามองไปรอบๆ ผู้คนในศูนย์การค้ากำลังมองมาที่เธอ

จิงหยาชักรู้สึกอาย และแอบหวังในใจว่าคงไม่มีใครถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่

และถ้ามีใครเอาคลิปนี้ไปเผยแพร่ รับรองว่าซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเธอต้องสูญเสียภาพลักษณ์อย่างแน่นอน

แล้วใครควรจะรับผิดชอบเรื่องนี้ ก็ต้องเป็นผู้ชายที่ตะคอกใส่เธอให้อับอายขายหน้าประชาชีอยู่ตอนนี้นี่ไง

โดยไม่ทันได้ตั้งตัว เย่หัวเข้ามาช้อนร่างจิงหยาขึ้นมาและอุ้มเธอไว้

นี่เขาสำนึกแล้วหรือไง

จิงหยานึกสงสัย ว่าเขากำลังอุ้มเธอขึ้นมาเพราะสำนึกผิด ที่ตะคอกใส่เหรอหรืออย่างไร

แถมยังรวยล้นฟ้ามหาศาล แล้วเขากล้าดียังไงมาทำกับเธอแบบนั้น

ใครกันที่เป็นตัวการที่ทำให้เธอขายหน้า

“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้” จิงหยาบอกเย่หัว

ดูเหมือนตอนนี้เธอสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว

“คุณเดินให้ระวังกว่านี้ได้ไหมล่ะ” เย่หัวถามกลับ

“คุณน่ะสิที่เดินไม่ระวัง!” จิงหยาตะโกนใส่เย่หัว เมื่อเขาวางเธอลง

ทันทีที่เท้าแตะพื้น จิงหยาก็เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

ไม่ช้าผู้ช่วยของจิงหยาก็มาถึงยังศูนย์การค้า พร้อมกับรถที่จิงหยาสั่งให้มารับเธอ

เมื่อหลิวฮั่งเห็นจิงหยาเดินมาพร้อมกับชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง

เขาก็อดแปลกใจไม่ได้ ผู้ชายที่มากับเจ้านายเขาคือใคร

หรือเขาคือผู้ชายที่คนทั้งบริษัทกำลังกอสซิปพูดถึงอยู่ ณ ขณะนี้

“ระวังศีรษะนะครับท่านประธานจิง”

หลิวฮั่งเปิดประตูรถ เพื่อต้อนรับซีอีโอหญิงของบริษัทด้วยรอยยิ้ม

ฝ่ายจิงหยากลับมีสีหน้าเย็นชาขณะโน้มตัวก้าวเข้าไปในรถ

“เขยิบเข้าไปข้างใน” เย่หัวบอกจิงหยาขณะยืนรอตรงประตูรถ

“ทำไมไม่ขึ้นมาอีกฝั่งล่ะ” จิงหยางงกับพฤติกรรมของเย่หัวจริงๆ

ทำไมเขาต้องทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยากตลอดเวลา

“อีกด้านนึงไม่ปลอดภัย” เย่หัวตอบ หน้าตาย

น้ำเสียงนิ่งเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ ทั้งสิ้น

จิงหยาถึงกับพูดไม่ออก เธอนึกเสียใจที่ปล่อยให้เรื่องคืนนั้นเกิดขึ้น

ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ เธอยอมถูกโบยตีให้ดิ้นตาย

หัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอจะไม่เหยียบไปที่บาร์แห่งนั้นเป็นอันขาด

เธอจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้

“คุณดูงงๆ นะ สงสัยอะไร” เย่หัวถาม

จิงหยาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยอมขยับตัวเข้าไปด้านในเพื่อให้เย่หัว

ตามเข้ามาในรถ

จริงๆ แล้วคนที่งงเป็นไก่ตาแตกคือหลิวฮั่งต่างหาก

เขาแทบไม่เชื่อสิ่งที่เขาเห็น ซีอีโอจิงหยาผู้ทรนงเนี่ยนะ

ยอมทำตามคำสั่งผู้ชายคนนี้ ชายคนนี้คือใครกันแน่

ถึงกำราบนางสิงห์อย่างจิงหยาได้

“ถามเขาเอาเองสิ” จิงหยาตอบทั้งๆ

ที่สายตายังมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง

"ไปที่บาร์" เย่หัวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เขาเองก็มองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน

“เอ่อ...” หลิวฮั่งรู้สึกว่าบรรยากาศในรถช่างแปลกประหลาดเอามากๆ

จนเขาเองไม่กล้าแม้แต่จะพูดกับคนทั้งสอง

แต่สิ่งหนึ่งที่หลิวฮั่งปฏิเสธไม่ได้คือคนทั้งคู่ดูเหมาะสมคู่ควรกันมากด้วยเรื่องรูปลักษณ์หน้าตา

พวกเขาดูเสมอชั้นกัน แต่หลิวฮั่งอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมพวกเขาถึงต้องการไปบาร์ในเวลานี้

นี่มันเพิ่งจะตกบ่ายเท่านั้น แต่ถ้านี่เป็นความประสงค์ของท่านซีอีโอแล้วล่ะก็ เขาก็ยินดีทำตามโดยไม่ขัดขืน

ในที่สุด รถยนต์ Audi คันงามก็พาพวกเขามาถึงยังตรอกเล็กๆ ที่ตั้งบาร์ของเย่หัว

“ทิ้งรถไว้ที่นี่แหละ ฉันต้องการใช้รถ” จิงหยาบอกหลิวฮั่ง

“รับทราบครับท่านประธาน นี่กุญแจรถครับท่าน”

หลิวฮั่งน้อมรับบัญชานายหญิงของเขา พร้อมยื่นกุญแจรถหรูให้เธอไป

เย่หัวมองดูเหตุการณ์ในรถโดยไม่พูดอะไร สักพักเขาเปิดประตูรถก้าวออกไป

และเดินนำเข้าไปในบาร์โดยไม่บอกไม่กล่าวอะไรกับจิงหยาเลย

จิงหยารู้สึกโกรธผู้ชายคนนี้ขึ้นมาอีกรอบ

แต่เธอพยายามระงับความโกรธเอาไว้

เธอจะไม่สติแตกต่อหน้าลูกน้องของเธอเป็นอันขาด

เธอรับกุญแจจากหลิวฮั่งมา แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

แล้วใครจะช่วยเธอหิ้วไอ้พวกถุงช็อปปิ้งเข้าไปในบาร์ล่ะ

“ให้ผมช่วยถือเข้าไปนะครับท่านประธานจิง”

หลิวฮั่งเสนอตัวเหมือนรู้ว่านายหญิงของเขา ต้องการความช่วยเหลือ

“ไม่จำเป็น” จิงหยาเผลอตะคอกใส่ลูกน้องเพราะอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว

เมื่อเห็นอากัปกิริยาแบบนั้นของผู้เป็นนาย

หลิวฮั่งรู้ตัวทันที ว่าเขาควรลากลับให้เร็วที่สุด

นาทีนี้เขาควรกลับบ้านกลับช่อง ไปกินข้าวเย็นกับศรีภรรยาของเขาดีกว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

เมื่อจิงหยาหอบข้าวของขึ้นมาเองถึงห้องนอนชั้นสองของบาร์

เธอก็พบว่าเย่หัวกำลังจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้า

ร่างกายของเขากำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ดูแกร่งราวกับหินผา

เขาดูสมบูรณ์แบบ อย่างปฏิเสธไม่ได้

จิงหยาคิดในใจ ว่าเธอจะไม่ตกเป็นเหยื่อในเกมส์ของผู้ชายคนนี้เป็นอันขาด

เขาตั้งใจโชว์ออฟ โชว์หุ่น เพื่อล่อลวงเธอแน่ๆ

คอยตาเธอบ้าง เธอจงใจจะเล่นเกมส์เดียวกัน

แล้วจิงหยาก็เปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออก จนเหลือแต่ชุดชั้นใน

สัดส่วนโค้งเว้าโนนเนิน และผิวพรรณผุดผ่องของเธอ งดงามสมบูรณ์แบบ

ถ้าผู้ชายคนไหนมาเห็นเธอในสภาพเกือบเปลือยแบบนี้ รับรองว่าชายผู้นั้น

คงยากที่จะระงับความคุ้มคลั่งชั่งใจเอาไว้ให้จงได้

จิงหยารู้สึกว่าเธอกำลังจะเป็นผู้ชนะ

ใครกันจะอดทนต่อความเย้ายวนของนางพญาจิงหยาได้

ซีอีโอจิงมั่นใจว่าตอนนี้เย่หัวคงกำลังน้ำลายสอลอบมองเธอ อย่างหื่นกระหายเป็นแน่

“นังวิญญาณผีชั่ว แกจะหนีไปไหน”

จิงหยาสะดุ้งตกใจ ตัวแข็งทื่อและเผลอกำมือไว้แน่น

คนบ้าคนบอ! ผู้ชายคนนี้สติไม่ดีหรือไอคิวต่ำกันแน่

นอกจากเขาจะไม่สนใจเธอแล้ว

เขายังเปิดทีวีดูรายการโปรดอย่างสบายใจเฉิบ

"ห้องน้ำอยู่ที่ไหน!" จิงหยาถามด้วยความโกรธ

“มันอยู่ข้างคุณนั่นไง”

เย่หัวบอกเธอด้วยสีหน้าที่แสดงออกมาว่า เขากำลังพูดอยู่กับสิ่งมีชีวิตปัญญาอ่อน

ถึงจุดนี้ จิงหยาโกรธจนแทบจะเป็นลมล้มพับไปเลยทีเดียว

จบบทที่ บทที่ 12 คู่ฟัดคู่กัด!

คัดลอกลิงก์แล้ว