เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 คืนหนึ่งคืนนั้น

บทที่ 4 คืนหนึ่งคืนนั้น

บทที่ 4 คืนหนึ่งคืนนั้น


“จะพาฉันไปไหนน่ะ” จิงหยาเอ่ยถามเบาๆ

เธอรู้สึกสะใจเล็กน้อยที่กำลังจะได้ทำบางอย่างเพื่อประชดครอบครัวของเธอ

อีกกอย่าง ผู้ชายที่อยู่กับเธอตอนนี้ดูดีคนละรับดับ กับพวกนักเลงอันธพาลข้างถนนเป็นไหนๆ

“ขึ้นไปชั้นบน”

“ดูเหมือนว่าคุณพร้อมตลอดเวลาเลยนะ” จิงหยาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ขณะที่เธอเดินไปหยุดตรงหน้าของเย่หัว

“แน่นอน... ก็นานๆ ถึงจะมีผู้หญิงแบบคุณหลงผ่านมา”

“แล้วผู้หญิงคนก่อนหน้าฉันล่ะ” จิงหยาถามกลับด้วยความสงสัย

“ผมจะไม่แตะต้องผู้หญิงคนเดิมเป็นหนที่สอง” เย่หัวตอบอย่างเย็นชา

จิงหยาออกจะ งง กับคำตอบที่ได้ยิน

เธอกำลังจะมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชายคนนี้

และมันจะเกิดขึ้นแค่คืนเดียวอย่างนั้นหรือ วันรุ่งขึ้น

ทั้งเธอและเขาจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันงั้นหรือ

เธอไม่คิดว่าเธอจะต้องมาพบพานสถานการณ์แบบนี้

เมื่อเย่หัวพาจิงหยาขึ้นไปยังชั้นบนของบาร์

จิงหยาพบว่าชั้นสองประกอบไปด้วยห้องหับจำนวน 3 ห้อง

อันประกอบไปด้วยห้องทำงาน ห้องนอน และห้องเก็บของ

“ห้องนอนอยู่ด้านซ้าย” เย่หัวพูดบอกจิงหยา

จิงหยาเดินนำหน้าและเปิดประตูห้องนอนเข้าไป ในความเป็นจริงแล้ว

เธอกำลังรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นมาก

"อา!" ทันใดนั้นจิงหยาก็ส่งเสียงร้องออกมา

เธอถึงกับผงะเมื่อเห็นสุนัขพันธ์พิทบูลตัวเขื่องนอนหมอบอยู่ข้างเตียง

เพราะเสียงร้องอุทานของจิงหยา เจ้าพิทบูลเปิดเปลือกตาข้างนึงของมัน

เผยให้เห็นประกายความดุดัน ด้วยความรวดเร็ว มันผุดขึ้นยืนจังก้า

และจ้องเขม็งมายังจิงหยา

“หลี่กู้ ถอยไป!” เย่หัวตะโกนออกคำสั่ง

หลี่กู้ผู้ฮึกเหิมดูหวาดกลัวขึ้นมาในบัดดล มันส่งเสียงครางออกมาเบาๆ

ก่อนเดินออกไปจากห้องนอน

“นอกจากคุณจะแปลก หมาที่คุณเลี้ยงก็แปลกเหมือนกันนะ”

จิงหยารำพึงออกมาเบาๆ ขณะนั่งอยู่บนเตียง

เมื่อเธอพิจารณาห้องนอนของเขา ห้องนอนสะอาดเอี่ยม

ไม่มีกลิ่นแปลกปลอมรบกวนจมูกแต่อย่างใด

นอกจากนี้ บนผนังประดับด้วยภาพเขียน 3 ภาพ

เธอดูมีความสงสัยเกี่ยวกับภาพทั้งสามอยู่ไม่น้อย

ภาพเด็กผู้ชายคาบกล้องยาสูบนี่ไม่ได้เป็นผลงานของปิกัสโซใช่ไหม เอ๊ะ!

ภาพนั้นก็ภาพของปิกัสโซ รู้สึกจะชื่อ “ความฝัน” และภาพนั้นคือภาพ "คนเล่นไพ่" สินะ

“ภาพเขียนบนผนังทั้งหมดคือของปลอมใช่มั้ย”

จิงหยาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดูเหมือนว่าชายคนนี้ชอบทำตัวสูงส่ง

คงพาผู้หญิงมาที่ห้องและก็อวดรสนิยมทางศิลปะเพื่อล่อลวงผู้หญิงเหล่านั้น

ล่ะสิท่า ผู้หญิงพวกนั้นจะรู้อะไรเกี่ยวกับภาพเขียนพวกนี้

เย่หัวมองไปยังภาพเขียนบนผนัง “คุณคงจะต้องถามลูกน้องผมแล้วล่ะ

เขาคอยหาภาพเขียนมาให้ผม เขาชอบสะสมของแปลกๆ ไว้เยอะเลย”

“สะสมภาพเขียนปลอม อืม... เป็นงานอดิเรกที่ประหลาดเกินไปหน่อยนะ”

เย่หัวไม่ตอบ เขากลับถอดสูทตัวนอกออก ก่อนเดินตรงไปยังจิงหยา

เธอเองรวบรวมความกล้าทั้งหมดจ้องดูเย่หัวไม่วางตา

ผู้หญิงอย่างเธอไม่เคยกลัวใครเลย!

แม้แต่ตอนนี้

ขณะที่เย่หัวกำลังกดร่างบอบบางของเธออยู่ภายใต้ร่างอันล่ำสันของเขา

จิงหยาก็ยังไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวใดๆ ออกมา

"คุณกำลังทำอะไร? ลืมสำนึกผิดชอบชั่วดีไปให้หมด?

เราต่างฝ่ายต่างพึงพอใจในกันและกันไม่ใช่หรือ ผ่อนคลายสิ”

เย่หัวพูดกับจิงหยาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

ขณะที่มือของเขากำลังทำหน้าที่ปลดเปลื้องอาภรณ์ราคาแพงที่ผู้หญิงคนนี้สวมใส่

ผิวพรรณใต้ร่มผ้าของเธอเพิ่มคะแนนความชอบพอที่เขามีให้เธอขึ้นไปอีก

แม้แต่ชุดชั้นในของเธอ ก็ไม่ธรรมดา เธอดูแพงสมราคาเสียจริง!

“ผ่อนคลายสิ... ผ่อนคลาย”

เย่หัวพูดกับเธออย่างอ่อนโยน

ขณะบรรจงจูบต่อริมฝีปากอวบอิ่มเหมือนผลเชอร์รี่แดงฉ่ำของจิงหยา

จิงหยาค่อยๆ ผ่อนคลายตามที่เขาบอก

แต่จุมพิตแรกนี้กำลังจะมลายหายไป

ค่ำคืนนี้ก็กำลังจะอันตรธานหายไปในไม่ช้า ...

ครึ่งชั่วโมงถัดมา เย่หัวยังนอนทาบนาบลำตัวอยู่บนร่างของจิงหยา

เขาค้นพบว่าร่างกายของผู้หญิงคนนี้อ่อนแอเกินไป ท่าจะไม่ดีแล้วล่ะ

เขารอคอยผู้หญิงที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบอย่างจิงหยามานานหลายปี

เขาพร้อมจะมีสัมพันธ์กับเธอผู้นี้ทั้งคืน

กว่าจะเจอผู้หญิงที่ใช่แบบเธอคนนี้อีก จะรอคอยอีกกี่เดือนกี่ปี ใครจะรู้

“จิตวิญญาณจงฟื้นคืน!”

"จงเยียวยา!"

หลังจากใช้ร่ายมนต์ลงบนร่างของหญิงสาว

จิงหยาผู้กำลังอ่อนแอทางจิตวิญญาณกลับรู้สึกเบ่งบานขึ้นมาอีกครั้ง

ณ ตอนนี้ เธอดูเต็มไปด้วยพลังอันลุกโชนและมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

ฝ่ายเย่หัวเองได้แต่ถอนหายใจ เพราะกับผู้หญิงคนก่อน

เขาจำได้ว่าเขาจำเป็นต้องร่ายมนต์ใส่หญิงสาว ก็เมื่อเวลาแห่งการร่วมรักมันลุล่วงไปแล้วเป็นเวลาถึง 1 ชั่วโมง

ครั้นเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น เย่หัวจึงได้หยุดกิจกามทั้งหมด

เขากอดจิงหยาเอาไว้แนบกาย ซึ่งใบหน้าของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา

ส่วนตัวเขาเอง เลื่อนมือขึ้นมาจับบั้นเอวตัวเอง และพูดว่า

“ดูเหมือนว่าผมคงต้องฝึกฝนร่างกายตัวเองให้หนักกว่านี้นะนี่ ตอนนี้ผมรู้สึกเอวระบมไปหมด”

ฝ่ายจิงหยาก็เพิ่งได้รู้ว่ารสชาติที่แท้จริงของการเป็นผู้หญิงแท้จริงมันเหมือนกับนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ

มันมีช่วงที่เหนื่อยแทบจะขาดใจตาย แต่ทันใดนั้น เธอก็กลับฟื้นคืนมีพลังวังชาขึ้นมาอีกครั้ง

อย่างไรเสีย การพูดคุย การได้บอกเล่าความจริงกับผู้ชายคนนี้ทำให้เธอมีความสุขขึ้นมาได้

อารมณ์หมองเศร้าของเธอที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ดูเหมือนได้รับการบรรเทาให้เจือจางลงไปค่อนข้างมาก

เธอและเขานอนตระคองกอดกันบนเตียงจนกระทั่งเย็นย่ำ

เมื่อจิงหยาลืมตาคู่สวยคู่นั้นขึ้นมา

เธอพบว่าตัวเองยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขา

เธอปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าหัวใจของเธอกำลังเบ่งบาน เธอมีความสุข

"ตื่นแล้วหรือ" เย่หัวถามเธอ

“ใช่”

“ตอนนี้คุณคงรู้ถึงความแตกต่างระหว่างการเมาและไม่เมาแล้วสินะ”

เย่หัวกระซิบถามเธอ พร้อมทั้งเอามือลูบไหล่เธออย่างอ่อนโยน

ผู้หญิงแบบจิงหยานี่ล่ะ

เป็นคนจำพวกอยู่เหนือความคาดหมายหรือการคาดหวังจากคนธรรมดาสามัญ

เธอยิ่งใหญ่ เย็นชา และเต็มไปด้วยอำนาจ

มีเพียงผู้หญิงประเภทนี้เท่านั้นที่น่าสนใจสำหรับเขา…

ร่างกายของเธอก็มีเสน่ห์เย้ายวนอีกด้วย

สำหรับจิงหยา หากทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

เกิดขึ้นใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์

ตอนนี้เธอคงรู้สึกอยากฆ่าผู้ชายคนที่เธอนอนด้วย

แต่ครั้งนี้มันต่างกันตรงที่เธอเป็นผู้เลือก

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพท์จากการตัดสินใจเองของเธอ

เธอจึงไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย

"คุณชื่ออะไร?" จิงหยาถามเขา

อย่างน้อยเธอก็ควรรู้จักชื่อของผู้ชายที่มอบประสบการณ์ครั้งแรกนี้แก่เธอ

เย่หัวตบไหล่ของจิงหยา ก่อนจะลุกจากเตียงไปสวมเสื้อผ้า

“มันสำคัญกับคุณมากเลยเหรอ” เขาถามเธอ

จิงหยาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ และไม่ได้ถามอะไรต่อ

หลังจากนั้นเธอลุกจากเตียงตามไปด้วยอีกคน ขณะที่กำลังสวมชุดของเธอ

เธอนึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย ...

หลังจากนั้น ทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรเลย ก่อนจะลงไปยังชั้นล่าง

เย่หัวเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์

ฝ่ายจิงหยาก็เดินออกจากบาร์ไปอย่างเงียบเชียบ

ความสัมพันธ์ชั่วคืนดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว...

จังหวะที่เธอออกมาจากบาร์ จิงหยาได้เดินสวนกับเว่ยฉางที่กลับมาทำงาน

จิงหยาผู้นี้กลายเป็นสตรีผู้สูงส่งเกินกว่าชายใดจะเอื้อมถึงอีกแล้ว

ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจของหญิงผู้ทรงอำนาจ ความเย็นชา

และความมั่นใจอันเต็มเปี่ยมของเธอ ถึงกับทำให้เว่ยฉางถอนหายใจเมื่อเดินสวนกัน

ผู้หญิงคนนี้ มั่นใจในตัวตนขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

“บอสครับ” เว่ยฉางเอ่ยทักทายเย่หัวด้วยอาการนอบน้อม

เย่หัวหรี่ตาข้างนึงและเอามือขวาลูบคางอย่างครุ่นคิด

ก่อนจะบอกลูกน้องของเขาว่า “ภาพที่นายได้มา ผู้หญิงคนเมื่อคืนบอกว่ามันเป็นของปลอม”

“บอสครับ บอสอยากให้ผมเผาภาพพวกนั้นไหมครับ?”

“ลืมเรื่องนี้ไปเถอะ หลายปีมานี่ ฉันเห็นภาพพวกนี้จนชินตาละ

ไปทำงานไป! อีกเดี๋ยวบาร์จะเปิด นายควรไปเตรียมพร้อมทำงานได้แล้ว”

“ครับ บอส...” เว่ยฉางรับคำ

เย่หัวหาวออกมาวอดนึง ก่อนเดินขึ้นไปชั้นบน

เว่ยฉางคิดในใจว่าเจ้านายของเขาคงอ่อนเพลียจากกิจกรรมเมื่อคืนเป็นแน่

เขาหัวเราะขื่นๆ ออกมาพลางนึกในใจว่า นับวันบอสจะมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกที

“เอ้าหลี่กู้! กินซะ” ไม่รู้ว่าไส้กรอกอยู่ในมือของเว่ยฉางตั้งแต่เมื่อไหร่

เขาโยนไส้กรอกไปยังเจ้าพิทบูลตัวนั้นเพื่อให้มันงับ

ตรงกันข้าม หลี่กู้ไม่มีท่าทีสนใจไส้กรอกชิ้นนั้นแม่แต่น้อย

มันเอียงคอมองเว่ยฉางอย่างดูแคลน ก่อนจะยืดตัวผายหน้าอก

แล้วเดินตามนายของมันขึ้นไปชั้นบนด้วยท่าทีหยิ่งผยอง

เว่ยฉางถอนหายใจ ก่อนจะหัวเราะขำในท่าทีของเจ้าพิทบูลตัวนั้น

มันคงเส้นคงวาแบบนี้เสมอมา ไม่มีความเป็นหมาเอาเสียเลย

“คุณอาเว่ยคะ” ถังเหว่ยเดินเข้ามาและทักทายเว่ยฉางด้วยรอยยิ้ม

ดูเหมือนว่าวันนี้ เธออารมณ์ดีขึ้นมาก

“อ้าว! เสี่ยวถังมาถึงแล้ว งั้นมาเริ่มทำงานกันได้แล้วพวกเรา ใกล้ถึงเวลาเปิดบาร์แล้ว”

เว่ยฉางปรบมือพร้อมตะโกนเสียงดัง

ความจริงเขาเก็บงำความลับไว้อย่างนึง

หากคนทั่วไปรู้จักสถานะตัวตนที่แท้จริงของเว่ยฉาง

พวกเขาอาจจะกลัวฉี่ราดไปเลยก็ได้

เราทราบมาว่า เย่หัวสร้างเนื้อหนังของเขาขึ้นมาใหม่จากร่างโครงกระดูก

ส่วนร่างที่แท้จริงของเว่ยฉางผู้นี้คือปีศาจตนนึง

แม้แต่เย่หัวเองก็บอกไม่ได้ว่าร่างที่แท้จริงของลูกน้องเขาผู้นี้คือปีศาจตนไหน

แต่ที่แน่นอน เขาคือหนึ่งในเจ็ดมหาปีศาจแห่งบาปเจ็ดประการ

ส่วนหลี่กู้หมาพิทบูลตัวนั้นก็ไม่ธรรมดา ความจริงแล้วมันไม่ใช่สุนัขทั่วไป

แต่มันคือมังกรโครงกระดูกที่อาศัยร่างหมาพิทบูลเป็นเกราะคุ้มกัน!

หลี่กู้คือหนึ่งในมหาปีศาจแห่งบาปทั้งเจ็ด

และมันก็เป็นกำลังสำคัญให้กับเย่หัวผู้เป็นนาย อันที่จริง

เย่หัวเป็นผู้เลือกร่างสุนัขนี้ให้กับมัน

เพราะเขาเบื่อที่จะมีสัตว์เลี้ยงเป็นมังกรแล้ว เลี้ยงหมาสักตัวอาจจะสนุกกว่า

แรกเริ่มเดิมที หลี่กู้ปฏิเสธไม่ยอมรับร่างสุนัขตัวนี้เลย

แต่ต่อมามันกลับพบว่า การเป็นสุนัขตัวนึงก็ไม่เลวเหมือนกัน

กิจวัตรแต่ละวันมีแค่กินๆ นอนๆ ได้รางวัลของกำนัลจากนายบ้างเป็นครั้งคราว

แค่คิดถึงรางวัลที่ว่า หลี่กู้ก็น้ำลายสอเสียแล้ว

จบบทที่ บทที่ 4 คืนหนึ่งคืนนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว