เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 22

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 22

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 22


ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 22

ตอนที่ซอมบี้สวมเกราะถูกค้างคาวรุมโจมตี ร็อดก็ถอยมาในแนวป้องกันที่สองและเริ่มควบคุมซอมบี้ที่อยู่ที่นี่ให้จุดไฟ

ที่นี่ก็คือห้องโถงที่ร็อดฟื้นขึ้นมา เนื่องเพราะความกว้างขวางของมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะจุดไฟให้พื้นที่ทั้งหมด ร็อดยังคงจับตามองไปทางเชื่อมระหว่างห้องโถงกับห้องฝังศพ

สุสานส่วนด้านหลังตกอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง ทางเดินของห้องฝังศพถูกขวางกั้นด้วยกองไม้ติดไฟ ที่ด้านหน้าแนวป้องกันยืนไว้ด้วยซอมบี้สวมเกราะถือโล่ใบใหญ่เผชิญหน้ากับแวมไพร์ที่พุ่งตัวเข้ามา

..................

"แค่ก....แค่กๆ"

นับตั้งแต่ตื่นขึ้นมาในสุสาน สังหารอันเดดที่ขวางอยู่ตลอดทาง หลอกล่อฝูงหมาป่า และกลับเข้ามาต่อสู้ภายในสุสานอีกครั้ง เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ร็อดคุ้นชินกับเส้นทางทั้งหมดภายในสุสาน

เขาสามารถเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการตั้งแนวป้องกัน ที่แรกก็คือหน้าทางเข้าห้องฝังศพที่มีโลงศพตั้งอยู่ อีกอันตั้งอยู่ตรงทางแยกของห้องโถงที่ซึ่งมีศพอยู่มากมาย อีกอันตั้งอยู่ที่บริเวณพื้นที่แคบของทางเดิน และอีกอันอยู่ที่ทางออกของสุสาน

ตามความคิดเดิมของร็อด เขาจะอยู่หน้าด้านหลังแนวป้องกัน เมื่อใดก็ตามที่แวมไพร์ฝ่าแนวป้องกันมาได้ เขาก็จะให้ซอมบี้ที่อยู่แนวป้องกันถัดไปจุดไฟทันที

ทว่าการเผาไหม้กองไม้ภายในสุสานได้ก่อเกิดควันลอยคละคลุ้ง ควันอันหนาทึบนี้ทำให้ร็อดยากจะมองเห็นสถานการณ์โดยละเอียด ทั้งยังทำให้เขาเริ่มสำลักควันจนอึดอัดอย่างมาก

เทียบกับอันเดดที่ควันไฟไม่มีผลต่อพวกมันแล้ว ควันไฟนี้ส่งผลเสียต่อร่างกายของมนุษย์อย่างมาก

ร็อดทำได้เพียงปรับเปลี่ยนแผนการ เมื่อแวมไพร์ติดอยู่ที่แนวป้องกันที่สอง เชาก็ล่าถอยออกจากสุสาน แน่นอนว่าก่อนไปย่อมสั่งให้ซอมบี้จุดไฟที่แนวป้องกัน

เมื่อออกมาด้านนอกสุสาน เขาสูดเอาอากาศเข้าปอด มองดูเหล่าหมาป่าซอมบี้ที่กำลังรอคอยคำสั่ง เมื่อเห็นควันลอยออกมาจากสุสาน ร็อดก็นึกถึงสิ่งที่ได้เห็นภายในสุสานครั้งแรก

เขาไม่ได้ประหลาดใจที่อีกฝ่ายตีฝ่าแนวป้องกันมาได้ เขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเพียงแนวป้องกันชั้นเดียวย่อมไม่อาจสกัดขวางแวมไพร์ตนนั้น แต่เขาได้เตรียมแนวป้องกันเอาไว้หลายชั้น เรื่องที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือความเร็วในการบุกทะลวงของแวมไพร์

ตอนที่จัดวางแนวป้องกันเหล่านี้ ร็อดยังไม่รู้ว่าศัตรูภายในโลงศพเป็นอันเดดชนิดใด เขาได้แต่ลองคาดเดาดูว่ามีอันเดดชนิดใดบ้างที่ต้องนนหลับหรือจำศีล

สิ่งแรกที่ร็อดนึกถึงก็คือวิญญาณร้าย อันเดดระดับสาม ภายในดีย่านั้น สุดสานส่วนใหญ่ล้วนแต่มีวิญญาณร้ายหลับใหลอยู่ เนโครแมนเซอร์จะสามารถใช้พลังของวิญญาณร้ายเพื่อสร้างอันเดดขึ้นมา ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความสัมพันธืในเชิงได้รับประโยชน์ร่วมกันขึ้นมา

นอกจากวิญญาณร้ายแล้ว อันเดดชนิดอื่นๆย่อมมีความเป็นไปได้ต่ำกว่ามาก มีเพียงพวกซากศพ มัมมี่และแวมไพร์ ในพวกอันเดดนั้น ขอเพียงมีระดับตั้งแต่สามขึ้นไปย่อมไม่อาจประทับตราจิตวิญญาณได้โดยตรง

แต่ไม่ว่าอันเดดภายในโลงศพจะเป็นตัวอะไร ร็อดมั่นใจว่าด้วยแนวป้องกันที่ตั้งขึ้นมา ควบคู่ไปกับการส่งซอมบี้ไปลากถ่วงไว้ เขาจะสามารถซื้อเวลาได้จนกระทั่งอันเดดตนนั้นถูกไฟแผดเผาจนบาดเจ็บ

ทว่าอันเดดภายในโลงกลับเป็นแวมไพร์ที่มุ่งเน้นทางด้านการเอาชีวิตรอด และค้างคาวแปลงกายก็เป็นสกิลที่สามารถเล็ดรอดผ่านช่องว่างแนวป้องกัน เมื่อมีสกิลนี้อยู่ แวมไพร์ก็เพียงแค่ต้องจัดการกับซอมบี้สวมเกราะที่คอยเฝ้าอยู่ด้านหน้าให้ได้ จากนั้นมันก็จะสามารถมุดผ่านช่องว่างของแนวกั้นมา

หากว่าศัตรูไม่ใช่แวมไพร์แต่เป็นอันเดดจำพวกวิญญาณร้าย มันก็คงไม่อาจบุกฝ่าแนวป้องกันได้รวดเร็วขนาดนี้

แนวป้องกันที่ร็อดจัดสร้างขึ้นแทบไม่อาจเป็นภัยคุกคามต่อแวมไพร์ ทะเลเพลิงไม่ได้มีผลเท่ากับที่ร็อดคาดการณ์เอาไว้ มันเพียงแค่ทำให้แวมไพร์ต้องใช้สกิลค้างคาวแปลงกายบ่อยครั้งขึ้นเท่านั้น

ทว่าหากแวมไพร์ใช้ค้างคาวแปลงกายบ่อยเกินไป เป้าหมายที่ร็อดเตรียมการสิ่งเหล่านี้ไว้ก็นับว่าประสบความสำเร็จ ยิ่งแวมไพร์ใช้ค้างคาวแปลงกาย ความมั่นใจที่จะปราบพิชิตมันก็ยิ่งมีมากขึ้น

เดิมทีร็อดก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อสังหารอันเดดภายในโลงอยู่แล้ว เขาเพียงแค่ต้องการตัดกำลังของมันให้ได้มากที่สุด อย่างไรเสียอันเดดระดับสามก็ย่อมไม่ใช่ศัตรูที่จะสามารถจัดการได้โดยง่ายอยู่แล้ว

หรือต่อให้มันเป็นวิญญาณร้าย แม้จะไม่มีความสามารถในการเอาตัวรอดสูงเท่ากับแวมไพร์ แต่มันก็ยังสามารถพึ่งพาความสามารถในร่างของมันทะลวงฝ่าแนวป้องกัน สำหรับร็อดแล้ว สนามรบที่แท้จริงอยู่บนพื้นดินด้านบนต่างหาก

ที่ต้องเตรียมการมากมายขนาดนี้ก็เพื่อให้ตนเองได้เปรียบในการต่อสู้ครั้งถัดไปต่างหาก การเปิดโลงศพและประจัญหน้ากับสิ่งที่อยู่ภายในโลงโดยตรงย่อมเป็นวิธีการอันโง่เขลาอย่างที่สุด

ไม่ว่าใครก็ต้องอยากให้ตนเป้นฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู้ ไม่ว่าจะด้วยกับดัก อาวุธอาบยาพิษ การลอบโจมตี หรือวิธีการอื่นๆ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมีนิสัยใจคอเช่นไร ขอเพียงได้เปรียบขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย มันก็ย่อมดีกว่าการปะทะซึ่งหน้าอย่างเสียเปรียบ

"จะใช้ได้อีกสักกี่ครั้งกันนะ...."

ร็อดก็พึมพำออกมา เมื่อรู้สึกได้ว่าการเชื่อมต่อกับอันเดดที่ประจำอยู่แนวป้องกันที่สามได้ถูกตัดขาด

สำหรับการต่อกรกับแวมไพร์ ร็อดที่มีประสบการณ์ในชีวิตก่อนย่อมไม่กังวลสักเท่าไร สกิลค้างคาวแปลงกายนั้น นอกจากจะสูญเสียพลังชีวิตยามเมื่อใช้แล้ว มันยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนครั้งที่สามารถใช้งานอยู่ มีเพียงการอยู่ในระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้นที่จะสามารถใช้ค้างคาวแปลงกายได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ในเกมนั้น ระดับที่สามและระดับที่สี่ถือเป็นแนวสันปันน้ำเส้นหนึ่ง ในระดับที่สี่นั้น ไม่ว่าจะเป็นสายอาชีพของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นๆ มันก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ พลังต่อสู้จะสูงขึ้นอีกหลายเท่า มีเพียงการไปถึงระดับที่สี่เท่านั้น ผู้เล่นอาชีพนักเวทจึงจะสามารถลบคำว่าฝึกหัดออกจากชื่อและกลายเป็นนักเวทเต็มตัว

ในทำนองเดียวกันกับแวมไพร์ เมื่อขึ้นไปถึงระดับสี่ได้ นอกจากร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นแล้ว สกิลทั้งหมดก็จะพัฒนาไปอีกก้าวใหญ่ อย่างเช่นค้างคาวแปลงกายจะสามารถใช้ได้โดยไม่มีการจำกัดจำนวนครั้งอีกต่อไป สกิลอื่นๆเองก็จะถูกปรับโฉมใหม่จนทรงพลังยิ่งกว่าเดิม

ที่ร็อดกลัวว่าอันเดดภายในโลงจะพัฒนาขึ้นอีกระดับก็ด้วยเพราะเหตุนี้เอง แต่จากการสังเกตดูแล้ว แวมไพร์ตนนี้ยังอยู่เพียงระดับสาม

อันเดดประเภทแวมไพร์นั้นจะสามารถพัฒนาพลังได้โดยการนอนสงบจิตอยู่ภายในโลงศพ และเก็บรวบรวมพลังความตาย แวมไพร์ส่วนใหญ่ต่างก็นิยมใช้วิธีนี้เพื่อยกระดับ

ดังนั้นเมื่อการยกระดับถูกขัดขวาง แวมไพร์จึงปรากฏกายขึ้นด้วยความโกรธ วิธีการพัฒนาพลังนี้จะต้องใช้การนอนหลับเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เมื่อถูกขัดขวางเอากลางคัน ก็กล่าวได้ว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดล้วนกลายเป็นสูญเปล่า

ด้วยเหตุนี้เอง แวมไพร์จึงไม่ลังเลที่จะบุกฝ่าเปลวเพลิงเพื่อตามล่าคนที่ทำเรื่องเช่นนี้กับมัน

แน่นอนว่าร็อดย่อมเตรียมการเผื่อกรณีที่เลวร้ายเอาไว้ แนวป้องกันสุดท้ายที่ทางออกนั้นแข็งแกร่งที่สุด ดีกว่าทุกๆแนวป้องกันภายในสุสานทั้งหมดรวมกัน

ร็อดควบคุมซอมบี้ให้จุดไฟตรงทางเดิน จากนั้นจึงเรียกเหล่าซอมบี้มาประจำตำแหน่ง ที่เหลือก้แค่รอให้แวมไพร์ตนนั้นโผล่ออกมา

หลังจากแนวป้องกันที่สามถูกทำลาย ร็อดก็มุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ทางออก รอคอยให้ศัตรูปรากฏตัว

ควันหนาทึบลอยออกมาจากในสุสาน

หลังจากรอได้สักพักแล้วสถานการณ์ยังคงเงียบกริบ ร็อดก็เริ่มประหลาดใจ ตามความเร็วก่อนหน้านี้ของแวมไพร์ มันควรจะมาถึงตำแหน่งนี้แล้ว และเหล่าซอมบี้ที่ประจำการอยู่ในทางเดินก็ไม่ได้ส่งสัญญาณแจ้งเตือนมาแต่อย่างใด ร็อดหรี่ตาลงพลางเพิ่มความระมัดระวัง

ทันใดนั้นสัญชาตญาณของร็อดก็พลันแจ้งเตือนอย่างเร่งร้อนว่ามีอันตรายมาจากทางด้านหน้า ร็อดไม่ขบคิดใดๆทั้งสิ้น เข้าพุ่งตัวหลบออกไปด้านข้างทันที

เงาดำผุบโผล่ขึ้นมาปากทางเข้าสุสาน จากนั้นจึงพุ่งตรงดิ่งมาที่ร็อดอย่างรวดเร็วพร้อมกรงเล็บอันคมกริบ

แม้ร็อดจะพุ่งตัวหลบไปด้านข้างแล้ว กระนั้นเขาก็ยังได้รับบาดเจ็บที่แขน เล็บอันแหลมคมได้ฉีกเลือดเนื้อบนแขนเป็นแนวยาว

เงาดำนั้นก็คือ แวมไพร์

แวมไพร์ย่อมไม่รู้เรื่องการเตรียมการของร็อด แต่ด้วยเหตุผลบางประการ มันกลับล่วงรู้ว่าร็อดอยู่ที่ด้านบนนั่น ดังนั้นมันจึงใช้โอกาสที่ร็อดกำลังรอคอยมัน ชิงจู่โจมอย่างฉับพลัน!

จบบทที่ ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 22

คัดลอกลิงก์แล้ว