เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 4

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 4

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 4


ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 4

ร็อดเช็คสภาพดาบในมือ คุณสมบัติของดาบเล่มนี้คือ พลังโจมตี+4 และมีค่าความทนทาน 5/10 ดาบเล่มนี้ยังดีกว่าดาบเดิมเล็กน้อย แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าเป็นของดี

ร็อดมุ่งหน้าต่อไป และเขาก็พบเจอทหารโครงกระดูกอีกตัว ครั้งนี้ร็อดสามารถบดขยี้ทหารโครงกระดูกที่พึ่งพาแต่สัญชาตญาณในการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อไม่มีเนโครแมนเซอร์คอยควบคุม ทักษะต่อสู้ของทหารโครงกระดูกก็นับว่าย่ำแย่เข้าขั้นเลวร้ายเลยทีเดียว ร็อดอาศัยเพียงทักษะการใช้ดาบก็สามารถเอาชนะได้โดยไร้ซึ่งบาดแผลและได้รับค่าประสบการณ์มา 10 หน่วย

จากนั้นร็อดก็เผชิญหน้ากับซอมบี้สองตัวในเวลาเดียวกันบนทางที่ค่อนข้างกว้าง ร็อดไม่ได้เลือกสู้กับพวกมันพร้อมกันในพื้นที่เปิดโล่งแต่ล่อพวกมันไปยังเส้นทางแคบๆก่อนหน้านี้ เขาจะสู้กับพวกมันทีละตัว สำหรับซอมบี้นั้น ร็อดพึ่งพาทักษะดาบเอาชนะมาได้ไม่ยากและได้รับค่าประสบการณ์มาอีก 30 หน่วย

ร็อดพบว่าหลังจากที่เรียนรู้สกิลชำนาญดาบแล้ว เขาก็สามารถมองหาโอกาสในการโจมตีศัตรูได้ง่ายกว่าเดิม การโจมตีของศัตรูในสายตาของเขาเต็มไปด้วยช่องโหว่ นี่ก็อาจจะเป็นประโยชน์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในสกิลชำนาญดาบก็ได้ ในชีวิตก่อนของเขานั้น ร็อดเลือกที่จะเล่นอาชีพสายนักเวท และเขาก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับประโยชน์ซ่อนเร้นของสกิลสายต่อสู้มากนัก

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นสายเวทอย่างเต็มตัว แต่ทักษะและสัญชาติญาณในการต่อสู้ของเขาก็จัดว่าอยู่ในระดับสูง อย่างไรเสีย นักเวทในช่วงเริ่มต้นก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง ดังนั้นร็อดจึงทำได้เพียงใช้สัญชาติญาณในการต่อสู้มาเติมเต็มช่องว่างในตอนที่ยังไม่ได้เรียนรู้สกิลพิเศษ และลงแต้มไปที่สายนักสู้ในเวลาต่อมา

ภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว การที่ร็อดจะเก็บแต้มสกิลเอาไว้ใช้ทีหลังนั้นเป็นไปไม่ได้ เพื่อที่จะไว้ใช้รับมือกับเรื่องที่ไม่อาจคาดเดา เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันลงแต้มไปที่สกิลที่เหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนี้ที่สุด

ร็อดค่อยๆเดินต่อไปช้าๆ เส้นทางด้านหน้าเริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเดินมาได้พักหนึ่งร็อดก็มาถึงสถานที่ที่คล้ายกับห้องโถง

ในเวลานี้เองรูม่านตาของร็อดก็หดตัวลง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา มีนักรบโครงกระดูกที่สวมใส่เกราะเหล็กพร้อมดาบและโล่อยู่ที่เบื้องหน้า ใกล้ๆกับเขายังมีทหารโครงกระดูกอยู่อีกสองตัว และไกลออกไปก็ยังมีทหารโครงกระดูกอีกสอง แต่ละกลุ่มห่างกันราวห้าเมตร ทหารโครงกระดูกสี่ตัวนั้นร้อดสามารถจัดการได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ที่ทำให้เขารู้สึกปวดหัวที่สุดย่อมเป็นนักรบโครงกระดูกตัวนั้น

นักรบโครงกระดูกจัดเป็นอันเดดที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆของอันเดดระดับต่ำ เทียบกับพวกทหารโครงกระดูกแล้ว ความแข็งแกร่งและความเร็วของนักรบโครงกระดูกเหนือกว่าอยู่มาก ในขณะเดียวกันทักษะการต่อสู้ของพวกมันก็สูงกว่า แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนก้คือ ค่าพลังชีวิต

ทหารโครงกระดูกสามารถพัฒนากลายเป็นนักรบโครงกระดูกได้โดยการดูดซับพลังแห่งความตาย ตอนที่สิ่งมีชีวิตตายลง พลังแห่งความตายส่วนหนึ่งก็จะถูกปล่อยออกมา กล่าวก็คือ ทหารโครงกระดูกธรรมดาจะกลายเป็นนักรบโครงกระดูกได้ก็ด้วยการฆ่าสิ่งมีชีวิต

เนโครแมนเซอร์ที่ทรงพลังจะสามารถมอบพลังความตายให้กับทหารโครงกระดูกและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นนักรบโครงกระดูกได้โดยตรง ส่วนอีกกรณีคือการกลายสภาพโดยตรง นั่นก็เพราะภายในร่างของผู้แข็งแกร่งนั้นจะมีพลังที่กักเก็บไว้ตอนที่ยังมีชีวิต และเมื่อพวกเขาตายลง พลังที่ว่าก็จะเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นนักรบโครงกระดูกเลยโดยตรง

ร็อดปวดหัวกับการคิดหาวิธีจัดการนักรบโครงกระดูก ไม่ใช่เพราะทักษะต่อสู้ของเขานั้นไม่ดี ปัญหาอยู่ที่สำหรับเขาในตอนนี้แล้ว นักรบโครงกระดูกมีค่าความสามารถสูงเกินไป

นักรบโครงกระดูกมีค่าความแข็งแกร่งและค่าความเร็วสูงกว่าร็อดมาก ต้องทราบว่าแม้กระทั่งทหารโครงกระดูกทั่วไปก็ยังมีค่าความสามารถสูงกว่าเขา ในการพึ่งพาทักษะต่อสู้จัดการกับศัตรู ความแตกต่างอย่างมหาศาลระหว่างค่าความแข็งแกร่งและค่าความเร็วที่ร็อดและศัตรูมีนั้นทำให้การต่อสู้เป็นไปได้ยาก เพราะหากว่าเขาเกิดพลาดพลั้งแม้สักครั้ง เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีก

ร็อดตัดสินใจว่าจะใช้ค่าประสบการณ์เพิ่มเลเวลให้ตัวละครก่อน จากนั้นจึงค่อยคิดหาวิธี

"คุณใช้ค่าประสบการณ์จำนวน 30 หน่วย ค่าประสบการณ์ที่เหลืออยู่คือ 15 เลเวลตัวละครของท่านเพิ่มจาก 3 เป็น 4...."

"ได้รับแต้มคุณสมบัติจำนวน 1 แต้ม ได้รับแต้มสกิลจำนวน 1 แต้ม...."

"ค่าประสบการณ์จำนวน 10 หน่วยถูกใช้ [เบิร์ส ระดับ 1] เลื่อนระดับเป็น [เบิร์ส ระดับ 2] ค่าประสบการณ์ที่เหลืออยู่คือ 5"

-----------------------------------------

[เบิร์ส ระดับ 2]: การโจมตีครั้งต่อไปจะใช้ค่าความอึดครึ่งหนึ่ง และทำให้สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 40% ค่าประสบการณ์ที่ใช้ในการเลื่อนระดับคือ 30

-----------------------------------------

"ค่าประสบการณ์จำนวน 5 หน่วยถูกใช้ [เฮฟวี่สแลช ระดับ 1] เลื่อนระดับเป็น [เฮฟวี่สแลช ระดับ 2] ค่าประสบการณ์ที่เหลืออยู่คือ 0"

-----------------------------------------

[เฮฟวี่สแลช ระดับ 2]: ใช้ค่าความอึด 10 หน่วย การโจมตีครั้งถัดไปจะสร้างความเสียหาย 125% ของค่าพลังโจมตีพื้นฐาน ค่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้นเป็น 170% สำหรับการโจมตีเข้าใส่จุดตาย ค่าประสบการณ์ที่ใช้ในการเลื่อนระดับคือ 15

-----------------------------------------

ร็อดลงแต้มคุณสมบัติไปที่ค่าความเร็วเพื่อร่นช่องว่างระหว่างเขากับนักรบโครงกระดูก ขณะเดียวกันก็ใส่แต้มสกิลไปที่ชำนาญดาบ

-----------------------------------------

[ชำนาญดาบ ระดับกลาง]: หลังผ่านการฝึกฝนดาบมาหลายปี คุณก็ค้นพบเทคนิคใหม่ ทุกการเคลื่อนไหวของคุณเสมือนออกมาจากสัญชาตญาณ ดาบของคุณจะสร้างความเสียหายได้มากขึ้น ศัตรูจะต้องหวาดเกรงในวิถีดาบของคุณ ความเชี่ยวชาญในวิถีแห่งดาบจะเพิ่มเร็วขึ้น ค่าความเสียหายที่สร้างจากดาบจะเพิ่มขึ้น 20%

-----------------------------------------

หน้าต่างคุณสมบัติของร็อดเป็นดังนี้....

-----------------------------------------

ชื่อ: ร็อด

พลังพิเศษ: ยังไม่ได้ปลุกพลัง

ระดับชั้น: ขั้นที่ 1 ทหารอาสา , เลเวล 4 (0/40)

ค่าความสามารถ: ความแข็งแรง 8, ความเร็ว 7, ร่างกาย 9, สติปัญญา 2, จิตวิญญาณ 2

พลังชีวิต: 37/45

มานา: 0/0

ค่าความอึด: 75/90

ค่าประสบการณ์: 0

สกิล: [เบิร์ส ระดับ 2], [เฮฟวี่สแลช ระดับ 2]

สกิลพิเศษ: [ชำนาญดาบ ระดับกลาง], [ต้านทาน ระดับต่ำ]

เวทมนตร์: ไม่มี

-----------------------------------------

มองดูแล้ว ร็อดก็ถอนหายใจเบาๆ

"สู้ไม่ง่ายเลย เกิดฉันพลาดขึ้นมาคงได้ไปสวรรค์จริงๆแน่ คงเอาวิธีที่จัดการกับศัตรูก่อนหน้านี้มาใช้ไม่ได้ด้วย ความเร็วของนักรบโครงกระดูกสูงกว่าฉันมาก"

"มีอันเดดทั้งหมดห้าตัว คงได้แต่พึ่งพาสภาพแวดล้อมล่ะนะ....เดี๋ยวนะ...."

ทันใดนั้นร็อดก็นึกอะไรได้ แม้ว่าวิธีนี้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่จะจัดการนักรบโครงกระดูกได้

ร็อดรอให้ค่าความอึดฟื้นฟูไปถึง 80 หน่วย จากนั้นจึงใช้มุมอับสายตาของทหารโครงกระดูกค่อยๆร่นระยะห่างเข้าไปใกล้และเขาก็พุ่งตัววิ่ง

ในขั้นตอนนี้ เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นของร็อดได้ดึงดูดความสนใจของพวกอันเดด ทหารโครงกระดูกสองตัวขยับเคลื่อนไหว ร็อดพุ่งตัวไปที่ด้านข้างของพวกมันก่อนจะฟันไปยังกระดูกต้นคอของทหารโครงกระดูกทั้งสองด้วย [เฮฟวี่สแลช]

เกิดประกายแสงสีเงินสว่างวูบขึ้นสองครั้ง และกะโหลกจำนวนสองหัวก็ร่วงลงพื้น รอยตัดที่กระดูกต้นคอนั้นทั้งเฉียบขาดและเรียบเนียนเสมอกัน ไฟวิญญาณภายในเบ้าตาของหัวกะโหลกค่อยๆมอดดับลง ร็อดไม่ได้หยุดชื่นชมผลงาน เขาพุ่งตัวไปทางนักรบโครงกระดูกต่อทันที

เมื่อเห็นว่ามีศัตรูใกล้เข้ามา สัญชาตญาณการต่อสู้ของนักรบโครงกระดูกก็สั่งให้มันยกโล่ขึ้นป้องกัน ขณะที่แขนอีกข้างตั้งท่าตระเตรียมจะฟันสวนศัตรู

ไฟวิญญาณในเบ้าตาของนักรบโครงกระดูกจับจ้องไปที่ร็อด มันกำลังรอคอยให้ร็อดโจมตีเข้ามาเพื่อที่จะได้มอบการโต้กลับอันแสนร้ายกาจให้กับอีกฝ่าย

ร็อดพุ่งตัวมาถึงด้านหน้าของนักรบโครงกระดูก แต่สิ่งที่นักรบโครงกระดูกคาดคิดไว้กลับไม่บังเกิด ร็อดพุ่งตัวผ่านร่างของนักรบโครงกระดูกไป เป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ที่มันมาตั้งแต่แรก แต่เป็นทหารโครงกระดูกที่อยู่ด้านหลังมัน!!

สัญชาตญาณต่อสู้ของนักรบโครงกระดูกสั่งการอีกครั้ง มันพลันฟันดาบไปที่แผ่นหลังของร็อด ด้วยความแข็งแกร่งที่เหนือกว่ามาก ดาบนี้จึงฟันใส่เกราะหนังตรงแผ่นหลังของร็อดจนเกิดเสียงฉีกขาดดังขึ้นมา

ทว่าโชคยังดีที่ร็อดรวดเร็วพอ หรืออาจจะเป็นเพราะความเคลื่อนไหวอันคาดไม่ถึงของเขา ดาบของนักรบโครงกระดูกจึงฟันได้เพียงถากๆ แผลจึงไม่ลึกนัก

ร็อดอาจจะบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร.....

จบบทที่ ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 4

คัดลอกลิงก์แล้ว