- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นพระหนุ่ม แต่ดันพกคัมภีร์สายดาร์กมาด้วย
- บทที่ 16 - กราบอาจารย์
บทที่ 16 - กราบอาจารย์
บทที่ 16 - กราบอาจารย์
บทที่ 16 - กราบอาจารย์
"คงเซี่ยง!"
คงหมิงตวาดก้อง เผยร่างจำแลงอสุรา สีหน้าบ้าคลั่ง จิตสังหารพลุ่งพล่าน ตั้งฝ่ามือเป็นดาบ ฟันประกายดาบสีแดงฉานดุจโลหิตออกมา หวังบั่นเศียรมังกรทอง
เมื่อพลังทั้งสองปะทะกัน ประกายดาบเผยคมกล้าอันดุร้าย ฟันเข้าที่ลำคอมังกรทอง แต่มังกรทองกลับราวกับมีชีวิต พลิกร่างมังกรพันรัด บดขยี้ประกายดาบจนแหลกละเอียดทีละนิ้ว
"โฮก——"
เสียงมังกรยังคงกึกก้อง เศียรมังกรพุ่งมาอยู่ตรงหน้าคงหมิงแล้ว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยโทสะ ความบ้าคลั่งยิ่งทวีคูณ ลมปราณสีเลือดลุกโชนดั่งเปลวเพลิง ห่อหุ้มร่างเขาไว้ ดูน่าสะพรึงกลัวดุจอสุราอาบเพลิง
ทว่าในจังหวะที่มังกรทองกำลังจะพุ่งชนคงหมิง พลังอันบ้าคลั่งนั้นกลับชะงักกึก มังกรทองค่อยๆ สลายไปตั้งแต่หัวจรดหาง กลายเป็นความว่างเปล่า
"ศิษย์น้องคงหมิง"
คงเซี่ยงมายืนอยู่ข้างหลังเสิ่นอี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มือข้างหนึ่งวางทาบกลางหลังเสิ่นอี้ กล่าวเสียงเรียบว่า "ใช้วิชาสะกดจิตกับศิษย์รุ่นหลัง เจ้าละเมิดกฎวัดแล้วนะ"
ในขณะเดียวกัน กระแสพลังอันสงบราบเรียบก็แผ่ขยายออกไป สลายคลื่นพลังที่หลงเหลือจากการปะทะของคงเซี่ยงและคงหมิงจนราบคาบ เสิ่นอี้มองไปรอบๆ เห็นชั้นหนังสือแต่ละชั้นมีแสงสีทองจางๆ ปกคลุมอยู่
แม้การปะทะของทั้งสองจะแค่กระบวนท่าเดียวแต่ก็รุนแรงยิ่งนัก ทว่าหนังสือบนชั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่หน้าเดียว ยังคงวางอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
"ห้ามใช้กำลังในหอไตร คงเซี่ยง เจ้าลงมือก่อน ลงโทษหันหน้าเข้ากำแพงหนึ่งเดือน คัดลอก วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร ห้าสิบจบ คงหมิง เจ้ามีความคิดชั่วร้าย จิตใฝ่มาร เคล็ดอสุราทำลายมาร เริ่มควบคุมไม่ได้ ลงโทษหันหน้าเข้ากำแพงหนึ่งปี คัดลอก สูรังคมสูตร สามร้อยจบ พวกเจ้าสองคนไปรับโทษที่ตึกวินัยซะ"
เสียงชราภาพดังลงมาจากชั้นบน แม้จะไม่ได้ทรงอำนาจดุดัน แต่เมื่อสิ้นเสียง พระสงฆ์บนชั้นสองที่แตกตื่นก็สงบลง ไม่กังวลเรื่องความวุ่นวายที่ชั้นล่างอีก
"ขอรับ ท่านอาจารย์ปู่" คงเซี่ยงทำความเคารพอย่างนอบน้อม
คงหมิงมีสีหน้าไม่ยินยอม แต่ก็ไม่กล้ากำเริบเสิบสาน ทำความเคารพเช่นกัน "ขอรับ ท่านอาจารย์ปู่"
พูดจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปทันที ไม่รั้งรอ
ลมปราณร้อนระอุถอยร่นกลับไปดั่งน้ำลง เสิ่นอี้หอบหายใจถี่ๆ รีบขอบคุณคงเซี่ยง "ขอบพระคุณอาจารย์อาที่ยื่นมือเข้าช่วย"
"ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าไม่เต็มใจ ต่อให้อาตมาอยากขวางเจ้ากราบอาจารย์ ก็คงขวางไม่ได้หรอก"
คงเซี่ยงค่อยๆ ละมือกลับมา จ้องมองเสิ่นอี้นิ่งๆ แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยว่า "อู๋วั่ง เจ้าอยากกราบอาตมาเป็นอาจารย์หรือไม่?"
อ้าว เฮ้ย...
เสิ่นอี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองกลายเป็นเนื้อหอมตั้งแต่เมื่อไหร่
ก่อนหน้านี้ที่หออาภรณ์ขาว เขานึกว่าคงเซี่ยงสนใจเขา แต่คงเซี่ยงแค่แนะนำสองสามคำแล้วก็ไป ตอนนี้จู่ๆ ก็โผล่มาที่หอไตร ช่วยเขาในจังหวะสำคัญ แถมยังจะรับเป็นศิษย์เหมือนคงหมิงอีก
วันนี้วันอะไรเนี่ย?
ปัญหาคือข้าไม่อยากกราบอาจารย์ ข้าแค่อยากปะปนกับพวกพระนักสู้คนอื่น ทำตัวกลมกลืนไปวันๆ
คงเซี่ยงเห็นเสิ่นอี้ลังเล จึงเอ่ยว่า "เจ้าไม่ต้องกลัวว่าอาตมาจะบังคับเจ้าเหมือนคงหมิง ศิษย์น้องคงหมิงถูกโทสะครอบงำจิตใจ จึงทำเรื่องบ้าบิ่นเช่นนั้น ในเมื่อเจ้ามุ่งมั่นฝึกยุทธ์ ในฐานะอาจารย์ อาตมาย่อมจะปกป้องความสงบของเจ้า ไม่ให้ใครมารบกวน"
‘มุ่งมั่นฝึกยุทธ์... อ๋อ เจ้าเองเหรอ’
เสิ่นอี้เข้าใจกระจ่างแจ้ง ยิ้มขื่นในใจเล็กน้อย แล้วก้มกราบคงเซี่ยง "ศิษย์คารวะท่านอาจารย์"
คงเซี่ยงยื่นมือประคองเสิ่นอี้ ใบหน้าที่เคร่งขรึมเผยรอยยิ้มจางๆ "ไม่ต้องมากพิธี ขอแค่ใจถึงก็พอ เดี๋ยวอาจารย์ต้องไปรับโทษที่ตึกวินัย กำหนดสามปีของเจ้ายังเหลืออีกไม่กี่วัน รออาจารย์ออกจากกรรมฐานแล้วจะพาเจ้าไปรับใบสุทธิที่ตึกวินัย บรรจุชื่อเป็นศิษย์สายตรง"
กราบอาจารย์ปุ๊บ ก็กลายเป็นศิษย์สายตรงปั๊บ วันหน้าจะได้ให้อาจารย์สอนวิชาให้ด้วยตัวเอง
แต่แบบนี้ เสิ่นอี้ต้องยิ่งระวังตัวเวลาฝึกวิชามากขึ้นไปอีก จะได้ไม่ให้คงเซี่ยงจับพิรุธได้
เมื่อกี้ตอนลมปราณคงเซี่ยงเข้าสู่ร่าง แล้วไม่พบความผิดปกติของเสิ่นอี้ เขาก็ร้องเรียกโชคช่วยในใจไปรอบหนึ่งแล้ว วันหน้าต้องระวังให้มากที่สุด เพราะโชคไม่ได้เข้าข้างทุกรอบ
คงเซี่ยงมอง วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร ในมืออีกข้างของเสิ่นอี้ แล้วกล่าวว่า "ราชันมังกรคชสารแม้จะเป็นนิกายตันตระ และเป็นคนต่างแคว้น แต่ความเข้าใจในพุทธธรรมของเขานั้นเหนือล้ำกว่าคนทั่วไปจริงๆ เจ้าฝึกวิชาภายนอก ดูเหมือนจะมีพื้นฐานระฆังทองด้วย ยามว่างเว้นก็อ่านพระสูตรเล่มนี้ศึกษาธรรมะควบคู่ไปเถิด"
จากนั้น คงเซี่ยงกำชับเสิ่นอี้อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องอย่าไปสุงสิงกับพระที่มีพื้นเพจากโยวโจวมากนัก แล้วจึงไปรับโทษที่ตึกวินัยอย่างวางใจ
เสิ่นอี้มองแผ่นหลังของคงเซี่ยงที่เดินจากไป ในมือยังถือ วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร เล่มนั้นอยู่ เขาเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ
แบบนี้ แผนการ "ทำตัวกลมกลืน" ของเขาพังไม่เป็นท่า ต่อไปนี้ต้องทุ่มเทรักษาภาพลักษณ์อันดีงามให้มากขึ้น ไม่งั้นสักวันคงโดนคงเซี่ยงจับส่งถ้ำขังมารด้วยมือตัวเอง
"ขอบใจเจ้าจริงๆ นะ อู๋เฉิน" เสิ่นอี้กัดฟันพูด
สิ้นเสียง อู๋เฉินก็โผล่หน้าออกมาจากหลังชั้นหนังสือ ลูบหัวโล้นพลางว่า "โดนจับได้ซะแล้ว"
"นอกจากเจ้า ใครจะไปรู้ว่าข้ามุ่งมั่นฝึกยุทธ์อย่างเดียวล่ะ?" เสิ่นอี้กลอกตามองบน "ว่ามา เจ้ากับอาจารย์อาคงเซี่ยง... ไม่สิ กับท่านอาจารย์ มีความสัมพันธ์ยังไงกันแน่?"
ก็มีแต่อู๋เฉินที่ได้ยินคำตอบของเสิ่นอี้เมื่อเช้า ว่าตอนนี้เขามุ่งมั่นแค่เรื่องฝึกยุทธ์ ไม่มีอย่างอื่น
คงเซี่ยงก็คงเพราะคำยุยงของอู๋เฉิน ถึงได้มาหาเสิ่นอี้ที่หอไตร แล้วดันมาเจอจังหวะคงหมิงจะรับศิษย์พอดี
สรุปต้นสายปลายเหตุแล้ว เสิ่นอี้ก็ไม่รู้จะขอบคุณอู๋เฉินที่ช่วยแก้สถานการณ์ หรือจะโทษที่ทำให้เขาต้องมาเป็นจุดสนใจดี
"ก็แค่ญาติห่างๆ น่ะ" อู๋เฉินยิ้ม "ท่านอาจารย์อาคงเซี่ยงอยากรับข้าเป็นศิษย์ แต่ข้ารู้ตัวเองดีว่ามีดีแค่ไหน ที่เปิดชีพจรได้ก็เพราะอาศัยกินยาตอนช่วยงานที่ตึกราชาโอสถ จริงๆ แล้วพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ข้าไม่เท่าไหร่ บวกกับอาจารย์อาคงหว่อทางตึกราชาโอสถตกลงจะรับข้าเป็นศิษย์แล้ว ข้าเลยแนะนำเจ้าให้อาจารย์อาคงเซี่ยงแทน"
พูดไปอย่างนั้น แต่เสิ่นอี้รู้ดีว่าอู๋เฉินอยากฝึก มหาวิชาธรรมบาลมังกรฟ้า และอยากกราบคงเซี่ยงเป็นอาจารย์
บางทีอาจเป็นเพราะเมื่อวานหลังจบการทำวัตรเช้า อู๋เฉินพูดเปรยๆ ว่าอยากกราบคงเซี่ยง วันนี้คงเซี่ยงถึงได้มาที่หออาภรณ์ขาวอีก
แต่สุดท้าย คนที่ได้กราบอาจารย์กลับเป็นเสิ่นอี้
"ยังไงก็ขอบใจนะ" เสิ่นอี้ตบพระสูตรในมือเบาๆ
การได้กราบคงเซี่ยงก็มีข้อดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าคงหมิงจะตามรังควานบังคับให้เป็นศิษย์อีก
ขืนไปกราบคงหมิง มีหวังต้องพลีชีพเพื่อภารกิจล้างแค้นอันยิ่งใหญ่ของเขาแน่ๆ พระรูปนี้น่าจะจิตหลุดไปแล้วเก้าในสิบส่วน
แล้วยังมีอู๋เชินอีก ไม่รู้ว่าดาบมารของอู๋เชินเกี่ยวข้องกับคงหมิงจริงไหม
‘ดูจากพลังตอนใช้ดาบเมื่อกี้ เหมือนจะด้อยกว่าเจตจำนงแห่งดาบบนหน้าผานั้น...’
[จบแล้ว]