เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 ตัวเลือกตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยผลิต

บทที่ 57 ตัวเลือกตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยผลิต

บทที่ 57 ตัวเลือกตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยผลิต


ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หน่วยการผลิตเหอวานก็สงบลงพอสมควร

แม้ว่าพฤติกรรมอันเลวทรามของตระกูลเว่ยจะทำให้ทุกคนโกรธจัด แต่สุดท้ายคนก็ถูกจับไปแล้ว ชีวิตคนเราต้องก้าวเดินต่อไป ชาวบ้านจึงค่อยๆ กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

ในตอนเช้า ม่ายหยาถังชุดใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จถูกนำออกมาวางรอ หลินเจิ้งจวินมุ่งหน้าไปที่สำนักงานหน่วยผลิตเพื่อขอยืมรถแทรกเตอร์ไปส่งของในเมือง

แต่ก่อนหน้านั้น เขาพาถังเสี่ยวฟูไปเดินดูความคืบหน้าที่ไซต์ก่อสร้างบ้านหลังใหม่บนเนินเขาหลังหมู่บ้านเสียก่อน

“เจิ้งจวิน ดูเหมือนวันนี้คนจะเยอะกว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่น้อยเลยนะ!” ถังเสี่ยวฟูเอ่ยอย่างประหลาดใจ

“อืม คนตระกูลเว่ยหลายคนก็มาช่วยงานด้วย! ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกสองสัปดาห์ก็น่าจะสร้างเสร็จแล้วล่ะ!” หลินเจิ้งจวินพยักหน้า

สมาชิกหน่วยผลิตหลายคนซาบซึ้งใจที่เขาช่วยกำจัดหนอนบ่อนไส้อย่างตระกูลเว่ยซานหู่ออกไปได้ ทุกคนจึงอาสามาช่วยงานที่ไซต์ก่อสร้างแบบไม่คิดค่าจ้าง แม้แต่ข้าวก็ไม่ยอมทานสักคำ

เมื่อมีคนมาช่วยเยอะ พละกำลังก็มหาศาล ความคืบหน้าในการสร้างบ้านจึงรวดเร็วยิ่งขึ้น

ตอนนี้กำแพงบ้านอิฐหลังใหญ่สี่ห้อง รวมถึงห้องน้ำ ห้องครัว ห้องเก็บของ และซุ้มประตูทางเข้าบ้านก็ก่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าอีกไม่กี่วันคงได้ยกคานพาด วางจันทัน และมุงกระเบื้องได้แล้ว

เมื่อมุงกระเบื้องเสร็จ ก็เท่ากับว่าโครงสร้างหลักของบ้านเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนต่อไปคือการ "ตกแต่ง" ทาสีปูนขาว ปูอิฐที่พื้นหรือเทปูน ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

เมื่อจินตนาการถึงชีวิตในอนาคตที่ได้อยู่ในบ้านหลังใหม่ที่กว้างขวางและสว่างไสว ถังเสี่ยวฟูก็เผยรอยยิ้มอันแสนหวานออกมา “บ้านหลังนี้ดีกว่าบ้านที่ฉันเคยอยู่ที่เมืองเสียอีกนะ!”

ถังเสี่ยวฟูเคยมีบ้านสี่ประสานที่เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษในปักกิ่ง แต่เมื่อไม่กี่ปีก่อนเนื่องด้วยนโยบายบางอย่าง จึงถูกกรมจัดการเคหะเรียกคืนไป

เดิมที พ่อ แม่ ยาย และน้องชายรวมสี่คน ได้รับการจัดสรรบ้านมืดๆ แคบๆ ขนาดเพียงยี่สิบกว่าตารางเมตรห้องเดียวเท่านั้น หล่อนกับน้องชายต้องนอนเตียงสองชั้นด้วยกัน

เมื่อเห็นเว่ยหย่งจี๋ ปู่เจ็ด พาลูกหลานตัวเล็กๆ วัยแปดเก้าขวบสองคนมาช่วยขนอิฐ ขนทราย และซีเมนต์ด้วย

หลินเจิ้งจวินก็รู้สึกตื้นตันใจ เขาจึงรีบเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยว่า “ปู่เจ็ดครับ ปู่อายุมากแล้ว ไม่ต้องมาลำบากทำหรอกครับ!”

ปู่เจ็ดหยุดงานในมือ ถอดหมวกฟางออกมาพัดคลายร้อน แล้วยิ้มอย่างเมตตา “ไม่เป็นไรหรอก งานที่ปู่ทำน่ะมันเบาๆ ช่วยหยิบโน่นหยิบนี่ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย!”

หลินเจิ้งจวินยื่นบุหรี่ยี่ห้อมู่ตานให้มวนหนึ่ง “ปู่เจ็ดครับ ผมเป็นคนส่งครอบครัวเว่ยซานหู่เข้าคุก ปู่ไม่โกรธผมบ้างเหรอครับ?”

“ปู่ไม่เพียงไม่โกรธนะ แต่ปู่ยังต้องขอบคุณแกด้วยซ้ำ!”

เว่ยหย่งจี๋ยิ้มอย่างจริงใจ “ครอบครัวเว่ยซานหู่กลายเป็นตัวหายนะไปแล้ว พวกมันข่มเหงคนทั้งหน่วยผลิต รวมถึงคนตระกูลเว่ยด้วยกันเอง การที่แกจับพวกมันได้ ก็เท่ากับเป็นการกำจัดภัยให้ชาวบ้านนั่นแหละ!”

เขาตบหน้าอกรับประกันอย่างเต็มที่ “เจิ้งจวิน แกเป็นเด็กดี เป็นดาวช่วยชีวิตของหน่วยผลิตเหอวานเรา ปู่สนับสนุนแกนะ ถ้าใครในตระกูลเว่ยกล้าไม่ยอมรับแก ปู่จะตีขาพวกมันให้หักเอง!”

“ขอบคุณครับปู่เจ็ด! ปู่ทำงานก็ระวังตัวด้วยนะครับ อย่าให้เหนื่อยจนเกินไปล่ะ!” หลินเจิ้งจวินและถังเสี่ยวฟูเดินออกจากไซต์ก่อสร้างบ้านใหม่มุ่งหน้าไปยังสำนักงานหน่วยผลิต

“เจิ้งจวิน ทานข้าวหรือยัง? จะไปไหนน่ะ?”

“ทานแล้วครับ! จะไปขอยืมรถแทรกเตอร์ที่หน่วยผลิตหน่อยครับ”

“โอ้โฮ! เจิ้งจวินจะไปหาเงินอีกแล้วเหรอเนี่ย รวยวันรวยคืนจริงๆ!”

“คุณอาพูดเกินไปแล้วครับ ผมก็แค่ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง!”

“เจิ้งจวิน ทำได้ดีมากนะ กำจัดตัวหายนะอย่างตระกูลเว่ยออกไปได้ หน่วยผลิตเราจะได้มีบรรยากาศที่สะอาดสะอ้าน ต่อไปชีวิตจะได้มีหวังขึ้นมาบ้าง!”

“ฮะๆ! กำจัดภัยให้ชาวบ้าน เป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้วครับ!”

ตลอดทางที่เดินมา ชาวบ้านที่พบเจอต่างทักทายกันอย่างอบอุ่น ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม แต่ในส่วนลึกของแววตานั้นแฝงไปด้วยความยำเกรง ความซาบซึ้ง และความชื่นชม

ความยำเกรงคือ ตระกูลเว่ยมีคนเยอะและมีอิทธิพลมาก ปกครองหน่วยผลิตเหอวานมานานหลายปี ในสายตาของทุกคนตระกูลนี้แข็งแกร่งจนไม่มีใครเขย่าได้ แต่กลับถูกหลินเจิ้งจวินล้มลงได้อย่างง่ายดาย

ความซาบซึ้งคือ เว่ยซานหู่มีความคิดที่อนุรักษนิยมอย่างสุดโต่ง คอยขัดขวางไม่ให้ชาวบ้านทำธุรกิจเสริมหรือขยับขยายรายได้เลย

พอเขาโดนจับไป ทุกคนก็รู้สึกโล่งใจ เหมือนถึงเวลาที่จะได้ลืมตาอ้าปากเสียที

และหลินเจิ้งจวินก็คือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ปลดปล่อยหน่วยผลิตเหอวาน!

ความชื่นชมคือ ตอนที่ลูกของเว่ยซานหู่ถูกรังแก เขาก็ออกมาให้ความเป็นธรรม แถมยังแบ่งของกินให้ และจัดการเรื่องที่กินที่นอนให้ที่สำนักงานหน่วยผลิต ช่างเป็นคนที่มีคุณธรรมจริงๆ!

หลินเจิ้งจวินวางตัวอย่างนอบน้อมและเหมาะสมแต่ก็ไม่ทิ้งความกระตือรือร้น เขาหยุดทักทายพูดคุยเป็นระยะ และแจกบุหรี่ดีๆ ให้สูบ ทำให้ชาวบ้านยิ่งรักและเอ็นดูเขามากขึ้นไปอีก

...

ที่สำนักงานหน่วยผลิต ภายในห้องทำงาน

“เจิ้งจวิน คุณยุวปัญญาถังมาแล้วเหรอ เชิญนั่งก่อนครับ ทานน้ำชาหน่อย!”

เมื่อเห็นหลินเจิ้งจวินและถังเสี่ยวฟูเดินเข้ามา หัวหน้าหน่วยผลิตเว่ยหมิงเสวี่ยนก็รีบเชื้อเชิญให้นั่งและรินน้ำชาให้อย่างกระตือรือร้น

“ไม่เป็นไรครับหัวหน้าเว่ย ผมรีบจะเข้าเมืองไปส่งม่ายหยาถังน่ะครับ” หลินเจิ้งจวินหยิบด้ามหมุนจะไปสตาร์ทรถแทรกเตอร์

“เจิ้งจวิน อย่าเพิ่งรีบสิ มีเรื่องจะปรึกษาหน่อย!” หลินปิ่งเต๋อเดินออกมาดึงตัวหลินเจิ้งจวินเข้าไปข้างใน

“เรื่องอะไรเหรอครับ?” หลินเจิ้งจวินนั่งลงบนเก้าอี้ โดยมีถังเสี่ยวฟูเดินตามเข้ามาด้วย

หลินปิ่งเต๋อยิ้มพลางเอ่ย “เจิ้งจวินเอ๊ย ลุงกับหัวหน้าเว่ยปรึกษากันแล้ว มีความคิดอย่างหนึ่ง ลุงอยากจะขอความเห็นจากแกหน่อย!”

“ความคิดอะไรครับ?”

“เว่ยซานหู่ถูกจับไปแล้ว ทางคอมมูนก็มีคำสั่งปลดเขาออกจากตำแหน่งแล้ว ตอนนี้ตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยผลิตว่างลง แกสนใจอยากจะมารับตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยผลิตไหมล่ะ?”

“อะไรนะ? ให้ผมเป็นรองหัวหน้าหน่วยผลิตเหรอ? ล้อเล่นหรือเปล่าครับ?” หลินเจิ้งจวินทำหน้าประหลาดใจ

ในแง่หนึ่ง เขาไม่คิดว่าคดีของตระกูลเว่ยจะยังไม่ทันสรุปผล หน่วยผลิตก็รีบร้อนหาคนมาแทนตำแหน่งรองหัวหน้าเสียแล้ว

ในอีกแง่หนึ่ง ตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยผลิตมักจะคัดเลือกมาจากหัวหน้าหน่วยย่อยของหน่วยผลิตย่อยต่างๆ ไม่มีใครที่วันเดียวไม่เคยเป็นเจ้าหน้าที่มาก่อนแล้วถูกเลื่อนขั้นขึ้นมาแบบนี้หรอก

“พูดเรื่องจริงสิ ใครเขาจะมาล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้ล่ะ!”

หลินปิ่งเต๋อถลึงตาใส่พลางเอ่ย “เมื่อวานนี้ ลุงกับหัวหน้าหน่วยแล้วก็สมุหบัญชีไปที่สหกรณ์บริการซื้อขายประจำอำเภอเพื่อไปซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวยวี่ม่าย เบอร์ 8 มา”

“แกก็รู้ว่าเมล็ดพันธุ์นั่นมันหายากขนาดไหน! ทั้งอำเภอมีหน่วยผลิตเป็นร้อยๆ มาเบียดเสียดกันจนแน่นไปหมด หน้าโกดังนี่ยาวเหยียดเป็นหางว่าว ต้องรอซื้อตามคิวตามลำดับ แต่ละหน่วยผลิตก็ได้ส่วนแบ่งเมล็ดพันธุ์แค่พอกับพื้นที่ห้าหกสิบมู่เท่านั้นแหละ!”

“พอพวกเราไปถึง แกทายซิว่าเกิดอะไรขึ้น!”

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” หลินเจิ้งจวินช่วยรับมุก

“สหายที่ชื่อเฮ่าเจี้ยนกั๋วที่เป็นเพื่อนของแกน่ะ เขาเรียกพวกเราไปที่ประตูหลังโกดังโดยตรงเลย แล้วก็ให้เมล็ดพันธุ์พวกเรามาถึง 100 กระสอบ รวมทั้งหมดหนึ่งหมื่นจิน แถมยังมีปุ๋ยเคมีอีกตั้งเยอะแยะ คนจากหน่วยผลิตอื่นเห็นเข้าเนี่ย อิจฉาจนแทบจะร้องไห้เลยนะ!” หลินปิ่งเต๋อตบหน้าขาปังพลางเล่าอย่างตื่นเต้น

“นี่มันเป็นการใช้เส้นสายผ่านประตูหลังขนานแท้เลยนะครับ...” หลินเจิ้งจวินหัวเราะ

หลินปิ่งเต๋อนับนิ้วคำนวณ “หน่วยผลิตเหอวานมีประชากร 800 กว่าคน เฉลี่ยแล้วมีที่ดินคนละหนึ่งมู่สองเฟิน รวมๆ แล้วมีที่ดินทำกินประมาณ 1,000 มู่”

“ที่ดินหนึ่งมู่ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 15 จิน ตอนนี้มีเมล็ดพันธุ์ตั้งร้อยกระสอบ สามารถทำให้พื้นที่เพาะปลูกร้อยละหกสิบของหน่วยผลิตได้ใช้พันธุ์ดีๆ ส่วนที่เหลือก็ปลูกมันเทศหรืออย่างอื่นไป ปีหน้าข้าวสาลีต้องได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์แน่นอน แกคือผู้ทำคุณประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยนะ!”

ความจริงในยุคหลัง พื้นที่หนึ่งมู่ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ถึง 30 จิน

แต่ในยุคที่ปุ๋ยเคมียังไม่แพร่หลาย หากปลูกหนาแน่นเกินไป สารอาหารในดินจะไม่เพียงพอ ผลผลิตจะลดลงแทน ดังนั้นต้นข้าวสาลีจึงต้องปลูกให้ห่างกันหน่อย ทำให้พื้นที่หนึ่งมู่ใช้เมล็ดพันธุ์น้อยลง

“ปีที่แล้วหน่วยการผลิตหลินเหอที่อยู่ติดกันหาข้าวยวี่ม่าย เบอร์ 8 มาได้ไม่ถึงหนึ่งพันจิน ปลูกไปแค่ไม่กี่สิบมู่ พวกผู้นำหน่วยนั่นก็ยืดอกภูมิใจจนหางแทบชี้ฟ้าแล้ว คราวนี้ล่ะ ฮึๆ จะทำให้อิจฉาจนอกแตกตายเลย!” เว่ยหมิงเสวี่ยนหัวเราะอย่างสะใจ

“ผมเข้าใจแล้วครับ พวกคุณเห็นว่าผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหกรณ์บริการซื้อขาย ถ้าผมเป็นรองหัวหน้าหน่วยผลิต ก็จะสะดวกในการจัดหาปัจจัยการผลิตทางการเกษตรสินะครับ!”

หลินเจิ้งจวินหัวเราะแล้วเอ่ยต่อ “แต่ความจริงต่อให้ผมไม่ได้เป็นรองหัวหน้าหน่วยผลิต เฮ่าเจี้ยนกั๋วเขาก็จะยังให้ความสะดวกพวกคุณเหมือนเดิมนั่นแหละครับ!”

“มันไม่ได้มีแค่ผลประโยชน์ข้อเดียวหรอกนะ!”

หลินปิ่งเต๋อรีบเอ่ย “ที่พวกเราเลือกแกมาเป็นรองหัวหน้าหน่วยผลิต ยังพิจารณาจากที่คุณเป็นคนมีความรู้ มีการศึกษา มีวิสัยทัศน์ และมีความกล้าหาญ ตอนนี้การปฏิรูปชนบทเริ่มขึ้นแล้ว พวกเราสามารถพัฒนาเศรษฐกิจที่หลากหลายและธุรกิจเสริมส่วนรวมได้ แกต้องนำทางสมาชิกหน่วยผลิตให้มีชีวิตที่สุขสบายขึ้นนะ!”

เว่ยหมิงเสวี่ยนเสริมว่า “อีกอย่าง แกช่วยตำรวจกำจัดหนอนบ่อนไส้อย่างตระกูลเว่ยออกไปได้ บารมีของแกในหมู่สมาชิกหน่วยผลิตตอนนี้พุ่งสูงมากเลยนะ!”

“ปู่เจ็ดเว่ยหย่งจี๋ได้ประกาศในตระกูลเว่ยแล้วว่า ใครจะขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าหน่วยผลิตคนใหม่ คนตระกูลเว่ยจะไม่ยอมรับเด็ดขาด นอกจากแกขึ้นมาดำรงตำแหน่งเท่านั้น เขาถึงจะยอมตกลง!”

“ลุงปิ่งเต๋อครับ หัวหน้าเว่ยครับ พวกคุณไว้ชีวิตผมเถอะ ผมทำไม่ได้จริงๆ ครับ!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินเจิ้งจวินก็รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าใส่หัว เขาจึงรีบปฏิเสธทันที

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 57 ตัวเลือกตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยผลิต

คัดลอกลิงก์แล้ว