- หน้าแรก
- จะบ่มเพาะไปทำไม? ในเมื่อแค่มีลูกหลานก็เป็นเซียนได้!
- บทที่ 141 ทำไมเป็นเขา?
บทที่ 141 ทำไมเป็นเขา?
บทที่ 141 ทำไมเป็นเขา?
บทที่ 141 ทำไมเป็นเขา?
ย่านการค้าหุบเขาหงเย่
ผู้คนบนถนนดูบางตา ไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่นัก
หลู่ฉางเซิงอุ้มบุตรสาว หลู่ชิงจู๋ และเดินเล่นในย่านการค้ากับภรรยา หลู่เมี่ยวเก๋อ
"ชิงจู๋ ลูกชอบของเล่นชิ้นนี้ไหม?"
หลู่เมี่ยวเก๋อมัดผมขึ้น ใบหน้าของนางดูสวยงามและอ่อนโยน นางถือของเล่นชิ้นหนึ่ง และถามบุตรสาว
"หืม"
หลู่ชิงจู๋มองสองสามครั้ง และตอบกลับ
"ดูเหมือนว่านางไม่ชอบสินะ?"
หลู่ฉางเซิงเห็นบุตรสาวเป็นแบบนี้ เขาก็ยิ้มพูด
บุตรสาวของเขาอายุสองขวบแล้ว
นางน่ารักมาก
แค่นิสัยของนางค่อนข้างเฉื่อยชา
นางไม่ร้องไห้ ไม่งอแง และเชื่อฟัง
ขนาดหลู่ฉางเซิงบีบแก้มนาง นางก็แค่มองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ
นางแตกต่างจากหลู่ชิงซานที่ซุกซนมาก
"นั่นไม่ใช่คุณหนูเมี่ยวเก๋องั้นหรือ? ลูกของนางโตขนาดนี้แล้ว?"
"มิน่าล่ะ นักสร้างยันต์หลู่ถึงได้จงรักภักดีต่อตระกูลหลู่ ดูเหมือนว่าตระกูลหลู่จะลงทุนมากเลยสินะ?"
ตอนนี้ มีบุรุษสตรีหลายคนเดินเข้ามา
บุรุษหนุ่มสวมชุดสีฟ้า เห็นหลู่ฉางเซิงกับหลู่เมี่ยวเก๋อ เขาก็ยิ้ม และพูดติดตลก
"นายน้อยอวี้ พวกเรารู้จักกันดีขนาดนั้นเลยหรือ?"
หลู่ฉางเซิงหันไปมอง และพูดอย่างใจเย็น
บุรุษหนุ่มสวมชุดสีฟ้าผู้นี้ คือนายน้อยสามของตระกูลอวี้ อวี้หนิงหยวน ที่เคยชวนเขาเข้าร่วมตระกูลอวี้
สำหรับนายน้อยสามของตระกูลอวี้ผู้นี้ เขาไม่ได้รู้สึกดีกับอีกฝ่าย
หรือต้องบอกว่า เขารู้สึกไม่ดีกับตระกูลอวี้เลย!
เพราะเขาคาดเดาว่า เรื่องที่หลู่เมี่ยวเก๋อถูกทำร้าย และเรื่องที่เขาถูกทำร้ายตอนที่เขากลับบ้าน มันน่าจะเกี่ยวกับตระกูลอวี้
ตอนนั้นนายน้อยสามของตระกูลอวี้มาที่ย่านการค้าเก้ามังกร เพื่อชวนเขาเข้าร่วมตระกูลอวี้ เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับอีกฝ่ายก็เป็นได้
เรื่องพวกนี้ เขายังจำได้ดี
หากพอเขามีพลังมากพอ เขาจะจัดการเรื่องพวกนี้ทั้งหมด
"เฮอะ!"
อวี้หนิงหยวนเห็นหลู่ฉางเซิงไม่ให้เกียรติเขา สีหน้าของเขาก็มืดมน
แต่เขาก็แค่นเสียงเย็นชา
เพราะย่านการค้าหุบเขาหงเย่ ก็ถือว่าเป็นย่านการค้าของตระกูลเขา
ตอนนี้ย่านการค้าเพิ่งเปิด
เขาจะไม่ทะเลาะกับคนอื่นในย่านการค้า เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของย่านการค้า
ไม่อย่างนั้น การที่หลู่ฉางเซิงทำให้เขาขายหน้ เขาคงไม่ยอมปล่อยหลู่ฉางเซิงไปง่ายๆ แน่นอน
"หลู่ฉางเซิง..."
หลังจากที่อวี้หนิงหยวนจากไป เขาก็หันกลับมามองหลู่ฉางเซิง
ในใจเขารู้ว่าหลู่ฉางเซิงไม่ธรรมดา
ตอนนั้นหลู่ฉางเซิงช่วยหลู่เมี่ยวเก๋อ แถมยังรอดจากการซุ่มโจมตีของเขา
ในการต่อสู้ระหว่างตระกูลหลู่ ตระกูลไป๋ และหุบเขาหงเย่ หลู่ฉางเซิงก็มีบทบาทสำคัญมาก
เขารู้ว่าหลู่ฉางเซิงไม่ใช่คนที่เขาจะสามารถจัดการได้ง่ายๆ
"ฉางเซิง เจ้าต้องระวังตระกูลอวี้"
หลู่เมี่ยวเก๋อพูดกับหลู่ฉางเซิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
ถึงตระกูลหลู่ ตระกูลไป๋ ตระกูลเจิ้ง และตระกูลอวี้ จะร่วมมือกันสร้างย่านการค้าหุบเขาหงเย่
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นที่หุบเขาหงเย่ มันทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจ
"พี่สาวเมี่ยวเก๋อ ข้ารู้แล้ว"
หลู่ฉางเซิงพยักหน้า
ตอนนี้เขาก็ถือว่าเป็นคนสำคัญของตระกูลหลู่แล้ว เขารู้เรื่องต่างๆ ในตระกูล
พวกเขาทั้งสองเดินเล่นได้สักพัก ก็พาบุตรสาวกลับไปยังร้านยันต์หลู่
ส่วน 'ร้านยันต์ผิงอัน' ของเขา ทุกเดือนเขาจะไปดูบัญชี และมอบยันต์ให้ร้านค้า
ถ้าไม่มีเวลา เขาก็จะให้หลู่เมี่ยวเก๋อช่วยดูแล
เพราะตอนนี้ ย่านการค้าหุบเขาหงเย่ไม่มีคนมากนัก
รายได้หลักของร้านค้า มาจากยันต์ขั้นสุดยอดสองสามแผ่นของเขา นอกจากนั้น มันก็ไม่ได้มีอะไรอื่นที่น่าสนใจ
"ชิงจู๋ ทำไมเจ้ายังไม่นอนอีก?"
พอกลับมาถึงร้านยันต์ ชั้นสาม หลู่ฉางเซิงเห็นบุตรสาวนอนคว่ำอยู่บนอกเขาเงียบๆ เขาคิดว่านางหลับไปแล้ว
แต่พอมองดูดีๆ เขาก็พบว่าดวงตาที่สดใสของนางกำลังมองเขาอยู่
"ท่านพ่อ ข้ายังไม่ง่วงเจ้าค่ะ"
หลู่ชิงจู๋พูดด้วยน้ำเสียงที่น่ารัก
นางซบอยู่บนอกหลู่ฉางเซิง และเอาแก้มไปถูๆ เบาๆ
"ลูกหิวหรือไม่?"
เห็นบุตรสาวน่ารักแบบนี้ หลู่ฉางเซิงก็รู้สึกพอใจและรู้สึกเอ็นดูนางมาก เขาจึงกอดนางเบาๆ
"อือ"
เด็กสาวคิดอยู่ครู่หนึ่ง และพยักหน้า
"เจ้าหิว ทำไมไม่บอก? เจ้าเด็กโง่"
หลู่ฉางเซิงได้ยิน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
เขารีบหยิบขวดนมและขวดหยกสองสามขวดออกมาจากถุงเก็บของ
ข้างในมีน้ำค้างจิตวิญญาณ น้ำผึ้งจิตวิญญาณ และนมสัตว์อสูร
ในฐานะบิดาของลูกๆ มากกว่าร้อยคน เขามีถุงเก็บของใบหนึ่งโดยเฉพาะ ที่ใช้เก็บอาหารของลูกๆ
หลู่ฉางเซิงผสมนมสัตว์อสูร และป้อนนมให้บุตรสาวอย่างชำนาญ
แต่เด็กอายุเท่านี้ สามารถถือขวดนมเองได้แล้ว
หลู่เมี่ยวเก๋อมองหลู่ฉางเซิงที่กำลังป้อนนมให้บุตรสาว นางมองด้วยความรักได้สักพัก นางก็ไปที่ห้องสร้างยันต์ เพื่อวาดยันต์
เมื่อปีที่ผ่านมา นางก็สามารถวาดยันต์ขั้นสุดยอดได้แล้ว
แต่จนถึงตอนนี้ โอกาสสำเร็จก็ยังไม่สูงมากนัก
การวาดยันต์ขั้นสุดยอด นางยังขาดทุนอยู่
แน่นอน หลู่ฉางเซิงเองก็ได้แนะนำนางเรื่องการวาดยันต์
แต่ผลลัพธ์การสอนแบบนี้มีจำกัด นางต้องพึ่งพาตัวเอง
เรื่องนี้ทำให้หลู่ฉางเซิงรู้สึกว่า การสอนลูกๆ วาดยันต์และสร้างหุ่นเชิด มันคงยากมาก
ช่วงแรกๆ อาจจะใช้เงินแก้ปัญหาได้
แต่ถ้าไม่มีพรสวรรค์ มันก็ยากที่จะฝึกฝนให้เก่ง
ในขณะที่หลู่ฉางเซิงกำลังป้อนนมให้บุตรสาว เขาก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง
เขาหยิบยันต์ออกมาจากถุงเก็บของ
มีแสงจางๆ ปรากฏขึ้นบนยันต์
"ซีเยว่มาถึงย่านการค้าหุบเขาหงเย่แล้วหรือ?"
นี่คือยันต์รับรู้
ขอเพียงแค่เปิดใช้งานยันต์ส่งข้อความ ยันต์รับรู้ก็จะตอบสนอง
แต่นี่เป็นแค่ยันต์รับรู้ระดับหนึ่ง ระยะการรับรู้มีจำกัด
เพราะฉะนั้น หลู่ฉางเซิงจึงรู้ทันทีว่าเซียวซีเยว่มาถึงย่านการค้าหุบเขาหงเย่แล้ว
เขารีบไปที่ห้องสร้างยันต์ และบอกหลู่เมี่ยวเก๋อว่าเขาจะออกไปข้างนอก
จากนั้นก็อุ้มบุตรสาว และไปที่ประตูย่านการค้าหุบเขาหงเย่
…
หนึ่งเค่อ(15 นาที) ต่อมา
หลู่ฉางเซิงมาถึงประตูย่านการค้า
เขาเห็นเซียวซีเยว่ที่สวมชุดยาวสีขาวนวล รูปร่างสูงเพรียว และมีกลิ่นอายอันสูงส่ง
"ซีเยว่"
หลู่ฉางเซิงเข้าไปหาเซียวซีเยว่ และตะโกน
ตอนที่พวกเขาแยกจากกัน เซียวซีเยว่บอกว่าการเรียกสหายเต๋า มันดูห่างเหิน
เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงเปลี่ยนคำเรียกขาน
"ฉางเซิง"
เซียวซีเยว่ที่หน้าตาเย็นชาและหยิ่งผยอง พอเห็นหลู่ฉางเซิง ดวงตาที่สวยงามของนางก็มีความอ่อนโยน และนางก็ยิ้มออกมา
"นี่คือบุตรสาวของเจ้าหรือ?"
เซียวซีเยว่เห็นหลู่ชิงจู๋ที่กำลังดูดนมอยู่ในอ้อมแขนของหลู่ฉางเซิง นางก็ยิ้มถาม
นางรู้ว่าหลู่ฉางเซิงมีภรรยาและลูกๆ มากมาย
แต่นางไม่คิดว่าหลู่ฉางเซิงจะพาลูกมาที่ย่านการค้า
มันทำให้นางไม่รู้จะพูดอะไรดี?
นางได้แต่บอกว่าหลู่ฉางเซิงรักลูกๆ ของเขามากจริงๆ
"ใช่ นี่คือหลู่ชิงจู๋ บุตรสาวของข้า"
"ชิงจู๋ นี่คือท่านป้าซีเยว่"
หลู่ฉางเซิงแนะนำพวกเขาทั้งสองอย่างใจเย็น
"อือๆๆ...ท่านป้า"
เด็กสาวทำตาปริบๆ และเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอันน่าชัง
ที่เขาชิงจู๋ นางมีท่านป้ามากมาย เพราะฉะนั้น นางจึงพูดได้บ้าง
แต่นางยังพูดไม่ชัด
"น่ารักจริงเชียว"
เซียวซีเยว่มองเด็กสาวที่กำลังดูดนม และยิ้มออกมา
หนึ่งคือเด็กคนนี้น่ารักจริงๆ
สองคือเมื่อรักบ้านหลังนี้ ก็ต้องรักอีกาที่เกาะอยู่บนหลังคาบ้านด้วย
(爱屋及乌/愛屋及烏 ài wū jí wū แปลตรงๆคือ รักบ้านรวมถึงอีกา ความหมายคือ รักใครก็รักคนหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วย)
จากนั้น พวกเขาทั้งสองก็พูดคุยกัน และเดินเข้าไปในย่านการค้าหุบเขาหงเย่
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น
"เป็นเขา!?"
มีเงาหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในอากาศ พอเห็นหลู่ฉางเซิง ดวงตาที่สวยงามของนางก็มีแววตื่นตกใจ งุนงง อับอาย โทสะและไม่อยากจะเชื่อ
เหมือนกับตอนต้วนอี้รู้ว่าคนที่เขารัก คือพี่สาวต่างมารดาของเขา
(จากเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้านะคะ)
แต่สุดท้ายเขาก็พบว่าเขาไม่ใช่ลูกของบิดา แต่เป็นลูกที่มารดาของเขามีชู้กับคนอื่น
"คนรักของซีเยว่ ทำไมถึงเป็นเขาไปได้!?"
อวิ๋นว่านฉางที่สวมชุดหลากสี ยืนนิ่งอยู่กลางอากาศ
นางมองบุรุษหนุ่มที่กำลังพูดคุยกับศิษย์ของนางอย่างมีความสุข นางรู้สึกตกใจและสับสนมาก
ในใจนางมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
หลังจากที่เซียวซีเยว่จากไป นางก็เป็นห่วงเซียวซีเยว่
นางอยากจะดูว่าคนรักที่ศิษย์ของนางเลือก เป็นอย่างไร?
เพราะความรักครั้งนี้ มันเกี่ยวข้องกับอนาคตของศิษย์นาง
ในฐานะอาจารย์ นางต้องสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง
เพราะฉะนั้น นางจึงตามเซียวซีเยว่มา และเตรียมจะเฝ้าดูสถานการณ์
แต่นางไม่คิดว่าคนรักของศิษย์ของนาง จะเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมปราณที่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนาง!
เรื่องนี้ทำให้นางตกใจ งุนงง อับอาย โทสะ และอยากจะฆ่าหลู่ฉางเซิง แต่นางไม่รู้จะทำอย่างไรดี?
ไม่นาน
"ชะตากรรมช่างเล่นตลกจริงๆ"
อวิ๋นว่านฉางมองพวกเขาทั้งสองที่เดินจากไป นางยิ้มอย่างจนใจ และถอนหายใจยาวๆ
เมื่อกี้นางโกรธมาก นางเกือบจะใช้กระบี่ฆ่าหลู่ฉางเซิงไปแล้ว
แต่นึกถึงเรื่องในอดีต นางก็ไม่สามารถโทษหลู่ฉางเซิงได้
เพราะมันเป็นความผิดของนางเอง
ยิ่งนางไม่สามารถทำแบบนั้นได้
เพราะเซียวซีเยว่ตัดสินใจมาอยู่หลู่ฉางเซิงด้วยตัวนางเอง นางจะฆ่าเขาได้อย่างไร ใช่ไหม?
ยิ่งจากท่าทางของเซียวซีเยว่ เห็นได้ชัดว่านางชอบหลู่ฉางเซิงเข้าแล้ว
ความรักมันเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก
ตอนนี้ความรักเริ่มต้นขึ้น นางได้แต่ปล่อยให้เซียวซีเยว่จัดการเอง
แบบนี้ ถ้านางฆ่าหลู่ฉางเซิงเพราะความโกรธ นางก็เหมือนกับทำลายอนาคตของศิษย์นาง
"เฮ้อ..."
อวิ๋นว่านฉางถอนหายใจยาวๆ อีกครั้ง
จิตใจของนางสับสนมาก
เดิมทีนางคิดว่าถ้าหลู่ฉางเซิงมีความสามารถ และสามารถทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานได้ภายในยี่สิบหรือสามสิบปี นางจะให้โอกาสเขา
และพาเขาเข้าร่วมนิกายชิงอวิ๋น
การสร้างแก่นทองคำที่แท้จริง มันยากมาก และไร้ซึ่งความหวัง
แต่ด้วยความช่วยเหลือของนาง การสร้างแก่นทองคำเทียม มันก็ยังพอมีหวังอยู่บ้าง
แบบนี้ เขาก็มีคุณสมบัติที่จะเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของนาง
ต่อไป พวกเขาทั้งสองสามารถบำเพ็ญเพียรแบบคู่รัก ด้วยปราณวิญญาณที่นางทิ้งไว้ในร่างกายของหลู่ฉางเซิง พวกเขาอาจจะสามารถพัฒนาต่อไปได้
แต่ตอนนี้ พอเห็นว่าหลู่ฉางเซิงกลายเป็นคนรักของเซียวซีเยว่ แผนการนี้ของนางก็พังทลายลง
ถึงแม้เซียวซีเยว่จะฝึกฝนเคล็ดวิชาลืมรักไท่ซ่างสำเร็จ และผ่านความรักครั้งนี้ รวมถึงได้หลงลืมความรักครั้งนี้ นางก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้อีกต่อไป
ไม่อย่างนั้น อาจารย์กับศิษย์มีสามีคนเดียวกัน มันคงเป็นเรื่องตลก!
นางเป็นถึงปรมาจารย์แก่นทองคำเชียวนะ คิดว่านางจะไม่สนใจชื่อเสียงของนางหรือไง?
"แต่เมื่อกี้ข้าเห็นว่าเขามีลูก แสดงว่าเขาเลิกบำเพ็ญเพียรแล้วงั้นหรือ?"
อวิ๋นว่านฉางนึกถึงหลู่ฉางเซิงที่กำลังอุ้มลูก นางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ถ้าผู้ฝึกตนเซียนสามารถรักษาพลังหยินหยางไว้ได้ มันจะเป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรในช่วงแรกๆ
นี่คือเหตุผลที่ผู้ฝึกตนเซียนส่วนใหญ่ในวัยหนุ่มสาว จะไม่แต่งงาน
"เขามีแค่รากจิตวิญญาณระดับแปด ถึงตอนนั้นเขาจะได้โอกาส และทะลวงขอบเขตพร้อมกับข้า แต่การทะลวงขอบเขตสร้างรากฐาน มันก็ยังยากลำบากมาก"
"ยิ่งซีเยว่เคยไปยังเขาชิงจู๋ ข้าจำได้ว่าเขาชิงจู๋เป็นตระกูลผู้ฝึกตนเซียนที่มีผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐาน ถ้าเขาเป็นคนของตระกูลนี้ และพรสวรรค์ของเขาไม่ดี เขาก็ได้แต่แต่งงาน มีลูก และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขสินะ?"
อวิ๋นว่านฉางพึมพำเบาๆ
พอเห็นว่าหลู่ฉางเซิงแต่งงานและมีลูกแล้ว ในใจนางก็รู้สึกผิดหวังและไม่พอใจ
"หืม! เขาแต่งงานและมีลูกแล้ว ยังจะมาทำแบบนี้กับซีเยว่อีก!"
อวิ๋นว่านฉางมีสีหน้าที่เย็นชา
"ไม่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้ซีเยว่บอกว่า การที่นางสามารถหนีจากผู้ฝึกตนหายนะขอบเขตสร้างรากฐานได้ ก็เพราะความช่วยเหลือจากเขา"
"ยิ่งซีเยว่ขอให้ข้ากลั่นโอสถจินอู๋ ก็เพื่อช่วยเขาในการทะลวงขอบเขตสร้างรากฐาน แสดงว่า...พลังบ่มเพาะของเขา ถึงขอบเขตหลอมปราณขั้นสูงสุดแล้วสิ ใช่ไหม?"
ในขณะถัดมา อวิ๋นว่านฉางก็นึกอะไรขึ้นได้
เพราะหลู่ฉางเซิงมีหยกกลมกลืนที่นางมอบให้
เพราะฉะนั้น เมื่อกี้นางจึงไม่ได้สนใจพลังบ่มเพาะของหลู่ฉางเซิง
ยิ่งเพราะอารมณ์ต่างๆ ทำให้นางลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
ตอนนี้นึกถึงเรื่องนี้ นางก็รู้สึกประหลาดใจ
นางมองพวกเขาทั้งสองที่กำลังจะจากไป และรีบตามไป
จากนั้นก็มองหลู่ฉางเซิง ดวงตาที่สวยงามของนางเปล่งประกาย
"ขอบเขตหลอมปราณขั้นเก้า!"
"ไม่น่าเชื่อ! ปราณวิญญาณของเขาบริสุทธิ์มาก และมีกลิ่นอายอันแข็งแกร่งแฝงอยู่"
"พลังชีวิตของเขาก็แข็งแกร่งอย่างยิ่ง เหมือนกับสัตว์อสูร"
"นี่มัน..."
อวิ๋นว่านฉางใช้เวท และดูพลังบ่มเพาะของหลู่ฉางเซิง
ในใจนางตกใจมาก
"ผ่านไปแค่แปดปีเองนะ?"
"รากจิตวิญญาณระดับแปด แปดปี จากขอบเขตหลอมปราณขั้นหกสูงสุด ถึงขอบเขตหลอมปราณขั้นเก้า"
"ความเร็วแบบนี้ ถือว่าพอรับได้ แต่พลังบ่มเพาะของเขา ไม่เพียงแต่ปราณวิญญาณของเขาจะแข็งแกร่ง เขายังฝึกฝนทั้งร่างกายและปราณวิญญาณอีกด้วย..."
อวิ๋นว่านฉางรู้สึกประหลาดใจและไม่อยากจะเชื่อ
สถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์ของนิกายชิงอวิ๋น มันคือเรื่องปกติ
แต่มันเกิดขึ้นกับหลู่ฉางเซิง ทำให้นางรู้สึกเหลือเชื่อ
"ฟู่—!"
อวิ๋นว่านฉางมองหลู่ฉางเซิง และยืนยันว่านางไม่ได้ดูผิด นางถอนหายใจยาวๆ
ในฐานะปรมาจารย์แก่นทองคำ ปกตินางจะไม่หวั่นไหว ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร
ขนาดตอนที่นางรู้เรื่องของเซียวซีเยว่ นางก็แค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย และมีสีหน้าเย็นชาเช่นเดิม
แต่พอเจอหลู่ฉางเซิง ในเวลาสั้นๆ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปสองครั้ง และจิตใจของนางก็ปั่นป่วน
…
ในขณะที่อวิ๋นว่านฉางกำลังสังเกตหลู่ฉางเซิง
หลู่ฉางเซิงก็รู้สึกเหมือนมีคนกำลังแอบมองเขา
เขาหันกลับมามอง และมองไปรอบๆ
แต่รอบๆ ตัวเขามีแค่คนไม่กี่คน
ไม่มีอะไรผิดปกติ
แต่หลู่ฉางเซิงเชื่อสัญชาตญาณของเขา
เขารู้ว่าความรู้สึกแบบนี้ แสดงว่ามีคนกำลังแอบมองเขาจริงๆ
ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่รู้สึกแบบนี้แน่นอน
"หรือว่าจะเป็นบรรพชนอวี้?"
เพราะเรื่องของนายน้อยสามตระกูลอวี้ ทำให้หลู่ฉางเซิงสงสัยตระกูลอวี้
เขาจำได้ว่าตอนนี้บรรพชนอวี้กำลังดูแลย่านการค้า
แต่เขารู้สึกว่าไม่น่าจะใช่
อีกฝ่ายจะแอบมองเขาไปทำไม?
ยิ่งเขามาที่ย่านการค้าหุบเขาหงเย่นานขนาดนี้แล้ว ถ้าบรรพชนอวี้จะแอบมองเขา เขาก็คงแอบมองไปนานแล้ว
คงไม่รอจนถึงตอนนี้หรอก ถูกต้องไหม?
เขามองเซียวซีเยว่
เขาสงสัยว่าจะมีคนมาเล่นงานเซียวซีเยว่อีกแล้วหรือไม่?
"ฉางเซิง เกิดอะไรขึ้น?"
เซียวซีเยว่เห็นหลู่ฉางเซิงมีท่าทีแปลกๆ นางก็ถามออกมา
"เมื่อกี้ข้ารู้สึกเหมือนมีคนกำลังแอบมองข้า"
"ซีเยว่ ระหว่างทางที่เจ้ามาที่นี่ เจ้าเจอเรื่องอะไรแปลกๆ หรือไม่?"
หลู่ฉางเซิงไม่ได้มองไปรอบๆ อีกต่อไป และส่งกระแสจิตไปหาเซียวซีเยว่
"ฉางเซิง เจ้าหมายความว่ามีคนกำลังตามข้ามางั้นหรือ?"
"ระหว่างทาง ข้าไม่ได้เจอเรื่องอะไรแปลกๆ เลย"
เซียวซีเยว่ได้ยิน นางก็เข้าใจความหมายของหลู่ฉางเซิงทันที นางระวังตัวมากขึ้น และมองไปรอบๆ
"งั้นหรือ?"
หลู่ฉางเซิงสูดหายใจเข้าลึกๆ
เขารู้ว่าเซียวซีเยว่ฝึกฝนเคล็ดวิชาลืมรักไท่ซ่าง
สัญชาตญาณของนางดีกว่าเขามาก
ในเมื่อเซียวซีเยว่ไม่ได้รู้สึกอะไร
แสดงว่าคนผู้นี้ไม่ได้มาเพราะเซียวซีเยว่
หรืออีกฝ่ายอาจจะมีพลังบ่มเพาะที่สูงส่งมาก ทำให้เซียวซีเยว่ไม่รู้สึกอะไรเลยระหว่างทาง
"ฉางเซิง เดี๋ยวพวกเราค่อยเจอกันนะ"
ตอนนี้ เซียวซีเยว่ก็นึกอะไรขึ้นได้ นางเม้มริมฝีปากและเอ่ยเบาๆ
จากนั้นนางก็เดินออกจากย่านการค้า
"หืม?"
หลู่ฉางเซิงเห็นเซียวซีเยว่กำลังจะจากไปทันที เขาไม่รู้ว่านางหมายความว่ายังไง?
แต่เขาก็เดาได้ทันทีว่า เซียวซีเยว่น่าจะรู้แล้วว่ามีคนกำลังแอบมองพวกเขา
"ได้ ข้าจะพาลูกกลับไปก่อน"
หลู่ฉางเซิงพยักหน้าและพูด
เขาเตรียมจะพาบุตรสาวกลับไป และให้หลู่เมี่ยวเก๋อดูแลนาง
ไม่อย่างนั้น หากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน การอุ้มลูก มันจะไม่สะดวก
"เด็กคนนี้ระวังตัวมากจริงๆ"
"ดูเหมือนซีเยว่จะเดาได้แล้วว่าเป็นข้าสินะ?"
อวิ๋นว่านฉางที่ซ่อนตัวอยู่ข้างถนน มองพวกเขาทั้งสองที่แยกจากกัน สีหน้าของนางกลับมาสงบนิ่ง
นางรู้ว่าการกระทำของนาง ทำให้หลู่ฉางเซิงระวังตัว
ทำให้เซียวซีเยว่เดาได้ว่าคนที่แอบมองพวกเขา คือนาง
"ซีเยว่ เป็นข้าเอง"
เพื่อไม่ให้ศิษย์ของนางต้องกังวล อวิ๋นว่านฉางก็ไม่ได้ปิดบัง นางส่งกระแสจิตไปหาเซียวซีเยว่โดยตรง
"ท่านอาจารย์ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ?"
เซียวซีเยว่ได้ยินเสียงของท่านอาจารย์ นางก็โล่งใจ และถามเบาๆ
เหมือนกับว่ากำลังพูดคนเดียว
แต่อวิ๋นว่านฉางได้ยินเสียงนี้ชัดเจน
นางพูดตรงๆ "ก่อนหน้านี้เจ้าเจออันตรายตอนที่เจ้าออกมาผจญภัย ยิ่งเรื่องความรัก มันสำคัญมาก ข้าเป็นห่วงเจ้า ข้าจึงมาดู"
"ขอบคุณท่านอาจารย์มากเจ้าค่ะ"
เซียวซีเยว่พยักหน้าเล็กน้อย และเข้าใจความหวังดีของท่านอาจารย์
"เจ้าหาที่สักที่ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า"
อวิ๋นว่านฉางส่งกระแสจิตไปหาเซียวซีเยว่
"เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์"
จากนั้น เซียวซีเยว่ก็เห็นร้านสุราแห่งหนึ่ง
นางเข้าไป และจองห้องส่วนตัว
อวิ๋นว่านฉางก็ตามเซียวซีเยว่มาที่ห้อง และปรากฏตัวขึ้น
"ท่านอาจารย์"
เซียวซีเยว่เห็นอวิ๋นว่านฉาง นางก็รีบคารวะ
"บุรุษคนนั้นเมื่อกี้ คือคนรักของเจ้าสินะ?"
อวิ๋นว่านฉางถามอย่างใจเย็น
"เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์"
เซียวซีเยว่พยักหน้า
"เล่าเรื่องของเจ้ากับเขาให้ข้าฟังหน่อยสิ"
อวิ๋นว่านฉางถาม