- หน้าแรก
- จะบ่มเพาะไปทำไม? ในเมื่อแค่มีลูกหลานก็เป็นเซียนได้!
- บทที่ 81 เซียนจื่อ โปรดสำรวม!
บทที่ 81 เซียนจื่อ โปรดสำรวม!
บทที่ 81 เซียนจื่อ โปรดสำรวม!
บทที่ 81 เซียนจื่อ โปรดสำรวม!
หลู่ฉางเซิงใช้ยันต์เหาะเหินบินสุดกำลัง และมาถึงถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายลี้
เขาใช้ยันต์ชำระล้างตรวจสอบตัวเอง เพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่?
หลังจากแน่ใจว่าไม่มีปัญหา เขาก็เริ่มตรวจสอบของในถุงเก็บของสองใบ
ข้างในมีหินวิญญาณทั้งหมดสามร้อยหกสิบสองก้อน
อาวุธวิเศษขั้นต้นสามชิ้น และอาวุธวิเศษขั้นกลางหนึ่งชิ้น
โอสถจำนวนหนึ่ง
สมุนไพรจำนวนหนึ่ง
ยันต์จำนวนหนึ่ง
และของจุกจิกอื่นๆ อีกมากมาย
หลู่ฉางเซิงประเมินคร่าวๆ ของพวกนี้มีค่าประมาณหกถึงเจ็ดร้อยหินวิญญาณ
รวมกับชุดคลุมวิเศษ รองเท้าวิเศษ กระบี่ โล่ป้องกัน ดาบโค้ง และอาวุธวิเศษสำหรับบินที่เขาได้มาเมื่อกี้
พวกมันมีค่ามากกว่าพันหินวิญญาณ!
ถือว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย
เขารู้สึกดีใจมาก
เหล่าโจรก็มีความแตกต่างเช่นกันสินะ?
การเป็นโจรในย่านการค้าเก้ามังกร ย่อมร่ำรวยกว่าการเป็นโจรที่เขาหนิวโถว
แน่นอนว่า อันตรายก็มากกว่าเช่นกัน
หลู่ฉางเซิงหยิบยันต์ชำระล้างขั้นสูงออกมา และใช้กับของพวกนี้ เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่?
และยันต์ชำระล้างก็มีผลกับของสามชิ้น
เขาจึงทำลายและทิ้งของสามชิ้นนี้ และของน่าสงสัยอื่นๆ ที่เขาไม่รู้จัก จากนั้นก็หนีไปที่อื่น
เพราะการวิ่งหนี อาจจะทิ้งร่องรอยและกลิ่นอายไว้ และยังเปลืองปราณวิญญาณกับพละกำลัง
หลู่ฉางเซิงจึงใช้ยันต์หายตัวร้อยลี้โดยตรง
ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็มีแสงสว่างปกคลุม เขาหายตัวไปในดิน และพุ่งออกไป
ไม่นาน หลู่ฉางเซิงก็ปรากฏตัวขึ้นอีกจุด ห่างออกไปหลายสิบลี้
"เฮ้อ!"
หลู่ฉางเซิงเพิ่งออกมาจากดิน และพยายามสูดอากาศบริสุทธิ์
จู่ๆ เขาก็ได้กลิ่นเหม็นทันที
"กร๊อบ!"
พอหันไปมอง เขาก็เห็นหมูป่าสีดำสูงประมาณสามเมตร ยาวประมาณหกเมตร ขนเหมือนเข็มสน กำลังมองเขาอยู่ ปากและจมูกของมันพ่นควันสีขาวออกมา เขี้ยวของมันแหลมคมและดูน่ากลัว
"สัตว์อสูร!"
หลู่ฉางเซิงเห็นหมูป่าตัวนี้ เขาก็รู้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา แต่มันคือสัตว์อสูร!
"กร๊อบ!"
ก่อนที่เขาจะมองมากนัก หมูป่าตัวนี้ก็คำราม เขี้ยวสองข้างมีแสงสีดำจางๆ และพุ่งเข้าใส่เขา
หลู่ฉางเซิงเห็นแบบนั้น เขาก็รีบใช้ยันต์ขั้นต้นและยันต์ขั้นกลางทันที
ยันต์เปล่งแสง และกลายเป็นม่านน้ำกับม่านแสง ปกป้องเขารอบด้าน
จากนั้น ก็มีเถาวัลย์และคุกดินปรากฏขึ้น กักขังหมูป่า และมีลูกไฟ ใบมีดลม และลูกศรโจมตีหมูป่า
"ตูมๆๆ!"
"แอ๊กๆๆ!"
หลังจากถูกยันต์ยี่สิบกว่าแผ่นโจมตี ก่อนที่หมูป่าจะเข้าใกล้หลู่ฉางเซิง มันก็ร้องเสียงดัง ร่างกายไหม้เกรียม เลือดไหลอาบ และล้มลง
"นี่น่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต้น ถ้าข้าใช้กระบี่รับมือกับมัน ข้าคงฆ่ามันได้"
"แบบนี้มันสิ้นเปลืองเกินไป"
หลู่ฉางเซิงมองหมูป่าที่ล้มลง และส่ายหน้าเล็กน้อย
ยันต์ที่เขาใช้ มีค่าหลายสิบหรือเกือบร้อยหินวิญญาณ
ส่วนหมูป่าตัวนี้ ถ้าเอาไปขาย คงขายได้แค่ร้อยกว่าหินวิญญาณ
ยิ่งหมูป่าตัวนี้ถูกยันต์โจมตีจนร่างกายมีบาดแผลมากมาย ถ้าเอาไปขาย ราคาย่อมลดลง
"ช่างมันเถอะ ของเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ไม่ต้องประหยัดหรอก"
"เพราะชีวิตมีแค่ครั้งเดียว ข้ายอมสิ้นเปลืองดีกว่าทำพลาด!"
หลู่ฉางเซิงปลอบใจตัวเอง และไม่ได้รู้สึกเสียดายอีกต่อไป
เขาหยิบกระบี่ออกมา หั่นหมูป่า และเก็บไว้ในถุงเก็บของ
ถุงเก็บของสามารถเก็บเนื้อสัตว์อสูรได้ไม่นาน ได้ประมาณแค่เจ็ดหรือแปดวัน จากนั้นเนื้อก็จะเน่าเสีย
แต่พอกลับไปที่เขาชิงจู๋ นอกจากกินเองแล้ว เขายังสามารถเอาไปให้สุนัขเก้าแดนยมโลกกินได้
สองปีมานี้ ส่วนใหญ่เขาจะให้สุนัขเก้าแดนยมโลกกินเนื้อธรรมดา บางครั้งก็ให้มันกินเนื้อสัตว์อสูรบ้าง
ไม่มีทางเลือก ถ้าให้มันกินเนื้อสัตว์อสูรทุกวัน เขาคงเลี้ยงไม่ไหว
ถ้าไม่กลัวเกิดเรื่องไม่ดี เขาคงหาภูเขาสักลูก และปล่อยให้สุนัขเก้าแดนยมโลกใช้ชีวิตเอง
รอจนกว่าสุนัขเก้าแดนยมโลกจะกลายเป็นจ้าวอสูร แล้วค่อยพาเขาโบยบิน
หลังจากทำความสะอาดร่องรอยรอบๆ หลู่ฉางเซิงก็เริ่มหาที่พักผ่อน
เขาตั้งใจจะพักผ่อนสักหนึ่งวัน และรอให้เหยี่ยวเหล็กฟื้นตัวในวันพรุ่งนี้แล้วค่อยกลับไป
ระหว่างนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เจอสัตว์อสูรตัวอื่น หลู่ฉางเซิงจึงระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก
สุดท้าย เขาก็เจอเสือโคร่งที่เป็นสัตว์อสูรในถ้ำแห่งหนึ่ง
หลู่ฉางเซิงหยิบยันต์ออกมา และฆ่าเสือโคร่งระดับหนึ่งขั้นต้นตัวนี้ จากนั้นก็เข้าไปในถ้ำ
เขาตั้งใจจะพักผ่อนที่นี่คืนนี้
"แค่พักผ่อนหนึ่งคืน คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกมั้ง?"
หลู่ฉางเซิงนอนอยู่บนพรมหนังเสือ และรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
ถึงการใช้ยันต์จะไม่เปลืองพลังมาก แต่การใช้ยันต์เยอะๆ ก็ทำให้จิตใจของเขาเหนื่อยล้า
เขาหยิบสุราร้อยดอกไม้ออกมาดื่มสองจิบ หยิบหินวิญญาณหนึ่งก้อนออกมา และเริ่มนั่งสมาธิ
รัตติกาลค่อยๆ คืบคลานเข้ามา
ตกดึก ในป่ามีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังอยู่ตลอดเวลา ฟังดูน่ากลัวมาก
ตอนนี้ บนภูเขาที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบลี้
"กวี๊ววว!"
นกอินทรีสีดำตัวใหญ่ที่มีขนสีดำสนิท กางปีกออกหลายจั้งบินลงมา
บนหลังนกอินทรี มีชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำยืนอยู่
บุรุษผู้นี้สวมชุดยาวสีดำ เหมือนกับว่าเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความมืด
เขากระโดดลงจากหลังนกอินทรี ดวงตาของเขาเปล่งประกายจางๆ ในความมืด และเริ่มตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบ
หลังจากตรวจสอบรอบๆ แล้ว โจวกวงหลงก็พึมพำเบาๆ "ดูเหมือนว่าจะพลาดสินะ? คุณชายที่เป็นแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่ กลับมีความสามารถมากขนาดนี้?"
จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปบนหลังนกอินทรี
นกอินทรีสีดำบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
ยังไม่ทันบินไปไกล ก็มีแสงสว่างเจิดจ้าอยู่ไกลๆ
แสงนี้สว่างมาก เหมือนกับดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น ทำให้ผู้คนไม่กล้ามองตรงๆ
"นั่นอะไร!?"
โจวกวงหลงที่อยู่บนหลังนกอินทรี มองไปยังแสงสว่าง
แต่ด้วยพลังขอบเขตหลอมปราณขั้นสูงสุดของเขา เขายังมองไม่ชัด
พอแสงจางลงเล็กน้อย เขาก็เห็นแสงหลากสีและพายุทอร์นาโดสีดำแดงพุ่งชนกัน และส่งเสียงดังเหมือนฟ้าร้อง
ตูมๆๆ!
แสงสองสายเคลื่อนที่ไปบนท้องฟ้า ชนกัน และสร้างคลื่นกระแทก
คลื่นกระแทกโจมตีภูเขาด้านล่าง ทำให้ภูเขาสั่นสะเทือน และถูกทำลาย
สัตว์อสูรในป่าต่างก็หวาดกลัว และวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง
"นี่คือ...ปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำกำลังต่อสู้กัน!"
ในที่สุดโจวกวงหลงก็มองเห็น ในแสงหลากสีและพายุทอร์นาโดสีดำแดง มีสตรีที่สวมชุดหลากสีและชายชราชุดแดงอยู่
พวกเขาทั้งสองต่อสู้กัน ทำให้ท้องฟ้าสว่างไสว และเมฆมากมายเคลื่อนตัว
"หนี ต้องรีบหนีออกจากที่นี่!"
เห็นแบบนั้น เขาก็เห็นปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำสองคนกำลังบินมาทางนี้ จึงรีบบอกให้นกอินทรีสีดำบินหนีออกจากที่นี่ทันที
แต่นกอินทรีสีดำที่อยู่ใต้เท้าของเขา เริ่มร้องเสียงดังด้วยความกลัว เพราะกลิ่นอายอันน่าเหรงขาม
"บัดซบ! เลี้ยงเจ้ามานานขนาดนี้ พอถึงเวลาสำคัญ เจ้ากลับใช้ไม่ได้"
โจวกวงหลงเห็นสัตว์อสูรคู่ใจของเขาตัวสั่น เขาก็อดไม่ได้ที่จะก่นด่าออกมา
แต่เขาก็รู้ดีว่า ถึงนกอินทรีสีดำของเขามีสายเลือดระดับสูง แต่มันก็เป็นแค่สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลายเท่านั้น
เผชิญหน้ากับกลิ่นอายอันน่ากลัวของปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำ มันย่อมต้องหวาดกลัวอยู่แล้ว
ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูร แม้แต่ตัวเขาเองก็หวาดกลัวมาก
เพราะนี่คือการต่อสู้ของปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำ
แค่คลื่นกระแทกเล็กน้อย เขาก็อาจจะตายหรือพิการได้
เขารีบบอกให้นกอินทรีสีดำลงจอด และเตรียมหาที่ซ่อนตัว
เพราะการอยู่บนท้องฟ้า มันอันตรายเกินไป
บางทีอาจจะถูกปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำสองคนนั้นเห็น และฆ่าเขาโดยไม่ตั้งใจ
บนท้องฟ้า สตรีชุดหลากสีถือกระบี่ แสงกระบี่พุ่งไปที่ใด ก็จะมีฝุ่นและหินปลิวว่อน
"ฮ่าๆๆ อวิ๋นว่านฉาง เจ้าหนีไม่พ้นหรอก เจ้าโดนเพลิงราคะของข้าแล้ว ยังไม่ยอมแพ้อีกหรือไง?"
ชายชราชุดแดงมีหมอกสีดำแดงปกคลุมรอบตัว ค่อยๆ กลายเป็นสีชมพู แสงกระบี่โจมตีเขา แต่กลับทะลุผ่านไป ไม่มีผลอะไร
"วู้ๆๆ——"
หมอกสีชมพูรอบตัวชายชราปั่นป่วน ทำให้เกิดลมแรง และปราณวิญญาณพลุ่งพล่าน
ในหมอกสีชมพู มีเสียงครางของบุรุษและสตรีดังขึ้น มันโจมตีจิตใจของผู้คน ทำให้ผู้คนมีความต้องการทางเพศ
"นี่คือปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำงั้นหรือ? ช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง!"
โจวกวงหลงเพิ่งลงจอด ก็มีคลื่นกระแทกพุ่งเข้ามาหาเขา
พลังที่น่ากลัวทำให้เลือดลมของเขาปั่นป่วน คลื่นกระแทกโจมตีพื้น ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่หลายจั้ง
ถึงเขาจะมีพลังขอบเขตหลอมปราณขั้นสูงสุด แถมยังฝึกฝนร่างกายด้วย แต่แค่คลื่นกระแทกเล็กน้อย ก็ทำให้เขารู้สึกถึงอันตราย
เขารีบวิ่งไปที่อื่น และมองคลื่นกระแทกบนท้องฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกคลื่นกระแทกโจมตี
ถ้าเขาตายแบบนี้ มันคงน่าเจ็บใจมากแน่นอน
หลังจากวิ่งไปได้สักพัก เขาก็เห็นกระจกโบราณปรากฏขึ้นเหนือหัวสตรีชุดหลากสีบนท้องฟ้า
กระจกโบราณนี้เปล่งแสงสีทอง เหมือนดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า และฉายแสงไปที่ชายชราชุดแดง
จากนั้นสตรีชุดหลากสีก็ฟันกระบี่ ทำให้เกิดสายฟ้าสีทองบนท้องฟ้า
"อ๊า——"
"อวิ๋นว่านฉาง เจ้าฝึกฝนเคล็ดวิชาควบคุมกระบี่สายฟ้าสำเร็จแล้ว!"
ชายชราชุดแดงเห็นสายฟ้าสีทอง เขาก็ร้องเสียงดัง และกระอักเลือดออกมา
"อวิ๋นว่านฉาง เคล็ดวิชาควบคุมกระบี่สายฟ้า? สตรีชุดหลากสีผู้นี้คือไฉอวิ๋นเจิ้นเหริน(อริยะเมฆาหลากสี) ของนิกายชิงอวิ๋น!"
"ชายชราชุดแดงเป็นใคร? กล้าลงมือกับไฉอวิ๋นเจิ้นเหรินในเขตนิกายชิงอวิ๋น!"
โจวกวงหลงที่อยู่ในป่า ได้ยินเสียงร้องของชายชรา เขาก็หวาดกลัวมาก
แต่ไม่นาน เขาก็เห็นชายชราชุดแดงเรียกเตาขนาดเล็กออกมา เปลวไฟสีแดงพุ่งออกมาจากเตา เหมือนกับฝนไฟที่ตกลงมาจากท้องฟ้า
โจวกวงหลงตกใจมาก และรีบหยิบอาวุธวิเศษรูปค้อนออกมา ทุบกำแพงภูเขา และสร้างถ้ำขึ้นมา จากนั้นก็เข้าไปซ่อนตัวในถ้ำ
พร้อมกันนั้น ก็หยิบอาวุธวิเศษรูปร่มออกมาปิดปากถ้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝนไฟตกลงมาใส่ตัว
"เซียนต่อสู้กัน คนธรรมดาต้องเดือดร้อน ข้า โจวกวงหลง ก็เป็นคนมีหน้ามีตา ผ่านอะไรมามากมาย"
"แต่ต่อหน้าปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำ ข้าเป็นเพียงแค่มดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้นสินะ?"
โจวกวงหลงหอบหายใจในถ้ำ
จากนั้น ข้างนอกก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ผ่านไปนาน เขาก็รู้สึกว่าข้างนอกเงียบเสียงลง
ตอนที่เขากำลังคิดว่าจะออกไปดีหรือไม่ เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังมาจากข้างนอก
"อวิ๋นว่านฉาง ตอนนี้เจ้าโดนเพลิงราคะของข้า ถ้าไม่ร่วมรักกับข้า เจ้าต้องตายแน่ๆ!"
"แค่เจ้ายอมร่วมรักกับข้า และใช้ร่างกายหยกของเจ้ารักษาอาการบาดเจ็บของข้า ช่วยข้าบำเพ็ญเพียร ข้า หูเหยียนเซี่ยว ยินดีสาบานว่า ต่อไปข้าจะจงรักภักดีต่อเจ้า!"
มีเสียงแหบแห้งดังขึ้น
"มารเฒ่าหงหลวน หูเหยียนเซี่ยว!"
(หงหลวน หรือหงส์แดง ตัวแทนของการแต่งงานที่มีความสุขและความโรแมนติก)
โจวกวงหลงได้ยินบทสนทนาข้างนอก เขาก็รู้ตัวตนของชายชราชุดแดงทันที
เขาคือปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำของอาณาจักรเจียง
เขาเป็นผู้ฝึกตนอิสระ แต่เพราะการกระทำที่โหดเหี้ยมของเขา เขาจึงถูกเรียกว่ามารเฒ่าหงหลวน
เขาไม่คิดว่ามารเฒ่าหงหลวนจะกล้าลงมือกับปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำของนิกายชิงอวิ๋น แถมยังอยากให้อีกฝ่ายร่วมรักกับเขาอีก
"เฮอะๆ เจ้าคิดไปเอง!"
มีเสียงที่เย็นชาและไพเราะดังขึ้น
"ถ้าเจ้าไม่ทำแบบนี้...เพลิงราคะจะเผาผลาญเจ้า พวกเราต้องตายที่นี่แน่ๆ"
"ในเคล็ดวิชาจำนวนมากของข้า มีเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรคู่ ถ้าเจ้ายอมเป็นภรรยาข้า ต่อไปพวกเราอาจจะทะลวงขอบเขตทารกวิญญาณก็เป็นได้!"
มารเฒ่าหงหลวนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอ
"ข้า...ข้ายอมตายดีกว่า...แฮกแฮก"
อวิ๋นว่านฉางพูดด้วยน้ำเสียงที่แสนเย็นชา แต่เสียงของนางดูเร่งรีบ และหอบหายใจมากขึ้น
"ตอนนี้เจ้าโดนเพลิงราคะของข้าแล้ว ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะทนได้นานแค่ไหน? แค่กๆๆ!"
มารเฒ่าหงหลวนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอและหดหู่
"เจ้า...เจ้ายังไม่ออกมาอีก..."
ตอนนี้ เสียงของอวิ๋นว่านฉางก็ดังขึ้น ดูเร่งรีบมากขึ้น และมีเสน่ห์มากขึ้น
โจวกวงหลงที่อยู่ในถ้ำรู้ดีว่า เซียนจื่อไฉหวินกำลังพูดถึงเขา
ถึงเขาจะมีพลังขอบเขตหลอมปราณขั้นสูงสุด แต่เขาก็ไม่สามารถปิดบังปรมาจารย์ขอบเขตแก่นทองคำได้
"ยังมีคนอื่นอีก? แค่กๆ"
มารเฒ่าหงหลวนพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
โจวกวงหลงเดินออกจากถ้ำ และเห็นสตรีที่สวมชุดผ้าโปร่งสีรุ้ง นอนอยู่บนพื้น
สตรีผู้นี้ดูเหมือนอายุยี่สิบหกหรือยี่สิบเจ็ดปี ผมยาวของนางถูกมัดเป็นมวย มีปิ่นปักผมทำจากแก้วปักอยู่ ใบหน้าที่งดงามของนางแดงก่ำ ดวงตาของนางดูพร่ามัว ริมฝีปากสีแดงของนางเปิดเล็กน้อย และหอบหายใจเบาๆ
ถึงเขาจะเคยได้ยินชื่อเสียงของนาง แต่ไม่เคยเจอตัวจริง
แต่ตอนนี้เขาก็รู้ว่า สตรีที่งดงามผู้นี้คือเซียนจื่อไฉหวิน(เทพธดาเมฆาหลากสี) อวิ๋นว่านฉาง ของนิกายชิงอวิ๋น
ส่วนชายชราชุดแดงที่นอนอยู่บนพื้นไม่ไกล
น่าจะเป็นมารเฒ่าหงหลวน
ตอนนี้มารเฒ่าหงหลวนดูน่าเวทนามาก
ไม่เพียงแต่กระอักเลือด บนหน้าอกของเขายังมีบาดแผลจากกระบี่ขนาดใหญ่ เห็นแสงกระบี่สีทองกำลังทำลายร่างกายเขา ทำให้กลิ่นอายของเขาปั่นป่วน และเขากำลังดิ้นรนอย่างเจ็บปวด
"ข้าเป็นผู้อาวุโสของนิกายชิงอวิ๋น อวิ๋นว่านฉาง คนนี้คือมารเฒ่าหงหลวน ถ้าเจ้าช่วยข้าสังหารเขา นิกายชิงอวิ๋นจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม ซูด ฮ่า ซี๊ด ฮ่า..."
อวิ๋นว่านฉางพูดกับโจวกวงหลง แต่ตอนนี้ใบหน้าของนางแดงก่ำ พูดได้ลำบากมาก
"เจ้าหนู อย่าไปฟังนาง นิกายชิงอวิ๋นจะให้ผลประโยชน์อะไรแก่เจ้าได้?"
"ข้าเห็นว่าเจ้าใกล้จะทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว เจ้าแค่พานางมาหาข้า และช่วยข้ารักษาอาการบาดเจ็บ หลังจากนั้น ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ และช่วยเจ้าทะลวงขอบเขตสร้างรากฐาน หรือแม้แต่ขอบเขตแก่นทองคำก็เป็นไปได้!"
มารเฒ่าหงหลวนเห็นแบบนั้น เขาก็รีบพูดทันที
โจวกวงหลงได้ยินคำพูดของคนทั้งสอง เขาก็หยุดเดิน มองอวิ๋นว่านฉาง และมองมารเฒ่าหงหลวน
"เจ้าหนู วางใจเถอะ ข้ายินดีสาบาน ถ้าเจ้ายอมช่วยข้า หลังจากนั้น ถึงข้าจะไม่สามารถรับประกันได้ว่าเจ้าจะทะลวงขอบเขตแก่นทองคำได้ แต่ข้ารับประกันว่าเจ้าจะสร้างแก่นทองคำปลอมได้อย่างแน่นอน!"
มารเฒ่าหงหลวนพูดต่อ
"ผู้อาวุโสพูดจริงหรือ?"
โจวกวงหลงได้ยิน เขาก็รู้สึกตื่นเต้น และถามออกมา
เขาเลือกเส้นทางโจร ก็เพื่อที่จะทะลวงขอบเขตสร้างรากฐาน และเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐาน
ส่วนขอบเขตแก่นทองคำ เขาไม่กล้าคิดถึงมันเลย
ตอนนี้พอได้ยินมารเฒ่าหงหลวนสัญญาว่า จะช่วยเขาสร้างแก่นทองคำปลอม เขาก็ตื่นเต้นมาก
เพราะนิกายชิงอวิ๋นไม่ได้อยู่ในแผนของเขา
ถ้าตัวตนและสิ่งที่เขาทำถูกนิกายชิงอวิ๋นรู้ ถึงพวกเขาจะไว้ชีวิตเขา เขาก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไร
"เจ้า...เจ้า...ทำไม...ถึงเชื่อ...คำพูดของมากเฒ่า...ซี๊ดดด..."
อวิ๋นว่านฉางเห็นโจวกวงหลงเลือกช่วยมารเฒ่าหงหลวน ดวงตาที่พร่ามัวของนางก็มีแววตื่นตระหนก และพูดอย่างเหนื่อยหอบ
"ข้า หูเหยียนเซี่ยว ไม่เคยผิดคำพูด ถ้าเจ้าไม่เชื่อ แค่กๆๆ ตอนนี้ข้าก็สาบานได้...ข้า หูเหยียนเซี่ยว ขอสาบาน วันนี้..."
มารเฒ่าหงหลวนนอนอยู่บนพื้น ไม่สามารถขยับได้ แต่เขายกมือขึ้น และเริ่มสาบาน
สำหรับผู้ฝึกตนเซียน ยิ่งขอบเขตบ่มเพาะสูง คำสาบานยิ่งมีผลผูกมัดมาก
เห็นอีกฝ่ายสาบาน โจวกวงหลงก็คุกเข่าทันที "ศิษย์โจวกวงหลง ขอคารวะอาจารย์!"
"แค่กๆๆ ดี ดีมาก ศิษย์รัก"
"รีบพาภรรยาของอาจารย์มา...ตอนนี้นางโดนเพลิงราคะของข้า แค่ข้าใช้พลังจุดไฟ นางก็จะ..."
มารเฒ่าหงหลวนแสยะยิ้มและพูด
"ขอรับ ท่านอาจารย์!"
โจวกวงหลงประสานมือเล็กน้อย และเดินไปหาอวิ๋นว่านฉาง
อวิ๋นว่านฉางเห็นโจวกวงหลงเดินเข้ามาหา ดวงตาของนางก็มีความแน่วแน่
เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรและร่างกายของนางพิเศษ ถ้ามีเวลาพักผ่อน นางย่อมสามารถระงับเพลิงราคะนี้ได้
แต่นางไม่คิดว่า ผู้ฝึกตนที่อยู่ข้างๆ กลับเลือกช่วยมารเฒ่าหงหลวน
นางได้แต่ถอนหายใจ นี่คงเป็นโชคชะตา!
นางใช้ปราณวิญญาณที่ใช้ระงับเพลิงราคะตบถุงเก็บของ ทันใดนั้น ลูกแก้วสีม่วงขนาดเท่ากำปั้นก็ปรากฏขึ้นจากถุงเก็บของ
"วู้ๆๆ!"
ลูกแก้วเปล่งแสง มีสายฟ้าและไฟพุ่งออกมา เผาโจวกวงหลงและมารเฒ่าหงหลวนจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
และตอนนี้ สติที่เหลืออยู่ของอวิ๋นว่านฉางก็หายไป ร่างกายของนางร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวที่ขาวเนียนของนางกลายเป็นสีชมพู
และตอนนี้ นางเหมือนจะรู้สึกถึงบางอย่าง และบินออกไป
ในเวลาเดียวกัน
ในถ้ำแห่งหนึ่งไม่ไกล
"บัดซบ! ในที่สุดก็เงียบแล้ว พลังเมื่อกี้มันอะไรกัน? น่ากลัวยิ่งนัก!"
หลู่ฉางเซิงเห็นว่าข้างนอกไม่มีเสียงอะไรแล้ว จึงถอนหายใจ และวางใจ
เขากำลังฝึกฝนอยู่ดีๆ กลางดึก จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คนสองคนต่อสู้กัน ทำให้ภูเขาสั่นสะเทือน เป็นใคร ใครก็ต้องตกใจใช่ไหม?
"เฮ้อ… พรุ่งนี้เช้าพอเหยี่ยวเหล็กฟื้นตัว ข้าจะรีบกลับไป ต่อไปจะไม่เดินทางไปกลับแบบนี้อีกแล้ว ข้าจะพาเมี่ยวอวิ๋นและเจินเจินไปอยู่ที่ย่านการค้าเก้ามังกร"
"ไม่อย่างนั้น ถ้าเดินทางไปกลับแบบนี้ อาจจะเกิดอันตรายก็เป็นได้"
หลู่ฉางเซินคิดในใจ เขารู้สึกว่าถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าออกไปข้างนอกเลย
ข้างนอกมันอันตรายจริงๆ
แต่ตอนนี้เอง จู่ๆ ก็มีกลิ่นหอมพัดมา
เขาเห็นสตรีที่หน้าตางดงาม สวมชุดหลากสี ปรากฏตัวต่อหน้าเขาโดยไม่รู้ตัว
"หืม!?"
หลู่ฉางเซิงเห็นสตรีงดงามที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เขาก็ตกใจ
เขาไม่รู้ว่านางมาที่นี่ได้อย่างไร?
สตรีผู้นี้คืออวิ๋นว่านฉาง!
ตอนนี้ใบหน้าของนางแดงก่ำ ดวงตาของนางดูเย้ายวน และเต็มไปด้วยความต้องการทางเพศ นางพุ่งเข้าหาหลู่ฉางเซิงทันที
หลู่ฉางเซิงถูกนางกดไว้ และไม่สามารถขยับได้ เขาลองดิ้นหลายครั้ง แต่ก็ขยับตัวไม่ได้เลย
เขารู้สึกได้ถึงความร้อนจากร่างกายของนาง
เหมือนกับว่ามีไฟกำลังเผาไหม้ เขารู้ว่านางอาจจะโดนพิษ หรือไม่ก็ควบคุมพลังไม่ได้
"เซียนจื่อ เซียนจื่อ โปรดสำรวม!"
หลู่ฉางเซิงตะโกนสองครั้ง แต่สตรีผู้นี้ไม่มีสติ จึงไม่ได้ยินที่เขาพูด
นางกลับกดเขาไว้ และจูบเขา
แบบนี้ใครจะทนได้?
เห็นใบหน้าที่งดงามของเซียนจื่อ ร่างกายที่นุ่มนวลแนบชิด และกลิ่นกายที่หอมหวาน หลู่ฉางเซิงก็ถอนหายใจเบาๆ
ในเมื่อขัดขืนไม่ได้ งั้นก็ไม่ขัดขืนแล้ว สนุกกับมันไปเถอะ
หลู่ฉางเซิงนอนราบลง
จากนั้น ในถ้ำก็มีเสียงดังอยู่พักหนึ่ง และมีชุดคลุมวิเศษถูกโยนออกมาจากปากถ้ำ
ครู่หนึ่ง ก็มีเสื้อผ้าหลายชิ้นถูกโยนออกมา รวมทั้งชุดชั้นในของสตรี