- หน้าแรก
- จะบ่มเพาะไปทำไม? ในเมื่อแค่มีลูกหลานก็เป็นเซียนได้!
- บทที่ 29 การต่อสู้ครั้งแรก พลังของยันต์สมบัติ!
บทที่ 29 การต่อสู้ครั้งแรก พลังของยันต์สมบัติ!
บทที่ 29 การต่อสู้ครั้งแรก พลังของยันต์สมบัติ!
บทที่ 29 การต่อสู้ครั้งแรก พลังของยันต์สมบัติ!
หลู่ฉางเซิงอยู่ภายใต้อิทธิพลของยันต์เคลื่อนไหวร่างกาย เขาจึงเดินทางอย่างรวดเร็ว
ตอนที่มาถึงกลางเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างมาจากข้างหลัง
พอหันกลับไปมอง
เขาก็เห็นคนสามคนที่สวมหมวกไม้ไผ่ พวกเขาเหินลอยตัวราวกับสายลม กำลังลงเขามาอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น หัวใจของหลู่ฉางเซิงก็เต้นแรง และสีหน้าเคร่งขรึม
เขาถูกหมายหัวแล้วสินะ!?
นี่คือสิ่งที่หลู่ฉางเซิงคิด
ไม่อย่างนั้น จะบังเอิญขนาดนี้ได้อย่างไร?
ตอนที่เขาขึ้นเขา ไม่ได้เจอใครเลย
ตอนนี้หลังจากลงเขา ก็มีคนสามคนลงเขามาพร้อมกัน แถมยังรีบร้อนขนาดนี้
ยิ่งไปกว่านั้น…
ถึงคนทั้งสามจะสวมหมวกไม้ไผ่ ทำให้มองไม่เห็นหน้าตา
แต่หลู่ฉางเซินเห็นคนรูปร่างกำยำที่สวมชุดสีเหลืองคนหนึ่ง เขารู้สึกคุ้นตา
เหมือนกับว่าคนผู้นี้เคยซื้อยันต์จากเขา
ตอนนี้ หลู่ฉางเซินมั่นใจหกเจ็ดส่วนแล้วว่า คนทั้งสามคงมาหาเรื่องเขา
สีหน้าของหลู่ฉางเซิงดูไม่ดี
เขาไม่ได้คิดมาก หยิบยันต์ลมกรดระดับหนึ่งขั้นกลางออกมา และใช้ปราณวิญญาณเปิดใช้งาน
ทันใดนั้น ก็มีลมสีเขียวมรกตพัดมาปกคลุมร่างกาย ทำให้เขารวดเร็วขึ้น
เขาวิ่งราวกับสายลม เสื้อคลุมของเขาสะบัด หมวกคลุมศีรษะหลุดออกไป ใบหน้าของเขาโดนลมตีจนรู้สึกเจ็บ
"ยันต์ลมกรด?"
"เจ้าเด็กนี่มียันต์ขั้นกลางด้วย!"
"มันสามารถเอายันต์ออกมาขายเยอะขนาดนี้ คงเป็นลูกแกะอ้วนพีแน่ๆ!"
คนทั้งสามที่กำลังไล่ตามหลู่ฉางเซิง เห็นแบบนั้น นัยน์ตาก็เป็นประกาย และเร่งความเร็วทันที
ในสายตาพวกเขา ตอนนี้หลู่ฉางเซิงคือลูกแกะอ้วนพีที่รอให้เชือด!
"ซู่ๆๆๆ!"
หลู่ฉางเซิงวิ่งไปไกลมากแล้ว เห็นว่าคนทั้งสามก็เร่งความเร็ว ไม่ได้ถูกเขาทิ้งห่าง แถมยังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สีหน้าเขาก็ดูไม่ดี
ในตอนนี้ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าคนทั้งสามมา เพื่อต้องการฆ่าเขาและชิงทรัพย์
ยิ่งเขาใช้ยันต์เคลื่อนไหวร่างกายกับยันต์ลมกรดแล้ว ยังไม่สามารถทิ้งห่างคนทั้งสามได้
แสดงว่าขอบเขตบ่มเพาะของคนทั้งสามสูงกว่าเขามาก
อย่างน้อยก็ขอบเขตหลอมปราณขั้นหก หรือไม่ก็เจ็ด
"ในเมื่อหนีไม่พ้น งั้นก็สู้!"
หลู่ฉางเซินรู้ว่าการวิ่งหนีแบบนี้ไม่ใช่วิธีที่ดี มันจะทำให้เขาเสียพลัง ในแววตาเขามีความดุร้าย
ทันใดนั้น แขนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมสีดำ ก็หยิบยันต์ออกมาจากถุงเก็บของ ประมาณสิบกว่าถึงยี่สิบแผ่น
พร้อมกันนั้น ก็ถือยันต์สมบัติอิฐแสงทองไว้แน่น และมองคนทั้งสามที่กำลังใกล้เข้ามา
"สหายเต๋า โปรดรอก่อน"
"สหายเต๋า เจ้าวิ่งเร็วขนาดนี้ทำไม? ข้าแค่มาทำความรู้จักกับเจ้า และอยากเป็นสหายกับเจ้าเท่านั้น"
"ใช่แล้ว พวกเราแค่อยากเป็นสหายกับเจ้า"
คนทั้งสามตะโกนไล่หลัง
"อยากเป็นสหายใช่ไหม? ข้าชอบเป็นสหายกับคนอื่นที่สุดเลย"
หลู่ฉางเซินได้ยิน ก็หยุดเดิน และมองคนทั้งสามที่กำลังใกล้เข้ามาด้วยสีหน้าที่เฉยเมย
ตอนที่คนทั้งสามเข้ามาในระยะโจมตี หลู่ฉางเซินก็ใช้ปราณวิญญาณเปิดใช้งานยันต์ทั้งหมดในมือ
ทันใดนั้น ยันต์ก็เปล่งประกาย
ยันต์บางแผ่น ภายใต้การควบคุมของหลู่ฉางเซิง กลายเป็นแสงสีทอง ม่านน้ำ และเถาวัลย์ ปกคลุมร่างกายหลู่ฉางเซิง
ส่วนยันต์ส่วนใหญ่ กลายเป็นลูกไฟขนาดเท่ากำปั้น ลูกบอลวารี ลูกศรขนาดเท่าแขน และพระจันทร์เสี้ยวอันแหลมคม...
ทั้งหมดพุ่งเข้าหาคนทั้งสาม
"แย่แล้ว!"
"ระวัง!"
"เจ้าเด็กนี่มียันต์เยอะขนาดนี้เลยหรือ!?"
คนทั้งสามเห็นหลู่ฉางเซิงใช้ยันต์เยอะขนาดนี้ พวกเขาก็ตกใจ และตั้งรับไม่ทัน
ถึงพวกเขาจะมีพลังขอบเขตหลอมปราณขั้นหกและเจ็ด แต่การเจอยันต์เยอะขนาดนี้ พวกเขาก็รับมือไม่ไหว
แต่คนทั้งสามก็ผ่านโลกมามาก
ถ้าไม่มีความสามารถ พวกเขาก็ไม่กล้ามาดักปล้น
คนเตี้ยผอมคนหนึ่งก็หยิบยันต์หลายแผ่นออกมา และใช้วิชาต่างๆ ในมือมีแสงสีเหลืองสว่างวาบ
"วิชากำแพงปฐพี!"
ทันใดนั้น กำแพงดินหนาหลายชั้นก็ผุดขึ้นมาจากพื้น และป้องกันการโจมตีของยันต์
"ตูมๆๆ!!!"
แต่ด้วยพลังทำลายล้างอันรุนแรงของยันต์ กำแพงดินก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว
ตอนที่กำแพงดินกำลังจะพังทลาย คนผอมสูงคนหนึ่งก็หยิบโล่สีดำออกมา
โล่ลอยออกไป และขยายใหญ่ขึ้น หมุนวนกลางอากาศ ปล่อยแสงสีดำ และป้องกันการโจมตีของยันต์
ส่วนคนสุดท้าย ชายร่างกำยำที่สวมชุดสีเหลือง เขาก็หยิบมีดบินขนาดเล็กออกมา
มีดบินกลายเป็นแสงสีขาว พุ่งเข้าหาหว่างคิ้วของหลู่ฉางเซิง
ทว่า… ในเวลาเดียวกัน
พวกเขาก็รู้สึกถึงปราณอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากหลู่ฉางเซิง
เห็นเสื้อคลุมสีดำของหลู่ฉางเซิงสะบัดพลิ้วโดยไม่มีลมพัด ในมือมีแสงสีทองสว่างวาบ
วัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีทองปรากฏขึ้นในมือเขา ลอยขึ้นไปในอากาศ และขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำให้มีดบินที่พุ่งเข้ามาช้าลง
ปราณอันทรงพลังที่พวกเขารู้สึกได้ มันมาจากสิ่งนี้!
"เจ้าเด็กนี่รวยจริงๆ ไม่เพียงแต่มียันต์เยอะขนาดนี้ แถมยังมีสมบัติล้ำค่าแบบนี้อีก เรารวยเละแน่!"
ชายร่างเตี้ยผอมเห็นแบบนั้น ก็นัยน์ตาเป็นประกาย
ทว่าชายร่างกำยำที่สวมชุดสีเหลืองที่ใช้มีดบิน เห็นอิฐสีทองที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น เขาก็มองอย่างละเอียด และจำได้ว่ามันคืออะไร
"ยันต์สมบัติ!"
เขารีบตะโกน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"อะไรนะ!?"
"ยันต์สมบัติ?"
อีกสองคนได้ยิน ก็ชะงัก
มองอิฐแสงทองที่ขยายใหญ่จนเท่ากับบ้าน เหมือนภูเขาเล็กๆ พวกเขาก็กระตุก และมีสีหน้าหวาดผวา
ไม่รอให้พวกเขาคิดมาก อิฐแสงทองก็เปล่งประกายสีทอง และปล่อยปราณอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
ทำให้คนทั้งสามรู้สึกเหมือนแบกภูเขาไว้บนหลัง ร่างกายหนักอึ้ง ปราณวิญญาณติดขัด และขยับไม่ได้
อันตราย!
อันตรายมาก!
ในตอนนี้ คนทั้งสามรู้สึกถึงอันตรายถึงชีวิต พวกเขารีบตะโกนด้วยความหวาดกลัว และขอความเมตตา
"สหายเต๋า มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จา!"
"สหายเต๋าไว้ชีวิตข้าด้วย! ข้าผิดไปแล้ว ข้าตามืดบอด..."
"ใต้เท้า ข้ามีมารดาที่อายุแปดสิบปี และลูกที่อายุแค่สามขวบ ขอร้องท่าน โปรดยกโทษให้ข้าด้วย!"
ในตอนนี้ พวกเขารู้สึกงุนงงมาก
งุนงงสุดๆ งุนงงจนสับสน!
ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมปราณขั้นสาม ที่มาร่วมงานแลกเปลี่ยนเล็กๆ แบบนี้ มียันต์สมบัติติดตัว!?
นี่มันบ้าไปแล้ว!
เจ้ามียันต์สมบัติติดตัว ทำไมเจ้าถึงวิ่งหนี?
เจ้าแค่โชว์ยันต์สมบัติออกมา พวกเราก็ไม่กล้าไล่ตามแล้ว!
พวกเราจะรีบหันหลังกลับ และขอโทษเจ้าด้วยซ้ำ!
ใครจะทำแบบนี้ ใช้ยันต์สมบัติโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ฆ่าคนอย่างพวกเรา ใช้ยันต์สมบัติ มันไม่สิ้นเปลืองไปหรือไง!?
พวกเราคู่ควรขนาดนั้นเลยหรือ!?
ในตอนนี้ คนทั้งสามไม่รู้จะพูดอะไร
ปราณของอิฐแสงทอง ทำให้พวกเขาพูดไม่ออก
อิฐแสงทองขนาดเท่าภูเขาเล็กๆ ก็พุ่งเข้าหาคนทั้งสาม
"ตูม!!!"
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดังไปทั่วเขาหนิวโถว ทำให้ทั้งเขากระเพื่อม