- หน้าแรก
- ฝ่าหายนะข้ามกาลเวลา
- บทที่ 30: ที่แท้หัวหน้าก็เป็นคนแบบนี้เองสินะ
บทที่ 30: ที่แท้หัวหน้าก็เป็นคนแบบนี้เองสินะ
บทที่ 30: ที่แท้หัวหน้าก็เป็นคนแบบนี้เองสินะ
สิ้นเสียงอุทาน ความเงียบสงัดราวป่าช้าก็เข้าปกคลุม ทุกคนแทบจะกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัวว่าจะไปปลุกปีศาจร้ายที่กำลังกระหายเลือดตนนี้เข้า!
เหล่าชายหนุ่มที่คอยหนุนหลังราชินีของพวกเขาตอบสนองในทันที เมื่อเห็นว่าเธอสังหารเหยื่อเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็รีบเข้ามาสำรวจร่างกายเธออย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว เพื่อดูว่ามีเลือดกระเซ็นโดนตัวเธอหรือไม่
ครั้งนี้ถังหว่านหลบไม่พ้น เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนตัวเธอ เพราะชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กว่าเธอมาก
ถังหว่านกระโดดขึ้นไปปาดคอเขา ดูเหมือนง่ายดาย แต่จังหวะที่เท้าแตะพื้น เธอหลบไม่ทันจึงโดนเลือดสาดใส่เต็มๆ
ถังหว่านปล่อยให้พวกเขาดึงเธอกลับไปที่รถ สายตาเหลือบมองเซี่ยลี่แวบหนึ่งขณะเดินผ่าน
เซี่ยลี่รู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นคอตัวเองขึ้นมาทันที!
เมื่อกี้เขายังคิดอยู่เลยว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์นี้ให้ถังหว่านอย่างสวยงามได้ยังไง แต่ไม่นึกว่ายังไม่ทันจะเดินเข้าไป เธอก็เชือดไก่ให้ลิงดูไปอีกศพแล้ว!
ตอนนี้ต่อให้เซี่ยลี่สมองใสแค่ไหนก็คิดหาทางออกดีๆ ไม่ออก แต่จากสายตาที่ถังหว่านมองมาเมื่อครู่ จู่ๆ เขาก็เกิดพุทธิปัญญาขึ้นมา!
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยเลยตามเลย!
ไม่ใช่ว่าเขาไม่แคร์ แต่เขาคุมไม่อยู่จริงๆ ต่างหาก!
ฝีมือการลงมือของเธอรวดเร็ว แม่นยำ และโหดเหี้ยม ความเด็ดขาดในการฆ่าเป็นสิ่งที่แม้แต่ชายชาติทหารที่ผ่านศึกมาอย่างเขาพาลจะรู้สึกด้อยกว่าเสียด้วยซ้ำ!
ต่อให้คนพวกนี้กลับไปถึงฐานแล้วไปฟ้องหัวหน้าฐาน และหัวหน้าฐานต้องการจะลงโทษเขา เขาก็ไม่กลัว!
อย่างมากก็แค่ลาออก ในโลกยุคนี้ ความแข็งแกร่งส่วนบุคคลคือสิ่งเดียวที่สำคัญ!
แทนที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยงช่วยคนพวกนี้แล้วต้องมาใช้ชีวิตแบบปิดทองหลังพระ สู้ทิ้งภาระพวกนี้แล้วใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีตามใจตัวเองเหมือนแม่สาวน้อยคนนั้นไม่ดีกว่าเหรอ!
เซี่ยลี่ตัดสินใจเด็ดขาด สั่งให้ทหารลากศพไร้หัวสองศพไปฝังในแปลงดอกไม้ทันที
เขายกมือลูบหน้า สีหน้ามอมแมมเปลี่ยนเป็นความเศร้าสลดอย่างสุดซึ้ง
น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าของคนที่หัวใจด้านชาเพราะความผิดหวัง
แต่เขาก็ยังฝืนพูดด้วยเสียงอันดัง เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นได้ยินอย่างชัดเจน "ทุกคน รีบกินข้าวให้เสร็จ อีกสิบนาทีผมจะพาพวกคุณกลับฐาน"
"เมื่อผมส่งพวกคุณถึงมือหัวหน้าฐาน ก็ถือว่าภารกิจของผมเสร็จสิ้น"
"ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนคงรู้ดีว่าใครถูกใครผิด!"
"สองคนนั้นเป็นคนก่อเรื่อง ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ผมทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมด้วยวาจา"
"แต่พวกเขานอกจากจะไม่ฟังแล้ว ยังพยายามรังแกน้องผู้หญิงคนนั้นอีก!"
"น้องผู้หญิงคนนั้นฆ่าพวกเขาเพื่อป้องกันตัว ผมถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างพวกเขา"
"ในเมื่อน้องเขาได้ชำระแค้นไปแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจะจบลงแค่นี้ พวกคุณคิดว่ายังไง? การจะเอาชีวิตรอดในยุคนี้มันไม่ง่าย ทุกคนควรรักชีวิตตัวเองให้มากๆ นะครับ!"
เหล่าผู้รอดชีวิต: "..."
เงียบกริบ!
ความเงียบเข้าปกคลุม!
ยิ่งพูดมากก็ยิ่งผิด
พวกเขาจะพูดอะไรได้?
ใครจะกล้าพูดอะไร?
หัวหน้าเซี่ยออกตัวปกป้องผู้หญิงคนนั้นชัดเจน พยายามทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก แถมยังขู่กลายๆ ว่าให้พวกเขารักชีวิตตัวเองให้มากๆ!
แน่นอนว่าพวกเขารักตัวกลัวตาย!
มีชีวิตอยู่มันไม่ดีตรงไหน?
ใครจะเบื่อโลกจนกล้าไปตอแยแม่นางมารร้ายที่สวยแต่เหี้ยมโหดขนาดนั้น?
พวกเขาไม่กล้าหรอก โดยเฉพาะพวกที่เพิ่งจะร่วมก่อความวุ่นวายเมื่อกี้และยังรักชีวิตอยู่
พวกเขารีบลุกขึ้นยืนสนับสนุนเซี่ยลี่เสียงดังฟังชัด ใครไม่รู้คงนึกว่าพวกเขาอยู่ฝั่งเดียวกับความยุติธรรมมาตั้งแต่ต้น!
"ใช่ครับ หัวหน้าเซี่ยพูดถูก! สองคนนั้นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เป็นคนเริ่มก่อเรื่องแท้ๆ สหายทหารอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตมาช่วย พวกบ้านี่ยังมาสร้างปัญหาอีก น่าหนักใจจริงๆ! แม่คนสวยทำถูกแล้วที่ฆ่าพวกมัน กลุ่มเราสะอาดขึ้นเยอะเลย!"
"ใช่ๆ ฆ่าได้ดี! พวกเราต้องขอบคุณสหายทหารที่ช่วยชีวิต และขอบคุณแม่คนสวยที่ช่วยกวาดล้างคนพาล ขอบคุณครับ!"
"อื้อๆ รีบกินกันเถอะ กินเสร็จจะได้ตามหัวหน้าเซี่ยกลับฐาน พอไปถึงฉันจะขยันทำงานแลกแต้ม!"
"ยืนบื้ออะไรกันอยู่? สหายทหารเหนื่อยยากมาช่วยเรา ขอบคุณสักคำพูดไม่เป็นหรือไง?"
กลุ่มผู้รอดชีวิตที่โดนพาดพิง: "..."
เห็นพวกนั้นทำท่าขึงขัง ราวกับว่าเมื่อกี้ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง และคนที่ก้มหน้าเงียบๆ นี่แหละที่เป็นคนผิด... อย่างไรก็ตาม ทุกคนต่างมีวิจารณญาณและรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร แค่ไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน ทุกคนก็แค่อยากมีชีวิตรอด...
ด้วยเหตุนี้ เซี่ยลี่และลูกทีมหลายสิบนายจึงถูกรายล้อมไปด้วยผู้รอดชีวิตที่เข้ามารุมขอบคุณ ทั้งที่จริงใจ เสแสร้ง และกึ่งจริงกึ่งเท็จ... ลูกน้องของเซี่ยลี่ถึงกับอ้าปากค้างกับการกระทำของหัวหน้า ที่แท้หัวหน้าก็เป็นคนแบบนี้เองสินะ!
เมื่อก่อนพวกเขามองคนตื้นเขินเกินไป... โดยเฉพาะฉินเฟิน ที่ความชื่นชมฉายชัดจนแทบปิดไม่มิด
ด้วยสายตาเป็นประกายและมือป้องปาก เขาจ้องมองหัวหน้า อยากจะเบียดตัวเข้าไปแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้ง แต่กลับถูกฝูงชนเบียดกระเด็นออกมาไกลกว่าเดิม
ท่ามกลางวงล้อมของผู้คน เซี่ยลี่บอกว่าไม่เป็นไรและมันเป็นหน้าที่ แต่ในใจเขากลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
คนเรามันต้องใชัชีวิตแบบนี้สิ ปกป้องคนที่อยากปกป้อง ไม่พอใจก็แค่ลงมือ จะมามัวพล่ามให้เปลืองน้ำลายทำไมในเมื่อลงมือทำได้เลย?
เขาตัดสินใจแล้วว่า นับจากนี้ไป เขาจะเรียนรู้จากเด็กสาวคนนั้น และจะไม่ยอมใช้ชีวิตอย่างน่าเวทนาอีกต่อไป!
เซี่ยลี่ดันเพื่อนร่วมทีมออกไปเป็นโล่กำบัง แล้วเบียดตัวออกมาจากฝูงชน
เขาก้าวยาวๆ ตรงไปที่รถ SUV ของถังหว่าน เขาหน้าตายังติดหนี้คำขอบคุณเธออยู่
และผู้ชายที่ช่วยฆ่าซอมบี้เมื่อกี้ เขายังไม่มีโอกาสขอบคุณเลย พอดีเลย ขอบคุณพร้อมกันทีเดียว!
ถังหว่านถูกเหล่าชายหนุ่มลากกลับขึ้นรถและโดนเทศนาชุดใหญ่ พวกเขาให้เธอรับปากว่าต่อไปถ้าจะฆ่าแกงใคร ให้เป็นหน้าที่ของพวกเขา
ห้ามทำตัวเองเจ็บตัวอีก ไม่งั้นพวกเขาคงปวดใจแย่!
ถังหว่านทำตัวว่าง่าย พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "อื้อ เข้าใจแล้วค่ะ" เธอรับปากด้วยเสียงหวานว่าจะเชื่อฟังพวกเขา
แต่ในใจเธอกลับคิดว่า: พวกผู้ชายจะไปเข้าใจอะไร? การจัดการกับพวกสวะ มันจะสะใจก็ต่อเมื่อได้ลงมือเอง จะยืมมือคนอื่นไปทำไม?
ถ้าเจอพวกมันอีก เธอก็จะลงมือเองอยู่ดี!
แต่เธอก็จำเป็นต้องฝึกฝนทักษะและพลังพิเศษจริงๆ นั่นแหละ!
วันนี้ ขนาดฆ่าคนธรรมดาตัวเธอยังเปื้อนเลือด
อีกหน่อยพอซอมบี้แกร่งขึ้น พืชและสัตว์กลายพันธุ์โผล่มา เธอจะสู้กลับยังไงไหว?
การทำตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นคือเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้!
ถังหว่านอยากจะเข้าไปเปลี่ยนชุดในมิติ แต่พวกผู้ชายไม่ยอม พวกเขายืนกรานให้เธอเอาเสื้อผ้าออกมา โดยอ้างว่าจะช่วยเปลี่ยนให้เอง
ถังหว่านไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตามใจ แผนการเล็กๆ น้อยๆ และสิ่งที่พวกเขาต้องการ มันเขียนแปะไว้บนหน้าชัดเจนขนาดนี้
มีหรือเธอจะเดาไม่ออกว่าพวกเขาอยากจะถือโอกาสแต๊ะอั๋งและลวนลามนิดๆ หน่อยๆ?
แต่ในเมื่อพวกเขาเป็นคนของเธอ ถ้าเธอไม่ตามใจ แล้วใครจะทำ?
และแล้ว ภายในพื้นที่แคบๆ ของรถ...
ถังหว่านถูกมือหลายคู่สัมผัสไปทั่วร่าง ถูกจูบและลูบไล้ในรูปแบบต่างๆ
ภายใต้ข้ออ้างที่ว่า: พวกเขาต้องตรวจเช็กร่างกายเธออย่างละเอียดว่ามีบาดแผลตรงไหนหรือเปล่า...