เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: ปล้นกลางทาง

บทที่ 15: ปล้นกลางทาง

บทที่ 15: ปล้นกลางทาง


จากรอยล้อบนถนน เห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้เป็นโจรช่ำชอง ไม่รู้ว่าปล้นรถมาแล้วกี่คัน!

ถ้าแค่อยากได้เสบียงนิดหน่อย เธออาจจะยอมจ่ายเพื่อตัดรำคาญ แต่ถ้าคิดจะทำอย่างอื่น... ก็อย่าโทษว่าเธอโหดเหี้ยม แทนคุณแผ่นดินด้วยการกำจัดคนชั่วก็แล้วกัน

"หยุดเดี๋ยวนี้!" นั่นไงล่ะ ยังไม่ทันก้าวขาไปได้กี่ก้าว คนกลุ่มใหญ่นับสิบก็กรูออกมาจากสองข้างทางขวางหน้าพวกเขาไว้

อ้าว ไอ้หัวแดงที่เป็นแกนนำหน้าตาคุ้นๆ แฮะ

ชาติที่แล้วตอนอยู่ฐานหวงเฉา หมอนี่เป็นสมุนตัวเอ้ คอยช่วยหลี่ซานจับผู้หญิงไปทั่ว

ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันที่นี่ในชาตินี้

ดีล่ะ ถือเป็นโอกาสดีที่ถังหว่านจะได้สั่งสอนพวกมันเสียหน่อย

"สวัสดีค่ะพี่ชาย ด่านพวกนี้พี่เป็นคนตั้งเหรอคะ? ช่วยขยับออกหน่อยได้ไหมคะ พวกหนูต้องผ่านทางนี้"

เสียงของถังหว่านหวานหยดย้อย ด้วยส่วนสูง 168 ซม. ขายาว เอวคอดกิ่ว และใบหน้าที่สวยเกินคำบรรยาย!

พวกตัวหัวหน้าแทบจะน้ำลายหก เริ่มส่งเสียงแซวกันเกรียวกราว

"ใช่แล้วจ้ะหนู พี่ๆ เป็นคนตั้งเอง ถ้าอยากผ่านก็ต้องจ่ายค่าผ่านทาง มีอะไรมาแลกเปลี่ยนล่ะจ๊ะ?" ไอ้หัวแดงจ้องถังหว่านตาเป็นมัน กวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วไล่กลับขึ้นมาอีกรอบ ไม่ยอมให้พลาดแม้แต่จุดเดียว

"สวยขนาดนี้ อยู่เล่นกับพี่ๆ ดีกว่าไหมจ๊ะ? พวกเรามีของสนุกๆ เยอะแยะเลยนะ" ชายอีกคนก้าวออกมา

"ใช่ๆ น้องสาว อย่าไปไหนเลย ดูสิ พี่ชายแถวนี้มีตั้งเยอะ รับรองพวกพี่จะดูแลอย่างดี"

มือของลู่เหยียนแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะชักดาบออกมา ไอ้สวะพวกนี้กล้าดียังไงมาพูดจาสกปรกใส่เสี่ยวหว่านของเขา? อยากตายนักใช่ไหม

แต่เมื่อถังหว่านยังไม่ออกคำสั่ง เขาทำได้เพียงก้าวไปดึงตัวเธอมาไว้ข้างหลัง นัยน์ตาลุ่มลึกฉายแววอำมหิตเย็นยะเยือก

เขากวาดตามองพวกสวะตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ราวกับมองคนตาย

"โอ้โฮ มีหนุ่มหล่อด้วยแฮะ พี่หยวนของพวกเราไม่เลือกกินอยู่แล้ว สนใจไปสนุกด้วยกันไหมล่ะ? เป็นลูกผู้ชายแท้ๆ มาหลบหลังผู้หญิงทำไม? นึกว่าเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว ที่ไหนได้ยังกล้าจ้องหน้าพวกกูอีก!"

"ฮ่าๆๆๆ นั่นสิ นึกว่าเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกินซะอีก"

เดิมทีถังหว่านคิดว่าจะถามดูว่าพวกมันต้องการอะไร ถ้าไม่มากเกินไปเธอก็อาจจะแบ่งให้

กะว่าจะฆ่าแค่ไอ้หัวแดงคนเดียว แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้ว

หมาพวกนี้ด่าเธอ เธอยังพอทนได้ แต่บังอาจมาด่าอาเหยียนของเธอ? เรื่องนี้อภัยให้ไม่ได้

"พูดจบหรือยัง?" น้ำเสียงของถังหว่านเปลี่ยนจากความอ่อนหวานเมื่อครู่เป็นเย็นชาจนแทบแช่แข็งทุกสิ่ง

"อุ๊ย แม่สาวน้อยเปลี่ยนสีหน้าได้ด้วย! น่าสนุกแฮะ"

"อยากรู้จังว่าเวลาโดนพวกเรากดอยู่บนเตียงจะทำหน้าได้กี่แบบ? ฮ่าๆๆๆ!"

"ฮ่าๆๆๆ จับตัวได้ก็รู้เองแหละ ลองดูสิ"

"เออ เหมือนนังผู้หญิงเมื่อวานซืนไง ตอนแรกก็ปากเก่ง สุดท้ายก็เสร็จพวกพี่ๆ เรียบ"

"ยัยเมื่อวานซืนไม่ได้เรื่อง ของเมื่อวานเด็ดกว่าเยอะ เสียงร้องอ้อนๆ... โอ๊ย พูดแล้วของขึ้น แค่คิดถึงนังนั่นกูก็แข็งแล้ว"

"เหอะ~ สงสัยพวกแกคงเลวเข้ากระดูกดำ เกินเยียวยาแล้วสินะ" สิ้นเสียง ถังหว่านก็ดีดนิ้ว ลูกไฟหลายลูกพุ่งเข้าใส่พวกปากมอมทันที

ไอ้หัวแดงโดนลูกไฟเข้าไปเต็มๆ มันคือเป้าหมายแรกที่ถังหว่านอยากฆ่า!

"อ๊ากกก! นี่มันอะไรกันวะ?!"

"ช่วยด้วย ช่วยด้วย! ไฟไหม้กูแล้ว!"

"กูก็โดน! ช่วยกูด้วย!"

"นังแพศยา! นังนี่มันปล่อยไฟได้! มันมีพลังพิเศษ! อ๊ากกก! ฆ่ามันซะ!" ไอ้หัวแดงกลิ้งเกลือกไปมาบนพื้น พยายามดับไฟที่ลุกไหม้ตัว

เป็นเพราะพลังของถังหว่านเพิ่งจะถึงระดับสอง ถ้าเธอแกร่งกว่านี้ ลูกไฟคงเผาพวกมันเป็นจุณในพริบตา ไม่เปิดโอกาสให้ได้ร้องโหยหวนแบบนี้หรอก!

"อ๊าก ผิดไปแล้ว! ไว้ชีวิตด้วย! ย่าจ๋า คุณย่า ไว้ชีวิตผมเถอะ!"

ถังหว่านไม่แม้แต่จะปรายตามองตัวตลกพวกนี้ เธอหันไปบอกลู่เหยียนที่ทนมานานแล้ว "อาเหยียน ตัดมือตัดตีนไอ้พวกที่ด่านายเมื่อกี้ทิ้งซะ แล้วก็คว้านลิ้นพวกมันออกมาด้วย"

ถังหว่านมีเจตนาลองเชิง เพราะนี่ยังเป็นช่วงแรกของวันสิ้นโลก อาเหยียนกับคนอื่นๆ อาจจะเคยฆ่าซอมบี้มาเยอะ

แต่ฆ่าคน? วันนี้เป็นครั้งแรก

"แค่ตัดแขนขาเหรอ? ไม่ฆ่าทิ้งเลยล่ะ? ไอ้สารเลวพวกนั้นกล้าพูดจาหยาบคายใส่คุณขนาดนั้น"

เห็นเสี่ยวหว่านลงมือ ลู่เหยียนก็เตรียมจะเปิดฉากสังหาร

เขาไม่นึกว่าเสี่ยวหว่านจะต้องการแค่แขนขาพวกมัน สมกับเป็นเสี่ยวหว่านที่เขาชอบจริงๆ ช่างจิตใจดีมีเมตตาเหลือเกิน!

ถังหว่าน "..."

โอเค เธอคิดมากไปเอง ลืมไปเลยว่าลู่เหยียนเคยบอกว่าฝันเห็นอดีตชาติ!

มิน่าล่ะ กระบวนการคิดและการยอมรับเรื่องต่างๆ ของคนพวกนี้ถึงไม่เหมือนคนปกติ!

"อยากฆ่าก็ฆ่า แต่เหลือพวกที่ไม่ได้พูดอะไรไว้ก่อน ฉันมีเรื่องจะถาม"

ยังไม่ทันสิ้นเสียงถังหว่าน ลู่เหยียนก็พุ่งเข้าไปกลางวงล้อมแล้วเริ่มมหกรรมเชือด...

"เฮ้ย นังนี่มีพลังพิเศษเหรอวะ?"

ถังหว่านกำลังจะหลบไปพักดูอาเหยียนจัดการพวกสวะ

ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆ ก็มีคนโผล่ออกมาจากด้านหลังกลุ่มอีกสองคน ดูเหมือนพวกมันจะแอบสังเกตการณ์อยู่ตลอด

"อะไร? อยากตายด้วยหรือไง?" ในเมื่อมีคนรนหาที่ตาย เธอก็จะสงเคราะห์ให้

"เหอะ ปากดีนักนะ ฆ่าคนสวยๆ แบบนี้เสียดายแย่

สู้ไปกับพี่ๆ แล้วไปสนุกกันดีกว่ามั้ยจ๊ะ"

ชายหัวโล้นเดินออกมาจากด้านหลัง พลางเอามือดำเมี่ยมลูบหัวล้านเลี่ยนของตัวเอง

สายตาหื่นกระหายจ้องถังหว่านไม่วางตา กวาดมองทั่วร่างราวกับจะมองทะลุเสื้อผ้าเข้าไป

"ตัวร้ายมักตายเพราะพูดมาก ชาติหน้าจำไว้: ทำใ้ห้เยอะ พูดให้น้อย" ถังหว่านซัดลูกไฟใส่ชายทั้งสามคนทันที

แต่คราวนี้ ไอ้หัวโล้นกลับใช้มือปัดลูกไฟป้องปัดออกไปได้ แล้วยิ้มเยาะ "มีแค่นี้เองเหรอ? กล้ามาซ่าต่อหน้าพี่โล้น วันนี้พี่จะสอนให้รู้ว่าเวลาเจอพี่ต้องพูดจายังไง"

ถังหว่านนึกว่าพวกนี้เป็นแค่กากเดนเหมือนพวกก่อนหน้า ไม่คิดว่าจะมีผู้ใช้พลังพิเศษปนอยู่ด้วย แถมไอ้โล้นนี่ยังมีธาตุไฟเหมือนกัน

รับลูกไฟเธอได้แสดงว่ามีฝีมือพอตัว

แต่เมื่อกี้เธอใช้พลังไปแค่ส่วนน้อย ในเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายมีผู้ใช้พลัง เธอจะไม่ประมาทศัตรูเด็ดขาด

เธอซัดลูกไฟใส่รัวๆ อีกหลายชุด คราวนี้พลังรุนแรงกว่าเดิมเห็นได้ชัด ไอ้โล้นกับพวกเริ่มโต้ตอบสุดกำลัง

อีกสองคนในกลุ่มนั้นเป็นผู้ใช้ธาตุน้ำแข็งและธาตุดิน แต่พลังยังอยู่ในขั้นต้น ยังไม่ถึงระดับหนึ่งด้วยซ้ำ

ไม่นานพวกมันก็โดนถังหว่านเล่นงานจนถอยร่น เสื้อผ้าไหม้เป็นรูโหว่ เนื้อตัวมีรอยไหม้เกรียม ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

"พี่เฉียง นังนี่มีของว่ะ ถอยดีกว่ามั้ย?"

ผู้ใช้ธาตุดินที่เมื่อกี้ปากดี ตอนนี้เริ่มกลัวจนหัวหด สู้ไปถอยไป พยายามหลบหลังไอ้โล้น

"ใช่พี่เฉียง ถอยเหอะ ดูสภาพผมสิ! ไฟของนังนี่แรงกว่าพี่อีก! สงสัยเราจะเคี้ยวไม่เข้าแล้ว กลับไปตามพี่หยวนมาจัดการดีกว่า"

ผู้ใช้ธาตุน้ำแข็งอีกคนก็ฉวยโอกาสหลบข้างไอ้โล้น

หลายวันมานี้ พวกมันปล้นรถจับคนมาตั้งเยอะ ไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ตึงมือขนาดนี้มาก่อน!

สู้ไม่ได้ก็หนี ไม่เห็นต้องเอาชีวิตมาทิ้ง

"แล้วไอ้ฉีหยางมันไปไหนวะ? ไอ้ขี้ขลาดนั่นไปมุดหัวอยู่ที่ไหนอีกแล้ว? พลังก็แกร่งกว่าชาวบ้านเขาแท้ๆ แต่พอถึงเวลาสู้ทีไรหายหัวเร็วกว่าใครเพื่อน กลับไปกูจะฟ้องพี่หยวนให้เล่นงานมันหนักๆ"

ไอ้โล้นเองก็รู้ตัวแล้วว่าสู้ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ ไอ้ฉีหยางคงไปแอบหลบมุมอยู่ที่ไหนสักแห่งอีกตามเคย

"ถอย! กลับไปหาพี่หยวน"

เมื่อโดนต้อนจนโงหัวไม่ขึ้น ไอ้โล้นก็ทำได้เพียงสั่งลูกน้องหนี เอาตัวรอดไว้ก่อน

กลับไปรวมพลแล้วค่อยกลับมาจัดการนังแพศยานี่ทีหลัง

พวกลูกสมุนที่ยังพอมีลมหายใจ พอได้ยินคำสั่งไอ้โล้น ต่างก็วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น!

เดิมทีพวกเขาเป็นแค่ผู้รอดชีวิตธรรมดาที่อยู่ต่อในเมืองไม่ได้จึงหนีออกมาแถบชานเมือง

แต่ดันมาเจอซุ้มโจร เข้าตาจนไม่มีทางเลือก เพื่อความอยู่รอดและปากท้อง จึงจำต้องเข้าร่วมกับคนพวกนี้!

หลายวันมานี้ พวกเขาถูกไอ้โล้นกับพวกรังควาน บังคับให้ออกมาทำเรื่องชั่วๆ แบบนี้ทุกวัน

น้อยคนนักที่เต็มใจทำ แต่ถ้าไม่ทำตามก็หัวขาด!

ปกติไอ้โล้นกับพรรคพวกถือว่าเป็นสมุนหมาที่ซื่อสัตย์ที่สุดของหลัวเหวินหยวน มีพลังพิเศษอยู่ในมือ ฆ่าคนได้ตามอำเภอใจ

คนพวกนี้กลัวพวกมันหัวหด ถ้าพวกมันไม่อนุญาต ใครจะกล้าหนี แต่ตอนนี้ไอ้หัวหน้าโล้นยังวิ่งแน่บ มีหรือลูกน้องจะไม่โกยอ้าวแซงหน้า

ถังหว่านผ่อนแรงโจมตีลง เพราะได้ยินคำว่า "พี่หยวน" จากปากพวกมัน

ไม่ว่าคนคนนี้จะเป็นอู๋หยวนหรือไม่ แต่ฟังจากที่พวกมันพูดถึง ดูเหมือนจะมีอิทธิพลไม่น้อย

แถมเธอยังได้ยินจากปากพวกนักเลงพวกนั้นว่า ช่วงหลายวันนี้พวกมันปล้นของไปได้เพียบและขนกลับไป แน่นอนว่าเธอต้องตามไปดูให้เห็นกับตา!

ลู่เหยียนทำตามที่ถังหว่านบอก เขาอัดพลังพิเศษลงในอาวุธและใช้ควบคู่กันไป ฟาดฟันอย่างเมามัน ไม่นานก็จัดการเก็บกวาดคนที่เสี่ยวหว่านสั่งให้เรียบ

พอหันกลับมา ก็เห็นพวกที่เหลือพยายามจะหนี

เขายกดาบที่บิ่นแล้วขึ้นขวางทางพวกมันไว้ หันไปถามถังหว่าน "เสี่ยวหว่าน ฆ่าพวกนี้ทิ้งมั้ย?"

"ฆ่าให้หมด"

จบบทที่ บทที่ 15: ปล้นกลางทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว