- หน้าแรก
- ฝ่าหายนะข้ามกาลเวลา
- บทที่ 13: ถังหว่านจับไข้
บทที่ 13: ถังหว่านจับไข้
บทที่ 13: ถังหว่านจับไข้
คืนนั้นเอง อาจเป็นเพราะชายหนุ่มทั้งสามกลับมาอยู่ข้างกายและยืนยันความรู้สึกที่มีต่อเธอจนครบองค์ประชุม ทำให้เธอมีความสุขจนล้นอก
หรืออาจเป็นเพราะเธอรู้สึกโล่งใจที่ได้ทำให้หลินอีอีต้องร้อนรนและทนทุกข์ทรมาน
หลังจากถังหว่านผล็อยหลับไป เธอก็มีไข้ขึ้นสูง
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่ได้รับรู้ถึงสีหน้าพะอืดพะอมของชายหนุ่มทั้งสาม—ชนิดที่อยากจะโยนตัวเองทิ้งออกไปนอกโลก—หลังจากที่พวกเขาสะดุ้งตื่นเพราะกลิ่นเหม็นเน่า และค้นพบว่ากลิ่นนั้นโชยออกมาจากร่างกายของพวกเขาเอง
หลังจากขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดเอี่ยมอ่องทั้งภายนอกภายในนับครั้งไม่ถ้วน พรมน้ำหอมใส่ชุดที่คิดว่าหล่อเท่ที่สุด และเตรียมอาหารเช้าเสร็จสรรพเพื่อจะไปปลุกถังหว่านมากินข้าว พวกเขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเธอมีไข้สูง
วินาทีนั้น พวกเขาไม่สนภาพลักษณ์อะไรอีกแล้ว!
ข้าวปลาก็ไม่แตะ
พวกเขาร้อนใจจนปากคอแห้งผาก แต่กลับจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร
ยาลดไข้ แผ่นเจลลดไข้ การเช็ดตัวลดความร้อน
พวกเขาลองทุกวิถีทางแล้ว แต่อาการไข้สูงของถังหว่านก็ยังไม่ลดลง!
ชายหนุ่มทั้งสามกระวนกระวายเดินวนไปวนมา ขุดสมองประลองปัญญาหาทางช่วยให้ไข้ของถังหว่านลดลงให้ได้
จนกระทั่งเย็นวันที่สอง ลู่เหยียนถึงได้หัวเราะเยาะความโง่เขลาของตัวเอง!
ไอ้สองคนนั้นโง่ก็เรื่องหนึ่ง แต่ทำไมเขาถึงได้โง่ตามไปด้วยนะ
อาการของเสี่ยวหว่านตอนนี้ ต้องเป็นสัญญาณของการตื่นพลังพิเศษแน่ๆ
เขาจำได้ว่าในความฝัน ตอนที่เขาปลุกพลังธาตุลมซึ่งเป็นพลังที่สองขึ้นมา เขาก็นอนซมเพราะพิษไข้อยู่สามวันสามคืน
ตอนนั้น เพราะเขาไม่ได้ดึงเสี่ยวหว่านมาอยู่ข้างกายแต่เนิ่นๆ จิตใจเลยว้าวุ่นจนพลาดท่าระหว่างทำภารกิจ บาดเจ็บสาหัส
คนในทีมคิดว่าเขาคงไม่รอด จึงทิ้งเขาไว้ที่จุดพัก
ถ้าตอนนั้นไม่ได้เสิ่นโจว ซึ่งถูกไล่ออกจากทีมเหมือนกันมาช่วยไว้ ก็คง... พอนึกถึงตรงนี้ ลู่เหยียนก็โพล่งขึ้นมา "เสิ่นโจว"
"หือ?"
เสิ่นโจวกำลังช่วยเช็ดตัวให้ถังหว่านบริเวณใต้รักแร้ด้วยแอลกอฮอล์ พอได้ยินลู่เหยียนเรียกก็ขานรับโดยไม่เงยหน้ามอง
ไหนๆ ที่รักก็มองไม่เห็นอยู่แล้ว เขาเลยขี้เกียจจะปั้นหน้า
"เปล่า ไม่มีอะไร ทำต่อเถอะ"
เดิมทีลู่เหยียนตั้งใจจะเตือนเสิ่นโจวว่าถังหว่านไม่เป็นไรหรอก
แต่พอเห็นท่าทางสองมาตรฐาน—ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง—ที่น่าหมั่นไส้ของหมอนั่น เขาเลยตัดสินใจไม่เตือนดีกว่า
"ประสาท" เสิ่นโจวพ่นคำด่าออกมาสองคำ แล้วก้มหน้าก้มตาเช็ดตัวต่อ
ทางด้านกู้เซินกำลังใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดฝ่าเท้าให้ถังหว่าน
แผลร้อนในที่มุมปากเจ็บจนเขาต้องใช้ลิ้นเลีย ซึ่งยิ่งทำให้แสบเข้าไปใหญ่
เขาหันไปมองสองคนที่กำลังคุยกัน ดวงตาเรียวรีดุจจิ้งจอกหรี่ลง สัญชาตญาณบอกว่าสองคนนี้ต้องปิดบังอะไรเขาอยู่แน่ๆ
แต่พยายามขุดความทรงจำช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เขาก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าสองคนนี้จะมีเรื่องอะไรให้ต้องรวมหัวกันปิดบังเขา
ช่างมันเถอะ เขาเลิกสนใจแล้วก้มหน้าเช็ดเท้าต่อ
สักพัก เสียงประตูปิดดังมาจากด้านหลัง กู้เซินมองประตูที่เพิ่งปิดลงแล้วถามเสิ่นโจว "หมอนั่นไปไหนน่ะ?"
"ใครจะรู้ อยู่ๆ ก็เรียกชื่อ แล้วก็ไม่พูดอะไร" เสิ่นโจวไม่มีอารมณ์จะสนใจคนอื่น ตอนนี้ที่รักของเขายังตัวร้อนจี๋อยู่เลย
ทันใดนั้น ความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัว เขาลุกพรวดขึ้นแล้วพูดกับกู้เซิน "นายเฝ้าที่รักไว้นะ มีอะไรเรียกพวกเราทันที"
พูดจบ เขาก็เดินออกไปอีกคน
กู้เซินมั่นใจยิ่งกว่าเดิม สองคนนี้ต้องมีความลับปิดบังเขาชัวร์!
ดวงตาจิ้งจอกกลอกไปมา ช่วงสองสามวันที่อยู่ด้วยกันมา ก็ไม่มีอะไรพิเศษนี่นา
ถ้าจะมีเรื่องที่พิเศษที่สุด ก็คงเป็นเรื่องที่อาเหยียนพูดวันนั้น เกี่ยวกับความฝันเรื่องชาติก่อนของหว่านหว่าน
ช่วงนี้หว่านหว่านป่วย เขาเลยมัวแต่กังวลจนลืมถามอาเหยียนไปเลยว่าตกลงมันเป็นฝันแบบไหนกันแน่!
ช่างเถอะ เรื่องอื่นไว้ก่อน รอหว่านหว่านหายดีแล้วค่อยว่ากัน เขาต้องรู้ให้ได้!
"หึ ในที่สุดหว่านหว่านก็ตกเป็นของฉันคนเดียว ฉันจะดูแลเธอเอง พอหว่านหว่านตื่นมา คนแรกที่เห็นก็คือฉัน เธอต้องซาบซึ้งจนโผเข้ากอดฉันแน่ๆ"
กู้เซินจัดแจงเก็บกวาดขยะอย่างอารมณ์ดี
เขาเตรียมจะให้รางวัลตัวเอง ด้วยท่าทางหื่นกาม เขาถอดเสื้อผ้าตัวเองออกแล้วมุดเข้าไปในผ้าห่มของถังหว่าน!
โอบกอดร่างกายที่ร้อนระอุของถังหว่านไว้แนบอก แล้วหลับตาลงอย่างมีความสุข...
...
ที่ชั้นล่าง
"นายก็คิดว่าที่รักเป็นไข้เพราะกำลังจะตื่นพลังพิเศษใช่ไหม?"
เสิ่นโจวเดินตามลู่เหยียนลงมาติดๆ พอเห็นอีกฝ่ายเอนตัวพิงโซฟาเตรียมจะงีบหลับ
เขาก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเอง
"นายเองก็มีความทรงจำในฝันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ!" ลู่เหยียนหลับตาลง ทำสีหน้าประมาณว่า 'อย่ามากวนเวลานอน'
"งั้นที่รักก็คงไม่เป็นไรใช่ไหม?"
"เธอไม่เป็นไรแน่ ก็เธอคือเสี่ยวหว่านนี่นา"
ถ้ากู้เซินอยู่ที่นี่ เขาต้องก่นด่าสวรรค์แน่ๆ ว่าทำไมสองคนนี้ถึงฝันถึงเรื่องราวชาติก่อนของหว่านหว่าน แต่เขากลับไม่รู้อะไรเลย!
...ตอนนี้เหลือกันแค่สองคน ลู่เหยียนรู้สึกว่าจำเป็นต้องเตือนเสิ่นโจวหน่อย เขาจึงยืดตัวขึ้น จ้องมองเสิ่นโจวเขม็ง
แสงไฟสลัวทำให้ดวงตาสีเข้มของเขาดูลึกล้ำยิ่งขึ้นและเปล่งประกายจางๆ "ในเมื่อเราสามคนต่างก็เป็นคนที่เสี่ยวหว่านให้ความสำคัญ และตกลงกันแล้วว่าจะอยู่ด้วยกันดีๆ งั้นเราก็ไม่ควรทำให้เสี่ยวหว่านต้องลำบากใจ
นายเองก็ควรรู้จักพอประมาณ ทางที่ดีเพลาๆ ลูกไม้ตื้นๆ พวกนั้นลงบ้างซะ!"
ถ้าเป็นคนอื่น คงโดนรัศมีกดดันนี้เล่นงานจนหงอไปแล้ว
แต่เสิ่นโจวไม่กลัว เขาชันเข่าขึ้นแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ลู่เหยียน พูดด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "ผมรับปากแค่ว่าจะไม่ถือสาถ้าต้องแบ่งปันความรักของเสี่ยวหว่านกับพวกคุณ แต่เรื่องที่ว่าเธอจะรักใครมากกว่า มันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนไม่ใช่เหรอครับ!"
ลู่เหยียนใช้ดวงตาคมกริบจ้องเขาอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งทาบเงาทับร่างของเสิ่นโจว
มือเรียวตบไหล่เสิ่นโจวเบาๆ "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ!"
พูดจบ ลู่เหยียนก็เดินแยกไปฝึกพลังพิเศษ
เขาไม่ชอบปะทะคารม เสี่ยวหว่านจะชอบใครมากกว่าก็แล้วแต่เธอ ขอแค่เธอมีความสุขก็พอ ส่วนเขาจะพิสูจน์ด้วยการกระทำ
นับตั้งแต่คืนนั้นที่เสี่ยวหว่านเอาน้ำพุจิตวิญญาณให้ดื่ม ลู่เหยียนก็รู้สึกว่าพลังของเขามีสัญญาณว่าจะแกร่งขึ้น เขาต้องรีบฝึกฝนให้ดีก่อนที่เสี่ยวหว่านจะตื่น
เสี่ยวหว่านบอกว่ายังมีเสบียงต้องไปรวบรวมอีกเพียบ ถึงเวลาจริงๆ ความปลอดภัยของเธอต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งในการต่อสู้!
ไม่ใช่การทำตัวแบ๊วหรือออดอ้อน...
...
ถังหว่านตื่นขึ้นมาในตอนเย็นของวันถัดมา ภายในอ้อมกอดอันร้อนระอุของกู้เซิน
ครั้งนี้เธอหลับสนิทเป็นพิเศษ ไม่ฝันร้ายทันทีที่หลับเหมือนเมื่อก่อน
เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย พบว่าตัวเองถูกกอดโดยผู้ชายที่หล่อวัวตายควายล้ม ก็คิดว่ากำลังฝันดีอยู่
"สุดหล่อคนนี้... เหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ" ถังหว่านใช้นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากแดงระเรื่อของกู้เซินไปมา มันดูน่าจูบชะมัด
กู้เซิน: "..."
จริงๆ เขาตื่นตั้งแต่วินาทีที่ถังหว่านลืมตาแล้ว เขาหลับเป็นตายในอ้อมกอดของหว่านหว่าน รู้สึกสบายสุดๆ
แต่พอหว่านหว่านตื่น เขาฏ้กลัวเธอจะโกรธ เลยไม่กล้าส่งเสียง
"ถ้ายังแกล้งหลับอีก ฉันจะหยิกนะ!" สัญชาตญาณความระแวดระวังที่สั่งสมมาหลายปีทำให้ถังหว่านมึนงงอยู่แค่ครู่เดียวก็ตื่นเต็มตา พอเห็นขนตายาวของกู้เซินสั่นระริก เธอก็รู้ทันทีว่าเขาแกล้งทำ
"อย่าหยิกเลย ใช้ปากจูบดีกว่า" กู้เซินทำปากยื่น ยื่นหน้าเข้ามาหา
เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมถังหว่าน มือไม้ซุกซนล้วงเข้าไปในชุดนอนของเธอ
"ฮ่าๆ ลุกออกไปนะ นายตัวหนักจะตาย ทับฉันแบนหมดแล้ว" ถังหว่านบ้าจี้ จะผลักแรงก็ทำไม่ลง ได้แต่ร้องขอเสียงอ่อน
"แก! ทำอะไรน่ะ? ปล่อยที่รักเดี๋ยวนี้นะ!"
เสิ่นโจวที่ฝึกพลังอยู่ข้างล่างพักใหญ่ ถือแก้วน้ำขึ้นมาเตรียมจะป้อนถังหว่าน
แต่พอเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพนี้เข้า เขาโกรธจัดจนเสียงหลง
เขาพุ่งเข้าไปวางแก้วน้ำลง แล้วกระชากกู้เซินหน้าไม่อายลงมาจากตัวถังหว่าน ทุ่มลงพื้นเต็มแรง
กู้เซินที่นอนหงายเก๋ง: "..."
"โอ๊ย! บ้าเอ๊ย เบาๆ ไม่เป็นหรือไง? เจ็บจะตายอยู่แล้ว! ไอ้เด็กบ้า ลอบกัดทีเผลอนี่หว่า แน่จริงมาดวลกันตัวต่อตัวสิโว้ย!"
กู้เซินกำลังนัวเนียเข้าด้ายเข้าเข็ม ไม่ทันระวังตัว ไม่งั้นคงไม่โดนทุ่มกระเด็นขนาดนี้
เสิ่นโจวไม่สนใจเสียงโวยวาย เขาโถมตัวเข้าใส่ถังหว่านพร้อมทำหน้ามุ่ยอย่างออดอ้อน
ซุกหน้าลงกับหน้าอกนุ่มนิ่มของถังหว่าน มือข้างหนึ่งวางแหมะลงบนความนุ่มหยุ่นอีกข้างอย่างจงใจ "ที่รักครับ คุณยอมให้มันทำแบบนั้นกับคุณได้ยังไง!"
ถังหว่านที่โดนกินเต้าหู้ซ้ำสอง: "..."
เธออยากจะสลบไปอีกรอบจริงๆ
"เสี่ยวหว่านตื่นแล้วเหรอ? เป็นยังไงบ้าง? ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?" ลู่เหยียนรีบวิ่งขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงโครมคราม แต่ก็ยังมาช้าไปก้าวหนึ่ง
ไม่งั้นคนที่จะอยู่บนตัวเสี่ยวหว่านตอนนี้คงเป็น... ลู่เหยียนหงุดหงิด เขาคว้าคอเสื้อเสิ่นโจวแล้ววางลงบนพื้น เบามือกว่าตอนที่เสิ่นโจวทุ่มกู้เซินเยอะ
จากนั้นเขาก็ใช้หลังมือแตะหน้าผากถังหว่าน ยืนยันว่าตัวไม่ร้อนแล้วจริงๆ
เขาถึงพูดขึ้นว่า "เลิกวุ่นวายกับเสี่ยวหว่านได้แล้ว ให้เธอลุกไปล้างหน้าล้างตาเถอะ เดี๋ยวผมไปยกโจ๊กผักขึ้นมาให้ เสี่ยวหว่านหลับไปตั้งนานต้องหิวแน่ๆ"
"แล้วนาย นั่งบนพื้นมันสบายนักเหรอ? น่าสมเพช!"
ลู่เหยียนที่พลาดโอกาสโอบกอดหยกงามเนื้อนุ่ม ทั้งหงุดหงิดทั้งอัดอั้นตันใจ พาลเห็นขวางหูขวางตาไปหมด
พอเดินผ่านกู้เซิน เขาก็ 'บังเอิญ' เตะเข้าไปที่หน้าแข้งอีกฝ่ายเต็มแรง
กู้เซิน: "..."
มาลงที่ฉันทำไมเนี่ย?
ฉันเป็นเหยื่อนะโว้ย!
กู้เซินรู้สึกน้อยใจ ลูบก้นที่ระบมจากการกระแทก แล้วมาลูบหน้าแข้งที่ปวดหนึบ
กู้เซินรู้สึกว่าเพื่อนคนนี้คบไม่ได้จริงๆ ตัวเองวิ่งมาช้าเอง อดกินน้ำแกง แล้วทำไมต้องมาลงที่เขาด้วยเนี่ย?