- หน้าแรก
- ฝ่าหายนะข้ามกาลเวลา
- บทที่ 8: การพบกันของสามหนุ่ม
บทที่ 8: การพบกันของสามหนุ่ม
บทที่ 8: การพบกันของสามหนุ่ม
ถังหว่านขับรถมาถึงประตูทิศเหนือของเมืองมหาวิทยาลัยที่เสิ่นโจวพักอาศัยอยู่อย่างรวดเร็ว เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมจะโทรเรียกให้เขาลงมา
ทันใดนั้น เสิ่นโจวในชุดเสื้อฮู้ดสีขาวกางเกงคาร์โก้สีขากีก็เดินออกมาจากประตูข้าง
เขาสะพายเป้สีดำไว้บนไหล่ข้างหนึ่ง ในมือถือพลั่วด้ามยาว รูปร่างสูงโปร่งก้าวเดินเข้ามาหาเธอทีละก้าว ความหล่อเหลานั้นช่างดูเกินจริง
ทว่าพลั่วในมือเขากลับมีเลือดหยดติ๋งๆ ซึ่งขัดแย้งกับภาพลักษณ์อันสะอาดสะอ้านของเขาอย่างสิ้นเชิง
นี่เทพเซียนหลงเข้าไปในแดนปีศาจแล้วเผลอไปฆ่าล้างบางมาหรือเปล่าเนี่ย?
รถของถังหว่านจอดขวางหน้าทางเข้าชุมชนอย่างสะดุดตา เสิ่นโจวมองเห็นเธอทันที
เขารีบโยนพลั่วทิ้งอย่างรังเกียจแล้ววิ่งเหยาะๆ มาที่รถของเธอ ยังไม่ทันจะขึ้นรถเขาก็เริ่มโอดครวญ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววน้อยอกน้อยใจ "ที่รักครับ มีซอมบี้จริงๆ ด้วย น่ากลัวชะมัดเลย!"
ถังหว่าน "..."
ท่าทางเมื่อกี้ไม่ได้ดูเหมือนคนกลัวซอมบี้เลยสักนิด!
ฉันว่าถ้าซอมบี้มีความคิด พวกมันคงรู้สึกว่านายตอนเมื่อกี้น่ากลัวกว่าพวกมันเยอะ
"รีบขึ้นรถเร็ว เข้า ทางโน้นมีซอมบี้มาอีกแล้ว" ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งคุย
ที่นี่คือเมืองมหาวิทยาลัย ประชากรหนาแน่นเกินไป หากเกิดฝูงซอมบี้รวมตัวกัน ถึงแม้ซอมบี้ตอนนี้จะยังอ่อนแอ แต่ลำพังพวกเธอสองคนรับมือไม่ไหวแน่
"โอ๊ะ" เสิ่นโจวไม่ได้รับการปลอบโยนจากถังหว่าน แต่เขาก็ไม่ได้ถือสา เขารีบเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับ นั่งลงแล้วคาดเข็มขัดนิรภัย ทำตัวว่าง่ายและเชื่อฟังเป็นพิเศษ
แต่แล้ว... "ที่รัก ผมต้องการอ้อมกอดปลอบขวัญหน่อย! ขวัญเอ้ยขวัญมา!" พวกเขาไม่ได้เจอกันมาสองปีกว่า แถมเธอยังบล็อกเขาอีก เขาต้องการการปลอบใจด่วนๆ!
ถังหว่านเม้มริมฝีปากยิ้ม ดวงตาดอกท้อโค้งลงราวกับพระจันทร์เสี้ยว
ต่อให้เขาไม่ขอ เธอก็อยากกอดเขาเหมือนกัน
ในที่สุดก็ได้เจอกันอีกครั้ง... ไม่ใช่แค่สองปีอย่างที่เขาคิด แต่เป็นการกลับมาเจอกันหลังจากผ่านไปถึงสองชาติภพ!
เธอปลดเข็มขัดนิรภัย อ้าแขนออกแล้วดึงเสิ่นโจวเข้ามาในอ้อมกอด สูดกลิ่นกายของเขาเข้าปอดลึกๆ
ดีจังเลย เขากลับมาอยู่ข้างกายเธอแล้ว
ร่างกายของเสิ่นโจวสั่นเทาเมื่อถูกสวมกอด หัวใจเต้นแรงราวกับจะกระดอนออกมาทางปาก อ้อมกอดของเธอยังคงอบอุ่นและหอมกรุ่นเหมือนเดิม
สมัยเรียน เขาชอบหาข้ออ้างสารพัดเพื่อขอกอดเธอ และเธอก็ไม่เคยหวงสัมผัสเลยสักครั้ง
แต่ไอ้สารเลวอู๋หยวนกับนังจอมเสแสร้งหลินอีอี ชอบเข้ามาดึงตัวเขาออกไปจากอ้อมกอดของเธอเสมอ!
น่าแค้นนัก!
ในความฝัน คนสารเลวสองคนนั้นทำให้ที่รักของเขาต้องทนทุกข์ทรมานสาหัส เขาต้องหาโอกาสแก้แค้นให้ที่รักให้ได้
"เอาล่ะ ไม่ใช่เวลามารำลึกความหลัง เด็กดี ไว้เราหาที่ปลอดภัยได้แล้วค่อยกอดกันดีๆ นะ ตกลงไหม?" ถังหว่านพยายามดันไหล่เสิ่นโจวออกหลายครั้งแต่เขาก็ไม่ขยับ เลยต้องใช้วิธีพูดกล่อมอย่างอ่อนโยน
"ขออีกห้าวินาที! ผมคิดถึงคุณจะตายอยู่แล้ว! คุณไม่ติดต่อผมมาตั้งนาน ถ้าผมไม่โทรหา คุณคงลืมผมไปแล้วใช่ไหม ฮึ! ผู้หญิงใจร้าย!" เสิ่นโจวเคยชินกับการทำตัวออดอ้อนถังหว่าน
อันที่จริง เขาเรียนรู้วิธีนี้มาจากหลินอีอี แม่ดอกบัวขาวจอมปลอมนั่น เพราะเขาสังเกตเห็นว่าเวลาหลินอีอีออดอ้อน ถังหว่านจะยอมตามใจทุกอย่าง
และก็ได้ผล ถังหว่านใจอ่อนยวบ เธอตบไหล่เขาเบาๆ แล้วปลอบประโลม "ฉันไม่ได้ลืมนาย เบอร์ของนายถูก... เอ่อ อู๋หยวนบล็อกไปก่อนหน้านี้น่ะ ฉันก็คิดถึงนายเหมือนกัน เด็กดี แถวนี้อันตราย เราหยุดรถนานไม่ได้นะ"
เธอดันตัวเสิ่นโจวออกจากอ้อมกอด ให้เขานั่งดีๆ บนเบาะข้างคนขับ ขณะที่ตัวเองคาดเข็มขัดนิรภัยก็กำชับว่า "คาดเข็มขัดให้ดี เราจะไปกันแล้ว หนทางข้างหน้าจะระทึกใจมาก นั่งให้ติดเบาะแล้วจับให้แน่นล่ะ"
ยังพูดไม่ทันจบ รถก็พุ่งทะยานออกไป เพราะซอมบี้นับสิบตัวกำลังเดินโซซัดโซเซเข้ามาใกล้...
...
เลยเวลานัดมาสิบกว่านาทีแล้ว แต่ถังหว่านยังมาไม่ถึง กู้เซินเร่งให้ลู่เหยียนโทรตามถังหว่านอยู่หลายรอบ
แต่ลู่เหยียนกลัวว่าถังหว่านกำลังขับรถอยู่ การโทรไปอาจทำให้เกิดอันตราย จึงยืนกรานที่จะรอโดยไม่ติดต่อเธอ
แต่เมื่อเวลาค่อยๆ ผ่านไป หัวใจของเขาก็ยิ่งบีบคั้นมากขึ้น
เขาเริ่มกังวลว่าเสี่ยวหว่านจะเจอกับอันตรายอะไรหรือเปล่า เขานึกเสียใจจริงๆ ที่เมื่อคืนยอมตกลงให้เธอขับรถมาเอง
เขาควรจะขับรถไปรับเธอ ถึงจะวางใจได้
"อาเหยียน โทรหาหว่านหว่านเร็วเข้า! เลยเวลานัดมาสิบกว่านาทีแล้วนะ ถ้านายไม่ห่วงเธอ ฉันห่วง! ฉันขอก็ไม่ยอมให้เบอร์ ไม่นึกเลยว่านายจะเป็นคนขี้งกขนาดนี้!"
กู้เซินอดไม่ได้ที่จะเร่งให้ลู่เหยียนโทรอีกครั้ง เขาเป็นห่วงหว่านหว่านจริงๆ ที่ต้องอยู่คนเดียว เขาไม่เข้าใจเลยว่าอาเหยียนคิดอะไรอยู่ ถึงปล่อยให้หว่านหว่านขับรถฝ่าดงซอมบี้มาหา
ผู้ชายอกสามศอกสองคนแท้ๆ ควรจะเป็นฝ่ายไปรับเธอสิ จะปล่อยให้เธอเอาตัวเองมาเสี่ยงอันตรายได้ยังไง?
บอกให้โทรก็ไม่ยอมโทร
พอไม่โทรก็ไม่ยอมให้เบอร์อีก ให้ตายเถอะ เขาไม่เคยรู้สึกว่าคุยกับอาเหยียนยากขนาดนี้มาก่อนเลย...
ลู่เหยียนทำแบบนี้เพราะความฝันที่เขาเห็น เขาเพิ่งจะลองหยั่งเชิงดูเมื่อกี้ และดูเหมือนกู้เซินจะไม่ได้ฝันเรื่องเดียวกัน
ในเมื่อเป็นแบบนั้น เขาต้องกันท่ากู้เซินไว้ ไม่ให้เข้าใกล้เสี่ยวหว่านเกินไป เขารู้นิสัยกู้เซินดี ถ้าหมอนนี่เริ่มป้อนคำหวานใส่สาวน้อยเมื่อไหร่ เขาคงหมดโอกาสแน่
แต่เสี่ยวหว่านมาช้าไปเกือบ 20 นาทีแล้ว ปกติแล้วอย่าว่าแต่ 20 นาทีเลย ต่อให้ต้องรอหลายชั่วโมงเขาก็รอได้
แต่นี่มันวันสิ้นโลก ที่มีซอมบี้เดินเพ่นพ่าน แค่ช่วงที่เขากับอาเซินยืนรออยู่ตรงนี้ ก็ฟันซอมบี้ร่วงไปเป็นสิบตัวแล้ว
ถ้าชานเมืองยังขนาดนี้ แล้วบ้านของเสี่ยวหว่านที่อยู่ในเขตวงแหวนรอบสองล่ะ ในเมืองจะอันตรายขนาดไหน?
ไม่ไหว เขาเลิกห่วงเรื่องขับรถแล้ว เขาต้องโทรเช็กความปลอดภัยเดี๋ยวนี้!
ลู่เหยียนทนไม่ไหวอีกต่อไป กดโทรออกหาถังหว่าน
เสียงรอสายดังอยู่นานแต่ไม่มีคนรับ หัวใจลู่เหยียนยิ่งบีบรัดแน่นขึ้น
หลังจากกระหน่ำโทรไปสิบกว่าสายแต่ก็ยังไร้การตอบรับ ลู่เหยียนรอไม่ไหวแล้ว เขาลุกขึ้นเดินไปที่รถ เขาต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวหว่าน
"เฮ้ย จะไปไหน? จะไปหาเสี่ยวหว่านเหรอ? ฉันไปด้วย" กู้เซินวิ่งตามลู่เหยียนมาติดๆ
เขารู้ดีว่าเธอมาช้าขนาดนี้ต้องเกิดเรื่องแน่ ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว! รู้งี้ไปดูตั้งนานแล้ว มีแต่อาเหยียนนี่แหละที่ทำตัวนิ่งเป็นรูปปั้น สุขุมเยือกเย็นดั่งขุนเขา!
ทันใดนั้นเอง!
"บรื้น! บรื้น!" เสียงคำรามของเครื่องยนต์รถดังสนั่น ได้ยินเสียงแบบนี้ ไม่รู้จะล่อซอมบี้มาสักกี่ตัว!
ไอ้บ้าที่ไหนกันเนี่ย? เรื่องสามัญสำนึกแค่นี้ก็ไม่รู้ กู้เซินบ่นอุบในใจ
ลู่เหยียนก็ขมวดคิ้วเข้มจนเป็นปม เขาไม่มีอารมณ์จะมาสนใจเรื่องพรรค์นี้ เปิดประตูฝั่งคนขับเตรียมจะขึ้นรถ
"ลู่เหยียน! กู้เซิน!"
'ไอ้บ้า' ที่ว่านั่นก็คือถังหว่านเอง เธอซิ่งเหยียบคันเร่งมิดมาตลอดทาง สองชาติภพรวมกันยังไม่เคยขับรถได้ระทึกใจขนาดนี้มาก่อน
ตลอดทางมานี้ ใครขวางชนแหลก ซอมบี้ตัวไหนขวางก็ชนกระเด็น แผ่รังสี 'ข้าคือที่หนึ่งในใต้หล้า' ออกมาอย่างเต็มที่
เสิ่นโจวที่นั่งมาด้วยแทบสิ้นสติ
มิน่าล่ะเธอถึงบอกว่าทางข้างหน้าจะระทึกใจมาก นี่มันไม่ใช่แค่ระทึกแล้ว นี่มันสยองขวัญชัดๆ!
รถยังไม่ทันจอดสนิทดี เสิ่นโจวก็พุ่งพรวดลงไปนั่งยองๆ ริมถนน แล้วอาเจียนออกมาอย่างหนัก
เขาอ้วกจนน้ำหูน้ำตาไหล ดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้นดูงดงามเป็นพิเศษ หลังอาเจียนไปพักหนึ่ง เขาก็เงยหน้ามองถังหว่านด้วยสายตาตัดพ้อ แล้วก้มลงไปอ้วกต่อ
ถังหว่าน "..."
เธอรู้สึกเหมือนกำลังโดนด่าทางสายตา!
"เสี่ยวหว่าน"
"หว่านหว่าน เป็นอะไรไหม? ทำเอาพวกเราตกใจแทบแย่! รู้ไหมพวกเรานึกว่าเธอเจออันตรายเข้าแล้ว?" กู้เซินอาศัยความไวเบียดแทรกลู่เหยียน เข้าไปยืนขวางหน้าถังหว่านโดยเจตนา
ลู่เหยียนรู้สึกว่ากู้เซินช่างขวางหูขวางตาเหลือเกิน เขาเอื้อมมือไปดึงถังหว่านมายืนข้างตัวอย่างแนบเนียน
เขาสํารวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเอ่ย "ปลอดภัยก็ดีแล้ว ผมเป็นห่วงมากเห็นคุณมาช้า"
การกระทำของสองหนุ่มหล่อที่แย่งกันทำคะแนนจะรอดพ้นสายตาถังหว่านไปได้อย่างไร? เธอยิ้มพลางชำเลืองมองชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังเขม่นกันเงียบๆ
เธอชี้ไปที่เสิ่นโจวซึ่งยังคงโก่งคออาเจียนอยู่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย "ฉันไม่เป็นไร แค่แวะรับคนระหว่างทางน่ะ รอแป๊บนะ"
ถังหว่านหยิบน้ำแร่จากมิติออกมาขวดหนึ่ง บิดฝาเปิดแล้วยื่นให้เสิ่นโจวที่เพิ่งหยุดอ้วก พร้อมลูบหลังเขาเบาๆ "เป็นไงบ้าง? ดีขึ้นไหม? ทำไมเมารถหนักขนาดนี้ ปกติไม่ค่อยได้นั่งรถเหรอ?"
เสิ่นโจว "..."
เกิดมาผมก็ไม่เคยนั่งรถที่ขับแบบนี้มาก่อนเลยครับ!
ตอนนี้เขาซาบซึ้งถึงทักษะการขับรถของ 'ที่รัก' อย่างลึกซึ้ง สาบานเลยว่าวันหน้าเขาจะไม่ยอมให้เธอแตะพวงมาลัยอีกเด็ดขาด น่ากลัวเกินไปแล้ว!
"ผมเวียนหัวจะแย่อยู่แล้ว" เสิ่นโจวบ้วนปาก แล้วเงยหน้ามองถังหว่านด้วยดวงตาคลอหน่วย ทำตัวน่าสงสารสุดฤทธิ์
"โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ วันหลังฉันจะขับให้ช้าลง โอเคไหม? วันนี้ฉันรีบไปหน่อย
เป็นไงบ้าง? ดีขึ้นหรือยัง?
ถ้าไหวแล้วก็ลุกมาเร็ว ฉันจะแนะนำทุกคนให้รู้จัก" ถังหว่านใช้กระดาษทิชชูซับน้ำตาที่หางตาให้เสิ่นโจว เช็ดปากให้เขา แล้วดึงตัวเขาให้ลุกขึ้น
ลู่เหยียน "..."
ไอ้เด็กเหลือขอนั่นกล้าแกล้งทำตัวน่าสงสารต่อหน้าเสี่ยวหว่าน การแสดงระดับนี้ คงมีแต่เสี่ยวหว่านเท่านั้นแหละที่ดูไม่ออก
ลู่เหยียนขบกรามแน่น ดูท่าเขาจะเจอศัตรูตัวฉกาจเข้าให้แล้ว ไม่รู้ว่าไอ้เด็กนี่จะฝันเรื่องนั้นด้วยหรือเปล่า!
ต้องหาโอกาสลองเชิงดู
ท่านประธานลู่ผู้มีแผนการในใจแปดร้อยตลบ มองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งถึงลูกไม้ตื้นๆ ของเสิ่นโจว และวางแผนรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว
ส่วนกู้เซิน ดวงตาเจ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอกจ้องเขม็งไปที่เสิ่นโจวที่กำลังแกล้งสำออย ไอ้หมอนี่เป็นใคร?
ไม่มีค่าพอให้หว่านหว่านต้องมาทำดีด้วยขนาดนี้หรอก!
เขาไม่เคยเห็นหว่านหว่านอ่อนโยนและอดทนขนาดนี้มาก่อน
หว่านหว่านที่เขารู้จัก เป็นคนรักอิสระ มั่นใจ เก่งกาจเรื่องธุรกิจ และมีรอยยิ้มประดับดวงตาเสมอ
ทว่าเธอก็คือถังหว่าน ผู้ไม่เคยใจอ่อนหรือปรานีใคร
กู้เซินรู้สึกสนใจขึ้นมาตงิดๆ หว่านหว่านที่เขาชอบ ยังมีอีกกี่มุมที่เขายังไม่เคยเห็นกันนะ?
เขายิ่งรู้สึกชอบเธอมากขึ้นไปอีกจริงๆ
ส่วนไอ้หนุ่มหน้าสวยท่าทางอ่อนแอนั่น จิ้งจอกกู้รู้สึกว่าไม่มีอะไรน่ากังวล
ถังหว่านจูงมือเสิ่นโจวเดินมายืนข้างสองหนุ่มหล่อที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง เธอแนะนำทั้งสามคนให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ "ลู่เหยียน กู้เซิน นี่เสิ่นโจว เพื่อนร่วมรุ่นสมัยมหาวิทยาลัยของฉันเอง"
"โจวโจว นี่ลู่เหยียน เจ้านายของฉัน"
"ส่วนนี่กู้เซิน เขาเคยเป็นหุ้นส่วนบริษัทของประธานลู่ น่าจะเป็น... เพื่อนมั้ง!" เธอไม่รู้จะแนะนำเขายังไงจริงๆ แม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกกระอักกระอ่วน
กู้เซินไม่ปลื้มที่หว่านหว่านแนะนำเขาแบบนั้นเลย เขาจึงดึงมือเธอออกจากมือเสิ่นโจว แล้วกุมไว้ในมือตัวเอง พลางเขี่ยเล่นที่นิ้วมือเธอ
เขายื่นมืออีกข้างไปเชคแฮนด์กับเสิ่นโจว แนะนำตัวเองว่า "ฉันชื่อกู้เซิน เป็นคนที่กำลังตามจีบหว่านหว่านอยู่ นายคงเป็นน้องชายของเธอสินะ? น้องชาย ร่างกายอ่อนแอไปหน่อยนะ นั่งรถแค่นี้ก็อ้วกแตกแล้ว!? ต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้นะไอ้น้อง"
ดวงตาคู่สวยของเสิ่นโจวเหลือบมองมือกู้เซินที่กุมมือถังหว่านอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะจับมือตอบ ยิ้มอย่างว่าง่ายและไร้พิษสง "สวัสดีครับพี่เซิน ผมเสิ่นโจว เป็นน้องชายคนโปรดของที่รัก ฝากพี่เซินชี้แนะด้วยนะครับ!"
และเป็นไปตามคาด เสิ่นโจวผู้ว่าง่ายได้รับรางวัลเป็นการลูบหัวจากถังหว่าน พร้อมคำชม "เด็กดีจริงๆ"
ชายหนุ่มสองคนข้างๆ ขบกรามจนเสียงดังกรอด
กู้เซินกัดฟันเพราะทนจริตพ่อดอกบัวขาวของเสิ่นโจวไม่ไหว
ส่วนลู่เหยียนกัดฟันเพราะกู้เซินบังอาจกุมมือและเล่นนิ้วเสี่ยวหว่านต่อหน้าต่อตาเขา
ท่านประธานลู่โกรธมาก แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย
เขาดึงถังหว่านกลับมาข้างกาย ใช้ร่างกายสูงใหญ่บังสายตาของชายหนุ่มอีกสองคนไว้อย่างจงใจ
จากนั้นจึงพยักหน้าให้เสิ่นโจว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฉันลู่เหยียน เป็น 'แฟน' ของเสี่ยวหว่าน!"
ท่านประธานลู่ตัดสินใจหน้าด้านประกาศความเป็นเจ้าของก่อน เพราะสัมผัสได้ถึงอันตรายจากคู่แข่ง...
"อ้าว? สวัสดีครับพี่เหยียน ผมเสิ่นโจว แต่ผมไม่ยักได้ยินที่รักบอกเลยว่าเปลี่ยน 'แฟน' แล้ว" เสิ่นพ่อดอกบัวขาวชะโงกหน้าออกมา พยายามมองหาถังหว่านที่ถูกลู่เหยียนบังมิด
เขาถามด้วยใบหน้าใสซื่อ "ที่รัก คุณเปลี่ยนแฟนใหม่แล้วเหรอ!?"
ถังหว่านผู้ถูกพาดพิง "..."
ถังหว่านสำลักน้ำลายตัวเอง "แค่กๆๆ ตรงนี้ไม่ใช่ที่คุยกัน เมื่อกี้รถเราเสียงดังมาก ซอมบี้แถวนี้คงแห่กันมาแล้ว รีบเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนเถอะ!"
ถังหว่านเดินนำหน้า หันกลับมาเก็บรถเข้ามิติ แล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต เธอกวักมือเรียกชายหนุ่มทั้งสามที่มีสีหน้าแตกต่างกันไปให้ตามมา...
จะให้เธอตอบยังไงล่ะเนี่ย?
เธอยังคิดไม่ออกเลยว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับพวกเขายังไง!
ก่อนจะแก้ปัญหาได้ ขอชิ่งหนีก่อนแล้วกัน...