- หน้าแรก
- ฉันสามารถติดตั้งเทมเพลตสวมบทบาทให้กับสัตว์อสูรได้
- บทที่ 12 วิชาเซียนแห่งภูเขาเมียวโบคุ
บทที่ 12 วิชาเซียนแห่งภูเขาเมียวโบคุ
บทที่ 12 วิชาเซียนแห่งภูเขาเมียวโบคุ
บทที่ 12 วิชาเซียนแห่งภูเขาเมียวโบคุ
พฤติกรรมเล็ก ๆ ของทามไม่ได้ดึงดูดความสนใจของลู่หยวน มันแอบเดินตรงไปยังวัตถุดิบที่เป็นเนื้อสัตว์บนเขียงอย่างเงียบเชียบเพียงลำพัง
ทันใดนั้น ทามก็กระโดดทีเดียวขึ้นไปอยู่บนเขียง จ้องมองก้อนเนื้อนิรนามตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย
ภายในห้องครัว สัตว์อสูรหมีพงไพรสังเกตเห็นการกระทำของทาม
ในขณะที่หมีพงไพรกำลังสงสัยว่าทามจะทำอะไร ทามก็อ้าปากกว้างแล้วกลืนก้อนเนื้อนั้นลงไปทั้งก้อนทันที
“โฮก (แกทำบ้าอะไรเนี่ย)!”
หมีพงไพรตกตะลึงจนแทบไม่ทันได้พูดอะไรกับลู่หยวน มันพุ่งเข้าไปหาทาม ใช้มือเดียวคว้าตัวมันขึ้นมาแล้วเขย่าไปมาไม่หยุด
หวังว่าจะให้ทามคายของออกมา
และตอนนี้เอง ลู่หยวนก็สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้เช่นกัน
เมื่อเห็นพุงที่ป่องออกมาของทาม และคราบเลือดที่ยังไม่แห้งดีตรงปาก จะไม่รู้ได้ยังไงว่าเจ้านี่แอบกินของเข้าไปแล้ว!
หลังจากเขย่าทามอยู่พักหนึ่ง หมีพงไพรก็พบว่าวัตถุดิบชิ้นนั้นคงเอาออกมาไม่ได้แล้ว จึงมองทามด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
สายตานั้นเหมือนจะบอกว่า ไอ้หนู แกเพิ่งเข้ามาวันแรกก็หาเรื่องเดือดร้อนให้พวกเราซะแล้ว!
แต่ทามในตอนนี้ไม่ได้รับรู้อะไรเลย เพราะมันได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว หลับตาพริ้ม หายใจสม่ำเสมอ แถมยังหลับสบายสุด ๆ หลับปุ๋ยเชียว!
ทาม: ครอกกก ฟี้....
เมื่อทำอะไรไม่ได้ หมีพงไพรที่โมโหจนควันออกหูก็ได้แต่วางทามไว้ข้าง ๆ
สัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ก็มองทามที่หลับปุ๋ยไปแล้วด้วยความพูดไม่ออกเช่นกัน
จากนั้นพวกมันก็หันมามองลู่หยวน
สัตว์อสูรก่อเรื่อง ผู้ใช้อสูรต้องรับผิดชอบ สัตว์อสูรของแกสร้างปัญหา แกที่เป็นผู้ใช้อสูรต้องหาทางแก้ไข
ลู่หยวนยิ้มแห้งอย่างจนใจ แล้วพูดขอโทษว่า “ขอโทษจริง ๆ ครับ ผมก็ไม่คิดว่าทามจะแอบกินเข้าไป ผมจะรับผิดชอบแทนมันเอง”
สัตว์อสูรหลายตัวมองหน้ากัน ในที่สุดหมีพงไพรที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าพ่อครัวก็เดินมาตรงหน้าลู่หยวน
ยื่นคู่มือเล่มหนึ่งให้เขา
เนื้อหาในคู่มือนั้นง่ายมาก เป็นกฎระเบียบของครัวฝ่ายพลาธิการ
ข้อหนึ่งระบุไว้ว่าห้ามแอบกิน ถ้าถูกจับได้ คนจะถูกหักเงินเดือนสามวัน ส่วนสัตว์อสูรจะถูกหักอาหารสามวัน
หมีพงไพรยืนเท้าเอว จ้องลู่หยวนด้วยสีหน้า ‘ดุร้าย’ ราวกับจะบอกว่า จัดการให้เรียบร้อย อย่ามาเป็นตัวถ่วงพวกเรา
“ได้ครับ ๆ ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมจะไปบอกอาจารย์ซูเมิ่งด้วยตัวเอง”
เมื่อได้รับคำตอบจากลู่หยวน เหล่าสัตว์อสูรก็ยอมปล่อยเขาไปในที่สุด
เวลานี้ ลู่หยวนหันไปมองทามด้วยความสงสัย
ถึงทามจะเจ้าชู้ไปหน่อย แต่ก็รู้กาลเทศะพื้นฐานดี
ปกติมันจะไม่ทำอะไรที่เกินเลยโดยไม่ได้รับอนุญาต
เว้นแต่ว่าเรื่องนั้นจะมีแรงยั่วยวนจนมันอดใจไม่ไหว
ลู่หยวนเปิดหน้าต่างสเตตัสของทามขึ้นมา อยากรู้ว่าหลังจากกินวัตถุดิบนั้นเข้าไปแล้ว ทามจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
[กบกระโดดน้ำ • ทาม]
[ระดับ: เหล็กดำ 5 ดาว (2%, 3%, ...)]
มองดูแถบค่าประสบการณ์ของทามที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลู่หยวนก็ตกตะลึง
โดยทั่วไป การเพิ่มระดับของสัตว์อสูรมีสองวิธี
หนึ่งคือการต่อสู้ กระตุ้นสายเลือดและพัฒนาตัวเองผ่านการต่อสู้
คล้ายกับวิธีการเก็บค่าประสบการณ์จากการต่อสู้ของโปเกมอนในชาติก่อน
อีกวิธีหนึ่งคือการกลืนกินวัตถุที่มีพลังงาน
วิธีการเพิ่มระดับแบบนี้ แม้จะปลอดภัยกว่าการต่อสู้มาก แต่ก็มีข้อจำกัดและผลข้างเคียงไม่น้อย
เหมือนกับหลักการที่ว่ายามีพิษสามส่วนในชาติก่อนนั่นแหละ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมตอนที่ทามกินวัตถุดิบที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปเข้าไป หมีพงไพรถึงได้ตกใจและโกรธขนาดนั้น
การกลัวโดนลงโทษก็ส่วนหนึ่ง แต่กลัวทามจะเป็นอันตรายก็อีกส่วนหนึ่ง
แต่ดูจากตอนนี้ ทามนอกจากจะไม่เป็นอะไรแล้ว ยังได้รับประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว
ดูจากความคืบหน้าตอนนี้ เผลอ ๆ ทามอาจจะเลื่อนระดับเป็นเหล็กดำ 6 ดาวได้เลย
กินข้าวมื้อเดียวเทียบเท่ากับการฝึกฝนเกือบครึ่งเดือน ผลลัพธ์มันดีเกินคาดไปแล้ว
แถมลู่หยวนยังพบว่า ทามมีสกิลเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างโดยไม่รู้ตัว
[วิชาเซียนแห่งภูเขาเมียวโบคุ: นี่เป็นวิชาเฉพาะของกบแห่งภูเขาเมียวโบคุ สามารถสัมผัสพลังแห่งเซียน และเปลี่ยนพลังงานทุกชนิดให้เป็นพลังงานธรรมชาติ สร้าง ‘พลังวิญญาณเซียน’ ขึ้นมาได้]
เมื่อเห็นสกิลที่เพิ่มขึ้นมานี้ ลู่หยวนก็เข้าใจในที่สุดว่าทำไมทามถึงกล้ากินวัตถุดิบที่ไม่รู้จักนั่นลงไป
ที่แท้ก็เพราะมีวิชาเซียนแห่งภูเขาเมียวโบคุนี่เอง
พอนึกถึงพวกกบที่มีพลังต่อสู้สูงส่งแห่งภูเขาเมียวโบคุในเรื่องนารูโตะ สายตาที่ลู่หยวนมองทามก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง
แม้ตอนนี้ลู่หยวนจะยังไม่สัมผัสถึง ‘วิชาเซียน’ บนตัวทาม
แต่ตามคำอธิบายของสกิล ขอแค่ทามดูดซับพลังงานธรรมชาติได้มากพอ และเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นเป็นพลังวิญญาณเซียน เมื่อพลังวิญญาณเซียนถึงระดับหนึ่ง
ทามก็จะสามารถเข้าสู่โหมดเซียนได้!
ลู่หยวนจำได้แม่นเลยว่า ศักยภาพที่แท้จริงของเทมเพลตจิไรยะนั้น คือเทมเพลตระดับเพชร 1 ดาวเชียวนะ
แต่พลังต่อสู้ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง จะดึงศักยภาพทั้งหมดออกมาและไปถึงจุดสูงสุดของเทมเพลตได้หรือไม่ ยังต้องอาศัยความพยายามของทั้งลู่หยวนและสัตว์อสูร
เทมเพลตเปรียบเสมือนมรดก ความสำเร็จสุดท้ายขึ้นอยู่กับผู้สืบทอดเอง
เพราะเกิดเหตุการณ์แทรกซ้อนเรื่องทาม สายตาที่เหล่าสัตว์อสูรในครัวมองลู่หยวนจึงดูอึดอัดชอบกล
ทุกอย่างเปลี่ยนไปในที่สุดเมื่ออาจารย์ซูเมิ่งกลับมา
เมื่อทราบว่าทามแอบกินวัตถุดิบที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
แต่อาจารย์ซูเมิ่งก็ลงโทษลู่หยวนและทามเล็กน้อย
โดยให้ทั้งสองทำความสะอาดห้องครัวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
และอาจารย์ซูเมิ่งก็นำข่าวอีกเรื่องมาบอกลู่หยวน
นั่นคือเพื่อนร่วมรุ่นที่เดิมทีถูกจัดให้มาอยู่ห้อง 10 พร้อมกับเขา
เพราะไม่พอใจกับผลการจัดห้อง จึงไปโวยวายถึงห้องผู้อำนวยการ
สุดท้ายผู้อำนวยการจำใจต้องให้ทางเลือกกับพวกเขา
ทางเลือกหนึ่งคือสุ่มย้ายไปอยู่ห้องอาจารย์คนอื่น และอีกทางเลือกหนึ่งคืออยู่ห้อง 10 ต่อไป
และผู้อำนวยการยังเตือนพวกเขาด้วยว่า ห้อง 10 จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ได้แย่ไปกว่าห้องอื่นหรอกนะ
ซึ่งทางเลือกนี้ ลู่หยวนก็มีสิทธิ์เลือกเช่นกัน
หากเป็นก่อนที่ทามจะปลุก ‘วิชาเซียนแห่งภูเขาเมียวโบคุ’ ตื่นขึ้นมา ลู่หยวนอาจจะขอย้ายห้องจริง ๆ ก็ได้
แต่พอเห็นประโยชน์ของวิชาเซียนแห่งภูเขาเมียวโบคุแล้ว ลู่หยวนกลับรู้สึกว่าที่นี่อาจจะเหมาะกับเขามากกว่า
ดังนั้น ท่ามกลางสายตาแปลกใจของซูเมิ่ง ลู่หยวนจึงเลือกที่จะอยู่ต่อในที่สุด
เรื่องนี้ทำให้ซูเมิ่งดีใจมาก ถึงขนาดตัดสินใจยกเลิกบทลงโทษของลู่หยวนและทามเลยทีเดียว
แต่เธอก็ยังเตือนว่า จริง ๆ แล้วในฝ่ายพลาธิการมักจะมี ‘วัตถุดิบส่วนเกิน’ อยู่เยอะ ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้ไม่ได้ลงบัญชีหลวง
พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าวัตถุดิบพวกนี้หายไป ก็ไม่มีใครตามสืบหรอก
นี่ซูเมิ่งกำลังบอกใบ้ลู่หยวนว่า ถ้าอยากได้เนื้อสัตว์อสูรจริง ๆ ล่ะก็
อย่าทำโจ่งแจ้งขนาดนั้น ทำให้เนียนหน่อย ลับ ๆ ล่อ ๆ หน่อย ก็บรรลุจุดประสงค์เดียวกันได้
ทำเอาลู่หยวนถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก อาจารย์สอนศิษย์ให้รู้จักกินนอกกินใน... อาจารย์แบบนี้ ผมชอบ!
คิดได้ดังนั้น ลู่หยวนมองวัตถุดิบสัตว์อสูรที่มีอยู่เกลื่อนกลาดในครัว แล้วดวงตาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที
ดูเหมือนเขาจะเจอวิธีเพิ่มพลังให้ทามอย่างรวดเร็วเข้าแล้วสิ...
(จบตอน)