- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 424 หมู่บ้านปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บทที่ 424 หมู่บ้านปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บทที่ 424 หมู่บ้านปรากฏขึ้นอีกครั้ง
พวกเราไม่รู้ว่าตาแก่กับผีสาวชุดขาวหมายความว่าอะไร เพราะตั้งแต่เข้าหมู่บ้านมา พวกเราก็ยังไม่เห็นวิญญาณหยินในหมู่บ้านเลยสักดวง
แต่นั่นทำให้ผมนึกถึงเรื่องที่ผมกับหยางจิ้งเข้ามาตามหาอวี๋อันในหมู่บ้านตอนกลางคืนก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้
ตอนนั้นหมู่บ้านผิงซานจู่ ๆ ก็กลับไปสู่สภาพเมื่อหลายสิบปีก่อน ชาวบ้านต่างก็กำลังเผชิญกับเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัว ดูท่าหมู่บ้านผิงซานยังมีความลับอีกมากมายที่พวกเรายังไม่รู้ซ่อนอยู่
“วิญญาณของชาวบ้านกับของพวกนักศึกษาหกคนโรงเรียนเรา คงไม่ใช่ว่าถูกพวกมันซ่อนเอาไว้หรอกนะ?” หลิวเฉิงนึกถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา ก็ร้องอุทานด้วยความตกใจ
มีความเป็นไปได้จริง ๆ สีหน้าของพวกเราเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ชาวบ้านหมู่บ้านผิงซานอย่างน้อยก็น่าจะมีวิญญาณหยินสักหลายร้อยดวง วิญญาณเยอะขนาดนั้นจะไปอยู่ที่ไหนได้?
“ทำไมพวกแกต้องไปช่วยไอ้พวกเดรัจฉานพวกนั้นด้วย?” ผีสาวชุดขาวถามเสียงเย็นอีกครั้ง กลิ่นอายบนร่างเริ่มเกรี้ยวกราด สีหน้าดูเย็นชาและอำมหิตผิดปกติ
ชายชราสภาพทุลักทุเลที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ เขารู้ดีว่าผีสาวเริ่มมีจิตสังหารอยากกำจัดพวกเราแล้ว
เหตุผลที่เขาบอกว่าพวกเรามาช่วยวิญญาณชาวบ้านหมู่บ้านผิงซาน ก็เพื่อยั่วยุผีสาว ให้เธอลงมือช่วยเขาจัดการพวกเรานั่นเอง
“ไอ้แก่สารเลวเอ๊ย ชั่วช้าจริง ๆ” หลิวเฉิงเข้าใจจุดนี้ดี เลยอดด่าชายชราไม่ได้
ปู่กับสวีจือต้งต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองผีสาวตรงหน้าอย่างระแวดระวัง
พละกำลังของผีสาวตนนี้เข้าใกล้ระดับราชาผีแล้ว ไม่ใช่ระดับที่ขุนพลผีทั่วไปจะเทียบได้ แค่ดูจากกลิ่นอายของเธอ ก็รู้แล้วว่าฝีมือร้ายกาจจนน่ากลัว
“พวกแมงป่องดำสารเลวนี่ ถึงกับกล้าเลี้ยงผีที่นี่ ยังดีที่ครั้งนี้พวกเราตามมาเจอ ไม่อย่างนั้นขืนปล่อยให้พวกมันเลี้ยงต่อไป ไม่ช้าก็เร็วคงได้สร้างผีร้ายที่น่ากลัวเกินจินตนาการออกมาแน่” สวีจือต้งเก็บน้ำเต้าเหล้า สีหน้าจริงจังขึ้นมาอย่างที่หาได้ยาก
ฝีมือระดับผีสาวตนนี้ ต่อให้เป็นเขากับปู่ เกรงว่าจะรับมือได้ยากลำบากทีเดียว
“ไม่ตอบ ก็ถือว่ายอมรับสินะ” เห็นพวกเราไม่พูดอะไร ผีสาวก็พูดเสียงเย็น
“แม้อาตมาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้านผิงซานกันแน่ แต่จุดประสงค์ที่พวกเรามาครั้งนี้มีเหตุผลอื่น” ปรมาจารย์จิ้งหยวนเอ่ยขึ้นช้า ๆ พยายามจะอธิบายให้ผีสาวฟัง
ด้วยฝีมือของผีสาว ขืนลงมือปะทะกับพวกเราจริง ๆ ต้องกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแน่
“ใช่ครับ พวกเรามาจัดการคนเลวต่างหาก” ฮุ่ยเจวี๋ยรีบพูดเสริม
ตอนนั้นเอง ตาแก่แขนขาดก็ตวาดลั่น “แถเข้าไป! ข้าถามแค่ว่าพวกแกคิดจะทำลายค่ายกลในหมู่บ้านผิงซานใช่ไหม?”
เงียบไปครู่หนึ่ง ปรมาจารย์จิ้งหยวนก็พนมมือพยักหน้ารับ “ถูกต้อง”
ตาแก่แสยะยิ้มเย็นทันที บอกว่าแค่นั้นก็จบแล้ว
สีหน้าของผีสาวชุดขาวเย็นชาถึงขีดสุด แววตาเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร
“ตาย!” นางตะคอกคำคำเดียวออกมาด้วยน้ำเสียงอำมหิต กลิ่นอายอันเกรี้ยวกราดบนร่างระเบิดออกมาทันที บีบให้พวกเราต้องโคจรพลังคุ้มกันกาย
ผีสาวยกมือสะบัดแขนเสื้อ ผ้าแพรขาวสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาโจมตีพวกเราอย่างรวดเร็ว
การโจมตีด้วยผ้าแพรขาวดูเหมือนจะไม่อันตรายเท่าไหร่ แต่จากกลิ่นอายก็สัมผัสได้เลยว่าการโจมตีที่ดูเรียบง่ายนี้ต้องน่ากลัวมากแน่ ๆ
“พวกหลานถอยไป” ปู่เอ่ยปากบอก แล้วขยับตัวเตรียมจะเข้าไปต้านรับผ้าแพรขาว
พวกเรารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของผีสาวดี จึงถอยไปอยู่ด้านหลัง ขณะที่ปู่ สวีจือต้ง และปรมาจารย์จิ้งหยวน ยืนบังอยู่ข้างหน้าพวกเรา
ปู่ทำมือประสานมุทรา ซัดห้านิ้วอสนีบาตอันทรงพลังออกไป
ผีสาวชุดขาวแค่นเสียง คว้าจับผ้าแพรขาวที่พุ่งออกมาไม่หยุดแล้วสะบัดเป็นวงกลม ผ้าแพรขาวหมุนวน เข้าปะทะกับห้านิ้วอสนีบาต
“หลี่หลงหยวน ตกลงตระกูลหลี่ของนายเป็นซินแสฮวงจุ้ย หรือเป็นคนในวิถีเต๋ากันแน่?” หยางจิ้งเก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจมาตลอด
ผมส่ายหน้า บอกว่าไม่รู้
ยันต์และวิชาสายฟ้าเป็นวิชาของลัทธิเต๋า แต่วิชาทั้งสองอย่างของตระกูลหลี่เรากลับมีความแตกต่างจากวิชาของลัทธิเต๋าอยู่บ้าง
ระหว่างที่พูดคุยกัน เสียงตูมก็ดังขึ้น ผ้าแพรขาวถูกกระแทกจนหยุดชะงักและร่วงหล่นลงพื้น ผีสาวชุดขาวยกมืออีกข้างขึ้น ผ้าแพรขาวอีกเส้นพุ่งเข้าโจมตีปู่ระลอกใหม่
ความเร็วของผ้าแพรขาวครั้งนี้เร็วกว่าครั้งก่อนมาก ปู่ยังไม่ทันจะได้ซัดห้านิ้วอสนีบาตออกมา ก็ถูกผ้าแพรขาวรัดพันตัวไว้ พริบตาเดียวก็ถูกห่อหุ้มจนมิดชิด ราวกับกลายเป็นดักแด้ไหม
“คุณปู่!” ผมตกใจมาก เป็นห่วงปู่ขึ้นมาทันที
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังปัง! ผ้าแพรขาวที่ห่อหุ้มตัวปู่ขาดเป็นชิ้น ๆ ปลิวว่อนไปทั่วทิศ ส่วนปู่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน พื้นดินใต้เท้าแตกระแหงจากแรงสั่นสะเทือน
เสื้อผ้าและเส้นผมของปู่ในตอนนี้พลิ้วไหวทั้งที่ไร้ลม ราวกับมีกระแสพลังที่มองไม่เห็นหมุนวนอยู่รอบกายท่าน
แววตาของผีสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนดึงผ้าแพรขาวในแขนเสื้อทั้งสองข้างกลับคืนไป
“แกถูกความคิดชั่วร้ายกัดกิน ไอสังหารรุนแรงเกินไป ปล่อยไว้ไม่ได้” ปู่เอ่ยปากพูดกับผีสาวชุดขาวช้า ๆ
ผีสาวไม่พูดอะไร นิ้วมือเรียวขาวงอกเล็บคมกริบที่แผ่ไอสีดำออกมา จากนั้นแววตาของเธอก็แข็งกร้าว ยกมือตวัดกรงเล็บใส่ปู่กลางอากาศ
ทันใดนั้น เงากรงเล็บผีนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานมาทางพวกเรา ในอากาศดูเหมือนจะมีเสียงหวีดหวิวบาดหูดังแทรกมาด้วย
พวกเราเด็กรุ่นหลังต่างหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง
กระบวนท่าที่น่ากลัวขนาดนี้ ถ้าให้พวกเราเผชิญหน้าตามลำพัง ไม่ตายก็คงพิการแน่
“ไป!” จู่ ๆ สวีจือต้งที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตะโกนเสียงต่ำ
เห็นเพียง ‘ยันต์สะกดพลังชั่วร้าย’ สีม่วงแผ่นหนึ่งลอยออกไป เปล่งแสงสีทองอันทรงพลังพุ่งเข้าปะทะกับเงากรงเล็บผีที่โถมเข้ามา
จากนั้นเขาก็ทำมือประสานมุทรา แล้วผลักมือทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า
ยันต์สะกดพลังชั่วร้ายสีม่วงที่ลอยออกไปส่องแสงสีทองวาบ กลายสภาพเป็นยันต์แสงทองขนาดมหึมาราวกับภาพฉาย ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าพวกเรา
เงากรงเล็บผีนับไม่ถ้วนตะปบเข้าใส่ยันต์แสงทอง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ยันต์แสงทองสั่นไหวไม่หยุดตามเสียงปะทะ แต่สุดท้ายก็ไม่ถูกทำลาย
หลังจากต้านรับกรงเล็บผีทั้งหมดไว้ได้ สวีจือต้งก็ผลักมือทั้งสองข้างไปข้างหน้าอย่างแรงอีกครั้ง ยันต์แสงทองพุ่งออกไปโจมตีใส่ผีสาวและตาแก่แขนขาด
ผีสาวและตาแก่แขนขาดขมวดคิ้วทันที จากนั้นร่างก็ไหววูบ หายไปจากจุดเดิม
ยันต์แสงทองที่สูญเสียเป้าหมายเริ่มจางลงช้า ๆ จนกระทั่งหายไปในที่สุด
ผีสาวชุดขาวและตาแก่แขนขาดไปปรากฏตัวอยู่บนหลังคาบ้านพัง ๆ ที่อยู่ไม่ไกล สีหน้าเคร่งเครียดสุดขีด
“ไอ้แก่สามคนนั้นไม่ใช่พวกกระจอก พวกมันคนเยอะกว่า สถานการณ์ไม่เป็นผลดีกับเรา แกยังไม่รีบดึงพวกมันเข้าไปในโลกของแกอีก” จู่ ๆ ตาแก่ก็พูดจาแปลก ๆ กับผีสาว
โลกของผีสาว หมายความว่ายังไง?
ในขณะที่ผมกำลังสงสัยเต็มอก ผีสาวก็เงยหน้ากรีดร้องเสียงแหลม เสียงนั้นราวกับทะลวงลึกเข้าไปในจิตใจ สั่นประสาทจนพวกเราเวียนหัวตาลาย
“นางคนนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ข้า พวกเจ้าระวังตัวด้วย” เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงของเสิ่นหนิงซวง
ท่ามกลางความมึนงง แสงสีขาวสายหนึ่งลอยออกมาจากจี้หยกที่หน้าอกผม
รอจนเสียงกรีดร้องหยุดลง พวกเราก็ได้สติคืนมา ทว่าภาพรอบตัวกลับทำให้พวกเราทุกคนต้องตาค้าง
เห็นเพียงต้นไม้โบราณขนาดยักษ์ที่ถูกผมใช้อสนีแดงทำลายไปแล้ว กลับตั้งตระหง่านอยู่อย่างสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วนอยู่ที่เดิม ส่วนหมู่บ้านผิงซานรอบด้านที่เดิมทีรกร้างผุพัง เต็มไปด้วยวัชพืช กลับดูใหม่เอี่ยม บ้านเรือนสมบูรณ์ เป็นสภาพหมู่บ้านปกติ
“เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น ภาพลวงตาเหรอ?” หลิวเฉิงขยี้ตา ไม่อยากจะเชื่อภาพตรงหน้า
ฮุ่ยเจวี๋ยเองก็มองไปรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจ เกาหัวโล้นเลี่ยนของตัวเอง “อาจารย์ครับ ภาพลวงตาใช่ไหม?”
“ดูเหมือนจะไม่ใช่” ปรมาจารย์จิ้งหยวนขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
ตอนนั้นเอง สวีจือต้งที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยกน้ำเต้าเหล้าขึ้นดื่มอึกหนึ่ง น้ำเสียงหนักแน่น “ข้าฟันธงได้เลยว่าไม่ใช่ภาพลวงตา สงสัยนี่จะเป็นสิ่งที่เรียกว่าโลกที่นังผีนั่นสร้างขึ้น”
“อะไรนะ!?” ได้ยินแบบนั้น พวกเราเด็กรุ่นหลังก็ตกใจจนแทบอ้าปากค้าง
สร้างโลกเนี่ยนะ มันจะเป็นไปได้ยังไง