เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 424 หมู่บ้านปรากฏขึ้นอีกครั้ง

บทที่ 424 หมู่บ้านปรากฏขึ้นอีกครั้ง

บทที่ 424 หมู่บ้านปรากฏขึ้นอีกครั้ง


พวกเราไม่รู้ว่าตาแก่กับผีสาวชุดขาวหมายความว่าอะไร เพราะตั้งแต่เข้าหมู่บ้านมา พวกเราก็ยังไม่เห็นวิญญาณหยินในหมู่บ้านเลยสักดวง

แต่นั่นทำให้ผมนึกถึงเรื่องที่ผมกับหยางจิ้งเข้ามาตามหาอวี๋อันในหมู่บ้านตอนกลางคืนก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้

ตอนนั้นหมู่บ้านผิงซานจู่ ๆ ก็กลับไปสู่สภาพเมื่อหลายสิบปีก่อน ชาวบ้านต่างก็กำลังเผชิญกับเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัว ดูท่าหมู่บ้านผิงซานยังมีความลับอีกมากมายที่พวกเรายังไม่รู้ซ่อนอยู่

“วิญญาณของชาวบ้านกับของพวกนักศึกษาหกคนโรงเรียนเรา คงไม่ใช่ว่าถูกพวกมันซ่อนเอาไว้หรอกนะ?” หลิวเฉิงนึกถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา ก็ร้องอุทานด้วยความตกใจ

มีความเป็นไปได้จริง ๆ สีหน้าของพวกเราเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ชาวบ้านหมู่บ้านผิงซานอย่างน้อยก็น่าจะมีวิญญาณหยินสักหลายร้อยดวง วิญญาณเยอะขนาดนั้นจะไปอยู่ที่ไหนได้?

“ทำไมพวกแกต้องไปช่วยไอ้พวกเดรัจฉานพวกนั้นด้วย?” ผีสาวชุดขาวถามเสียงเย็นอีกครั้ง กลิ่นอายบนร่างเริ่มเกรี้ยวกราด สีหน้าดูเย็นชาและอำมหิตผิดปกติ

ชายชราสภาพทุลักทุเลที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ เขารู้ดีว่าผีสาวเริ่มมีจิตสังหารอยากกำจัดพวกเราแล้ว

เหตุผลที่เขาบอกว่าพวกเรามาช่วยวิญญาณชาวบ้านหมู่บ้านผิงซาน ก็เพื่อยั่วยุผีสาว ให้เธอลงมือช่วยเขาจัดการพวกเรานั่นเอง

“ไอ้แก่สารเลวเอ๊ย ชั่วช้าจริง ๆ” หลิวเฉิงเข้าใจจุดนี้ดี เลยอดด่าชายชราไม่ได้

ปู่กับสวีจือต้งต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองผีสาวตรงหน้าอย่างระแวดระวัง

พละกำลังของผีสาวตนนี้เข้าใกล้ระดับราชาผีแล้ว ไม่ใช่ระดับที่ขุนพลผีทั่วไปจะเทียบได้ แค่ดูจากกลิ่นอายของเธอ ก็รู้แล้วว่าฝีมือร้ายกาจจนน่ากลัว

“พวกแมงป่องดำสารเลวนี่ ถึงกับกล้าเลี้ยงผีที่นี่ ยังดีที่ครั้งนี้พวกเราตามมาเจอ ไม่อย่างนั้นขืนปล่อยให้พวกมันเลี้ยงต่อไป ไม่ช้าก็เร็วคงได้สร้างผีร้ายที่น่ากลัวเกินจินตนาการออกมาแน่” สวีจือต้งเก็บน้ำเต้าเหล้า สีหน้าจริงจังขึ้นมาอย่างที่หาได้ยาก

ฝีมือระดับผีสาวตนนี้ ต่อให้เป็นเขากับปู่ เกรงว่าจะรับมือได้ยากลำบากทีเดียว

“ไม่ตอบ ก็ถือว่ายอมรับสินะ” เห็นพวกเราไม่พูดอะไร ผีสาวก็พูดเสียงเย็น

“แม้อาตมาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้านผิงซานกันแน่ แต่จุดประสงค์ที่พวกเรามาครั้งนี้มีเหตุผลอื่น” ปรมาจารย์จิ้งหยวนเอ่ยขึ้นช้า ๆ พยายามจะอธิบายให้ผีสาวฟัง

ด้วยฝีมือของผีสาว ขืนลงมือปะทะกับพวกเราจริง ๆ ต้องกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแน่

“ใช่ครับ พวกเรามาจัดการคนเลวต่างหาก” ฮุ่ยเจวี๋ยรีบพูดเสริม

ตอนนั้นเอง ตาแก่แขนขาดก็ตวาดลั่น “แถเข้าไป! ข้าถามแค่ว่าพวกแกคิดจะทำลายค่ายกลในหมู่บ้านผิงซานใช่ไหม?”

เงียบไปครู่หนึ่ง ปรมาจารย์จิ้งหยวนก็พนมมือพยักหน้ารับ “ถูกต้อง”

ตาแก่แสยะยิ้มเย็นทันที บอกว่าแค่นั้นก็จบแล้ว

สีหน้าของผีสาวชุดขาวเย็นชาถึงขีดสุด แววตาเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร

“ตาย!” นางตะคอกคำคำเดียวออกมาด้วยน้ำเสียงอำมหิต กลิ่นอายอันเกรี้ยวกราดบนร่างระเบิดออกมาทันที บีบให้พวกเราต้องโคจรพลังคุ้มกันกาย

ผีสาวยกมือสะบัดแขนเสื้อ ผ้าแพรขาวสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาโจมตีพวกเราอย่างรวดเร็ว

การโจมตีด้วยผ้าแพรขาวดูเหมือนจะไม่อันตรายเท่าไหร่ แต่จากกลิ่นอายก็สัมผัสได้เลยว่าการโจมตีที่ดูเรียบง่ายนี้ต้องน่ากลัวมากแน่ ๆ

“พวกหลานถอยไป” ปู่เอ่ยปากบอก แล้วขยับตัวเตรียมจะเข้าไปต้านรับผ้าแพรขาว

พวกเรารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของผีสาวดี จึงถอยไปอยู่ด้านหลัง ขณะที่ปู่ สวีจือต้ง และปรมาจารย์จิ้งหยวน ยืนบังอยู่ข้างหน้าพวกเรา

ปู่ทำมือประสานมุทรา ซัดห้านิ้วอสนีบาตอันทรงพลังออกไป

ผีสาวชุดขาวแค่นเสียง คว้าจับผ้าแพรขาวที่พุ่งออกมาไม่หยุดแล้วสะบัดเป็นวงกลม ผ้าแพรขาวหมุนวน เข้าปะทะกับห้านิ้วอสนีบาต

“หลี่หลงหยวน ตกลงตระกูลหลี่ของนายเป็นซินแสฮวงจุ้ย หรือเป็นคนในวิถีเต๋ากันแน่?” หยางจิ้งเก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจมาตลอด

ผมส่ายหน้า บอกว่าไม่รู้

ยันต์และวิชาสายฟ้าเป็นวิชาของลัทธิเต๋า แต่วิชาทั้งสองอย่างของตระกูลหลี่เรากลับมีความแตกต่างจากวิชาของลัทธิเต๋าอยู่บ้าง

ระหว่างที่พูดคุยกัน เสียงตูมก็ดังขึ้น ผ้าแพรขาวถูกกระแทกจนหยุดชะงักและร่วงหล่นลงพื้น ผีสาวชุดขาวยกมืออีกข้างขึ้น ผ้าแพรขาวอีกเส้นพุ่งเข้าโจมตีปู่ระลอกใหม่

ความเร็วของผ้าแพรขาวครั้งนี้เร็วกว่าครั้งก่อนมาก ปู่ยังไม่ทันจะได้ซัดห้านิ้วอสนีบาตออกมา ก็ถูกผ้าแพรขาวรัดพันตัวไว้ พริบตาเดียวก็ถูกห่อหุ้มจนมิดชิด ราวกับกลายเป็นดักแด้ไหม

“คุณปู่!” ผมตกใจมาก เป็นห่วงปู่ขึ้นมาทันที

ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังปัง! ผ้าแพรขาวที่ห่อหุ้มตัวปู่ขาดเป็นชิ้น ๆ ปลิวว่อนไปทั่วทิศ ส่วนปู่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน พื้นดินใต้เท้าแตกระแหงจากแรงสั่นสะเทือน

เสื้อผ้าและเส้นผมของปู่ในตอนนี้พลิ้วไหวทั้งที่ไร้ลม ราวกับมีกระแสพลังที่มองไม่เห็นหมุนวนอยู่รอบกายท่าน

แววตาของผีสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนดึงผ้าแพรขาวในแขนเสื้อทั้งสองข้างกลับคืนไป

“แกถูกความคิดชั่วร้ายกัดกิน ไอสังหารรุนแรงเกินไป ปล่อยไว้ไม่ได้” ปู่เอ่ยปากพูดกับผีสาวชุดขาวช้า ๆ

ผีสาวไม่พูดอะไร นิ้วมือเรียวขาวงอกเล็บคมกริบที่แผ่ไอสีดำออกมา จากนั้นแววตาของเธอก็แข็งกร้าว ยกมือตวัดกรงเล็บใส่ปู่กลางอากาศ

ทันใดนั้น เงากรงเล็บผีนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานมาทางพวกเรา ในอากาศดูเหมือนจะมีเสียงหวีดหวิวบาดหูดังแทรกมาด้วย

พวกเราเด็กรุ่นหลังต่างหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง

กระบวนท่าที่น่ากลัวขนาดนี้ ถ้าให้พวกเราเผชิญหน้าตามลำพัง ไม่ตายก็คงพิการแน่

“ไป!” จู่ ๆ สวีจือต้งที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตะโกนเสียงต่ำ

เห็นเพียง ‘ยันต์สะกดพลังชั่วร้าย’ สีม่วงแผ่นหนึ่งลอยออกไป เปล่งแสงสีทองอันทรงพลังพุ่งเข้าปะทะกับเงากรงเล็บผีที่โถมเข้ามา

จากนั้นเขาก็ทำมือประสานมุทรา แล้วผลักมือทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า

ยันต์สะกดพลังชั่วร้ายสีม่วงที่ลอยออกไปส่องแสงสีทองวาบ กลายสภาพเป็นยันต์แสงทองขนาดมหึมาราวกับภาพฉาย ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าพวกเรา

เงากรงเล็บผีนับไม่ถ้วนตะปบเข้าใส่ยันต์แสงทอง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ยันต์แสงทองสั่นไหวไม่หยุดตามเสียงปะทะ แต่สุดท้ายก็ไม่ถูกทำลาย

หลังจากต้านรับกรงเล็บผีทั้งหมดไว้ได้ สวีจือต้งก็ผลักมือทั้งสองข้างไปข้างหน้าอย่างแรงอีกครั้ง ยันต์แสงทองพุ่งออกไปโจมตีใส่ผีสาวและตาแก่แขนขาด

ผีสาวและตาแก่แขนขาดขมวดคิ้วทันที จากนั้นร่างก็ไหววูบ หายไปจากจุดเดิม

ยันต์แสงทองที่สูญเสียเป้าหมายเริ่มจางลงช้า ๆ จนกระทั่งหายไปในที่สุด

ผีสาวชุดขาวและตาแก่แขนขาดไปปรากฏตัวอยู่บนหลังคาบ้านพัง ๆ ที่อยู่ไม่ไกล สีหน้าเคร่งเครียดสุดขีด

“ไอ้แก่สามคนนั้นไม่ใช่พวกกระจอก พวกมันคนเยอะกว่า สถานการณ์ไม่เป็นผลดีกับเรา แกยังไม่รีบดึงพวกมันเข้าไปในโลกของแกอีก” จู่ ๆ ตาแก่ก็พูดจาแปลก ๆ กับผีสาว

โลกของผีสาว หมายความว่ายังไง?

ในขณะที่ผมกำลังสงสัยเต็มอก ผีสาวก็เงยหน้ากรีดร้องเสียงแหลม เสียงนั้นราวกับทะลวงลึกเข้าไปในจิตใจ สั่นประสาทจนพวกเราเวียนหัวตาลาย

“นางคนนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ข้า พวกเจ้าระวังตัวด้วย” เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงของเสิ่นหนิงซวง

ท่ามกลางความมึนงง แสงสีขาวสายหนึ่งลอยออกมาจากจี้หยกที่หน้าอกผม

รอจนเสียงกรีดร้องหยุดลง พวกเราก็ได้สติคืนมา ทว่าภาพรอบตัวกลับทำให้พวกเราทุกคนต้องตาค้าง

เห็นเพียงต้นไม้โบราณขนาดยักษ์ที่ถูกผมใช้อสนีแดงทำลายไปแล้ว กลับตั้งตระหง่านอยู่อย่างสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วนอยู่ที่เดิม ส่วนหมู่บ้านผิงซานรอบด้านที่เดิมทีรกร้างผุพัง เต็มไปด้วยวัชพืช กลับดูใหม่เอี่ยม บ้านเรือนสมบูรณ์ เป็นสภาพหมู่บ้านปกติ

“เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น ภาพลวงตาเหรอ?” หลิวเฉิงขยี้ตา ไม่อยากจะเชื่อภาพตรงหน้า

ฮุ่ยเจวี๋ยเองก็มองไปรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจ เกาหัวโล้นเลี่ยนของตัวเอง “อาจารย์ครับ ภาพลวงตาใช่ไหม?”

“ดูเหมือนจะไม่ใช่” ปรมาจารย์จิ้งหยวนขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย

ตอนนั้นเอง สวีจือต้งที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยกน้ำเต้าเหล้าขึ้นดื่มอึกหนึ่ง น้ำเสียงหนักแน่น “ข้าฟันธงได้เลยว่าไม่ใช่ภาพลวงตา สงสัยนี่จะเป็นสิ่งที่เรียกว่าโลกที่นังผีนั่นสร้างขึ้น”

“อะไรนะ!?” ได้ยินแบบนั้น พวกเราเด็กรุ่นหลังก็ตกใจจนแทบอ้าปากค้าง

สร้างโลกเนี่ยนะ มันจะเป็นไปได้ยังไง

จบบทที่ บทที่ 424 หมู่บ้านปรากฏขึ้นอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว