- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 420 สัตว์ประหลาดไร้หน้า
บทที่ 420 สัตว์ประหลาดไร้หน้า
บทที่ 420 สัตว์ประหลาดไร้หน้า
ชายชราปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ถ้าเขาไม่เอ่ยปาก พวกเราคงไม่ทันสังเกตว่ามีคนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ
ชายชราแต่งตัวเหมือนชาวนาแก่ ๆ รูปร่างผอมแห้ง ผิวคล้ำแดด ดูไม่ต่างจากคนแก่ทั่วไป เพียงแต่ดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววลึกล้ำยากจะคาดเดา
“ที่แท้ก็เป็นคุณ!?” ผมมองชายชราด้วยความตกตะลึง
ทุกคนต่างงุนงง มองมาที่ผมด้วยความแปลกใจอย่างมาก
“หลงหยวน นายรู้จักเขาเหรอ?” หลิวเฉิงถามอย่างสงสัย
ผมทำหน้าขรึม พยักหน้าบอกให้เขาลองนึกดูดี ๆ ตอนที่เราถามทางที่หมู่บ้านนอกเขาก่อนจะเข้ามา ชายคนนี้ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนแก่พวกนั้น
ตอนนั้นผมสังเกตเห็นแววตาเขาที่มองพวกเราดูผิดปกติไปแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ผมเลยยังพอจำได้
ได้ยินดังนั้น หลิวเฉิงก็ลองนึกย้อนดูครู่หนึ่ง บอกว่าเหมือนจะคุ้น ๆ อยู่บ้าง
“บ้าเอ๊ย หรือว่าแกก็เป็นผู้ใช้อาคมเหมือนกัน?” เวลานี้คนที่มาโผล่ที่หมู่บ้านผิงซานได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่ หลิวเฉิงอุทานด้วยความตกใจ
ชายชรายิ้มน้อย ๆ จ้องมองผมแล้วพูดว่า “เจ้าหนู ตอนอยู่หน้าหมู่บ้านข้าก็สังเกตเห็นแล้วว่าสัมผัสของเอ็งไวกว่าคนอื่น ดูท่าจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ มิน่าล่ะข้าใช้อาคมสะกดรอยตามพวกเอ็งเข้าเขามาตลอด ไม่เคยมีใครจับสังเกตได้ มีแต่เอ็งที่รู้ตัว”
อย่างนี้นี่เอง ผมก็ว่าทำไมตอนขามาถึงรู้สึกเหมือนมีคนจ้องอยู่ตลอด แต่พอผมรู้ตัว ความรู้สึกนั้นก็หายวับไป นึกว่าตัวเองคิดมากไปเอง ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
หยางจิ้งใช้วิชาสายฟ้าตัดรากไม้ตรงหน้าขาดสะบั้น ทำหน้าขรึมมองชายชราอย่างเย็นชา “แกเป็นใคร? ทำไมต้องคอยจับตาดูคนที่มาหมู่บ้านผิงซาน แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?”
ชายชรายืนเอามือไพล่หลัง ใบหน้าประดับรอยยิ้มอำมหิตตลอดเวลา จากนั้นก็ดึงคอเสื้อลง เผยให้เห็นรอยสักรูปแมงป่องดำที่หน้าอก
เห็นรอยสักนี้ พวกเราก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ชายชราคนนี้เป็นคนของแมงป่องดำจริง ๆ
ชายชราบอกพวกเราว่า ที่นี่เป็นสถานที่หลอมสร้างลับของพวกแมงป่องดำมาตลอด ทุ่มเทเวลาและกำลังไปกับหมู่บ้านผิงซานนี้มหาศาล
สถานที่สำคัญขนาดนี้ พวกแมงป่องดำย่อมไม่ปล่อยปละละเลย ดังนั้นหลายปีมานี้เขาจึงใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านข้างนอก แฝงตัวเป็นชาวบ้านธรรมดา คอยจับตาดูสถานการณ์ในหมู่บ้านผิงซาน
โดยปกติถ้าเป็นคนธรรมดาเข้ามาในหมู่บ้านผิงซาน เขาจะไม่ยุ่ง เพราะคนธรรมดาเข้ามาก็มีแต่ตายสถานเดียว แต่ถ้าเจอผู้ใช้อาคมเข้ามา ขอแค่เป็นภัยต่อแผนการของแมงป่องดำ เขาก็จะกำจัดทิ้งอย่างไม่ปรานี
“พวกแกแต่ละคนเบื้องหลังไม่ธรรมดาเลย นี่เป็นครั้งแรกที่หมู่บ้านผิงซานครึกครื้นขนาดนี้ เล่นเอาข้าปวดหัวจริง ๆ” สายตาชายชรากวาดมองพวกเราทีละคน สุดท้ายไปหยุดที่ปู่กับสวีจือต้ง
เขาบอกว่านึกไม่ถึงว่าจะได้เจอสองผู้ยิ่งใหญ่แซ่สวีและแซ่หลี่ที่เคยโด่งดังในวงการผู้ใช้อาคมในอดีต ช่างกระตุ้นความทรงจำวันวานจริง ๆ
“คนหนึ่งตายแล้วฟื้น อีกคนเร้นกายหายตัวไปนาน มักไปมาไร้ร่องรอย ดูท่าระหว่างที่พวกข้าแมงป่องดำไม่รู้ตัว แกทั้งสองคงแอบสืบเรื่องพวกเราไปไม่น้อย เจ้าเล่ห์เพทุบายจริง ๆ” ชายชราหรี่ตา พูดช้า ๆ
สำหรับคำพูดของเขา ปู่กับสวีจือต้งไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
จากนั้น ชายชราก็พูดต่อ “ช่างเถอะ เรื่องหลี่หยวนจงแกล้งตาย กับเรื่องที่พวกแกสืบมาถึงที่นี่ ข้าส่งข่าวให้องค์กรแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงมีมาตรการตอบโต้”
พูดจบ จู่ ๆ ร่างเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างหลังเขา
คือสวีจือต้ง ไม่รู้ว่าเขาทำยังไงถึงไปโผล่ตรงนั้นได้ในพริบตาโดยไม่มีใครรู้ตัว
ชายชรารู้ตัวกำลังจะหันกลับไป ก็ถูกสวีจือต้งถีบกระเด็นไปเสียก่อน
เสียงดังตูม ร่างชายชราพุ่งกระแทกพื้นราวกับกระสุนปืนใหญ่ จนเกิดหลุมขนาดใหญ่ ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
“ฮ่า ๆ ตาแก่ เจ๋งเป้ง ถีบทีเดียวจอดเลย” หลิวเฉิงตื่นเต้นสุดขีด ปรบมือชอบใจ
ผมเองก็ตกใจมาก ฝีมือของสวีจือต้งน่ากลัวจริง ๆ แค่ลูกถีบธรรมดายังรุนแรงขนาดนี้
สวีจือต้งขมวดคิ้ว สีหน้าไม่ได้ยินดี ส่ายหน้า “สัมผัสตอนเตะมันแปลก ๆ เหมือนไม่ได้เตะคน”
พวกเราประหลาดใจ รอจนฝุ่นควันจางหายไปถึงพบว่าในหลุมลึกไม่มีร่างชายชรา แต่เป็นรากไม้รากหนึ่ง
“วิชาสลับร่างงั้นรึ!?” ปู่มองรากไม้ในหลุมแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้น
ตอนนั้นเอง เสียงหัวเราะอย่างได้ใจของชายชราก็ดังขึ้นจากรอบทิศ “ฮ่า ๆ สวีจือต้ง พวกแกคนเยอะขนาดนี้ ข้าจะโง่โผล่หัวมาให้พวกแกเห็นโดยไม่เตรียมตัวได้ยังไง”
ผมตกใจในใจ ชายชราคนนี้ก็ไม่ธรรมดา วิชาสลับร่างแนบเนียนขนาดนี้ หลอกพวกเราทุกคนได้หมดจด
สวีจือต้งแค่นเสียง ตวาดลั่น “ไอ้หนูแมงป่องดำขี้ขลาดเอ๊ย แน่จริงก็ออกมาตัวต่อตัวสิวะ พ่อจะทุบให้เละ”
ชายชราย่อมไม่ออกมาอยู่แล้ว บอกว่ารู้ตัวดีว่าฝีมือสู้ปู่ สวีจือต้ง หรือแม้แต่ปรมาจารย์จิ้งหยวนไม่ได้ แต่ในหมู่บ้านผิงซานมีค่ายกลที่พวกแมงป่องดำวางไว้ ขอแค่ใช้ค่ายกลนี้ เขาก็มั่นใจว่าจะกวาดล้างพวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้
“ในเมื่อพวกแกรนหาที่ตาย งั้นข้าก็จะไม่เกรงใจ จะจับพวกแกมาเป็นปุ๋ยเลี้ยงสิ่งชั่วร้ายในค่ายกลซะเลย” น้ำเสียงชายชราอำมหิต ชั่วร้ายสุดขีด
เวลานี้ ค่ายกลถูกกระตุ้น ไอชั่วร้ายในหมู่บ้านผิงซานทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง รากไม้ที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
การโจมตีของรากไม้แม้จะจำเจ แต่จำนวนเยอะเกินไป ขืนยื้อต่อไปคงไม่ดีแน่
กลางวันเป็นโอกาสดีที่พวกเราจะทำลายค่ายกลในหมู่บ้าน ถ้าตกกลางคืนสถานการณ์ต้องเลวร้ายกว่านี้แน่
พวกเรากำจัดรากไม้ที่พุ่งเข้ามาไม่หยุด และดูเหมือนรากไม้จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
รากไม้ที่เดิมทีพุ่งโจมตีพวกเราหดกลับไป รากไม้ขยับดุ๊กดิ๊กไปมา ราวกับหนอนมีชีวิต
จู่ ๆ รากไม้ที่ขยับไปมาก็แตกตัวออกมาเป็นสัตว์ประหลาดไร้หน้ารูปร่างเหมือนคน บิดตัวพุ่งเข้าใส่พวกเราอย่างรวดเร็ว
สัตว์ประหลาดไร้หน้าพวกนี้เคลื่อนไหวรวดเร็วมาก พุ่งเข้าใส่พวกเราอย่างไม่ลังเล พวกเราไม่กล้าประมาท ระดมโจมตีไม่ให้มันเข้าใกล้ตัวได้ง่าย ๆ
หลิวเฉิงร้องตะโกน ไม้อสนีบาตในมือเปล่งแสงสายฟ้า ทุกครั้งที่เขาฟาดไม้อสนีบาตออกไป ก็จะมีพลังสายฟ้าพุ่งออกมา ซัดสัตว์ประหลาดพวกนั้นกระเด็น
ทว่าที่น่าตกใจคือ สัตว์ประหลาดไร้หน้าพวกนี้กลับสามารถมุดขึ้นมาจากใต้ดินได้เหมือนรากไม้ ทำเอาพวกเราตั้งตัวแทบไม่ทัน
“บ้าเอ๊ย!” เผลอหน่อยเดียว แขนของสัตว์ประหลาดก็โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินคว้าขาผมไว้ จากนั้นร่างของมันก็ผุดตามขึ้นมา
ผมซัดฝ่ามืออสนีบาตใส่หัวสัตว์ประหลาดไร้หน้า หัวมันระเบิดกระจายเหมือนแตงโมทันที
ที่น่ากลัวคือ ตรงที่ระเบิดออกกลับขยับดุ๊กดิ๊กงอกใหม่ หัวของสัตว์ประหลาดงอกกลับมาเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ผมยังพบว่าร่างกายของสัตว์ประหลาดสามารถกัดกินร่างกายพวกเรา และดูดพลังในตัวพวกเราไปไม่หยุด
ผมกำลังจะเตือนคนอื่น ก็เห็นว่าฮุ่ยเจวี๋ยกับหลิวเฉิงถูกร่างของสัตว์ประหลาดกัดกินแล้ว โดยเฉพาะหลิวเฉิง ร่างกายเกินครึ่งถูกเนื้อตัวหยึย ๆ ของสัตว์ประหลาดปกคลุมไปแล้ว
ผมตกใจ รีบใช้เคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะเร่งเร้าโคจรปราณในตัว ทันใดนั้นแสงสีทองก็ปกคลุมทั่วร่าง
ร่างสั่นสะท้านอย่างแรง เนื้อตัวสัตว์ประหลาดที่เกาะอยู่บนตัวผมก็ถูกกระแทกแตกกระจายจนหมด
พริบตาเดียว ผมก็ไปโผล่ข้างตัวหลิวเฉิง ลงมือช่วยดึงร่างสัตว์ประหลาดที่กำลังกัดกินตัวเขาออก