เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 418 เข้าหมู่บ้านอีกครั้ง

บทที่ 418 เข้าหมู่บ้านอีกครั้ง

บทที่ 418 เข้าหมู่บ้านอีกครั้ง


ตอนเดินออกจากเขาผิงซาน ฟ้าก็มืดแล้ว ทางเดินเขาตอนกลางคืนยิ่งเดินยากเข้าไปใหญ่ แถมผมยังต้องใช้ตุ๊กตากระดาษควบคุมคนไร้วิญญาณหกคนไปพร้อมกัน หลิวเฉิงเองก็ต้องแบกอวี๋อันที่บาดเจ็บ ความเร็วของพวกเราเลยช้ากว่าตอนขามาไม่น้อย

ตกกลางคืน เขาผิงซานย่อมต้องอันตรายยิ่งขึ้น ผมหันกลับไปมองเขาผิงซานด้านหลัง เมฆดำที่ม้วนตัวอยู่กลางท้องฟ้ายามราตรีดูหนาทึบน่ากลัวกว่าเดิม ทั้งที่ออกมาจากเขาผิงซานแล้ว แต่ผมก็ยังสัมผัสได้ถึงไอชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากข้างใน

พวกปู่ยังอยู่ในเขาผิงซาน หวังว่าคืนนี้พวกเขาจะไม่เจอเหตุร้ายอะไรนะ

“วัยรุ่นสมัยนี้ชอบหาเรื่องใส่ตัวจริง ๆ นอกจากจะทำพวกเราตกอยู่ในอันตรายแล้ว ตัวเองยังต้องมาตกอยู่ในสภาพคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงแบบนี้อีก” อวี๋อันบนหลังหลิวเฉิงที่ขวัญผวากับเหตุการณ์สองวันนี้เริ่มบ่นโทษคนในชมรม

กู้ชิวหนิงเงียบกริบ สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ใจและรู้สึกผิดมาตลอด

“ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ก็พูดให้น้อยหน่อยเถอะ” อวี๋หย่งส่องไฟฉายนำทาง สีหน้าเขาเองก็ดูแย่มาก

ถ้านักศึกษาหกคนนี้กลายเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดกาลจริง ๆ เขาที่เป็นอธิการบดีคงหนีไม่พ้นต้องรับผิดชอบไปด้วย

พอห่างจากเขาผิงซาน ในป่าเขายามค่ำคืนก็เริ่มมีเสียงต่าง ๆ ดังขึ้น ทั้งเสียงแมลง เสียงนกร้อง ไม่ได้เงียบสงัดเหมือนโลกที่ถูกตัดขาดอีกต่อไป

ทางเดินเขาที่เดิมใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง พวกเราใช้เวลาเดินกันร่วมสองชั่วโมงกว่า ในที่สุดก็มาถึงที่จอดรถตีนเขา

นอกจากรถของพวกเรา ริมถนนยังมีรถออฟโรดจอดอยู่อีกคัน น่าจะเป็นคันที่หยางจิ้งบอกเราตอนจากมา เป็นรถที่พวกเขาขับมา และให้กุญแจไว้กับหลิวเฉิง

พวกเราสิบเอ็ดคน รถสองคันเบียดกันได้แบบพอดี ๆ โชคดีที่รถออฟโรดของหยางจิ้งค่อนข้างกว้างขวาง

“หลงหยวน นายขับรถเรานะ ฉันจะขับออฟโรดคันนี้” หลิวเฉิงพูดจบ ก็เดินไปสตาร์ทรถออฟโรด

ไม่เสียเวลา พวกเราขับรถย้อนกลับ ขับรวดเดียวกลับไปถึงตัวอำเภอ

ส่งอวี๋อันเข้าโรงพยาบาลในตัวอำเภอ ให้อวี๋หย่งอยู่เฝ้า จากนั้นพวกเราก็พากู้ชิวหนิงและคนไร้วิญญาณอีกหกคนไปหาโรงแรมพัก

จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ผมกับหลิวเฉิงก็เตรียมตีรถกลับหมู่บ้านผิงซานทันที ไม่อยากเสียเวลา

ตอนลากัน กู้ชิวหนิงฝากฝังให้ผมกับหลิวเฉิงหาทางตามหาวิญญาณของสมาชิกชมรมทั้งหกคนให้ได้ ผมรับปากไม่ได้ว่าจะหาเจอแน่ ๆ ทำได้แค่บอกว่าเราจะพยายามให้ถึงที่สุด

เธอปาดน้ำตาขอบคุณพวกเรา กำชับให้ระวังตัว จากนั้นผมกับหลิวเฉิงถึงได้ออกจากโรงแรม

ออกจากโรงแรม ผมกับหลิวเฉิงก็มาหยุดหน้าร้านขายเหล้าแห่งหนึ่ง

ตอนเราออกมา สวีจือต้งกระดกเหล้าในน้ำเต้าจนหมดเกลี้ยง ฝากให้พวกเราเอาน้ำเต้ากลับมาเติมเหล้าให้เต็มแล้วเอาไปให้เขาด้วย

พอน้ำเต้าเต็มไปด้วยเหล้า ผมกับหลิวเฉิงก็ขับรถคนละคัน มุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านผิงซานอีกครั้ง

กว่าเราจะมาถึงตีนเขาและจอดรถเรียบร้อย ก็ล่วงเข้าสู่วันใหม่แล้ว

เหนื่อยสายตัวแทบขาด ผมกับหลิวเฉิงงีบในรถไปครึ่งชั่วโมง พอแรงฟื้นมาบ้างแล้ว ถึงได้เดินขึ้นเขาต่อ

มีแค่เราสองคน ไม่ต้องพะวงพวกอวี๋หย่งเหมือนก่อนหน้านี้ ฝีเท้าในการเดินทางเลยรวดเร็วมาก

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป พวกเราก็กลับมาถึงหน้าเขาผิงซานอีกครั้ง

มองจากตีนเขาผิงซานขึ้นไป วังวนเมฆดำเหนือหมู่บ้านผิงซานตรงไหล่เขาดูเหมือนถูกเจาะเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ดูทั้งอลังการและน่าขนลุก

“ให้ตายเถอะ ถ้าเลือกได้ ที่ผีสิงแบบนี้เฮียไม่อยากมาเหยียบเลยจริง ๆ” หลิวเฉิงมองภาพน่าสยดสยองของเขาผิงซานตรงหน้า แล้วอดบ่นไม่ได้

ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในเขาผิงซาน หลิวเฉิงรีบเดินตามมา

พอเข้าเขตเขาผิงซาน ความรู้สึกกดดันก็ถาโถมเข้ามาทันที ไอเย็นยะเยือกวนเวียนอยู่รอบกายไม่ขาดสาย ความรู้สึกต่างจากตอนอยู่นอกเขาผิงซานราวฟ้ากับเหว

เข้ามาในเขาผิงซาน ผมกับหลิวเฉิงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ระแวดระวังสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรอบคอบ ตอนที่ผมใกล้จะถึงไหล่เขา ก็มีเสียงตวาดหยุดพวกเราไว้

“นั่นใคร?” เสียงนี้เป็นเสียงของหยางจิ้ง

“ผมกับหลงหยวนกลับมาแล้ว” หลิวเฉิงจำเสียงเธอได้เหมือนกัน รีบตอบกลับไป

ไม่นาน ร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งก็วิ่งเหยาะ ๆ มาจากไม่ไกล

“พี่หลี่ พี่หลิว สองคนทำเวลาได้เร็วนี่นา” ฮุ่ยเจวี๋ยวิ่งมาหยุดตรงหน้าพวกเรา พูดอย่างแปลกใจ

ตอนนั้นเอง หยางจิ้งก็เดินตามหลังเขามา บอกว่านึกว่าพวกเราจะกลับมาถึงตอนเช้าพรุ่งนี้ซะอีก

“เป็นห่วงทางนี้ เราสองคนเลยไม่กล้าชักช้า” ผมตอบกลับ

พวกเราสี่คนกลับมาที่จุดพักผ่อน ปรมาจารย์จิ้งหยวนกับปู่ผมนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างกองไฟ ส่วนสวีจือต้งนอนแผ่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ ส่งเสียงกรนออกมาแล้ว

ได้ยินเสียงพวกเรากลับมา ปู่กับปรมาจารย์จิ้งหยวนก็ลืมตาขึ้น

“พวกนั้นจัดการเรียบร้อยแล้วรึ?” ปู่เอ่ยถาม

ผมพยักหน้า บอกให้ท่านไม่ต้องห่วง

จากนั้นปู่ก็ให้พวกเรารีบพักผ่อน พรุ่งนี้พอฟ้าสว่าง เราจะเข้าหมู่บ้านผิงซานกัน

ผมเดินไปนั่งข้างปู่ ถามท่านว่าทำไมต้องปิดบังพวกเราเรื่องแกล้งตาย

ท่านถอนหายใจ บอกว่ามันเป็นเรื่องจำเป็น เป็นผลพวงจากความเลือดร้อนในวัยหนุ่ม ที่ปิดบังพวกเราทำทุกอย่างนี้ก็เพื่อช่วยตระกูลหลี่ และช่วยตัวท่านเองด้วย

“แล้วช่วงที่ผ่านมาปู่ไปไหนมา ไปทำอะไร ทำไมไม่ติดต่อผมเลย?” ผมถามต่อ

ปู่บอกว่าอาศัยโอกาสนี้ ท่านไปเยี่ยมเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอกันนานหลายคน และแอบสืบเรื่องราวต่าง ๆ ไปด้วย

คุยกับท่านอยู่นาน สุดท้ายผมก็ยอมไปพักผ่อนตามคำรบเร้าของท่าน

เช้าตรู่ฟ้าเพิ่งสาง เสียงบ่นอย่างไม่พอใจของสวีจือต้งก็ดังขึ้น “ไอ้เด็กเวร เอ็งซื้อเหล้าห่วยแตกอะไรมาวะเนี่ย รสชาติหมาไม่แดกเลย”

เจอคำบ่นนี้เข้าไป หลิวเฉิงก็ของขึ้นทันที บอกว่าเมื่อคืนดึกดื่นป่านนั้น หาที่ซื้อเหล้าได้ก็บุญแล้ว ให้สวีจือต้งอย่าเรื่องมากนัก

สวีจือต้งปากก็ด่าไป แต่มือก็ยกน้ำเต้าเหล้าขึ้นดื่มไม่หยุด ดูไม่เหมือนคนรังเกียจรสชาติเหล้าเลยสักนิด

“ได้เวลาแล้ว เข้าหมู่บ้านกันเถอะ” ปู่ลุกขึ้นบอกพวกเรา

พวกเราจึงเก็บข้าวของกันคร่าว ๆ แล้วเดินมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านผิงซาน

ระหว่างทางฮุ่ยเจวี๋ยก็ยังทำเหมือนเคย แกะไข่ต้มกิน สวีจือต้งที่อยู่ข้าง ๆ มองตาละห้อย เอ่ยปากขอไข่ต้ม

ฮุ่ยเจวี๋ยอิดออด บอกว่าไข่ต้มเหลือไม่เยอะแล้ว ตัวเองยังกินไม่อิ่มเลย

“ไอ้โล้นน้อย ข้าว่าเอ็งอยากเจ็บตัวอีกแล้วสินะ” สวีจือต้งเริ่มขู่

รู้ตัวว่าสู้สวีจือต้งไม่ได้ ฮุ่ยเจวี๋ยจำใจล้วงไข่ต้มออกมาสองสามฟอง ส่งให้สวีจือต้งอย่างเสียไม่ได้

สวีจือต้งยิ้มร่า กินไข่แกล้มเหล้า ท่าทางมีความสุขสุด ๆ

มาถึงริมลำธารหน้าหมู่บ้าน ผมถึงพบว่านอกจากหมู่บ้านผิงซานที่รกร้างจะมีไอหยินลอยคลุ้งแล้ว แม้แต่น้ำในลำธารก็ยังมีไอชั่วร้ายลอยขึ้นมาด้วย

เตือนให้พวกเราตื่นตัวเต็มร้อย ปู่นำหน้าลุยน้ำข้ามลำธาร เดินเข้าหมู่บ้านผิงซานเป็นคนแรก

น้ำในลำธารเย็นยะเยือกบาดกระดูก ข้ามลำธารมาได้ พวกเราก็เข้าสู่หมู่บ้านผิงซาน

“หนาวฉิบเป๋ง หนาวขนาดนี้เดินไม่กี่ก้าวพวกเราคงได้แข็งตายกันหมด” หลิวเฉิงตัวสั่นงันงก มือสองข้างถูกันไปมาไม่หยุด

ไอหยินในหมู่บ้านผิงซานแรงเกินไปจริง ๆ ขนาดผมยังแทบจะทนไม่ไหว

ผมจึงหยิบยันต์เสริมหยางที่เขียนเตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา กะจะให้ทุกคนกินเพื่อลดผลกระทบจากไอหยิน

ใครจะรู้ สวีจือต้งแค่ชายตามองยันต์เสริมหยางในมือผมแวบหนึ่ง ก็ทำท่ารังเกียจ “ยันต์เสริมหยางกระจอก ๆ แบบนี้จะมีน้ำยาอะไร ใช้ไปก็เหมือนไม่ใช้ มีปู่เอ็งอยู่ทั้งคน ยังไม่ถึงคราวต้องใช้ยันต์เอ็งหรอก”

จากนั้นเขาก็เร่งปู่ ให้ปู่รีบเขียนยันต์

จบบทที่ บทที่ 418 เข้าหมู่บ้านอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว