- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 400 รวมพลังโจมตี
บทที่ 400 รวมพลังโจมตี
บทที่ 400 รวมพลังโจมตี
พวกเราตกตะลึงสุดขีด นึกไม่ถึงว่าซ่งอวิ๋นหงจะยังขัดขวางสิงหลีจากการดูดกลืนสัตว์หยินไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าฝีมือของสิงหลีแข็งแกร่งจนน่ากลัว
เวลานั้น แรงกดดันสายหนึ่งก็ถาโถมเข้ามา ทำให้คนรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
พวกเราหันไปมองต้นตอของแรงกดดัน เห็นเพียงสิงหลีลอยตัวอยู่กลางอากาศ รอบกายรายล้อมด้วยกลิ่นอายสัตว์หยินสีดำทมึน
เดิมทีผิวเขาขาวซีดจนไม่เหมือนคนปกติอยู่แล้ว พอถูกขับเน้นด้วยไอหยินสีดำรอบตัวก็ยิ่งดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่ เหมือนกับคนตายที่ไม่มีเลือดฝาดเลยสักนิด
กู่หนอนไหมทองบินกลับมาข้างกายผม ส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ บอกว่าสิงหลีเก่งมาก
เรื่องนี้ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนี้ต่างสัมผัสได้กันหมดแล้ว
สายตาของสิงหลีกวาดมองพวกเราทีละคน ดวงตาคู่นั้นราวกับสระน้ำลึกที่ไร้ก้นบึ้ง
“นึกไม่ถึงว่าฟางหานกับเลี่ยวเจี้ยนจะตายด้วยน้ำมือพวกแก แต่ยังดีที่ฉันดูดกลืนสัตว์หยินได้สำเร็จ ผลลัพธ์ก็ถือว่าพอยอมรับได้” สิงหลีเอ่ยปากพูดช้า ๆ น้ำเสียงราบเรียบไม่ทุกข์ร้อน ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับพวกเรา
คนของแมงป่องดำนี่โหดเหี้ยมกันทุกคนจริง ๆ แม้แต่ความตายของพวกพ้องยังพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยขนาดนี้
เสียงขลุ่ยไม้ไผ่ของอู๋ชิ่งเป่าก็หยุดลงในจังหวะนี้ เขาเหงื่อท่วมหัว ใช้พลังต่อเนื่องมานานขนาดนี้ เขาเองก็เหนื่อยแทบขาดใจ
“สัตว์หยินตัวนี้ร้ายกาจเกินไป ผมทำเต็มที่แล้ว” อู๋ชิ่งเป่าพูดอย่างจนปัญญา
จริง ๆ จะโทษเขาก็ไม่ได้ ฝีมือสิงหลีเดิมทีก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว บวกกับสัตว์หยินได้รับการหล่อเลี้ยงจากไอวิญญาณที่นี่มานานปีจนแกร่งขึ้นทุกวัน การที่เขาจะล้มเหลวก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
เวลานี้สิงหลีดูดกลืนสัตว์หยินสำเร็จ พลังฝีมือก็เพิ่มพูนขึ้นมหาศาล มีแต่ต้องให้พวกเราทุกคนช่วยกันลงมือ ถึงจะพอลุ้นว่าจะเอาชนะเขาได้ไหม
“คนในองค์กรตายไปสองคน กลับไปคงรายงานลำบาก แต่ถ้าวันนี้กำจัดพวกแกทิ้งที่นี่ซะ เชื่อว่าพวกเขาคงไม่ว่าอะไรมากหรอก” สิงหลีพูดเองเออเอง ไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาเลยสักนิด
ซ่งอวิ๋นหงหน้าขรึม ยกมือซัดกระบี่ยาวที่เปล่งแสงสีแดงใส่สิงหลีที่ลอยพร่ำเพ้ออยู่กลางอากาศ
กระบี่ยาวพุ่งทะยานออกไป เล็งตรงไปที่ลำคอของสิงหลี ความเร็วระดับที่ทำให้เกิดเสียงฝ่าอากาศดังชัดเจน
ทว่ากระบี่ยาวกลับถูกกลิ่นอายสัตว์หยินสีดำรอบตัวสิงหลีบังคับให้หยุดชะงักอยู่กับที่ ทั้งที่ยังห่างจากตัวสิงหลีอีกระยะหนึ่ง ไม่สามารถรุกคืบเข้าไปได้อีกแม้แต่นิดเดียว
ซ่งอวิ๋นหงตวาดลั่น โคจรลมปราณยกมือขึ้นหมายจะดันกระบี่ให้พุ่งไปข้างหน้า
แสงสีแดงบนกระบี่ยาวเจิดจ้ายิ่งขึ้น สุดท้ายตัวกระบี่ก็ถูกพลังสองสายบีบจนโค้งงอ ดูท่าใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว
พวกเราที่อยู่ข้าง ๆ มองดูด้วยความลุ้นระทึก รู้สึกว่ากระบี่ยาวที่โค้งงอจากการถูกบีบอัดนั้นอาจจะหักสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ
สุดท้ายกระบี่ยาวที่ถึงขีดจำกัดก็ส่งเสียงเคร้ง ถูกกระแทกกลับมา ซ่งอวิ๋นหงส่งเสียงอึกในลำคอ ถอยหลังไปหลายก้าว กระบี่ยาวร่วงฟึ่บลงข้างเท้าเขา ปักลึกลงไปในพื้นดิน
“พูดตามตรง แกเก่งใช้ได้เลย แต่หลังจากที่ฉันดูดกลืนสัตว์หยินของเจียวตัวนี้แล้ว แกก็ไม่มีทางชนะฉันได้อีก” สิงหลีน้ำเสียงราบเรียบ มั่นใจในตัวเองอย่างที่สุด
ซ่งอวิ๋นหงสีหน้าเคร่งเครียด ไม่พูดไม่จา คว้ามือไปทางกระบี่ยาวบนพื้น กระบี่ยาวสั่นไหวไม่กี่ทีก็พุ่งวูบกลับมาอยู่ในมือเขา
ผมกับจางเทียนหลิงพากู่หนอนไหมทองและเสี่ยวไป๋มายืนข้างกายเขา จ้องมองสิงหลีที่อยู่ตรงข้ามด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผู้อาวุโสซ่ง พวกเราลงมือพร้อมกันเถอะ” ผมเอ่ยปาก
เขาพยักหน้า กำชับให้พวกเราระวังตัวให้มาก เขาไม่อยากเห็นเพื่อนร่วมทีมคนไหนต้องมาสละชีวิต
“ไอ้หนูซินแส ทำไมบนตัวแกถึงมีทั้งกู่หนอนไหมทองและสัตว์อสูรที่เป็นของวิเศษหายากอยู่พร้อมกันได้ ฉันล่ะสงสัยจริง ๆ” สิงหลีถามด้วยความอยากรู้
“เรื่องนี้ไม่รบกวนให้แกมาใส่ใจหรอก” ผมตอบกลับเสียงเย็น
สิงหลีหัวเราะเสียงเย็น “หึ ช่างเถอะ! ฆ่าแกทิ้งซะ แล้วค่อยจับพวกมันสองตัวกลับไปก็สิ้นเรื่อง”
ไม่พูดพล่ามทำเพลง พวกเราบุกเข้าโจมตีสิงหลีพร้อมกัน
สิงหลีไม่ตื่นตระหนก ลอยตัวอยู่กลางอากาศแล้วสะบัดมือ หมอกดำที่เกิดจากกลิ่นอายสัตว์หยินหลายสายก็พุ่งเข้าใส่พวกเราเหมือนหนวดปลาหมึก
ซ่งอวิ๋นหงแยกกระบี่ยาวในมือเป็นหลายเล่มอีกครั้ง บังคับกระบี่ให้พุ่งไปฟันหนวดหมอกดำพวกนั้น
เพื่อช่วยพวกเรา อู๋ชิ่งเป่าที่เพิ่งได้พักไปครู่เดียวก็เป่าขลุ่ยไม้ไผ่อีกครั้ง
พอมีเสียงขลุ่ย การโจมตีของหนวดหมอกดำก็ช้าลงไปถนัดตา
“เกะกะจริง!” สิงหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นหมอกดำก็เปลี่ยนรูปร่างเป็นกระบี่ยาวสีดำหลายเล่มพุ่งไปแทงค่ายกลกายพิทักษ์เทียนกัง
หลิวเฉิงกับเฉียนหย่งที่ยืนลุ้นการต่อสู้ของพวกเราอยู่ในค่ายกล เห็นกระบี่ยาวสีดำพุ่งเข้ามาเสียบก็ตกใจร้องเสียงหลง
ยังดีที่ค่ายกลกายพิทักษ์เทียนกังไม่ใช่ค่ายกลกระจอก กระบี่ยาวสีดำหลายเล่มปะทะเข้ากับม่านแสงของค่ายกลเกิดเสียงดังสนั่น แต่ก็เจาะม่านแสงไม่เข้าสักที
“ไม่ต้องห่วง ค่ายกลกายพิทักษ์เทียนกังไม่ได้ถูกทำลายง่ายขนาดนั้น” ผมหลบการโจมตีของหนวดสีดำไปพลาง ตะโกนบอกหลิวเฉิงกับเฉียนหย่งที่กำลังแตกตื่นไปพลาง
หลิวเฉิงปาดเหงื่อเย็นบนหน้า ถอนหายใจโล่งอก “เฮ้อ เล่นเอาเฮียหลิวตกใจหมด”
ดูเหมือนจะแปลกใจนิดหน่อย สิงหลีอุทานในลำคอ จากนั้นก็บังคับกระบี่สีดำหลายเล่มให้รวมตัวกัน กลายเป็นขวานยักษ์สีดำ
สิงหลีทำท่ากำมือไปทางขวานยักษ์สีดำเหนือค่ายกล พอเขาขยับแขนขึ้นลง ขวานยักษ์สีดำก็สับลงบนม่านแสงของค่ายกลอย่างหนักหน่วงไม่ยั้ง
ทุกครั้งที่สับลงไป จะมีเสียงดังสนั่น ม่านแสงของค่ายกลจะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ภาพนี้ทำเอาหลิวเฉิงกับเฉียนหย่งในค่ายกลกลืนน้ำลายอีกรอบ แหงนหน้ามองขวานยักษ์สีดำที่สับม่านแสงไม่หยุดด้วยความตื่นตระหนก
ส่วนอู๋ชิ่งเป่าที่เป่าขลุ่ยอยู่พยายามรักษาความเยือกเย็น ยังคงเป่าขลุ่ยต่อไป ใช้วิชาของนักผนึกวิญญาณช่วยชะลอการโจมตีของหนวดสีดำให้พวกเรา
เป็นแบบนี้ การต่อสู้ระหว่างพวกเรากับสิงหลีก็เข้าสู่ภาวะยืดเยื้อ ทำให้สีหน้าของสิงหลีที่เดิมทีเรียบเฉยเริ่มเปลี่ยนไป
แววตาเขาขรึมลง เพิ่มรัศมีพลังบนตัว หนวดสีดำที่เกิดจากหมอกดำก็เพิ่มจำนวนขึ้นอีก
สู้ต่อไปแบบนี้ พวกเราทุกคนจะเสียพลังงานไปมหาศาล สถานการณ์จะยิ่งเสียเปรียบ ดังนั้นซ่งอวิ๋นหงจึงตะโกนบอกพวกเรา
“งัดไม้ตายที่แรงที่สุดของตัวเองออกมา โจมตีพร้อมกัน”
พูดจบ เขาก็เร่งโคจรลมปราณ บนตัวปรากฏแสงสีแดงแบบเดียวกับบนกระบี่ยาว
จากนั้นก็เห็นกระบี่ยาวทุกเล่มแทงทะลุหนวดสีดำ พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน แล้วกระบี่ทั้งหมดก็กลับมารวมตัวกันเป็นเล่มเดียว
สุดท้ายกระบี่ยาวที่ลอยขึ้นไปก็พลิกตัวเอาปลายชี้ลง เล็งตรงไปที่ศีรษะของสิงหลี พุ่งเสียบลงมาด้วยความเร็วสูง
ระหว่างที่พุ่งลงมา กระบี่ยาวก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นกระบี่ยักษ์เล่มมหึมา
“กระบี่บินดิ่งสังหาร!” ซ่งอวิ๋นหงตะโกนก้อง
เสียงดังตูม กระบี่ยักษ์ถูกหมอกดำรอบตัวสิงหลีต้านรับไว้ แต่กระบี่ยักษ์กำลังค่อย ๆ แทงทะลุลงไปทีละนิด
แววตาของสิงหลีเริ่มฉายแววเคร่งเครียด บังคับหมอกดำให้ต้านทานกระบี่ยักษ์ที่กดลงมาอย่างต่อเนื่อง
จางเทียนหลิงฉวยโอกาสซัดเพลิงสมาธิใส่สิงหลี เปลวไฟสีน้ำเงินประกายทองพุ่งเข้าใส่ หนวดสีดำหลายเส้นรีบหดกลับมาป้องกันการโจมตีของเพลิงสมาธิทันควัน
“อสนีแดง!”
ผมเองก็เตรียมอสนีแดงไว้พร้อมแล้ว ตะโกนลั่น ปล่อยพลังสายฟ้าที่แฝงอานุภาพน่ากลัวออกไป
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นอากาศระเบิดกระจายออกไปทันที พวกเราถูกคลื่นกระแทกจนล้มกลิ้งไปกับพื้น เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัว
และในเวลาเดียวกัน หมอกดำของสิงหลีก็สลายหายไปจนหมด