- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 398 ดูดกลืนสัตว์หยิน
บทที่ 398 ดูดกลืนสัตว์หยิน
บทที่ 398 ดูดกลืนสัตว์หยิน
ขณะเสียงมังกรคำรามดังขึ้น ใต้ดินก็แผ่กลิ่นอายอันทรงพลังออกมา พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนเบา ๆ
เห็นเพียงโครงกระดูกที่โผล่พ้นหลุมลึกแผ่หมอกดำออกมาอีกครั้ง ไม่นานเงาดำขนาดมหึมาก็พุ่งทะยานขึ้นจากหลุมลึก แล้วตกลงสู่พื้น ขดร่างปกป้องสิงหลีไว้ตรงกลาง
ผมจ้องมองสัตว์ยักษ์ที่ปรากฏตัวด้วยความตกตะลึง เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสัตว์หยินในระยะประชิดขนาดนี้
หลังจากฟางหานตาย สิงหลีตระหนักว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเขาคงถูกพวกเราจัดการทีละคน เลยฝืนเรียกสัตว์หยินที่เกิดจากศพของเจียวออกมา
มองดูสัตว์หยินที่มีร่างมหึมาและกลิ่นอายทรงพลัง พวกเราต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
บวกกับวิญญาณผีที่ล่องลอยอยู่เต็มฟ้า สถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าตอนแรกในพริบตา
วิญญาณผีพวกนี้คือส่วนที่หลุดรอดออกมาจากเคล็ดวิชากลืนผีของเลี่ยวเจี้ยน สาเหตุก็เพราะเลี่ยวเจี้ยนต้องการต้านทานเสียงขลุ่ยไม้ไผ่ของอู๋ชิ่งเป่า เขาจึงเร่งเร้าเคล็ดวิชาไม่หยุดเพื่อเพิ่มพลังให้กับวิญญาณที่ตนดูดกลืนไว้ ทว่าพอวิญญาณมีฤทธิ์เดชมากขึ้น การควบคุมก็ยากลำบากตามไปด้วย ส่งผลให้วิญญาณจำนวนไม่น้อยดิ้นหลุดจากพันธนาการของเคล็ดวิชา แล้วออกมาล่องลอยเพ่นพ่านไปทั่วหุบเขา
แต่ถึงอย่างไรวิญญาณผีพวกนี้ก็ถูกเลี่ยวเจี้ยนดูดกลืนและหลอมรวมไปแล้ว จึงไปไหนได้ไม่ไกล ทำได้แค่ล่องลอยอยู่ในระยะจำกัดเท่านั้น
นี่กลับทำให้สถานการณ์ของพวกเราแย่ลงไปอีก วิญญาณผีพวกนี้อาฆาตพยาบาทรุนแรง เจอคนเป็นก็จะเข้าทำร้าย กลายเป็นเข้าทางเลี่ยวเจี้ยนซะอย่างงั้น
ยังดีที่มีเสียงขลุ่ยของอู๋ชิ่งเป่าคอยส่งผลกระทบต่อพวกมัน ไม่อย่างนั้นวิญญาณผีพวกนี้คงดุร้ายยิ่งกว่านี้แน่
มีวิญญาณผีสองตนร้องโหยหวนพุ่งเข้าใส่ซ่งอวิ๋นหงที่ถือกระบี่ ซ่งอวิ๋นหงจำต้องตวัดกระบี่ ฟันฉับเดียวพวกมันก็วิญญาณแตกสลายไป
ซ่งอวิ๋นหงสีหน้าเคร่งขรึม สายตาจับจ้องไปที่สิงหลีซึ่งถูกสัตว์หยินปกป้องอยู่ตรงกลางตลอดเวลา
“ผู้อาวุโสซ่ง ผมจะช่วยคุณจัดการเขาเอง” หลังซัดวิญญาณผีที่พุ่งเข้ามาหาถอยไป ผมก็ขยับมายืนข้างซ่งอวิ๋นหง
ซ่งอวิ๋นหงพยักหน้า ไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแต่ส่งสัญญาณให้ผมระวังตัว
ทันใดนั้น สัตว์หยินก็คำรามใส่ผมกับซ่งอวิ๋นหง ก่อให้เกิดลมหยินรุนแรงพัดกระโชกใส่พวกเรา
ผมกับซ่งอวิ๋นหงต้องโคจรลมปราณถึงจะประคองตัวไว้ได้ ส่วนวิญญาณผีในหุบเขาถูกลมพัดกระจัดกระจาย ส่งเสียงร้องโหยหวนเป็นระลอก
ยังดีที่ผมกางค่ายกลกายพิทักษ์เทียนกังให้พวกผู้หญิงและอู๋ชิ่งเป่าไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นสถานการณ์คงแย่กว่านี้แน่
“ถึงสัตว์หยินจะยังมีความชั่วร้ายไม่ถึงระดับที่ฉันต้องการ แต่พวกแกดันโผล่มาก็ช่วยไม่ได้ ฉันคงต้องรีบดูดกลืนมันก่อนกำหนด” เสียงสิงหลีลอยมา ร่างของเขาถูกร่างมหึมาของสัตว์หยินบดบังจนมิด
ซ่งอวิ๋นหงได้ยินดังนั้นสีหน้าขรึมลง กระชับกระบี่ยาวในมือ พุ่งตัวเข้าโจมตีสิงหลี “ฝันไปเถอะ!”
ผมเองก็ขยับตัวตามไป แต่สัตว์หยินคำรามต่ำ สะบัดหางฟาดใส่ผมกับซ่งอวิ๋นหง
การโจมตีธรรมดาของสัตว์หยินอานุภาพน่าตกใจ ผมกับซ่งอวิ๋นหงไม่กล้าประมาท รีบออกกระบวนท่าป้องกัน
ตูม!
หางของสัตว์หยินฟาดเข้ามา ผมรู้สึกถึงแรงมหาศาลที่น่ากลัวกระแทกเข้าใส่ทั่วร่าง ก่อนที่พวกเราทั้งคู่จะถูกกวาดกระเด็นไปในพริบตา
กระเด็นไปไกลหลายเมตร กว่าพวกเราจะทรงตัวได้
เห็นดังนั้น อู๋ชิ่งเป่าในค่ายกลกายพิทักษ์เทียนกังก็ตะโกนบอก “สัตว์หยินร้ายกาจเกินไป ผมแบ่งสมาธิไปควบคุมวิญญาณผีตนอื่นไม่ได้แล้ว ต้องโฟกัสที่การควบคุมสัตว์หยินอย่างเดียว”
พูดจบ เขาก็เป่าขลุ่ยไม้ไผ่อีกครั้ง เสียงขลุ่ยคราวนี้กระชั้นกว่าครั้งก่อน จังหวะรวดเร็วขึ้นมาก
เมื่อเสียงขลุ่ยอันเร่งร้อนดังขึ้น สัตว์หยินดูเหมือนจะรู้ตัวว่าถูกเพ่งเล็ง จึงส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา
“เลี่ยวเจี้ยน ฉันจะดูดกลืนสัตว์หยิน แกมาต้านพวกมันไว้” สิงหลีตะโกนบอกเลี่ยวเจี้ยนที่กำลังสู้กับจางเทียนหลิงอยู่ไกล ๆ
หลังฝืนรุกไล่จนจางเทียนหลิงต้องถอย เลี่ยวเจี้ยนก็พุ่งมาปรากฏตัวตรงหน้าสิงหลีและสัตว์หยิน
“เลี่ยวเจี้ยน คู่ต่อสู้ของแกคือฉัน!” จางเทียนหลิงจ้องเลี่ยวเจี้ยนเขม็ง รีบตามมาติด ๆ
แต่คราวนี้เลี่ยวเจี้ยนไม่สนใจเขา ตีหน้าขรึมเงียบกริบ
พอไร้การกดดันจากเสียงขลุ่ยของอู๋ชิ่งเป่า เคล็ดวิชากลืนผีของเลี่ยวเจี้ยนก็กลับมาทรงอานุภาพดังเดิม กลิ่นอายของวิญญาณผีพวกนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย
เหล่าวิญญาณผีเริ่มเกรี้ยวกราด สีหน้าบิดเบี้ยวคำรามลั่น
สิ้นเสียงตะโกนก้องของเลี่ยวเจี้ยน วิญญาณผีทั้งหลายก็พากันพุ่งเข้าใส่ เราสามคนจำต้องลงมือต้านทานวิญญาณผีที่บ้าคลั่งเหล่านี้
ขณะนั้นเอง สัตว์หยินจู่ ๆ ก็ส่งเสียงร้องโหยหวน หมอกดำกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าเริ่มหลุดลอกออกจากร่าง เหมือนกำลังถูกอะไรบางอย่างดูดซับไป
ดูท่าสิงหลีจะเริ่มการดูดกลืนแล้ว
ซ่งอวิ๋นหงสีหน้าเคร่งเครียด กลิ่นอายบนตัวพุ่งสูงขึ้น กระทืบเท้าอย่างแรง พุ่งตัวถือกระบี่หวังจะบุกเข้าไปหาสิงหลีเพื่อขัดขวางการดูดกลืนสัตว์หยิน
เลี่ยวเจี้ยนที่มีหน้าที่ขัดขวางพวกเราย่อมไม่ยอมให้เขาทำสำเร็จ ตะโกนลั่นพร้อมชูสองมือขึ้น ทันใดนั้นวิญญาณผีจำนวนมหาศาลก็พรั่งพรูออกมาจากเคล็ดวิชากลืนผีบนตัวเขาไม่ขาดสาย
เจอวิญญาณผีจำนวนมากเข้า ซ่งอวิ๋นหงก็ถูกบีบให้ถอยกลับมา ชั่วขณะหนึ่งพวกเราตกอยู่ในวงล้อมของวิญญาณผี
วิญญาณเหล่านั้นมีทั้งอ่อนและแข็ง แต่จำนวนเยอะเกินไป พวกเราปลีกตัวไปขัดขวางสิงหลีที่กำลังดูดกลืนสัตว์หยินไม่ได้เลย
และเสียงขลุ่ยของอู๋ชิ่งเป่าก็เร่งจังหวะกระชั้นขึ้นอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการใช้เสียงขลุ่ยเพิ่มการควบคุมสัตว์หยิน
ความเร็วในการดูดกลืนสัตว์หยินของสิงหลีช้าลงไปเยอะจริง ๆ เสียงขลุ่ยของอู๋ชิ่งเป่าได้ผล
แต่นี่ก็แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น พวกเราต้องรีบหลุดจากวงล้อมวิญญาณผีให้เร็วที่สุด
ซ่งอวิ๋นหงย่อมเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าดี กระบี่ยาวในมือเขาลอยค้างอยู่กลางอากาศ จากนั้นเห็นเขาทำมือเป็นมุทราแล้วชี้ไปที่กระบี่
ทันใดนั้นกระบี่ยาวก็แยกร่างออกมาหลายเล่ม ซ่งอวิ๋นหงควบคุมกระบี่เหล่านั้นอย่างชำนาญ เร่งความเร็วในการสังหารวิญญาณผี
ทว่าเคล็ดวิชากลืนผีบนตัวเลี่ยวเจี้ยนยังคงปล่อยวิญญาณออกมาไม่หยุดหย่อน ผมรู้สึกหนาวสะท้านในใจ เขาดูดกลืนวิญญาณมาเท่าไหร่กันเนี่ย จำนวนมันน่ากลัวเกินไปแล้ว
“หลงหยวน พวกเรามาช่วยแล้ว!” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หลิวเฉิงกับเฉียนหย่งที่ซ่อนตัวอยู่ไกล ๆ ก็วิ่งเข้ามา
ทั้งสองคนแปะยันต์เสริมพลังไว้บนตัว ถือยันต์สายฟ้าวิ่งเข้ามาช่วย
เผชิญหน้ากับวิญญาณผีที่น่ากลัว ทั้งสองคนมีสีหน้าหวาดกลัว แต่ก็ขว้างยันต์สายฟ้าใส่วิญญาณผี
“ระวังตัวด้วย!” ผมปลีกตัวไปดูแลทั้งคู่ไม่ได้ ได้แต่กำชับให้ระวัง
หลิวเฉิงซัดยันต์สายฟ้าไม่หยุด ปากก็ตะโกนท้าทาย “ไอ้พวกผีเวร เอ็งเจอเฮียหลิวผ่าให้ตายซะเถอะ”
เจ้าหมอนี่ใช้ยันต์ถี่เกินไป ไม่คำนึงถึงแรงที่เสียไปเลย ไม่รู้จะยืนระยะได้นานแค่ไหน
เทียบกับเขาแล้ว เฉียนหย่งดูจะตึงมือกว่า แป๊บเดียวก็หอบแฮ่ก เหงื่อท่วมหัว
การใช้พลังกายจากการใช้ยันต์เริ่มส่งผลกับเขาแล้ว
สุดท้าย เฉียนหย่งก็เก็บยันต์สายฟ้าที่เหลือไม่กี่แผ่น หยิบปืนพกที่เอวออกมา
เจอวิญญาณผีสองตนพุ่งใส่ เฉียนหย่งเหนี่ยวไกยิงรัวสองนัดอย่างไม่ลังเล วิญญาณร้ายที่โดนกระสุนพลันสลายไปในพริบตา
ก่อนหน้านี้ผมให้เขาเอากระสุนไปชุบชาด กระสุนของเขาเลยทำร้ายวิญญาณได้
พอได้ทั้งสองคนมาช่วย จำนวนวิญญาณร้ายก็ลดลงเร็วขึ้น ซ่งอวิ๋นหงจึงสบโอกาสบุกเข้าหาสิงหลีอีกครั้งจนได้
เขากระโดดคว้ากระบี่ยาวกลางอากาศ ร่างแยกของกระบี่หลายเล่มกลับมารวมตัวที่กระบี่ในมือเขาในชั่วพริบตา
เขาขยับกาย ทิ้งภาพติดตาไว้กลางอากาศ แทงกระบี่ใส่สิงหลี
ที่เหนือความคาดหมายคือ เลี่ยวเจี้ยนกลับจับทางเขาได้ ใช้วิชาเคลื่อนย้ายเงาพริบตามาคว้าจับกระบี่ยาวของซ่งอวิ๋นหงด้วยมือเปล่าสำเร็จ
พร้อมกันนั้น มืออีกข้างก็ซัดฝ่ามือใส่ซ่งอวิ๋นหงที่กำลังตกตะลึง!