เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 396 ฟางหานที่โกรธจนสติแตก

บทที่ 396 ฟางหานที่โกรธจนสติแตก

บทที่ 396 ฟางหานที่โกรธจนสติแตก


หลังจากอู๋ชิ่งเป่าเป่าขลุ่ยไม้ไผ่ เสียงขลุ่ยอันไพเราะเสนาะหูก็ดังกังวานไปทั่วหุบเขา ทำเอาผมลืมการต่อสู้ตรงหน้าไปชั่วขณะ

เสียงขลุ่ยที่ไพเราะขนาดนี้ผมเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก มันเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความเที่ยงธรรมที่ปลุกเร้าจิตใจ

“อ๊าก!” ทว่าเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของเลี่ยวเจี้ยนทำให้ผมได้สติกลับมา

ผมปรายตามองไปทางเลี่ยวเจี้ยนกับจางเทียนหลิง เห็นเพียงวิญญาณผีที่วนเวียนรอบตัวเลี่ยวเจี้ยนเริ่มปั่นป่วนวุ่นวาย เห็นได้ชัดว่าได้รับผลกระทบจากเสียงขลุ่ยของอู๋ชิ่งเป่าเข้าแล้ว

มิน่าล่ะเลี่ยวเจี้ยนถึงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดขนาดนั้น เคล็ดวิชากลืนผีที่เขาภาคภูมิใจพานไร้อานุภาพเมื่ออยู่ต่อหน้าเสียงขลุ่ย

“บ้าเอ๊ย!” เวลานี้ ฟางหานที่อยู่ตรงข้ามผมก็สีหน้าดูไม่ได้ หยิบใบไม้ออกมาหวังจะใช้เสียงเป่าใบไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของหมอพิษกู่มาควบคุมกู่แมลงของตัวเองอีกครั้ง

เสียงเป่าใบไม้ของเขาดูเหมือนจะพอช่วยได้บ้าง กู่แมลงที่แตกตื่นเริ่มกลับมาเป็นระเบียบขึ้นหน่อย แต่พวกมันก็ยังไม่กล้าบุกเข้ามาโจมตีผม ได้แต่บินวนเวียนอยู่รอบตัวฟางหานไม่หยุด

พอเห็นว่าเสียงเป่าใบไม้ไม่ได้ผลเท่าไหร่ ฟางหานก็โกรธจนหน้าบิดเบี้ยว ล้มเลิกความคิดที่จะใช้เสียงเป่าใบไม้ควบคุมกู่แมลง

“โธ่เว้ย โจมตีสิ โจมตีเข้าไป! ฉันอุตส่าห์เสียแรงเลี้ยงดูพวกแกตั้งขนาดนี้ ถึงเวลาสำคัญกลับไร้น้ำยาแบบนี้เนี่ยนะ” ฟางหานสติหลุด ตะโกนด่ากู่แมลงรอบตัวยกใหญ่

ต่อให้เขาจะโกรธเกรี้ยวแค่ไหน กู่แมลงก็ยังไม่กล้าบุกเข้ามาอยู่ดี ฟางหานโกรธจนแทบกระอักเลือด

จากนั้น เขาทำหน้าถมึงทึง จ้องผมตาเขม็ง “ไอ้หนู แกอาศัยกู่หนอนไหมทองกับวิชาของนักผนึกวิญญาณมาช่วยแบบนี้มันแน่ตรงไหน ถ้าแน่จริงก็มาตัวต่อตัวสิวะ”

ผมมีทั้งกู่หนอนไหมทอง แถมยังมีเสียงขลุ่ยของอู๋ชิ่งเป่าคอยหนุน หมอพิษกู่อย่างฟางหานทำอะไรผมไม่ได้เลยสักนิด ก็ไม่แปลกที่เขาจะโกรธจนสติแตก พูดจาปัญญาอ่อนแบบนั้นออกมา

“รับมือคนจิตใจอำมหิตอย่างพวกแมงป่องดำ ไม่เห็นต้องถือศักดิ์ศรีอะไร แค่กำจัดพวกแกได้ก็พอ” ผมยิ้มเย็น ตอบกลับไป

ฟางหานโกรธจนจมูกแทบเบี้ยว ชี้หน้าผมพูดไม่ออก “แก...”

ทันใดนั้น กู่หนอนไหมทองก็บินมาตรงหน้าผม ร้องจี๊ด ๆ ใส่ผมอย่างอารมณ์เสียสุด ๆ

มันกำลังบ่นกับผม บอกว่าเสียงขลุ่ยนี่ทำให้มันอึดอัดไม่สบายตัว บอกให้ผมไปสั่งอู๋ชิ่งเป่าหยุดเป่าซะที

“ได้ไงล่ะ เสียงขลุ่ยของอู๋ชิ่งเป่าข่มพวกมันสามคนได้นะ ถือเป็นตัวช่วยชั้นดีของพวกเราเลย” ผมรีบบอกกู่หนอนไหมทอง

ขณะเดียวกันในใจก็แอบทึ่ง นึกไม่ถึงว่าเสียงขลุ่ยของอู๋ชิ่งเป่าจะร้ายกาจขนาดนี้ ขนาดกู่หนอนไหมทองที่เป็นพวกเดียวกันยังได้รับผลกระทบเล็กน้อย นักผนึกวิญญาณนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

กู่หนอนไหมทองทำท่าไม่ฟัง เริ่มงอแง

ช่วยไม่ได้ ผมเลยให้มันกลับไปรอในท้องผมก่อน ยังไงมีเสียงขลุ่ยของอู๋ชิ่งเป่าช่วย ผมรับมือฟางหานคนเดียวก็ไม่น่ายาก

กู่หนอนไหมทองมองกู่แมลงพวกนั้นอย่างลังเล ดูเหมือนจะเสียดายไม่อยากปล่อยอาหารอันโอชะไป กำลังชั่งใจว่าจะเชื่อฟังผมกลับเข้าท้องดีไหม

แต่สุดท้ายมันก็ทนเสียงขลุ่ยไม่ไหว กลายเป็นแสงสีทองพุ่งฟึ่บเข้าปากผม มุดกลับลงท้องไป

พอกู่หนอนไหมทองกลับเข้าท้อง ผมก็เพ่งสายตา ประสานมุทรา ซัดห้านิ้วอสนีบาตใส่ฟางหานไปสายหนึ่ง

ห้านิ้วอสนีบาตพุ่งออกไป ฟางหานหน้าถอดสี รีบบังคับกู่แมลงรอบตัวให้มาป้องกันด้านหน้า

พอไม่มีกลิ่นอายของกู่หนอนไหมทอง ฟางหานก็พอจะควบคุมกู่แมลงได้บางส่วน กู่แมลงพวกนั้นก่อตัวเป็นกำแพงแมลงขวางหน้าเขาไว้อย่างรวดเร็ว

เสียงดังตูม ห้านิ้วอสนีบาตปะทะเข้ากับกำแพงแมลง กำแพงแมลงระเบิดกระจายทันที แรงกระแทกทำเอาฟางหานต้องถอยหลังไปหลายก้าว

กลิ่นไหม้เหม็นฉุนลอยคลุ้งในอากาศ เป็นกลิ่นของกู่แมลงที่ถูกสายฟ้าของห้านิ้วอสนีบาตเผาไหม้

ผมรุกไล่ต่อ ซัดฝ่ามืออสนีบาตใส่ฟางหานอีกหลายชุดติดกัน ถึงฝ่ามืออสนีบาตจะอานุภาพธรรมดา แต่ดีตรงไม่ต้องรวบรวมพลัง ผมสามารถซัดออกไปรัว ๆ ได้ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับจัดการหมอพิษกู่ที่พลังป้องกันต่ำอย่างฟางหานแล้ว

เจอฝ่ามืออสนีบาตของผมเข้าไป ฟางหานทำได้แค่กลิ้งหลบไปมาอย่างทุลักทุเล

ฟางหานสีหน้าเคียดแค้น ขณะหลบฝ่ามืออสนีบาตก็ล้วงลูกกลม ๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือสองลูกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

ได้จังหวะ ฟางหานก็สะบัดมือขว้างลูกกลม ๆ สองลูกนั้นใส่ผม

เพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมเลยไม่กล้าประมาท ซัดฝ่ามืออสนีบาตออกไปสองสาย หวังจะทำลายลูกกลม ๆ นั่น

ใครจะคิดว่าพอโดนฝ่ามืออสนีบาต ลูกกลม ๆ สองลูกนั้นก็ระเบิดออกทันที ควันหนาสีม่วงกระจายตัวออกอย่างรวดเร็ว ทำท่าจะกลืนกินร่างผมเข้าไป

ผมรู้ทันทีว่าควันพิษนั่นคือพิษกู่ รีบเร่งแสงสีทองคุ้มกาย แล้วดีดตัวถอยห่างออกมาอย่างไว เพื่อหลบเลี่ยงควันพิษ

ควันพิษกู่ไม่ได้กระจายตัวต่อ แต่ลอยอวลอยู่ที่เดิม บดบังสายตาผมไม่ให้มองเห็นฟางหาน

และในตอนนั้นเอง ในกลุ่มควันพิษดูเหมือนจะมีความเคลื่อนไหว

ผมขมวดคิ้ว กำลังจะลงมือปัดเป่าควันพิษ ร่างของฟางหานก็พุ่งพรวดออกมาจากกลุ่มควัน ในมือขว้างของบางอย่างที่เหมือนแมลงปีกแข็งใส่ผม

นี่ก็เป็นกู่แมลงเหมือนกัน แต่ทำไมฟางหานถึงขว้างกู่แมลงแค่ตัวเดียวใส่ผมล่ะ?

ขณะที่ผมกำลังงง ฟางหานก็ทำมือเป็นมุทราประหลาด กู่แมลงที่ถูกขว้างมาจู่ ๆ ก็ระเบิดเสียงดังปัง ขยายร่างใหญ่ยักษ์ ปกคลุมพื้นที่เหนือหัวผมจนมิด

กู่แมลงปีกแข็งที่ขยายร่างยักษ์ ทิ้งตัวลงมาทับผมอย่างแรง

ตูม!

กู่แมลงปีกแข็งยักษ์กระแทกใส่ร่างผม ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วพื้นทันที

ฟางหานหัวเราะลั่น “ฮ่า ๆ ทับมันให้แบนไปเลย!”

เปลือกนอกของกู่แมลงปีกแข็งแข็งมาก ผมถูกกดทับอยู่กับพื้นจนขยับไม่ได้ แต่เพราะมีแสงสีทองคุ้มกาย ผมเลยไม่เป็นอะไรมาก แค่โดนแมลงทับจนขยับตัวลำบากเฉย ๆ

ผมไม่ร้อนรน ใช้มือข้างหนึ่งทาบไปที่ท้องของกู่แมลงปีกแข็ง แล้วเร่งวิชาสายฟ้าในกาย

ไม่นาน ฝ่ามือผมก็มีกระแสไฟฟ้าแลบแปลบปลาบ จากนั้นผมก็อัดพลังสายฟ้าเข้าไปในตัวกู่แมลง

ชั่วพริบตา ร่างมหึมาของกู่แมลงปีกแข็งก็เริ่มมีแสงสายฟ้าปรากฏขึ้นเป็นสาย ๆ ฟางหานที่กำลังหัวเราะร่าถึงกับหยุดกึกด้วยความตกตะลึง

“เกิดอะไรขึ้น?” เขาอุทานอย่างแปลกใจ

เสียงระเบิดดังตูม ผมกระตุ้นพลังสายฟ้าที่อัดเข้าไปในตัวกู่แมลงปีกแข็ง ระเบิดร่างกู่แมลงยักษ์ที่ทับผมอยู่

เมื่อแสงสายฟ้าบนตัวกู่แมลงปีกแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่างมันก็ระเบิดจากข้างในจนแหลกละเอียดเป็นชิ้น ๆ

พร้อมกันนั้น ฟางหานหน้าซีดเผือด กระอักเลือดคำโตออกมา

ผมลุกขึ้นจากพื้น ขยับแข้งขยับขาคลายกล้ามเนื้อ แล้วซัดหมัดใส่ฟางหานที่กำลังกระอักเลือดอยู่

แสงสีทองพุ่งออกจากหมัดผม กระแทกเข้ากลางอกฟางหานอย่างจัง ฟางหานร้องโหยหวน ร่างปลิวละลิ่วเหมือนว่าวสายป่านขาด แล้วตกลงกระแทกพื้นเสียงดังตุบ

มองดูฟางหานที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้น ผมสูดหายใจลึก แล้วคลายแสงสีทองที่คลุมกายออก

ผมหันไปดูการต่อสู้อีกสองด้าน พวกเขากำลังสู้กันอย่างดุเดือด ยากจะตัดสินแพ้ชนะ

ขณะที่ผมเตรียมจะเข้าไปช่วย ฟางหานที่เดิมทีนอนนิ่งอยู่บนพื้นจู่ ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น

“หยุดนะ แกจะไปไหน?”

ผมตกใจ รีบหันไปมองทางที่ฟางหานล้มลง เห็นเพียงเขาค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก ยืนโซซัดโซเซ

“แกคงไม่ได้คิดว่าฉันจะเสร็จแกง่าย ๆ แค่นี้หรอกนะ?” ใบหน้าฟางหานเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบเลือด มุมปากแสยะยิ้มเย็น

จบบทที่ บทที่ 396 ฟางหานที่โกรธจนสติแตก

คัดลอกลิงก์แล้ว