- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 394 ขัดขวางพิธีบูชายัญ
บทที่ 394 ขัดขวางพิธีบูชายัญ
บทที่ 394 ขัดขวางพิธีบูชายัญ
พวกเราได้ยินดังนั้นต่างก็ขมวดคิ้วแน่น สัตว์หยินจากเจียวไม่ได้อ่อนแอเลย ขืนปล่อยให้ผู้ใช้อาคมของแมงป่องดำคนนี้ดูดกลืนและควบคุมสัตว์หยินของเจียวได้สำเร็จ วิชามารหมอกดำของเขาคงยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
“สัตว์หยินถูกดูดกลืนได้ด้วยเหรอ?” หลิวเฉิงตกตะลึงสุดขีด อดกลืนน้ำลายไม่ได้
ผมบอกเขาว่าสัตว์หยินก็เป็นกายวิญญาณคล้ายกับวิญญาณผี ในเมื่อบนโลกมีวิชาดูดกลืนวิญญาณผี จะมีวิชาดูดกลืนสัตว์หยินก็ไม่แปลก
วิชาดูดกลืนวิญญาณผีเพื่อเพิ่มตบะให้ตัวเอง ผมเคยได้ยินมาไม่น้อย อย่างเคล็ดวิชากลืนผีของเลี่ยวเจี้ยนก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่วิชาดูดกลืนสัตว์หยินนี่ผมเพิ่งเคยเจอครั้งแรก
“สรุปคือเรื่องนี้คงยุ่งยากแน่ พวกเราต้องระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะพวกคุณสองคน” ซ่งอวิ๋นหงสีหน้าเคร่งเครียด กำชับหลิวเฉิงกับเฉียนหย่งอีกครั้ง
เพื่อความไม่ประมาท ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของหุบเขา ผมหยิบอุปกรณ์วาดยันต์ออกมา วาดยันต์กายพิทักษ์เทียนกัง ยันต์สะกดอัปมงคล และยันต์สะกดพลังชั่วร้ายให้หลิวเฉิงกับเฉียนหย่งคนละชุด
แค่ยันต์ป้องกันตัวคงไม่พอ ผมเลยวาดยันต์สายฟ้าที่คนธรรมดาใช้ได้โดยตรง กับยันต์เสริมพลังให้อีกหลายแผ่น
ยันต์เสริมพลังหลิวเฉิงคุ้นเคยดี แต่ยันต์สายฟ้าเขาเพิ่งเคยใช้ครั้งแรก ผมเลยอธิบายวิธีใช้ให้ทั้งสองคนฟังคร่าว ๆ
“ยันต์สายฟ้าพวกนี้ได้รับการอัดปราณของฉันเข้าไปนิดหน่อย สามารถใช้ได้เลย แต่ทุกครั้งที่ใช้ยันต์สายฟ้าจะกินแรงผู้ใช้ไปบ้าง ดังนั้นทางที่ดีควรใช้คู่กับยันต์เสริมพลัง ถ้ารู้สึกหมดแรงเมื่อไหร่ก็ห้ามฝืนใช้ยันต์สายฟ้าต่อเด็ดขาด ไม่งั้นร่างกายรับไม่ไหวแน่” ผมอธิบายง่าย ๆ แล้วกำชับทั้งคู่
หลิวเฉิงกับเฉียนหย่งพยักหน้า รับยันต์ที่ผมส่งให้ไป ส่วนวิธีใช้และสรรพคุณของยันต์เสริมพลัง ผมให้หลิวเฉิงเป็นคนอธิบายให้เฉียนหย่งฟัง
ซ่งอวิ๋นหงกับอู๋ชิ่งเป่ายืนดูผมวาดยันต์อยู่ข้าง ๆ ตลอด แววตาของทั้งคู่ฉายแววประหลาดใจ
“ถึงจะเป็นยันต์เหลืองธรรมดา แต่ดูเหมือนประสิทธิภาพจะต่างจากยันต์ทั่วไปนะ น่าสนใจแฮะ” อู๋ชิ่งเป่าพูดขึ้นประโยคหนึ่ง มองสำรวจผมด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก
ซ่งอวิ๋นหงยิ้ม เผยแววตาชื่นชม “สมกับเป็นทายาทของผู้อาวุโสหลี่ วิชาน่าทึ่งจริง ๆ”
พอเตรียมตัวพร้อม พวกเราก็เริ่มมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของหุบเขา ป่านนี้พวกเลี่ยวเจี้ยนคงเริ่มเตรียมพิธีบูชายัญคนเป็นกันแล้ว
ตลอดทางพวกเราเจอวิชาที่พวกเลี่ยวเจี้ยนวางกับดักขัดขวางไว้หลายจุด แต่ก็ถูกพวกเราทำลายได้อย่างง่ายดาย ดูออกเลยว่าพวกมันรีบวางกับดักลวก ๆ เพราะเวลาจวนตัว จุดประสงค์ก็แค่เพื่อถ่วงเวลาพวกเราเท่านั้น
มีซ่งอวิ๋นหงผู้มากประสบการณ์คอยนำทาง กับดักพวกนี้เลยแทบไม่ได้ผลอะไร ผมกับจางเทียนหลิงอดชื่นชมซ่งอวิ๋นหงในใจไม่ได้
คนของหน่วยงานเก๋าเกมจริง ๆ แถมฝีมือยังลึกล้ำยากหยั่งถึง
เวลาซ่งอวิ๋นหงลงมือแทบจะใช้แต่กระบี่ยาวในมือ กระบี่ยาวนั่นเหมือนจะเป็นอาวุธวิเศษ แต่ก็ดูต่างจากอาวุธวิเศษทั่วไปอยู่บ้าง
เวลาเร่งรัด ถึงผมจะสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรซ่งอวิ๋นหงมากความ
ไม่นาน พวกเราก็มาถึงส่วนลึกของหุบเขาจนได้ เบื้องหน้าไม่ไกลมีหมอกดำปรากฏขึ้นขวางทางไว้
และหลังม่านหมอกดำ พวกเราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเลี่ยวเจี้ยน
“ดูท่าพวกมันจะอยู่หลังหมอกดำนั่นแหละ” จางเทียนหลิงเอ่ยขึ้น
ผมลองจับสัมผัสอย่างละเอียด นอกจากกลิ่นอายของเลี่ยวเจี้ยนกับฟางหานแล้ว หลังหมอกดำยังมีกลิ่นอายของผู้ใช้อาคมอีกคนหนึ่ง กลิ่นอายคนคนนี้ทรงพลังมาก ฝีมือต้องเหนือกว่าเลี่ยวเจี้ยนและฟางหานแน่ น่าจะเป็นผู้ใช้อาคมคนที่ดูดกลืนสัตว์หยินแล้วดึงกลิ่นอายสัตว์หยินมาใช้ได้คนนั้น
นอกจากสามคนนี้ ผมก็สัมผัสกลิ่นอายผู้ใช้อาคมคนอื่นไม่ได้อีก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีใครอื่นแล้ว หรือเพราะใช้วิชาอำพรางขั้นสูงซ่อนกลิ่นอายไว้กันแน่
“ผู้อาวุโสซ่ง เราจะบุกเข้าไปเลยไหมครับ?” ผมถามซ่งอวิ๋นหงที่อยู่ข้าง ๆ
จะเข้าไป ก็ต้องหาวิธีจัดการกับหมอกดำที่ขวางอยู่ไม่ไกลนี้ให้ได้ซะก่อน
เพียงแต่หมอกดำนี่ประหลาดเกินไป จะฝ่าเข้าไปในเวลาสั้น ๆ คงไม่ง่าย แถมยังเสี่ยงเกินไป
ตอนพวกเรามา ก็จัดการอำพรางกลิ่นอายไว้แล้ว ไม่อยากให้พวกเลี่ยวเจี้ยนรู้ตัวว่าพวกเรามา จะได้ไม่ทันระวังตัว
วิชาอำพรางที่ใช้คือยันต์สีน้ำเงินที่ซ่งอวิ๋นหงแจกให้พวกเราคนละแผ่น เขาบอกว่าเป็นของที่ผู้ใช้อาคมในหน่วยงานเตรียมมาให้ สามารถอำพรางกลิ่นอายได้ชะงัดนักในระยะเวลาสั้น ๆ
ซ่งอวิ๋นหงมองหมอกดำไม่ไกลแล้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง บอกว่าถ้าจะฝ่าหมอกดำเข้าไปตรง ๆ มันดูบุ่มบ่ามเกินไป สู้ลอบอ้อมขึ้นไปข้างบน ดูสถานการณ์หลังหมอกดำก่อนดีกว่า
พูดจบ เขาก็พาพวกเราออกเดิน
ทางบนหน้าผาเดินลำบาก สำหรับพวกเราที่เป็นผู้ใช้อาคมไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับหลิวเฉิงกับเฉียนหย่งถือว่ากินแรงพอดู
เพื่อชิงเวลา พวกเราเลยให้สองคนนั้นหาที่ซ่อนตัวรออยู่ที่เดิม ส่วนพวกเราสี่คนล่วงหน้าขึ้นไปข้างบนต่อ
ไม่นาน พวกเราสี่คนก็มาถึงจุดที่ค่อนข้างลับตาคนบนหน้าผา ซึ่งมองเห็นสถานการณ์ในหุบเขาข้างล่างได้ชัดเจน
ในหุบเขาเบื้องล่างมีชายวัยกลางคนผิวขาวซีดจนน่ากลัวนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น เบื้องหน้าเขามีหลุมที่ถูกขุดไว้ ในหลุมเผยให้เห็นท่อนกระดูกขาวโพลน
ดูจากกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากกระดูก นั่นต้องเป็นซากศพของเจียวที่ตกลงมาตายในหุบเขาและถูกฝังไว้นานแค่ไหนก็ไม่รู้
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เลี่ยวเจี้ยนกับฟางหานยืนอยู่หน้าผู้หญิงเจ็ดแปดคน ผู้หญิงเหล่านั้นแววตาเหม่อลอย ยืนตัวแข็งทื่อราวกับหุ่นเชิดอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน
พวกเธอล้วนเป็นผู้หญิงในหมู่บ้านอันหย่งที่ถูกควบคุมสติให้เดินมาที่นี่ ไม่รู้ว่าคืนนี้ใครในพวกเธอจะถูกเลือกเป็นเหยื่อสังเวยในพิธีบูชายัญ
ฟางหานยืนกอดอก สายตาคอยชำเลืองมองไปทางทิศที่พวกเราเพิ่งจากมาเป็นระยะ
“ไอ้หนู ตั้งใจหน่อย ไอ้เด็กซินแสนั่นฉันไม่รู้ แต่จางเทียนหลิงฉันรู้จักดี มันไม่มีทางหนีไปดื้อ ๆ แบบนั้นหรอก รอให้พิธีคืนนี้จบก่อน เราค่อยไปคิดบัญชีกับพวกมันสองคน” เลี่ยวเจี้ยนมองเขาแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยปาก
“หึ!” ฟางหานสะบัดหน้าหนี ไม่พูดอะไร
แววตาเลี่ยวเจี้ยนเย็นชา สะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าไม่เห็นแก่หน้าเจียงเทียนหยวน ฉันฆ่าแกทิ้งไปนานแล้ว”
“ถ้าไม่กลัวตาย ก็ลองดูสิ” ฟางหานแสยะยิ้ม
ตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนผิวขาวซีดจนน่ากลัวก็เอ่ยขึ้น “พอได้แล้ว เวลาใกล้เข้ามาแล้ว เริ่มพิธีเถอะ”
พูดจบ สองมือเขาก็เริ่มประสานมุทรา แล้วพ่นหมอกดำออกจากปากใส่ซากกระดูกในหลุม
ทันใดนั้น เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้น ครั้งนี้พวกเราอยู่ในหุบเขา อยู่ใกล้มาก เสียงเลยชัดเจนกว่าคราวก่อน ๆ และยิ่งรู้สึกสะเทือนขวัญกว่าเดิม
เสียงมังกรคำรามดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่ายามจื่อมาถึงแล้ว เลี่ยวเจี้ยนเดินเข้าไปสุ่มเลือกผู้หญิงออกมาคนหนึ่ง ลากเธอไปที่ข้างหลุมกระดูก
เลี่ยวเจี้ยนเตะขาพับผู้หญิงคนนั้นอย่างไร้ปรานี เสียงดังตุบ ร่างเธอกระแทกเข่าลงกับพื้นข้างหลุมอย่างแรง
จากนั้น เลี่ยวเจี้ยนก็หยิบมีดสั้นออกมา เตรียมจะปาดคอผู้หญิงคนนั้น
ผมตกใจ ไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลัง เตรียมจะพุ่งออกไปช่วยคน แต่ซ่งอวิ๋นหงชิงลงมือก่อนแล้ว
เห็นเพียงกระบี่ยาวในมือเขา เปล่งแสงสีแดงพุ่งออกไป แทงใส่เลี่ยวเจี้ยนด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด
เลี่ยวเจี้ยนปฏิกิริยาไว รู้ตัวว่าถูกลอบโจมตี รีบหันขวับกลับมาใช้มีดสั้นในมือฟันต้านกระบี่ยาว
เสียงดังเคร้ง มีดสั้นในมือเลี่ยวเจี้ยนถูกกระบี่ยาวที่เปล่งแสงสีแดงกระแทกจนแตกละเอียดทันที
“เป็นไปได้ไง!?” เลี่ยวเจี้ยนแววตาตื่นตระหนก หน้าถอดสีด้วยความตกใจ