- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 388 พบเลี่ยวเจี้ยนอีกครั้ง
บทที่ 388 พบเลี่ยวเจี้ยนอีกครั้ง
บทที่ 388 พบเลี่ยวเจี้ยนอีกครั้ง
จางเทียนหลิงล้มพับลงไปกองกับพื้น พิษกู่ที่แขนเริ่มลามอีกแล้ว ริมฝีปากเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง ทำให้ใบหน้าดูซีดเผือดน่ากลัวยิ่งขึ้น
“นักพรตลามก แข็งใจไว้!” ผมตกใจหน้าถอดสี รีบตะโกนบอก
ดูเหมือนเขาจะไม่มีแรงตอบผมแล้ว ได้แต่พยักหน้าอย่างยากลำบาก ฝืนยิ้มออกมา
แต่รอยยิ้มนี้ดูยังไงก็น่าเกลียดกว่าร้องไห้ซะอีก
ณ เวลานี้ ผมยอมเห็นรอยยิ้มหื่นกามนิด ๆ ตามปกติของเขา ยังดีกว่าต้องมาเห็นรอยยิ้มที่ทรมานแบบตอนนี้
“เสี่ยวจิน รีบกลับมาเร็วเข้า” ผมใช้จิตสื่อสารกับกู่หนอนไหมทอง เร่งให้มันกลับมา
กู่หนอนไหมทองกำลังไล่กินกู่แมลงพวกนั้น ยังไม่อิ่มเลยไม่ค่อยอยากจะกลับมา แถมยังบ่นที่ผมไปขัดจังหวะการกินของมันอีก
เจ้าตัวตะกละนี่ ทำเอาผมโมโหแทบแย่
ผมทำได้แค่สั่งให้มันรีบกลับมา พร้อมบอกสถานการณ์ที่จางเทียนหลิงโดนพิษกู่เล่นงานให้มันรู้
ในที่สุดกู่หนอนไหมทองก็ร้องตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ถึงรับปากว่าจะรีบกลับมาเดี๋ยวนี้
ผมโล่งอก ค่อย ๆ ประคองจางเทียนหลิงที่นอนกองอยู่บนพื้นขึ้นมา บอกให้เขาอดทนอีกนิด กู่หนอนไหมทองกำลังจะกลับมาแล้ว
สิ้นเสียง ผมก็เห็นแสงสีทองพุ่งตรงมาทางผมกับจางเทียนหลิงด้วยความเร็วสูงจากที่ไกล ๆ
ชั่วพริบตา แสงสีทองก็ร่อนลงตรงหน้า ร่างอ้วนกลมของกู่หนอนไหมทองปรากฏแก่สายตาเราสองคน
“เสี่ยวจิน เร็วเข้า รีบดูพิษกู่ที่แขนนักพรตลามกหน่อย” ผมรีบชี้ไปที่แขนสีม่วงคล้ำของจางเทียนหลิง
กู่หนอนไหมทองบินขึ้นทันที ไปเกาะบนแขนสีม่วงของจางเทียนหลิง
เห็นเพียงมันขยับตัวยุกยิกบนแขนจางเทียนหลิงไม่กี่ที ไม่รู้ว่าทำอะไร รอยสีม่วงบนแขนจางเทียนหลิงก็เริ่มค่อย ๆ เล็กลง
จางเทียนหลิงที่เดิมทีสีหน้าทรมาน เริ่มกลับมามีเลือดฝาด ริมฝีปากก็หายม่วง
“อืม สบายตัวจัง!” จู่ ๆ จางเทียนหลิงก็เปลี่ยนเป็นทำหน้าเคลิบเคลิ้ม เผลอหลุดปากออกมา
ไม่นาน พิษกู่บนแขนเขาก็ถูกกู่หนอนไหมทองรักษาจนหายสนิท กลับมามีสีผิวปกติ
“ขอบใจนะ เสี่ยวจิน” จางเทียนหลิงขอบคุณกู่หนอนไหมทอง แล้วยื่นมือจะไปลูบตัวมัน
นึกไม่ถึงว่ากู่หนอนไหมทองจะหลบวูบ แล้วบินมาตรงหน้าเขา ส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ ใส่ ทำเอาจางเทียนหลิงงงเป็นไก่ตาแตก
จากนั้น กู่หนอนไหมทองก็หันมาส่งเสียงร้องใส่ผมอีกสองสามที แล้วกลายเป็นแสงสีทองบินหนีไป ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูดอะไรเลย
เจ้าแมลงอ้วนตัวนี้ ตะกละจริง ๆ ผมอดส่ายหน้าไม่ได้
“เมื่อกี้มันร้องบ่นอะไรใส่ฉันน่ะ?” พอกู่หนอนไหมทองบินไปแล้ว จางเทียนหลิงก็ถามผมอย่างสงสัย
ผมยิ้ม บอกว่ากู่หนอนไหมทองเตือนให้นายระวังตัวหน่อย อย่าโดนพิษกู่อีก ไปขัดจังหวะเวลากินของมัน
“เอ่อ...” จางเทียนหลิงพูดไม่ออก แล้วถามต่อ “งั้นนี่มันก็รีบกลับไปกินกู่แมลงพวกนั้นต่องั้นสิ?”
“ถูกต้อง” ผมพยักหน้าอย่างจนใจ
จางเทียนหลิงลุกขึ้นจากพื้น ผมจะเข้าไปพยุง เขาโบกมือบอกว่าไม่ต้อง
“รู้สึกเป็นไงบ้าง?” ผมถามด้วยความเป็นห่วง
เขาลองขยับแข้งขยับขาดู ไม่รู้สึกเจ็บปวดตรงไหนแล้ว “สมกับเป็นกู่หนอนไหมทองราชาแห่งกู่ ข้าพเจ้าหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว”
“งั้นก็ดี” ผมโล่งอกไปที ในใจก็นึกทึ่งในความร้ายกาจของกู่หนอนไหมทอง
เราสองคนพักปรับสภาพกันครู่หนึ่ง ก็เริ่มออกเดินทางลึกเข้าไปในหุบเขา ใกล้จะถึงยามจื่อเข้าไปทุกที ก่อนที่เสียงมังกรคำรามจะดังขึ้น เราต้องหาผู้หญิงบริสุทธิ์ที่ถูกล่อลวงมาที่นี่ให้เจอ
เสียงมังกรคำรามยามจื่อ ก็คือลางบอกเหตุการเริ่มพิธีบูชายัญในแต่ละคืน
ผมไม่กลัวลำบาก ปล่อยหุ่นกระดาษตัวเล็กออกมาอีกหลายตัว ให้พวกมันช่วยนำทางผมกับจางเทียนหลิงต่อไป
แต่คราวนี้หุ่นกระดาษเพิ่งบินออกไปได้ไม่ไกล ก็ลุกเป็นไฟ เผาไหม้จนหมดเกลี้ยงในพริบตา
ขณะเดียวกัน ผมกับจางเทียนหลิงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังสองสายจากด้านหน้า มีคนกำลังเดินตรงมาทางพวกเรา
“กลิ่นอายนี้มัน...” จางเทียนหลิงสีหน้าเปลี่ยนไป แทบไม่อยากเชื่อ
ผมเองก็แปลกใจมาก เพราะหนึ่งในสองกลิ่นอายนั้นคุ้นเคยอยู่บ้าง เป็นคนที่เรารู้จัก “เลี่ยวเจี้ยน!”
ใช่แล้ว กลิ่นอายนั้นคือเลี่ยวเจี้ยน ศิษย์ทรยศสำนักเหมาซานที่จู่ ๆ ก็ออกจากจิ่วอันไปตอนนั้น หรือว่าที่เขาจากไปตอนนั้น ก็เพื่อมาที่นี่?
“หึ ๆ จางเทียนหลิง แล้วก็พ่อซินแสฮวงจุ้ยน้อย เราเจอกันอีกแล้วนะ” ท่ามกลางความมืด ร่างสองร่างปรากฏขึ้นตรงหน้าเรา หนึ่งในนั้นคือเลี่ยวเจี้ยนที่เพิ่งปะมือกับเราไปเมื่อไม่นานมานี้
ตอนนี้เขาทำหน้าเยาะหยัน จ้องมองผมกับจางเทียนหลิงตาไม่กะพริบ
ข้างกายเขาคือชายหนุ่มคนหนึ่ง ผมสั้น สวมหน้ากากสีดำ โหนกแก้มสูง
“แค่เด็กเมื่อวานซืนสองคนนี้น่ะเหรอที่มาต่อกรกับพวกเรา?” พอเห็นผมกับจางเทียนหลิง ชายหนุ่มสวมหน้ากากดูจะแปลกใจไม่น้อย
ทั้งที่ดูจากอายุก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเรา แต่กลับมาเรียกเราว่าเด็กเมื่อวานซืน ฟังแล้วหงุดหงิดชะมัด
เลี่ยวเจี้ยนหัวเราะเย็นชา เตือนชายหนุ่มข้างกาย “ฟางหาน ฉันขอเตือนว่าอย่าดูถูกสองคนนี้เชียว เดี๋ยวจะประมาทจนเจ็บตัวเอาได้”
ฟางหานแค่นเสียงหึ ไม่ตอบอะไร แต่กวาดสายตาสำรวจผมกับจางเทียนหลิง
ตั้งแต่วินาทีที่เลี่ยวเจี้ยนปรากฏตัว สายตาของจางเทียนหลิงก็ไม่เคยละไปจากตัวเขาเลย สีหน้าเย็นชาขึ้นมาอย่างผิดปกติ
แต่เมื่อเทียบกับตอนเจอเลี่ยวเจี้ยนคราวก่อน ตอนนี้ถือว่าเขาดูสงบนิ่งขึ้นเยอะ
“สองคนนี้ใครเป็นหมอพิษกู่?” หลังจากสำรวจผมกับจางเทียนหลิงแล้ว จู่ ๆ ฟางหานก็ถามเลี่ยวเจี้ยน
เลี่ยวเจี้ยนขมวดคิ้ว ส่ายหน้า “เท่าที่ฉันรู้สองคนนี้ไม่มีใครเป็นหมอพิษกู่นะ มีอะไรเหรอ?”
“ฉันสัมผัสได้ว่าแถวนี้มีกู่แมลงที่ทรงพลังและไม่ใช่ของฉันอยู่ หรือว่านอกจากสองคนนี้ยังมีหมอพิษกู่คนอื่นที่ยังไม่เผยตัว?” ฟางหานทำหน้าสงสัย ก่อนจะพูดต่อ “น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ มิน่าล่ะกู่แมลงที่ฉันส่งออกไปก่อนหน้านี้ถึงหายไปไม่กลับมาสักตัว ที่แท้ก็เจอคนวงการเดียวกันที่มีฝีมือเข้าแล้ว”
ดูท่าฟางหานคนนี้จะเป็นหมอพิษกู่ลึกลับคนนั้น อายุแค่นี้แต่กลับมีกู่แมลงที่ร้ายกาจขนาดนั้น สมแล้วที่เป็นคนของแมงป่องดำ ไม่มีใครธรรมดาสักคนจริง ๆ
แถมเขายังสัมผัสถึงตัวตนของกู่หนอนไหมทองได้ แล้วยังเข้าใจผิดคิดว่านอกจากผมกับจางเทียนหลิงยังมีหมอพิษกู่คนอื่นตามมาด้วย ถ้าเขารู้ว่ากู่แมลงที่เขาสัมผัสได้เป็นของผม แถมยังเป็นถึงกู่หนอนไหมทอง ไม่รู้ว่าเขาจะมีปฏิกิริยายังไง
“เลี่ยวเจี้ยน แกทำร้ายผู้คนอีกแล้ว ครั้งนี้ฉันไม่มีวันปล่อยให้แกหนีรอดไปได้แน่” จางเทียนหลิงพูดกับเลี่ยวเจี้ยนเสียงเย็น
“หึ!” เลี่ยวเจี้ยนแค่นเสียงขึ้นจมูก แววตาเผยจิตสังหารเข้มข้น “คราวก่อนฉันได้รับคำสั่งให้มาที่นี่ ถึงได้ปล่อยพวกแกไป เดิมทีกะว่าจบงานที่นี่แล้วจะไปหาพวกแก นึกไม่ถึงว่าจะแส่หาที่ตายกันมาเอง งั้นคราวนี้ฉันจะสงเคราะห์ให้ตายสนิทไปเลย”
จางเทียนหลิงบอกว่าเขาก็ตั้งใจแบบนั้นเหมือนกัน กลิ่นอายบนตัวเขาดูเฉียบคมอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“นักพรตลามก...” จางเทียนหลิงในตอนนี้ดูจริงจังและเคร่งเครียดสุดขีด ผมรู้ว่านี่คือความฝังใจของเขาหลังจากได้เจอเลี่ยวเจี้ยน
“หมอพิษกู่คนนั้นอยู่ที่ไหน ให้เขาออกมา ฉันจะประมือกับเขาด้วยตัวเอง” ฟางหานยังคงคิดว่ามีคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วย
ผมค่อย ๆ เอ่ยปากตอบ “ที่มาก็มีแค่เราสองคน กู่แมลงที่แกสัมผัสได้น่ะ เป็นของฉันเอง”
“แก?” ฟางหานขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย “แกเป็นหมอพิษกู่เหรอ?”
“เปล่า ฉันเป็นแค่ซินแสฮวงจุ้ย” ผมตอบเขา
ฟางหานหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที แววตาทะมึน “แกปั่นหัวฉันเหรอ!? ไอ้เด็กเชี่ย ฉันว่าแกกำลังรนหาที่ตาย!”
พูดจบ เขาก็สะบัดมือใส่ผม ฝูงกู่แมลงกลุ่มใหญ่บินพรั่งพรูออกมาจากแขนเสื้อ พุ่งเข้าโจมตีผมกับจางเทียนหลิง