- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 386 ได้เวลาอาหาร
บทที่ 386 ได้เวลาอาหาร
บทที่ 386 ได้เวลาอาหาร
สัตว์ประหลาดสองตัวนี้เล็งจังหวะเตรียมฉวยโอกาสโจมตีผมกับจางเทียนหลิง แต่พวกเราสองคนย่อมไม่พลาดท่าให้ง่าย ๆ แบบนั้น หันตัวหลบการโจมตีของพวกมันได้ทัน
การโจมตีของสัตว์ประหลาดสองตัวพลาดเป้า หมัดทุบลงบนพื้นดินจนฝุ่นตลบฟุ้งทันที
ผมกับจางเทียนหลิงถอยกลับมาได้อย่างปลอดภัย ยืนหน้าขรึมมองดูสัตว์ประหลาดสองตัวกับศพเดินได้ท่ามกลางฝุ่นควัน
พอโจมตีพลาด สัตว์ประหลาดสองตัวก็ส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
สัตว์ประหลาดที่ไปหมู่บ้านอันหย่งก่อนหน้านี้มีสี่ตัว ถูกเสี่ยวไป๋กินไปแล้วสองตัว ส่วนสองตัวที่เหลือก็หนีกลับมาที่หุบเขาผามังกรร่วงนี่จริง ๆ
นึกไม่ถึงว่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ไม่เพียงแต่รวมร่างกันได้ แต่พอรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ก็ยังแยกออกจากกันได้อีก ประหลาดแท้ ๆ
“ตกลงพวกมันคือตัวอะไรกันแน่?” ผมสีหน้าเคร่งเครียด อดเอ่ยปากถามไม่ได้
สัตว์ประหลาดดูเหมือนสัตว์ตระกูลลิง แต่ในโลกนี้ไม่มีทางมีสิ่งมีชีวิตปกติที่น่ากลัวและวิปริตขนาดนี้แน่
ฝุ่นควันจางลง สัตว์ประหลาดสองตัวส่งเสียงคำรามต่ำ จ้องมองผมกับจางเทียนหลิงอย่างเคียดแค้น
“สัตว์ประหลาดสองตัวนี้น่าจะเป็นสัตว์ตระกูลลิงที่ถูกคนจับมาหลอมรวมจนกลายเป็นสัตว์ประหลาด วิธีการคล้ายกับการสร้างศพเดินได้พวกนั้น เกรงว่าคงเป็นวิชาควบคุมศพแขนงหนึ่ง” จางเทียนหลิงพูดช้า ๆ ในใจดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ทันใดนั้น สัตว์ประหลาดสองตัวก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงอีกครั้ง ผมรีบซัดห้านิ้วอสนีบาตออกไปสองสาย แต่กลับถูกพวกมันหลบได้อย่างง่ายดาย พื้นดินถูกสายฟ้าฟาดจนเกิดหลุมใหญ่สองหลุม
ผมตกใจมาก นึกไม่ถึงว่าความเร็วของสัตว์ประหลาดสองตัวนี้จะรวดเร็วขนาดนี้
เห็นสัตว์ประหลาดสองตัวกำลังจะพุ่งมาถึงตัว จางเทียนหลิงก็ซัดยันต์สีน้ำเงินออกไป เสียงดังพรึ่บ กำแพงไฟสีน้ำเงินลุกโชนขึ้นจากพื้น ขวางหน้าเราสองคนไว้
จากนั้นจางเทียนหลิงก็เรียกผมคำหนึ่ง ส่งสายตาบอกให้ผมถอยตามเขาเข้าไปในป่าด้านหลัง
เขาหันหลังวิ่งกลับเข้าป่าไปก่อนแล้ว ถึงผมจะสงสัย แต่ก็ทำได้แค่ตามเขาไป
“นักพรตลามก ถอยกลับมาทำไม?” พอตามทัน ผมก็ถามขึ้น
สัตว์ประหลาดสองตัวถึงจะไม่ง่าย แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นทำให้เราสองคนต้องถอยร่นนี่นา
จางเทียนหลิงบอกว่าพื้นที่ในหุบเขาโล่งกว้างกว่าในป่า เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างสูงใหญ่มากกว่า ส่วนในป่าต้นไม้ค่อนข้างหนาทึบ จะช่วยขัดขวางการเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาดได้ระดับหนึ่ง แน่นอนว่าประเด็นสำคัญคือเขากลัวว่าถ้าเรารับมือสัตว์ประหลาดในหุบเขา พวกแมงป่องดำอาจจะวางกับดักหรือซุ่มโจมตีอื่น ๆ ไว้อีก
“แต่เราไม่มีเวลาแล้วนะ ขืนยื้อต่อไป คืนนี้อาจจะมีผู้หญิงตายเพิ่มอีกคน” ผมตอบกลับ
ที่เขาพูดก็มีเหตุผล แต่เวลามันกระชั้นชิด เรายังมีคนที่ต้องไปช่วย
“ถ้าเราตาย ก็ช่วยใครไม่ได้สักคน” จางเทียนหลิงตอบกลับมาประโยคเดียว
ไม่พูดมากความ ผมจำต้องคิดหาทางหนีทีไล่ที่ดีที่สุด
เราสองคนกลับเข้ามาในป่า ไม่นานเสียงสัตว์ประหลาดสองตัวที่ไล่ตามมาก็ดังมาจากด้านหลัง ป่าทึบช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของพวกมันได้จริง ๆ ต้นไม้บางต้นถึงกับถูกพวกมันชนล้มระเนระนาด
หยุดฝีเท้าลง จางเทียนหลิงบอกว่าเราแยกกันจัดการคนละตัว
“ไม่ต้อง” ผมส่ายหน้า “ให้เสี่ยวไป๋จัดการสัตว์ประหลาดสองตัวนี้ไปเลย นายกับฉันฉวยโอกาสนี้ไปต่อดีกว่า”
คิดดูแล้ว ผมว่าเรียกเสี่ยวไป๋ออกมาเลยจะประหยัดเวลากว่า อีกอย่างคราวก่อนเสี่ยวไป๋ก็เคยปะมือกับสัตว์ประหลาดพวกนี้มาแล้ว มีประสบการณ์
“ได้!” จางเทียนหลิงไม่เยิ่นเย้อ พยักหน้ารับคำ
ผมจึงเรียกเสี่ยวไป๋ออกมา “เสี่ยวไป๋!”
แสงสีขาวพุ่งออกมา เสี่ยวไป๋กลายร่างเป็นร่างสูงใหญ่เท่าคนในพริบตา ดูไม่น่ารักเหมือนลูกแมวน้อยอีกต่อไป แต่ดูองอาจน่าเกรงขาม
“เสี่ยวไป๋ ฝากจัดการสัตว์ประหลาดสองตัวนั้นด้วยนะ” ผมบอกมัน
ยังไม่ทันที่มันจะตอบรับ สัตว์ประหลาดสองตัวก็โผล่มา พอเห็นเสี่ยวไป๋ พวกมันก็เหมือนเจอศัตรูคู่อาฆาต เสียงคำรามยิ่งเกรี้ยวกราดดังสนั่น เสี่ยวไป๋เองก็ตั้งท่าเตรียมโจมตี ส่งเสียงขู่คำรามต่ำอย่างดุร้าย
เห็นสัตว์ประหลาดสองตัวยังไม่รีบบุกโจมตีเสี่ยวไป๋ หลังจากคำรามใส่เสี่ยวไป๋ไม่กี่ที พวกมันก็เริ่มขยับเข้าหากัน แล้วแนบตัวติดกัน
เห็นเพียงร่างกายส่วนที่สัมผัสกันราวกับมีชีวิต ขยับยุกยิกไม่หยุด สุดท้ายค่อย ๆ หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน กลับไปมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเมื่อคืนตอนที่อยู่ในหมู่บ้าน
สองหัว สี่แขน ร่างกายท่อนบนใหญ่ท่อนล่างเล็ก ดูไม่สมส่วนเอาซะเลย
ทว่า การเปลี่ยนแปลงของสัตว์ประหลาดครั้งนี้ดูเหมือนจะยังไม่จบแค่นั้น ร่างอันบึกบึนยังคงขยายใหญ่ขึ้น ตัวโตกว่าเมื่อกี้อีกโข
สัตว์ประหลาดคำรามลั่น หมัดเดียวซัดต้นไม้ขนาดสองคนโอบข้างกายหักสะบั้นกลางลำต้น
จากนั้นมันก็ส่งเสียงร้องประหลาดอย่างตื่นเต้น เหมือนกำลังข่มขวัญเสี่ยวไป๋ที่อยู่ตรงหน้า
เสี่ยวไป๋ไม่กลัวแม้แต่น้อย ย่อตัวลงแล้วพุ่งกระโจนใส่สัตว์ประหลาดอย่างรวดเร็ว
ทั้งสัตว์ประหลาดและเสี่ยวไป๋ต่างไม่ใช่สัตว์ธรรมดา ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในป่านั้นรุนแรงมหาศาล เสียงปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมเสียงคำรามก้องป่า
“เสี่ยวไป๋ระวังตัวด้วย!” ผมร้องเตือนด้วยความเป็นห่วง แล้วออกตัวพร้อมกับจางเทียนหลิง มุ่งหน้าสู่หุบเขาอีกครั้ง
พอมาถึงปากทางเข้าหุบเขา ก็เจอศพเดินได้สิบกว่าตัวนั่นอีก พวกมันยังคงเคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวกับซอมบี้
แต่การรับมือพวกมัน ผมกับจางเทียนหลิงถือว่าสบายมาก แป๊บเดียวศพเดินได้สิบกว่าตัวก็เหลือแค่ห้าหกตัว
“ล่อพวกมันมารวมกัน ฉันจะใช้ยันต์ไฟสีน้ำเงินเผาทีเดียวให้หมด” จางเทียนหลิงพลิกตัวกระโดดขึ้นไปบนหินก้อนใหญ่ แล้วบอกผม
ตอนนี้ทั่วร่างผมเปล่งแสงสีทอง ความเร็วและพละกำลังเพิ่มขึ้นจากปกติหลายเท่า เขาถึงให้ผมเป็นเหยื่อล่อ ศพเดินได้พวกนั้นไม่มีทางแตะต้องตัวผมในตอนนี้ได้หรอก
“ได้!” ผมเตรียมลงมือ ทว่าจู่ ๆ ในหุบเขาก็มีเสียงเป่าใบไม้ดังขึ้น
เสียงเป่าใบไม้ฟังดูแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนมาก และจับทิศทางต้นเสียงไม่ได้
ผมกับจางเทียนหลิงต่างขมวดคิ้ว เพราะเสียงเป่าใบไม้นี้คือวิธีการที่ผู้ใช้วิชาคุณไสยใช้ควบคุมและสั่งการกู่แมลง
เป็นไปตามคาด พอเสียงเป่าใบไม้ดังขึ้น ในหุบเขาก็มีเสียงปีกแมลงกระพือดังมา
เสียงขนาดนี้ จำนวนกู่แมลงต้องไม่ใช่น้อยแน่
เมื่อเงยหน้ามอง ก็เห็นฝูงกู่แมลงสีดำทมึนบินมาจากไกล ๆ จำนวนมหาศาลจนน่าตกใจ
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งก็มีฝูงแมลงที่ส่องแสงสีน้ำเงินจาง ๆ บินมา มันคือกู่แมลงไฟพรายที่โจมตีหมู่บ้านเมื่อคืน
“บ้าเอ๊ย!” จางเทียนหลิงมองฝูงกู่แมลงสองชนิดจำนวนมหาศาลที่บินมาจากสองทิศ อดสบถไม่ได้
“ไม่เป็นไร เรามีเสี่ยวจิน!” ครั้งนี้ผมไม่ลืมตัวตนของกู่หนอนไหมทอง เรียกมันออกมาทันที “เสี่ยวจิน ได้เวลาอาหารแล้ว”
พอพูดว่าได้เวลาอาหาร กู่หนอนไหมทองที่หลับใหลอยู่ในตันเถียนล่างก็ตอบสนองทันที ผมอ้าปาก กู่หนอนไหมทองตัวอ้วนกลมก็บินออกมา
มองดูฝูงกู่แมลงที่บินมาจากสองฝั่ง กู่หนอนไหมทองส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น เล่นเอาฝูงกู่แมลงทั้งสองฝั่งไม่กล้าบินเข้ามาใกล้พวกเรา
กู่หนอนไหมทองบินอยู่กลางอากาศ หัวอ้วน ๆ หันมองซ้ายทีขวาที เหมือนกำลังคิดว่าจะเริ่มกินจากฝั่งไหนก่อนดี
จากนั้น ร่างอ้วนกลมของมันก็มีแสงสีทองวาบขึ้น แล้วกู่หนอนไหมทองที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบสองตัวก็ปรากฏขึ้น
ผมอึ้งไปเลย แปลกใจมาก นึกไม่ถึงว่ากู่หนอนไหมทองจะแยกร่างได้ด้วย
ความคิดมันช่างเรียบง่าย แบบนี้ก็ไม่ต้องคิดแล้วว่าจะกินฝั่งไหนก่อน แต่กินพร้อมกันไปเลย
ฟึ่บ กู่หนอนไหมทองที่แยกเป็นสองร่างกลายเป็นแสงสีทองสองสายพุ่งเข้าหาฝูงกู่แมลงทั้งสองฝั่ง ฝูงกู่แมลงแตกฮือทันที พากันบินหนีตายจ้าละหวั่น
ผมมองสถานการณ์ตรงหน้าแล้วก็อดดีใจไม่ได้
ยังดีที่ผมมีของดีสองอย่างนี้ งานนี้สบายขึ้นเยอะ