- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 384 ท่าทีเด็ดขาด
บทที่ 384 ท่าทีเด็ดขาด
บทที่ 384 ท่าทีเด็ดขาด
ความตื่นเต้นดีใจของหลิวเฉิงแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน เชื่อว่าตอนนี้ที่ห้องประชุมที่ทำการหมู่บ้าน ทุกคนก็คงกำลังโห่ร้องด้วยความดีใจเช่นกัน
“หลงหยวน นายแม่งโคตรเจ๋ง เมื่อกี้ลมวิญญาณแรงสุด ๆ ฉันรู้สึกเหมือนตัวจะปลิวหลุดเป็นชิ้น ๆ เลย” หลิวเฉิงพูดไปหัวเราะไป
ผมเพียงยิ้มบาง ๆ ลมวิญญาณรุนแรงจริง ๆ นั่นเป็นเพราะผลจากการเสริมพลังของตำแหน่งซวิ่นทิศลมในผังแปดทิศยุคก่อนฟ้า เพียงแต่แรงกดดันจากไอวิญญาณในค่ายกลรวมวิญญาณนั้นเหนือความคาดหมายของผมไปมาก เล่นเอาผมเกือบแย่ ยังดีที่มีจางเทียนหลิงอยู่ด้วย ไม่งั้นแผนนี้อาจไม่ราบรื่นแบบนี้
พอพูดถึงจางเทียนหลิง ผมก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เขาก็ถูกแรงกดดันจากไอวิญญาณเล่นงานจนบาดเจ็บหนักเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง
ผมรีบหันกลับไปมอง พบว่าเขานอนแผ่หลากางแขนกางขาอยู่บนพื้น หลับตาแน่น สีหน้าซีดเซียว ที่มุมปากยังมีคราบเลือดติดอยู่
“นักพรตลามก นายเป็นไงบ้าง?” ผมถามด้วยความเป็นห่วง
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น น้ำเสียงดูอ่อนแรง “ยังไหว แค่ตอนนี้ยังลุกไม่ขึ้น ขอฉันพักฟื้นสักครู่”
ผมทำหน้าสำนึกผิด อยากจะลุกไปพยุงเขา แต่พอลองขยับตัวสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ เพราะผมเองก็ปวดร้าวไปทั้งตัว ต้องพักเหมือนกัน
“พวกนายสองคนเป็นไงบ้าง ยังไหวกันไหม?” หลิวเฉิงดูออกว่าเราสองคนอาการหนัก ก็ถามด้วยความเป็นห่วง
ผมบอกเขาว่าผมกับจางเทียนหลิงต้องใช้เวลาฟื้นตัวหน่อย ไม่เป็นไรมาก ให้เขาไม่ต้องห่วง
“พวกฉันจะพักฟื้นแรงอยู่ที่นี่สักพัก นายรีบกลับไปที่ทำการหมู่บ้านเดี๋ยวนี้เลย บอกให้พวกเจียงเหลียงผิงฉวยโอกาสที่หมอกจาง รีบพาชาวบ้านออกจากหมู่บ้าน ย้ายออกไปให้หมดก่อนพระอาทิตย์ตกดินจะดีที่สุด ขืนรอจนดึกไม่รู้จะเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นอีก” ผมสั่งการ ให้เขาเร่งมือหน่อย
“ได้ ฉันไปเดี๋ยวนี้แหละ” หลิวเฉิงรับคำ แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ออกจากลานบ้านไป
ตอนนั้นเอง ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ จางเทียนหลิงก็หัวเราะออกมา หัวเราะอย่างมีความสุขมาก
ผมงง เลยถามว่าหัวเราะอะไร
“ไม่มีอะไร แค่รู้สึกว่าเวลาอยู่กับนายมักจะทำเรื่องเหนือความคาดหมายได้เสมอ รู้สึกสนุกดี แล้วก็มีความหมายด้วย” จางเทียนหลิงตอบ
ผมอึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษที ช่วงนี้ลากนายเข้ามาพัวพันกับเรื่องยุ่งยากตลอดเลย”
จางเทียนหลิงโบกมือ “ไม่เป็นไร ก็ใครใช้นายรักษาปัญหาไอไฟหยางให้ฉันได้ล่ะ อีกอย่างลงเขามาคราวนี้ กำไรที่สุดก็คือได้รู้จักนายนี่แหละ”
“นายก็ไม่เลว น่าสนใจดีเหมือนกัน” ผมตอบกลับ
จากนั้นเราสองคนมองหน้ากัน แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
พออารมณ์ดีก็ลืมไปว่าตัวเองยังบาดเจ็บอยู่ เราสองคนหัวเราะไปหัวเราะมาก็เริ่มไอโขลก ๆ จนเจ็บหน้าอกแปลบ
เราสองคนไม่คุยเล่นกันต่อ รีบฉวยเวลาเร่งรักษาอาการบาดเจ็บ
เวลาผ่านไปไวมาก ตอนที่ผมกับจางเทียนหลิงฟื้นตัว ดวงอาทิตย์ก็ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว ไม่รู้ว่าเรื่องที่วานหลิวเฉิงไปบอกพวกเจียงเหลียงผิงจะเป็นยังไงบ้าง
“ไปกันเถอะ กลับไปดูสถานการณ์ที่ห้องประชุมกัน” ผมบอกจางเทียนหลิง
พวกเราสองคนจึงออกจากลานบ้าน เดินจ้ำอ้าวกลับไปทางห้องประชุม
พอไปถึงห้องประชุม ก็พบว่าเหลือชาวบ้านอยู่แค่ส่วนน้อย เฉียนหย่งกำลังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ใช้รถตำรวจพาชาวบ้านออกจากหมู่บ้าน
“อาจารย์หลี่ กลับมาแล้วเหรอครับ ขอบคุณพวกคุณมากจริง ๆ พวกคุณคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตชาวบ้านหมู่บ้านอันหย่งแท้ ๆ” พอเห็นผมกับจางเทียนหลิง เจียงเหลียงผิงก็พูดขอบคุณยกใหญ่ด้วยความซาบซึ้งใจ
ชาวบ้านที่เหลือก็พากันขอบคุณพวกเราไม่หยุด สายตาเต็มไปด้วยความเคารพและซาบซึ้ง
ผมบอกพวกเขาไม่ต้องเกรงใจ เรื่องยังไม่จบ จะขอบคุณก็รอให้พวกเขากลับมาที่หมู่บ้านอันหย่งได้อีกครั้งก่อนเถอะ
“สารวัตรเฉียน พวกคุณส่งชาวบ้านไปพักที่ไหนครับ?” ผมเอ่ยถามเฉียนหย่ง
เฉียนหย่งบอกผมว่าให้คนในหมู่บ้านอันหย่งไปพักที่ตัวอำเภอชั่วคราว รอผมจัดการเรื่องเสร็จแล้วค่อยให้พวกเขากลับมา
“ต้องใช้อีกนานไหมกว่าจะส่งคนไปหมด?” จางเทียนหลิงเหลือบมองดวงอาทิตย์ทางทิศตะวันตกที่เริ่มคล้อยต่ำ กลัวเวลาจะไม่ทันการ
“วางใจได้ครับ เหลือชาวบ้านชุดสุดท้ายแล้ว ส่งชาวบ้านออกไปหมดก่อนฟ้ามืดแน่นอน” เฉียนหย่งรับประกันกับพวกเรา
ผมพยักหน้า บอกว่าอย่างนั้นก็ดี
คิดอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็พูดต่อ “ส่งชาวบ้านไปหมดแล้ว พวกตำรวจก็ถอนกำลังออกไปให้หมด แล้วคุณรายงานสถานการณ์ที่นี่ให้เบื้องบนทราบ บอกให้พวกเขาแจ้งคนของหน่วยงานให้รีบมาโดยด่วน ทางผามังกรร่วงเดี๋ยวผมกับจางเทียนหลิงไปกันเอง ถึงตอนนั้นให้คนของหน่วยงานมาช่วยสมทบพวกเรา”
เฉียนหย่งบอกว่าตอนหมอกจาง เขาได้รายงานสถานการณ์ปัจจุบันของหมู่บ้านอันหย่งให้เบื้องบนทราบทันทีแล้ว ทางการสั่งให้พวกเรารอฟังข่าว
จากนั้นเขาก็ส่ายหน้า “ส่วนเรื่องที่คุณให้พวกเราถอนตัว ต้องขออภัยที่ผมรับปากไม่ได้ เบื้องบนส่งเราลงมาเพื่อให้จัดการเรื่องนี้ให้จบ จะให้ถอนตัวกลางคันมันฟังไม่ขึ้น แถมเราคงไม่มีหน้าไปเจอชาวบ้านที่ตายไปและคนที่รอดชีวิตด้วย”
เฉียนหย่งท่าทีเด็ดขาด ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่ไปไหน
ผมกับจางเทียนหลิงมองหน้ากัน อยากจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม แต่เฉียนหย่งชิงบอกก่อนว่าไม่ต้องเปลืองน้ำลาย ตำรวจอย่างพวกเขาจะไม่ไปไหนสักคนเดียว
“หลงหยวน นายหมายความว่าฉันไม่ต้องตามนายกับนักพรตลามกเข้าไปในหุบเขาผามังกรร่วงเหรอ?” หลิวเฉิงแปลกใจนิดหน่อย ก่อนหน้านี้ไปไหนผมก็หิ้วเขาไปด้วยตลอด ทำไมคราวนี้เปลี่ยนไป
เมื่อก่อนที่พาเขาไปด้วย เพราะเขาเคยคิดอยากเป็นผู้ช่วยผม พาไปก็เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์
แต่ครั้งนี้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้อาคมของแมงป่องดำ แถมตอนนี้เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายมีกี่คน ขืนพาคนธรรมดาอย่างเขาไปเสี่ยงด้วย มันอันตรายเกินไป
“ใช่ อีกฝ่ายเป็นคนของแมงป่องดำ นายตามไปมันเสี่ยงเกินไป ฉันกับนักพรตลามกอาจจะคอยคุ้มกันนายตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้” ผมพูดกับเขาอย่างจริงจัง
ไม่รู้ว่าเขาดีใจหรือเสียใจกันแน่ สรุปคือสีหน้าดูซับซ้อน เหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็หยุดไว้
สุดท้ายตกลงกันได้ว่า ผมกับจางเทียนหลิงจะล่วงหน้าเข้าไปช่วยคนในหุบเขาผามังกรร่วงก่อน ส่วนพวกเฉียนหย่งกับหลิวเฉิงให้รอคนของหน่วยงานอยู่ในค่ายกลกายพิทักษ์เทียนกังที่ห้องประชุม
ถึงตอนนั้น ให้พวกเขาพาคนของหน่วยงานเข้ามาสมทบผมกับจางเทียนหลิงที่หุบเขาผามังกรร่วง
“ในเมื่อทุกคนตัดสินใจแล้ว ก็เตรียมใจรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ไว้ด้วย แม้กระทั่งความตาย” ผมทำหน้าขรึม เอ่ยปากบอกพวกเขา
ทุกคนพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แสดงว่าเข้าใจแล้ว
“โอเค งั้นผมจะยังไม่คลายค่ายกลกายพิทักษ์เทียนกัง ก่อนคนของหน่วยงานจะมาถึง พวกคุณห้ามออกจากค่ายกลเด็ดขาด” ผมจำต้องย้ำอีกครั้ง กลัวว่าพอผมกับจางเทียนหลิงไปแล้ว คนของแมงป่องดำจะบุกมาที่นี่อีก
ความมืดโรยตัวลงมา หมู่บ้านอันหย่งตกอยู่ในความเงียบสงัดโดยสิ้นเชิง
ผมกับจางเทียนหลิงเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง จากนั้นก็เตรียมมุ่งหน้าสู่ผามังกรร่วง
ตอนจะไป หลิวเฉิงทำหน้าเศร้า “หลงหยวน นักพรตลามก พวกนายสองคนระวังตัวด้วยนะ”
“อาจารย์หลี่ พวกเราจะพาคนไปสมทบพวกคุณแน่นอนครับ” เฉียนหย่งพูดเสริม
ผมกับจางเทียนหลิงพยักหน้า แล้วเดินออกจากค่ายกลกายพิทักษ์เทียนกัง ขึ้นรถขับมุ่งหน้าไปผามังกรร่วง
จางเทียนหลิงเป็นคนขับ ผมนั่งที่นั่งข้างคนขับ ทอดสายตามองท้องฟ้ายามค่ำคืนนอกหน้าต่าง
บนท้องฟ้ายามราตรีมีดวงดาวระยิบระยับ พระจันทร์ลอยเด่น
“คืนนี้บรรยากาศดีจริง ๆ!” ผมเอ่ยปาก พูดขึ้นช้า ๆ