- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 380 เสี่ยวจินจอมตะกละ
บทที่ 380 เสี่ยวจินจอมตะกละ
บทที่ 380 เสี่ยวจินจอมตะกละ
ผมสั่งให้พวกเขาวิ่ง พวกเขาก็หัวไว ร้องกรี๊ดแล้วสับตีนแตกวิ่งหนีทันที
นึกไม่ถึงว่าการโจมตีระลอกสองของพวกแมงป่องดำจะมาเร็วขนาดนี้ แถมยังเปลี่ยนมาใช้กู่แมลงที่รับมือยากและมีจำนวนมหาศาล
ถนนในหมู่บ้านตอนกลางคืนเดินลำบาก ความเร็วในการวิ่งของพวกเราเทียบกับแมลงที่บินมาไม่ได้เลย
เสียงหึ่ง ๆ ของกู่แมลงที่ไล่หลังมาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ผมหันกลับไปซัดยันต์สะกดอัปมงคลใส่ฝูงแมลงที่ตามมา
ยันต์สะกดอัปมงคลสอยกู่แมลงแถวหน้าสุดร่วงไปได้ส่วนหนึ่ง แต่เพราะจำนวนที่มากเกินไป ยังมีกู่แมลงอีกโขยงไล่ตามมาติด ๆ
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วคงโดนตามทัน ผมเลยตะโกนบอกให้พวกเขาหยุด “หยุดกันก่อน”
พูดจบ ผมก็ประสานมุทรา ปากท่องคาถา กระทืบเท้าลงพื้น กางค่ายกลแผนผังไท่จี๋ออกมา
ค่ายกลแผนผังไท่จี๋ส่องแสงสีทองปกป้องพวกเราไว้ในพริบตา พวกชาวบ้านต่างมองค่ายกลที่คุ้มกันเราด้วยความตื่นตาตื่นใจ
“พี่ชาย นี่คืออะไรครับ?” เด็กน้อยแม้สีหน้าจะยังตื่นตระหนก แต่ก็อดถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้
“นี่คือค่ายกลที่ช่วยคุ้มครองเรา กันกู่แมลงพวกนี้ได้” ผมก้มลงบอกเด็กน้อย พร้อมกำชับพวกเขาว่าห้ามออกไปนอกค่ายกลเด็ดขาด
ค่ายกลแผนผังไท่จี๋เพิ่งกางเสร็จ ฝูงกู่แมลงก็ไล่ตามมาทัน แล้วกรูกันเข้ามาล้อมค่ายกลไว้อย่างหนาแน่น
ชั่วพริบตา ทิศทางรอบตัวเราก็ถูกกู่แมลงที่คล้ายหิ่งห้อยปิดล้อม แสงสีน้ำเงินจาง ๆ จากก้นของพวกมันสาดส่องลงบนตัวพวกเราที่อยู่ในค่ายกล ทำให้ร่างของพวกเราเหมือนถูกฉาบด้วยสีน้ำเงินจาง ๆ ดูน่าขนลุกพิลึก
กู่แมลงนับร้อยตัวกระพือปีกส่งเสียงหึ่ง ๆ ล้อมกรอบพวกเราไว้อย่างแน่นหนา ชาวบ้านต่างหวาดกลัวสุดขีด มองไปรอบ ๆ อย่างกระวนกระวาย
เด็กน้อยเองก็กลัวมาก เบียดตัวเข้าหาผมแน่น
ผมลูบหัวเขา ปลอบโยนให้เขาคลายกังวล บอกว่าไม่เป็นไรหรอก กู่แมลงบินเข้ามาในค่ายกลแผนผังไท่จี๋ไม่ได้
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ใจผมก็ยังหนักอึ้ง ตอนนี้กู่แมลงล้อมเราไว้ กะจะขังเราให้ตายอยู่ที่นี่ ขืนยื้อกันต่อไปแบบนี้ก็ไม่ใช่ทางออก
ต้องหาวิธีรับรองความปลอดภัยของชาวบ้านพวกนี้ คิดไปคิดมา ผมตัดสินใจจะเป็นคนล่อกู่แมลงพวกนี้ออกไปเอง ให้พวกเขาอยู่ในค่ายกลที่ปลอดภัย
ถ้าล่อกู่แมลงออกไปได้สำเร็จ ผมจะหาวิธีกวาดล้างพวกมันให้ราบคาบ แล้วค่อยกลับมารับชาวบ้าน
“ฟังให้ดีนะ ผมจะหาทางล่อแมลงพวกนี้ออกไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกคุณต้องอยู่ในค่ายกลแผนผังไท่จี๋ ห้ามออกมาเด็ดขาด” ผมกำชับทุกคน
พวกเขาสีหน้าตื่นกลัว ไม่รู้ว่าฟังเข้าหูบ้างหรือเปล่า
“พี่ชาย ระวังตัวด้วยนะครับ” เด็กน้อยจู่ ๆ ก็ดึงมือผมไว้แล้วพูดขึ้น
ผมยิ้มให้เขา พยักหน้า “ได้เลย”
จากนั้นผมก็ท่องคาถา โคจรเคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะ เริ่มดึงปราณจากตันเถียนล่างออกมา
แสงสีทองค่อย ๆ ปกคลุมทั่วร่างผม จากนั้นผมก็ตะโกนก้อง ยกมือซัดห้านิ้วอสนีบาต แหวกวงล้อมกู่แมลง พุ่งตัวออกจากค่ายกลแผนผังไท่จี๋
“เข้ามาเลย!” พอพุ่งออกจากค่ายกล ผมก็ตะโกนใส่ฝูงกู่แมลง ซัดฝ่ามืออสนีบาตออกไปต่อเนื่องหลายครั้ง
จุดประสงค์มีแค่อย่างเดียว คือพยายามดึงดูดพวกมันมาทางผมให้หมด
การกระทำของผมสำหรับกู่แมลงแล้วก็คือการยั่วยุดี ๆ นี่เอง พวกมันกระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง เลิกสนใจค่ายกล แล้วพากันบินตรงมาทางผม
“สำเร็จ!” ผมดีใจในใจ นี่แหละผลลัพธ์ที่ผมต้องการ
กู่แมลงกว่าครึ่งบินมาทางผมแล้ว ผมจงใจชะลอความเร็ว รอให้พวกมันไล่ตามมา
แต่ที่ผมคาดไม่ถึงคือ กู่แมลงยังตามมาไม่หมด ก็มีชาวบ้านคนหนึ่งทนไม่ไหว ลืมคำกำชับของผมที่ห้ามออกจากค่ายกลไปซะสนิท
เขาวิ่งหน้าตื่นออกจากค่ายกลแผนผังไท่จี๋ มุ่งหน้าไปทางที่ทำการหมู่บ้าน
พอเขาเริ่มวิ่ง คนอื่น ๆ ก็ทำท่าจะวิ่งตาม มีแค่เด็กน้อยที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างเชื่อฟัง
กู่แมลงที่อุตส่าห์หันมาสนใจผม พอเห็นชาวบ้านวิ่งออกจากค่ายกล ก็พุ่งวูบเดียว ตามทันชาวบ้านคนนั้นในพริบตา
ทันทีที่กู่แมลงเกาะบนตัวเขา ไฟสีน้ำเงินก็ลุกท่วมร่าง เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วความมืด ชาวบ้านคนนั้นล้มลงและถูกไฟสีน้ำเงินเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในเวลาอันรวดเร็ว
“อย่าออกไป อยู่ในค่ายกล!” ผมตะโกนเสียงเข้ม ห้ามชาวบ้านที่กำลังจะวิ่งตามออกไป
เห็นสภาพสยดสยองของคนคนนั้น พวกเขาก็กลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ไม่กล้าวิ่งออกไปแล้ว ร้องลั่นพลางถอยกลับเข้าไป
ขณะเดียวกัน กู่แมลงที่บินมาทางผมก็มาถึงตรงหน้า ผมจำใจต้องละสายตา ยกมือซัดห้านิ้วอสนีบาตสองสายทำลายกู่แมลงตรงหน้า
กู่แมลงที่พอแตะโดนตัวคนก็ทำให้ไฟลุกท่วมได้ทันที ถ้าจำไม่ผิด นี่น่าจะเป็นกู่แมลงชนิดหนึ่งที่บันทึกไว้ใน ‘คัมภีร์เคล็ดวิชาเร้นลับอู๋ซ่างต้งเสวียน’ ชื่อว่ากู่แมลงไฟพราย
ผมอดทึ่งในความร้ายกาจของพวกแมงป่องดำไม่ได้ วิธีการไม่ธรรมดาเลย กู่แมลงไฟพรายแบบนี้เลี้ยงยากกว่ากู่แมลงทั่วไปเยอะ
ใช้กู่แมลงไฟพรายจำนวนมหาศาลขนาดนี้ได้ในคราวเดียว ใจป้ำจริง ๆ คนเลี้ยงกู่ทั่วไปเทียบไม่ติดเลย
ระหว่างที่ผมกำลังคิดหาวิธีกำจัดกู่แมลงไฟพรายจำนวนมากพวกนี้ให้เร็วที่สุด กู่หนอนไหมทองในท้องผมก็มีความเคลื่อนไหว รู้สึกได้ว่ามันบิดตัวไปมาอย่างตื่นเต้น แล้วพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว บินออกมาจากปากผม
กู่หนอนไหมทองตัวอ้วนกลมปรากฏตัว ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศตรงหน้าผม ส่งเสียงร้องแปลก ๆ ออกมา
ฝูงกู่แมลงไฟพรายที่กำลังจะพุ่งเข้ามาโจมตีผม เหมือนจะตกใจกลัวอะไรบางอย่าง ต่างพากันชะงักงัน ไม่กล้าขยับ
ผมตบหน้าผากฉาด เกือบลืมไปเลยว่าในท้องตัวเองยังมีราชาแห่งกู่อย่างกู่หนอนไหมทองอยู่ตัวหนึ่ง แต่เจ้านี่เพิ่งจะโผล่หัวออกมา สงสัยคงนอนหลับอุตุอยู่ในตันเถียน เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าผมโดนกู่แมลงโจมตีถึงได้ตื่น
พอดูดี ๆ มันอ้วนขึ้นไม่น้อย สงสัยปกติคงแอบกินปราณที่ผมสะสมไว้ในตันเถียนล่างไปเยอะแน่ ๆ
เห็นกู่แมลงไฟพรายตรงหน้า กู่หนอนไหมทองดูตื่นเต้นมาก บิดตัวไปมากลางอากาศเหมือนกำลังเต้นระบำ
“เสี่ยวจิน แกจะบิดอะไรนักหนา?” ผมอดถามไม่ได้
มันหันกลับมา บินมาตรงหน้าผม ส่งเสียงจี๊ด ๆ ใส่
ผมพูดไม่ออก มันกำลังด่าผมที่ไม่รีบเรียกมันออกมา กู่แมลงไฟพรายพวกนี้สำหรับมันแล้วคืออาหารอันโอชะ
“เอ่อ...”
ลูกพี่ครับ ในฐานะที่คุณเป็นถึงกู่หนอนไหมทองราชาแห่งกู่ ไม่ใช่ว่าควรจะรู้ตัวทันทีที่กู่แมลงโผล่มาเหรอ ทำไมต้องรอให้ผมเรียกด้วย
คำตอบของมันทำเอาผมแทบกระอักเลือด หน้าด้านจริง ๆ
ความหมายคร่าว ๆ คือหลับเพลินไปหน่อย ปฏิกิริยาเลยช้า
ผมส่ายหน้าอย่างจนใจ ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับมัน “เอาเถอะ ในเมื่อแกออกมาแล้ว ก็ยกพวกมันให้แกจัดการละกัน”
กู่หนอนไหมทองร้องอย่างตื่นเต้น จากนั้นตัวก็ขยายใหญ่กว่าปกติขึ้นมาหน่อย สัมผัสได้ว่าในปากมันเกิดแรงดูดมหาศาล ฝูงกู่แมลงไฟพรายที่กำลังสั่นกลัวถูกแรงดูดในปากมันดูดหายวูบลงท้องไปรวดเดียว
พริบตาเดียว กู่แมลงไฟพรายนับร้อยตัวก็ถูกมันเขมือบเรียบไม่เหลือซาก
มันดูเหมือนยังไม่อิ่ม ถามว่าขอไปข้างนอกแป๊บหนึ่งได้ไหม มันสัมผัสได้ว่าในหมู่บ้านยังมีกู่แมลงไฟพรายอยู่อีก
ผมมุมปากกระตุก เจ้านี่มันจอมตะกละของแท้เลยจริง ๆ