- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 378 รักษาด้วยน้ำยันต์
บทที่ 378 รักษาด้วยน้ำยันต์
บทที่ 378 รักษาด้วยน้ำยันต์
ที่บอกว่าจะรักษาอาการบาดเจ็บให้จางเทียนหลิง จริง ๆ แล้วก็คือการถ่ายทอดปราณในตัวผมให้เขา จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ปราณในตัวผมมีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บให้คนอื่นได้จริง ๆ
ขนาดไอหยางที่เกิดจากธาตุไฟเข้าแทรกในตัวเขา ปราณของผมยังสยบได้ เห็นได้ชัดเลยว่าปราณที่ฝึกจาก ‘เคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะ’ นั้นมหัศจรรย์แค่ไหน ผมอดนับถือบรรพบุรุษตระกูลหลี่ไม่ได้อีกครั้ง
สูดหายใจเข้าลึก ๆ ผมทาบฝ่ามือทั้งสองลงบนแผ่นหลังของจางเทียนหลิง โคจรปราณในร่างกาย แล้วค่อย ๆ ถ่ายทอดเข้าสู่ร่างของจางเทียนหลิง
เวลากระชั้นชิด ผมแค่ต้องรักษาอาการบาดเจ็บที่จางเทียนหลิงเพิ่งได้รับให้หายก่อน ส่วนเรื่องไอหยาง ไว้ค่อยว่ากันทีหลังถ้ามีเวลา
สิบกว่านาทีต่อมา ผมละมือออก แล้วลุกขึ้นยืน
จางเทียนหลิงยังคงนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่กับพื้น ปราณที่ผมถ่ายทอดให้ เขาต้องใช้เวลาปรับสมดุลและนำไปใช้
อาศัยจังหวะนี้ ผมเดินไปหาพวกหลิวเฉิง ถามพวกเขาว่าอาการชาวบ้านที่บาดเจ็บเป็นยังไงบ้าง
“ไม่ค่อยดีว่ะ ถึงจะโดนยันต์สะกดอัปมงคลคุมไว้แล้ว แต่สีหน้าแย่มาก” หลิวเฉิงส่ายหน้าตอบ
ผมขมวดคิ้วมองชาวบ้านที่บาดเจ็บนอนอยู่บนพื้นยี่สิบกว่าคนด้วยความหนักใจ
อาการบาดเจ็บของแต่ละคนหนักเบาไม่เท่ากัน บางคนที่เจ็บหนักเลือดยังไหลไม่หยุดเลย ตอนนี้หมอกปิดล้อมหมู่บ้าน จะส่งไปโรงพยาบาลก็ไม่ได้
“ถึงยันต์สะกดอัปมงคลจะมีประโยชน์ แต่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ได้การ” ผมถอนหายใจ
อย่างที่หลิวเฉิงบอก ถึงชาวบ้านที่บาดเจ็บจะถูกยันต์สะกดอัปมงคลสะกดจนหมดสติไปแล้ว แต่สีหน้ายังดูทรมานมาก แสดงว่าตอนนี้พวกเขากำลังเจ็บปวดอย่างสาหัส
ในฐานะผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านอันหย่ง เจียงเหลียงผิงทนดูชาวบ้านที่คุ้นหน้าคุ้นตาต้องมาเป็นอะไรไปอีกไม่ได้ เขาทำหน้าเศร้าสร้อยมองมาที่ผม ขอร้องว่า “อาจารย์หลี่ ช่วยหาวิธีช่วยพวกเขาหน่อยเถอะครับ จะให้มีคนตายไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
พูดไปเขาก็ปาดน้ำตาด้วยความอัดอั้นตันใจ
คนอื่น ๆ ก็พากันเอ่ยปากขอให้ผมช่วยชีวิตคน ในจำนวนนั้นย่อมมีญาติพี่น้องของคนเจ็บรวมอยู่ด้วย พวกเขาต่างหวาดกลัวและร้อนใจ
“อาจารย์หลี่ คุณพอจะมีวิธีไหม? คนตายไปเยอะเหลือเกินแล้ว เฮ้อ...” เฉียนหย่งสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถอนหายใจ
หันไปมองจางเทียนหลิง คาดว่าเขาคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก ผมเลยให้หลิวเฉิงไปหยิบอุปกรณ์วาดยันต์มา
“นายจะวาดยันต์อีกเหรอ แต่ยันต์สะกดอัปมงคลยังเหลือตั้งเยอะนะ?” หลิวเฉิงถามอย่างไม่เข้าใจ
ผมบอกว่าไม่ได้จะวาดยันต์สะกดอัปมงคล แต่จะวาดยันต์อย่างอื่นเพื่อช่วยคน
ได้ยินแบบนั้น หลิวเฉิงก็รีบไปหยิบอุปกรณ์วาดยันต์มาทันที คนอื่น ๆ พอรู้ว่าผมจะเริ่มรักษาคน ก็ดีใจกันยกใหญ่
สำหรับชาวบ้านที่บาดเจ็บหนัก ผมแค่ต้องวาดยันต์พิทักษ์วิญญาณแปะไว้ที่จุดไป่ฮุ่ยก็พอ ส่วนคนที่อาการสาหัส ผมต้องวาดยันต์ห้าจั้งหกฝู่ เพื่อพยายามปกป้องอวัยวะภายใน ยื้อชีวิตพวกเขาไว้
วาดยันต์พิทักษ์วิญญาณเสร็จ ผมก็สั่งให้พวกหลิวเฉิงเอายันต์ไปแปะที่จุดไป่ฮุ่ยของคนเจ็บ จากนั้นผมก็เริ่มวาดยันต์ห้าจั้งหกฝู่ต่อ
พอวาดยันต์ห้าจั้งหกฝู่เสร็จ ผมก็วางพู่กันลง ถามเจียงเหลียงผิงว่าที่ที่ทำการหมู่บ้านมีน้ำอุ่นที่ดื่มได้ไหม
“มีครับ ปกติเวลาประชุมพวกเราก็ต้มน้ำกินกันที่นี่ อาจารย์หลี่จะดื่มเหรอครับ?” เจียงเหลียงผิงรีบตอบ
“งั้นก็ดี ตอนนี้พวกคุณรีบไปเตรียมน้ำอุ่นมา เตรียมมาเยอะ ๆ เลย อีกเดี๋ยวทุกคนที่อยู่ที่นี่ต้องดื่มน้ำยันต์” ผมเอ่ยปากบอก
เจียงเหลียงผิงไม่ถามมากความ พาคนสองสามคนไปเตรียมน้ำ ผมพักครู่หนึ่ง แล้วหยิบพู่กันขึ้นมาเริ่มวาดเครื่องรางต่อ
วาดยันต์คุ้มกายไปหลายแผ่น ผมถึงวางพู่กันลง
“อาจารย์หลี่ อันนี้ยันต์อะไรอีกครับ?” เฉียนหย่งที่คอยดูผมวาดเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ พอเห็นผมวางพู่กันก็ถามอย่างสงสัย
ผมบอกเขาว่าพวกนี้คือยันต์คุ้มกาย
“แค่ไม่กี่แผ่นเอง คนตั้งเยอะกลัวจะไม่พอใช้นะ” หลิวเฉิงมองยันต์คุ้มกายที่ผมวาดเสร็จแล้วพูดขึ้น
“ไม่ได้ให้พวกนายใช้ แต่ฉันเตรียมไว้สำหรับกางค่ายกล” ผมตอบ
ตอนนั้นเอง พวกเจียงเหลียงผิงก็หามน้ำอุ่นหลายถังเข้ามา
“อาจารย์หลี่ น้ำมาแล้วครับ”
ผมพยักหน้า ให้เขายกครึ่งถังมาวางตรงหน้าผม “น้ำครึ่งถังนี้ผมจะใช้ยันต์ห้าจั้งหกฝู่ทำเป็นน้ำยันต์ ส่วนน้ำถังอื่น คิงคอง นายเอายันต์สะกดอัปมงคลทำเป็นน้ำยันต์ให้หมดเลยนะ”
“จัดไป งานถนัด” หลิวเฉิงรับคำ หยิบยันต์สะกดอัปมงคลขึ้นมาเริ่มลงมือ
ทำน้ำยันต์ห้าจั้งหกฝู่เสร็จ ผมก็ให้คนนำไปป้อนให้ชาวบ้านที่บาดเจ็บสาหัสคนละชาม
พอได้ดื่มน้ำยันต์ห้าจั้งหกฝู่ สีหน้าทรมานของชาวบ้านที่อาการสาหัสก็ดูดีขึ้นเยอะ
“หลงหยวน ยันต์สะกดอัปมงคลเรียบร้อยแล้ว” หลิวเฉิงตะโกนบอกผม
ผมพยักหน้าให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ดื่มน้ำยันต์สะกดอัปมงคล รวมทั้งชาวบ้านที่บาดเจ็บหมดสติด้วย ก็ต้องป้อนให้ดื่มเหมือนกัน
มองดูน้ำยันต์สีดำปิ๊ดปี๋ในถัง ชาวบ้านหลายคนดูลังเล เพราะสภาพน้ำยันต์มันชวนให้กลืนไม่ลงจริง ๆ
“อย่ามัวยืนบื้อ รีบดื่มซะ พวกคุณก็เห็นเหตุการณ์สยองขวัญเมื่อกี้มากับตา ถ้าไม่อยากตายก็ดื่มเข้าไป” ผมตะคอกเสียงเย็น สีหน้าจริงจัง
วิชามารของพวกนักพรตแมงป่องดำนั้นพิสดารคาดเดายาก ไม่รู้ว่าพวกมันจะงัดไม้ไหนมาใช้อีก การดื่มน้ำยันต์สะกดอัปมงคลอย่างน้อยก็ช่วยคุ้มครองชาวบ้านได้บ้าง
“บ้าเอ๊ย นี่มันของดีนะเว้ย ถ้าพวกคุณไม่ดื่ม เดี๋ยวเฮียหลิวเหมาหมดนะ” หลิวเฉิงเริ่มไม่พอใจ ตักขึ้นมาเต็มชามแล้วกระดกอึก ๆ ดื่มเกลี้ยงอย่างไม่ลังเล
จากนั้นเฉียนหย่งก็ตักดื่มชามหนึ่ง ยกซดรวดเดียวหมด ตำรวจคนอื่น ๆ กับพวกเจียงเหลียงผิงที่เหลือก็ทยอยดื่มตาม
เห็นหัวหน้ากับผู้ใหญ่บ้านเจียงดื่มกันหมด ชาวบ้านก็ไม่ลังเลอีก หลับหูหลับตาดื่มเข้าไป
“ฮ่า ๆ น้ำยันต์จากเครื่องรางของหลงหยวน ของดีแน่นอน ขอชิมหน่อย” จางเทียนหลิงลุกขึ้นจากพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รับชามจากมือหลิวเฉิงมาดื่มน้ำยันต์บ้าง
ผมถามเขาว่าอาการบาดเจ็บเป็นไงบ้าง เขาฝืนยิ้มบอกว่าไม่เป็นไรมากแล้ว
หลังจากดื่มน้ำยันต์สะกดอัปมงคลกันหมดแล้ว ผมถามเจียงเหลียงผิงว่าชาวบ้านนอกจากคนที่ตายไป อยู่ที่นี่กันครบหรือยัง
ชาวบ้านช่วยกันนับจำนวนคน เจียงเหลียงผิงก็เดินหน้าเครียดเข้ามาหา “อาจารย์หลี่ ยังขาดอีกยี่สิบสามสิบคนครับ แถมส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงในหมู่บ้านด้วย”
“ดูท่าตอนชุลมุน พวกแมงป่องดำคงฉวยโอกาสควบคุมผู้หญิงที่จะเอาไปเป็นเครื่องสังเวยให้ออกไปจากหมู่บ้านแล้ว” จางเทียนหลิงพูดเสียงเครียด
ผมพยักหน้า น่าจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
“งั้นพวกเธอก็...” เจียงเหลียงผิงหน้าถอดสี ไม่กล้าพูดต่อ
เสียงสะอื้นไห้ดังมาจากในฝูงชน น่าจะเป็นญาติของผู้หญิงเหล่านั้น
ผมบอกว่าเรื่องยังไม่เลวร้ายอย่างที่พวกเขาคิดตอนนี้หรอก เครื่องสังเวยมนุษย์คืนหนึ่งใช้แค่คนเดียว ที่พวกมันควบคุมผู้หญิงไปที่ผามังกรร่วงรวดเดียวเยอะขนาดนี้ในคืนนี้ ก็เพื่อกันเหนียวเผื่อเกิดเหตุผิดพลาดแล้วจะไม่มีเครื่องสังเวย
“หมายความว่านอกจากผู้หญิงที่จะถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยในคืนนี้ คนอื่น ๆ อย่างน้อยก็ยังไม่ตาย ถ้าอยากช่วยพวกเธอออกมา เราต้องเข้าไปในหุบเขาที่ผามังกรร่วง” ผมพูดช้า ๆ
ทุกคนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ค่อยยังชั่วขึ้นหน่อย
“แต่จะไปช่วยคน เราต้องหาวิธีสลายหมอกที่ปิดล้อมหมู่บ้านให้ได้ก่อน” จางเทียนหลิงรู้ดีว่าการจะไปช่วยคนไม่ใช่เรื่องง่าย
คราวนี้สีหน้าทุกคนกลับมาแย่อีกครั้ง