เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 374 เงาดำร่างยาว

บทที่ 374 เงาดำร่างยาว

บทที่ 374 เงาดำร่างยาว


ใต้แสงจันทร์ เงาดำร่างยาวพาดพันอยู่บนทิวเขาผามังกรร่วง มันเงยหน้าขึ้น ราวกับกำลังคำราม

ถึงพวกเราจะอยู่ไกล แต่ก็ยังมองเห็นได้ชัดเจน เห็นได้เลยว่าเงาดำร่างยาวนั้นมีขนาดมหึมาเพียงใด

ภาพนี้ทำเอาหลายคนตกตะลึง พวกเจียงเหลียงผิงหน้าตาตื่น ชาวบ้านที่มาเป็นเพื่อนไม่กี่คนต่างตกใจจนล้มก้นจ้ำเบ้า ฉี่ราดกางเกง

นึกไม่ถึงว่าพวกเราจะ ‘โชคดี’ ขนาดนี้ คืนแรกก็ได้เห็นมังกรดำที่ชาวบ้านพูดถึงกันเลย

“เชี่ย! มังกร มังกรจริง ๆ ด้วย!” หลิวเฉิงเองก็ตกใจจนขาสั่นพับ ๆ ร้องเสียงหลง

เสียงมังกรคำรามดังก้องเป็นระลอกในความมืด ทำให้คนหวาดผวา บวกกับภาพตรงหน้า ก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะตกใจขนาดนี้

ผมทำหน้าขรึม หยิบกล้องส่องทางไกลที่ให้เฉียนหย่งเตรียมไว้ขึ้นมาส่องดู ตั้งใจจะดูให้ชัด ๆ ว่าเงาดำร่างยาวที่ปรากฏบนผามังกรร่วงตอนนี้ใช่มังกรจริงหรือไม่

ตามตำนานเล่าขาน มังกรมีลักษณะของสัตว์เก้าชนิดรวมกัน คือ ตาเหมือนกุ้ง เขาเหมือนกวาง ปากเหมือนวัว จมูกเหมือนหมา หนวดเหมือนปลาดุก แผงคอเหมือนสิงโต หางเหมือนงู เกล็ดเหมือนปลา กรงเล็บเหมือนอินทรี

ผ่านกล้องส่องทางไกล ผมมองเห็นชัดเจนยิ่งกว่าใครในที่นี้ เงาดำร่างยาวที่ขดตัวอยู่บนภูเขานั้นดูคล้ายมังกรในตำนานจริง ๆ แต่บนหัวกลับไม่มีเขา มีกรงเล็บแค่คู่เดียว รูปลักษณ์ดูใกล้เคียงกับงูมากกว่า เป็นงูยักษ์ที่ใหญ่โตผิดปกติ

“ไม่ต้องตกใจ นั่นไม่ใช่มังกร แต่เป็นเจียว” ผมวางกล้องส่องทางไกลลง แล้วบอกกับทุกคนที่กำลังตื่นตระหนก

“เจียว!?” จางเทียนหลิงชะงัก รับกล้องส่องทางไกลจากมือผมไปส่องดูที่ผามังกรร่วง

ไม่นาน จางเทียนหลิงก็ได้ข้อสรุปเดียวกับผม “หลงหยวนพูดถูก นั่นคือเจียวจริง ๆ ไม่ใช่มังกร ที่สำคัญคือ มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นสัตว์หยิน”

ทุกคนทำหน้าสงสัย หลิวเฉิงอดถามไม่ได้ “เดี๋ยวเจียว เดี๋ยวสัตว์หยิน ตกลงมันคือตัวบ้าอะไรกันแน่?”

ผมบอกว่าเงาดำร่างยาวนั่นคือเจียว แต่เพราะเป็นซากศพ เลยเรียกรวม ๆ ว่าสัตว์หยิน

ส่วนสัตว์หยินก็คือวิญญาณที่เกิดจากสัตว์บำเพ็ญเพียรที่มีจิตวิญญาณตายลง เหมือนกับคนที่ตายแล้วกลายเป็นผีนั่นแหละ

สัตว์ไม่เหมือนคน ต้องเป็นสัตว์ที่มีพลังแก่กล้าตอนมีชีวิตอยู่เท่านั้น ถึงจะกลายเป็นสัตว์หยินหลังตายได้ แถมยังต้องอาศัยวาสนาด้วย

ถึงพลังของสัตว์หยินจะเทียบไม่ได้เลยกับตอนมีชีวิต แต่ก็ยังเหนือกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปมาก

“เงาดำร่างยาวตรงหน้า ก็คือสัตว์หยินที่เกิดจากเจียวที่ตายไปแล้ว” ผมอธิบายให้พวกเขาฟัง

พวกหลิวเฉิงได้ยินแล้วก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก ต่างเบิกตากว้างกันเป็นแถว

จากนั้น จางเทียนหลิงก็พูดต่อ “ตำนานว่าไว้ มังกรในโลกนี้เริ่มแรกวิวัฒนาการมาจากการบำเพ็ญเพียรของงู ซึ่งงูจะกลายเป็นมังกรได้ ต้องผ่านเจ็ดขั้นตอน คือ งู งูหลาม งูยักษ์ เจียว มังกร อิงหลง(มังกรมีปีก) และสุดท้ายคือราชามังกร”

งูธรรมดาตัวหนึ่ง ต้องบำเพ็ญเพียรเป็นร้อยปีหรือนานกว่านั้น ถึงจะกลายเป็นงูหลามได้ งูหลามกลายเป็นงูยักษ์ งูยักษ์บำเพ็ญเพียรหลายร้อยปีถึงจะกลายเป็นเจียว นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในเจ็ดขั้นตอนการวิวัฒนาการ

เจียวอยากจะกลายเป็นมังกร จำเป็นต้องผ่านด่านเคราะห์ เพราะช่วงนี้มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ ต้องผ่านบททดสอบจากสวรรค์

“ชัดเจนเลยว่า เจียวตัวนี้ผ่านด่านเคราะห์ไม่สำเร็จ ก็เลยตาย” จางเทียนหลิงพูดช้า ๆ

ผมบอกว่าก่อนหน้านี้เจียงเหลียงผิงก็เคยเล่า ที่มาของชื่อผามังกรร่วงก็คือตำนานที่ว่ามีมังกรตกลงมาจากฟ้า กระแทกภูเขาจนเกิดเป็นหน้าผา

ดูจากตอนนี้ สิ่งที่ตกลงมาจากฟ้าไม่ใช่มังกร แต่เป็นเจียวที่ผ่านด่านเคราะห์ไม่สำเร็จต่างหาก

“ศพของเจียวตัวนี้ถูกฝังจมอยู่ในหุบเขาผามังกรร่วง ทำให้ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลง เลยบังเอิญเกิดเป็นลานเพาะวิญญาณทางฮวงจุ้ย ผ่านการกระตุ้นจากไอวิญญาณมาหลายร้อยปี เจียวที่ตายไปแล้วก็กลายเป็นสัตว์หยิน อาศัยอยู่ที่ผามังกรร่วงเพื่อรับการชำระล้างจากไอวิญญาณฟ้าดิน จนค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น หากปล่อยไว้ สักวันมันอาจจะได้รับโอกาสเหาะเหินเดินอากาศผ่านด่านเคราะห์อีกครั้ง กลายร่างเป็นมังกร และฟื้นคืนกายเนื้อได้” จากสถานการณ์ตอนนี้ นี่คือบทสรุปที่ผมวิเคราะห์ได้

เจียงเหลียงผิงกลืนน้ำลาย ถามผมว่าแค่สัตว์หยินรออยู่ที่ลานเพาะวิญญาณผามังกรร่วงดูดซับไอวิญญาณฟ้าดิน ก็จะมีโอกาสกลายเป็นมังกรและฟื้นคืนกายเนื้อได้จริง ๆ เหรอ

ผมพยักหน้า “ตามหลักแล้วก็ใช่ครับ”

“งั้นทำไมมันต้องล่อลวงผู้หญิงในหมู่บ้านเราไปที่ผามังกรร่วงด้วยล่ะ?” เจียงเหลียงผิงถามถึงจุดสำคัญของเรื่องนี้

จริง ๆ นี่ก็เป็นข้อสงสัยแรกในใจผมเหมือนกัน สัตว์หยินที่อยู่ในลานเพาะวิญญาณแบบนี้ ตามหลักไม่น่าจะมีความดุร้ายหรือไอชั่วร้าย แต่ตอนนี้ผมกลับสัมผัสได้ถึงไอชั่วร้ายจากตัวสัตว์หยินที่ผามังกรร่วง มันไม่สมเหตุสมผล ต้องมีสาเหตุแน่

“มีคนบงการ!”

ผมกับจางเทียนหลิงโพล่งออกมาแทบจะพร้อมกัน นี่เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุดว่าทำไมสัตว์หยินถึงมีไอชั่วร้าย

“มีคนล่วงรู้ความลับของผามังกรร่วง และต้องการควบคุมสัตว์หยิน เตรียมจะใส่ความชั่วร้ายเข้าไปในตัวมัน ทำให้มันกลายเป็นสัตว์หยินปีศาจที่น่ากลัว ผู้หญิงในหมู่บ้านอันหย่ง ก็คือเครื่องสังเวยที่ใช้เร่งความชั่วร้ายของสัตว์หยินให้เพิ่มขึ้น” ผมพูดเสียงขรึม สีหน้าเคร่งเครียด

นี่เป็นพิธีกรรมที่ยากและซับซ้อนมาก ลำพังคนเดียวทำไม่ได้แน่ ผมสงสัยว่าผู้ใช้อาคมที่ซ่อนตัวอยู่ที่ผามังกรร่วงไม่ใช่แค่คนเดียว แต่เป็นขบวนการ

และในวงการไสยเวท กลุ่มที่กล้าเสี่ยงทำเรื่องแบบนี้มีอยู่กลุ่มเดียว นั่นคือแมงป่องดำ

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เรื่องคงยุ่งแน่ การแจ้งคนของหน่วยงานคือทางเลือกที่ดีที่สุด

“อาจารย์หลี่ คุณหมายความว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือคนเหรอ?” เฉียนหย่งถามอย่างแปลกใจ

ผมพยักหน้า บอกว่าแปดเก้าส่วนน่าจะใช่ ไม่ว่าจะการควบคุมสติผู้หญิงในหมู่บ้านอันหย่งให้เข้าไปในหุบเขาใต้ผามังกรร่วง หรือหมอกหนาที่จู่ ๆ ก็ปกคลุมนอกหุบเขาผามังกรร่วง ทุกอย่างชี้ว่ามีคนจงใจทำ เพื่อกันไม่ให้เราเข้าไปขวางแผนการของพวกเขา

“มาถึงขั้นนี้ ลำพังแค่ผมกับหลงหยวน อาจจะจัดการเรื่องนี้ไม่ไหว” จางเทียนหลิงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเช่นกัน

เฉียนหย่งหน้าเขียวคล้ำ กลุ้มใจสุดขีด

ตอนนี้ เสียงมังกรจากผามังกรร่วงเงียบลงแล้ว สัตว์หยินที่ขดตัวอยู่บนทิวเขาผามังกรร่วงก็หายตัวไป

“ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน!” มีคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเรา ปากก็ตะโกนลั่น

คนที่มาคือหนึ่งในสามชายฉกรรจ์ที่เจียงเหลียงผิงให้เฝ้าผามังกรร่วงก่อนหน้านี้ ก่อนมาที่นี่ผมกำชับเจียงเหลียงผิงให้จัดคนเฝ้าถนนทางไปผามังกรร่วง เพื่อกันไม่ให้ผู้หญิงในหมู่บ้านถูกควบคุมสติวิ่งเข้าไปในหุบเขาอีก ดูท่าจะเกิดเรื่องแล้ว

เฉียนหย่งรีบเข้าไปถามสถานการณ์ ชายคนนั้นหอบหายใจแฮ่ก บอกว่าพวกเขาเฝ้าอยู่ทางไปผามังกรร่วงตลอด แล้วเมื่อกี้ก็เจอผู้หญิงที่ถูกควบคุมสติพยายามจะไปที่ผามังกรร่วงจริง ๆ

“แล้วคนล่ะ พวกนายขวางไว้ได้ไหม?” เจียงเหลียงผิงถามเสียงสั่น ร้อนรน

“ขวางไว้ได้ครับ แต่แรงเยอะเหมือนวัวเลย พวกเราแทบแย่กว่าจะคุมตัวอยู่ มัดไว้กับต้นไม้ข้างทาง ตอนนี้เธอเหมือนคนบ้าเลย น่ากลัวมาก พวกเรากลัวเธอจะเป็นอะไรไป เลยรีบมาแจ้งพวกท่านครับ” ชายคนนั้นปาดเหงื่อบนหน้า เล่าให้ฟัง

เฉียนหย่งรีบหันมามองผม “อาจารย์หลี่ นี่...”

“ไม่เป็นไร พวกเราไปดูกัน” ผมตอบ

พวกเราทุกคนจึงรีบออกจากที่นั่น

จบบทที่ บทที่ 374 เงาดำร่างยาว

คัดลอกลิงก์แล้ว